หลักสูตรเรียนฟรี
ปรบมือรัวรัวแบบน่าชื่นชมให้กับ “เกรียงไกร ธาตวากร” หรือ แอ๊ดดี้ ชายหนุ่มวัย 40 ปี เจ้าของร้านอาบน้ำ – ตัดแต่งขนสุนัข “OH!MyDog” ที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งใจดีหนักมาก ตัดแต่งขนสุนัข พร้อมกับตัดเล็บให้ตลอดอายุไขของสุนัขจรจัด ทั้งยอมเจ็บตัว โดนกัด โดนเห่า โดนไล่ แต่ไม่ละทิ้งความพยายาม และความตั้งใจที่จะมอบชีวิตใหม่ให้บรรดาตูบไร้สังกัด คุณแอ๊ดดี้ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ก่อนมาเปิดร้านกรูมมิ่งตัดแต่งขนสุนัข เคยช่วยที่บ้านทำธุรกิจโต๊ะจีน รวมถึงมีอาคารพาณิชย์ให้เช่า อยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แฟนป่วย ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลจนหมดลมหายใจสุดท้ายของชีวิต หลังแฟนจากไป รู้สึกเคว้งคว้าง ไม่อยากทำอะไร ช่วงนั้นคิดอย่างเดียวว่า อยากทำบุญ ประกอบกับดูในยูทูปเห็นต่างประเทศไปช่วยเหลือหมาจรจัด เลยลองดูว่ามีวิธีไหนที่ตัวเองพอจะทำได้บ้าง นั่นคือ อาบน้ำ ตัดขนสุนัข ขอบอกว่า คุณแอ๊ดดี้ โปรไฟล์ไม่ธรรมดานอกจากเขาจะเป็นผู้ชายรักหมา ยังคว้าใบปริญญาบัตร 2 ใบ แถมเกียรตินิยมอันดับ 1 อีก 1 ใบ ซึ่งปริญญาตรีใบแรกได้จากวิทยาลัยการโรงแรมดุสิตธานี ใบที่สองจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม สาขาวิช
ยางพารา เป็นพืชอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ไทยส่งออกยางมากจนติดอันดับโลก สำหรับพื้นที่ปลูกยางของไทยในปี 2559 คาดว่ามีประมาณ 19.6 ล้านไร่ แหล่งผลิตยางที่สำคัญยังอยู่ในภาคใต้ ส่วนผลผลิตยางพารามีทั้งสิ้นประมาณ 4.46 ล้านตัน ผลผลิตส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการส่งออก โดยมีความต้องการใช้ยางในประเทศมีจำนวน 0.61 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 เนื่องจากการผลักดันและส่งเสริมการใช้ยางในประเทศของภาครัฐที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นอุตสาหกรรมยาง ประกอบด้วย กระบวนการผลิต 2 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ขั้นตอนการแปรรูปยางพาราธรรมชาติมาทำเป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิต เช่น ยางแผ่น ยางแท่ง เป็นต้น 2. ขั้นตอนนำวัตถุดิบมาใช้ในการผลิตยางสำเร็จรูป ได้แก่ ยางพาหนะ ถุงมือยาง ยางอนามัย และยางรัดของ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ยางมี 2 ประเภทคือ 1. ยางธรรมชาติ คือยางที่มาจากต้นยางพาราโดยตรง ไม่ผ่านกรรมวิธีการใดๆ 2. ยางสังเคราะห์ คือยางวิทยาศาสตร์ เป็นยางที่มนุษย์ผสมขึ้นมาเอง หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน พยายามช่วยกันวางยุทธศาสตร์เพื่อให้ไทยรักษาความเป็นผู้นำยางพาราของโลกให้ได้ แม้ราคายางพาราจะตกต่ำบ้างในช่วงนี้ แต่ยางพาราก็
ไม่กี่ปีก่อน “เม่นแคระ” เป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะเพิ่งนิยมนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยจำนวนไม่มากนัก แต่เพราะเป็นสัตว์ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ดี จึงทำให้เม่นแคระขยายพันธุ์และเจริญเติบโต กลายเป็นกระแสคนรักเม่นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยรูปร่างลักษณะของเม่นแคระ เป็นสัตว์ตัวเล็ก มีน้ำหนักมากที่สุดไม่เกิน 1 กิโลกรัม และมีจำนวนไม่มากนักที่จะพบเม่นแคระน้ำหนักมากเท่านี้ แม้ว่าปัจจุบัน เม่นแคระจะไม่ได้อยู่ในกระแสนิยมสัตว์เลี้ยงสวยงาม แต่ก็ไม่ตกอันดับ เพราะยังคงเป็นสัตว์แปลกที่มีคนชื่นชอบและอยากมีไว้ครอบครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเม่นแคระปรากฏตัวนอกเมืองใหญ่ คุณอานุภาพ ศิลาพันธุ์ ข้าราชการตำรวจหนุ่ม พื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ชาวกำแพงเพชรโดยกำเนิด เข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ หลังเรียนจบสอบข้าราชการตำรวจในภูมิลำเนา จึงย้ายกลับมาอยู่บ้าน และหอบเอาสัตว์เลี้ยงที่เขารักกลับมาด้วย “สมัยผมเรียน ผมชอบเลี้ยงปลา ตอนนั้นมีกระแสเม่นแคระแรงมาก ยิ่งเห็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันเลี้ยงปลาและเม่นแคระ ขายเป็นรายได้ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าเราสามารถ
กล้วยหอมทอง เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการส่งออก หลายประเทศมีความต้องการบริโภคสูง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีการปลูกกล้วยหอมเพื่อการค้าในหลายจังหวัด รวมถึงที่จังหวัดอุดรธานี โดยการปลูกกล้วยหอมทองเพื่อการค้าของจังหวัดอุดรธานี เกิดขึ้นในปี 2537 โดยมี คุณทองคูณ โพธิ์พรม เกษตรกร บ้านโพธิ์ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม เป็นเกษตรกรผู้เริ่มต้นและจุดประกายการปลูกกล้วยหอมทอง เริ่มขายจากตลาดท้องถิ่น เดิมนั้น คุณทองคูณทำงานอยู่ในโรงงานไม้อัดที่จังหวัดนนทบุรี แต่เนื่องด้วยมีรายได้ไม่เพียงพอการค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด มาประกอบอาชีพการเกษตร และได้นำพันธุ์กล้วยหอมทองจากจังหวัดนนทบุรีมาปลูก ด้านการตลาด เริ่มต้นด้วยการปลูกเพื่อจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น และนำไปให้เพื่อนที่อยู่บ้านปากสวย ตำบลปากสวย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ช่วยจำหน่ายในร้านค้าริมข้างทาง บนถนนสายหนองคาย-โพนพิสัย เนื่องจากมีรถสัญจรมากพอสมควร ต่อมามีการพัฒนาจนกลายเป็นตลาดกล้วยหอมทองแหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2540 คุณทองคูณ ได้ริเริ่มจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกกล้วยหอมทองอำเภอสร้างค
ไก่เนื้อโคราชปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันมากพอสมควร แต่เชื่อว่ายังมีผู้คนบางส่วนที่ไม่รู้จัก ดังนั้น ก่อนจะไปเยี่ยมชมฟาร์มของเกษตรกร มาทำความรู้จักกับเจ้าไก่พันธุ์นี้กันก่อน ผศ.ดร.อมรรัตน์ โมฬี อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เล่าว่า โครงการวิจัยการสร้างสายพันธุ์ไก่เนื้อโคราช เริ่มต้นเมื่อปี 2552 เป็นความร่วมมือระหว่าง มทส. กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ กรมปศุสัตว์ ตอนนี้ก็มีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาร่วมด้วย โดยมีเกษตรกรในโครงการได้รับประโยชน์จากผลงานวิจัยดังกล่าว แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีข้อจำกัดเรื่องการผลิตลูกไก่ ที่ผลิตได้แค่ 44,000 ตัว ต่อเดือน จึงทำให้เกษตรกรที่สนใจหลายรายไม่สามารถซื้อลูกไก่ไปเลี้ยงได้ตามที่ต้องการ ต้องการหาคนเพาะลูกเจี๊ยบ ผศ.ดร.อมรรัตน์ ให้ข้อมูลของไก่ชนิดนี้ว่า เป็นไก่ลูกผสมพื้นเมืองที่มีพ่อพันธุ์เป็นไก่พื้นเมืองเหลืองหางขาว และแม่พันธุ์ไก่สายพันธุ์ มทส. เนื้อที่ได้จึงมีความเหนียวนุ่ม ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ขยายไปในหลายจังหวัดแล้วนอกจากที่นครราชสีมา ก็มีที่ศรีสะเกษ ชัยภูมิ
นายพิพัฒน์ รื่นสาด อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 7 ต.บึงชำอ้อ จ.ปทุมธานี แม้ไม่เคยเรียนทางด้านศิลปะมาเลยแต่เพราะรักในการประดิษฐ์เรือจำลองจึงมีแรงบันดาลใจมุ่งมั่นฝึกฝนฝีมือด้วยตนเองมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 10 ปี จนปัจจุบันผลงานเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบของแทบทุกคนที่ได้พบเห็นด้วยจุดเด่นสวยงามประณีตบรรจงพร้อมทั้งเสริมสร้างมงคลแก่ผู้ครอบครองมีการสั่งซื้อต่อคิวยาวนานจนทำไม่ทัน นายพิพัฒน์เจ้าของผลงานเล่าว่า ในระหว่างศึกษาปริญญาตรีคือเรียนเสาร์-อาทิตย์ จันทร์ถึงศุกร์ก็ไปทำงานพิพิธภัณฑ์เรือไทยทำอยู่ที่นั่นประมาณ 2 ปี ก็จบปริญญาพอดีขณะที่ส่วนตัวชอบนำเศษไม้มาประดิษฐ์เป็นสิ่งของต่างๆ เป็นงานอดิเรกจนเห็นงานเรือไม้จำลองเกิดประทับใจจึงพยายามฝึกฝนทำด้วนตนเองมีอุปกรณ์เริ่มต้นแค่ไปเก็บเศษไม้ที่เขาทิ้งตามข้างถนนโดยการนำมาเจียรมาขัดซึ่งเครื่องมือมีเพียงหินเจียรและคัตเตอร์ ตะไบและในช่วงนั้นได้เข้าร่วม 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ที่เมืองทองธานี ทั้งนี้เริ่มทำขายมาจนมีทุนก็เริ่มซื้อเครื่องมือเข้ามาจัดตั้งโรงงานผลิตอยู่ที่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 4 ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งติดต่อกับฝั่งจังหวัดปทุม
เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาส ไปสัมภาษณ์ คุณสายใจและคุณเสถียร ตระกูลพรายงาม ผู้ค้าไข่เป็ดระดับกลางในจังหวัดสุพรรณบุรี คุณเสถียร เล่าว่า ทางบ้านเลี้ยงเป็ดมานานแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50ปี ทำมาตั้งแต่สมัยเตี่ย เลยยึดอาชีพนี้ทำมาหากิน ในสมัยก่อนไข่เป็ดราคาฟองละ 50 สตางค์ แต่ในปัจจุบันไข่เป็ดราคาสูงถึงฟองละ 3.50 บาท ปัจจุบันเลี้ยงเป็ดทั้งหมด 20,000 ตัว เมื่อก่อนเคยใช้หอยโข่งเลี้ยงเป็ด ซื้อมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้เขามาส่ง แต่ตอนนี้ใช้หอยโข่งเลี้ยงไม่ไหวแล้ว เพราะประสบปัญหาด้านต้นทุนบวกกับค่าแรงงานที่สูงขึ้น ตอนนี้จึงเปลี่ยนมาใช้หัวอาหารผสมกับปลาบ่นแทน เพราะทนแบกรับกับราคาวัตถุดิบไม่ไหวจริงๆ ปัจจุบันคุณเสถียร ส่งไข่ไปขายในจังหวัดกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงอย่าง นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรสาคร โดยลูกค้ามารับซื้อด้วยเอง ปริมาณไข่เป็ดของคุณเสถียรมีเองกำลังการผลิตอยู่ที่ 60% ของที่ส่งขาย นอกนั้นรับจากฟาร์มใกล้บ้าน เจ้าของ ขายส่งไข่เป็ดครั้งละ 60,000-70,000 ฟอง ต่อการส่งหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังขายเป็ดสาวรุ่นอีกด้วย เรื่องราคา ถ้าพ่อค้าคนกลางนำไปขายต่อราคาไข่เป็ดจะตกอยู่ราวๆ 4-5 บ
ไอเดียเก๋! อดีตสาวนักธุรกิจถมที่ดินผันตัวมาเป็นแม่ค้ายกโอ่งมังกรเมืองราชบุรีจัดร้านด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกรหนักมากรสเด็ด 199 บาท อิ่มกันยกแก๊งจนท้องระเบิด แถมสนุกเซลฟี่เช็คอินฟรีน้ำอีก 1 โอ่ง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก จ. ราชบุรีเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นเมืองของโอ่งมังกร และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารการกิน อย่างเช่นก๋วยเตี๋ยว ที่หลายๆคนมักจะคุ้นเคยกับก๋วยเตี๋ยวไข่ ที่เรื่องชื่อของบรรดานักท่องเที่ยวและนักชิมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมารับประทานกันจำนวนมาก ล่าสุดสังคมโซเชียลได้มีการกล่าวถึงก๋วยเตี๋ยวเมืองโอ่งมังกร ด้วยความอร่อยสุดคุ้มกับปริมาณของชามก๋วยเตี๋ยวขนาดจัมโบ้ และบรรยากาศการได้สัมผัสกับไอเดียเก๋ๆ ที่นำโอ่งมังกรทั้งใบเล็กใบใหญ่มาตกแต่งร้าน โดยเฉพาะนักเซลฟี่ที่ก่อนจะรับประทานต้องนำกล้องโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพและนำไปแชร์ใน facebook หรือ INSTAGRAM สร้างความฮือฮาในสังคมโซเชียลเป็นอย่างมาก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกรดังกล่าว พบร้านเปิดจำหน่ายติดริมถนน สายราชบุรี – เจดีย์หัก ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ห่างจากทางแยกสะพานยกระดับ
เป็นหุ่นให้เคาะหน้า นำพาสู่อาชีพเงินดี ตัวเลขเงินเดือนหลักแสนบาท คือความเป็นอยู่ที่น่าจะเรียกได้ว่าดี การงานที่เป็นไปได้ด้วยดี จึงไม่เคยวางแผนตั้งรับสถานการณ์ใดๆ จนกระทั่งภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้จำใจต้องลาออก โดยไม่มีงานใดๆ สำรองไว้เลย คุณปรัญรัชต์ บุญสุรัชต์สิรี (เช็ง) ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเช่นนั้นนานพอควร ไตร่ตรอง และหาหนทางสร้างอาชีพที่ตนเองชอบ กระทั่งวันหนึ่ง ได้รับเชิญให้ไปเป็นหุ่นเคาะหน้า (ศาสตร์เคาะหน้าของโปรน้อง คุณกิรณา แก้วกาหลง) โดยผู้เคาะหน้าให้ในวันนั้นคือ คุณปรารถนา ใจชาญสุขกิจ หรือโปรปรารถนา ศิษย์ของโปรน้อง แม้จะเป็นผู้หญิงรักสวยรักงาม แต่ทว่าคุณปรัญรัชต์ ไม่คิดฝันว่าสิ่งนี้จะกลายมาเป็นอาชีพในอนาคต จนกระทั่งเมื่อการเคาะหน้าหรือนวดหน้าจบลง ประสิทธิผลจากใบหน้าของตนเองที่ได้รับจากปลายนิ้วของผู้ลงมือ ทำให้ทึ่ง และถึงขั้นเอ่ยปากว่า “ถ้าเปิดสอนเมื่อไหร่ จะขอเป็นศิษย์คนแรก” นับจากนั้นไม่ถึง 1 เดือน คุณปรัญรัชต์ได้รับโทรศัพท์จากโปรปรารถนา ว่าพร้อมจะเปิดสอนแล้ว “ตอนนั้นตื่นเต้นมาก แต่บอกก่อนว่า เหตุผลที่คิดเรียนก็เพื่อนำกลับมาดูแลตัวเอง และคนที่เรารัก ยังไม่คิดถึงขั้นเป็นอาชีพ จึงตัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอุดม เปียผล อายุ 59 ปี เกษตรกรชาวนา เกษตรกรบ้านเลขที่ 67 หมู่ 4 ต.ตลาดน้อย อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เกษตรกร ทำนามานาน มีนา 30 ไร่ ต้องคลุกคลี กับยา กับสารเคมีหน้าแล้งภัยแล้งขาดน้ำแย่งน้ำกันทำนาบ้าง ข้าวขายได้ไม่มีราคา มีปัญหาขาดทุนตลอด ต่อมา ลูกชายของนางอุดม เปิดดูช่องทางหากินทางอินเตอร์เน็ตตลอด จึงแนะนำบอก นางอุดม คุณแม่ ให้เลิกทำนาหันมาปลูกไผ่ตงลืมแล้งแทน นางอุดม จึงได้ทำตามที่ลูกชายที่แนะนำ โดยลูกชายช่วยหาพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้งมาให้ปลูก เริ่มแรกปลูกไผ่ตงลืมแล้ง จำนวน 3 ไร่ พลิกพื้นดินที่ทำนามาตลอดชีวิตหันมาพลิกพื้นดินปลูกไผ่ตงแทน เพื่อนบ้านก็ดูถูก ว่าบ้า ที่เลิกทำนาหันมาปลูกไผ่ตงแทน ใช้น้ำจากคลองชลประทาน คลอง 23 ขวา ใช้น้ำน้อย นางอุดม ปลูกไผ่ตง 3 เดือนแรก ต้นไผ่เริ่มออกลำ 7 เดือนก็เก็บหน่อไม้ขายได้ หมายถึง ตั้งแต่เรื่องปลูก จนสามารถเก็บหน่อไม้ขายได้ ใช้เวลาเพียง 7 เดือน แรกๆ เก็บหน่อไม้ขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท ใน 3 ไร่ เก็บหน่อไม้ขาย วันเว้นวัน เก็บหน่อไม้ได้ วันละ 50-70 กิโลกรัม ตอนนี้ราคาหน่อไม้เหลือกิโลกรัมละ 25 บาท และ ได้ปลูกไผ่เพิ่ม อีก 4 ไร่ขณะนี้ นางอุดม รวมปลู
