How to
อาจจะดูไร้ค่า และถูกมองข้ามอยู่บ่อยๆ สำหรับ หนังยาง ยางวง หรือบางคนเรียก ยางรัดของ เเต่เชื่อหรือไม่ว่าของใช้ชิ้นเล็กๆชนิดนี้ มูลค่าตลาดนับพันบ้าน เเละไทยก็เป็นผู้ส่งออกลำดับต้นๆ ในบรรดาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ดูเหมือนว่า “ยางรัดของ” จะเป็นผลิตภัณฑ์ด้อยค่าในสายตาของคนทั่วไป อะฮ้า! ประมาทหน้า “ยางรัดของ” ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะว่ายางรัดของ กลายเป็นสินค้าที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยเสียแล้ว แถมยังมีอิทธิพลสูงกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายอีกด้วย เท่านี้ยังไม่พอ ยางรัดของยังถีบตัวเองขยับฐานะเป็นสินค้าส่งออกติดโผตัวเลขส่งออกหลายพันล้านบาท 41 ปี ตำนานยางรัดของ คุณสันติ วรประทีป ผู้คร่ำหวอดในวงการผลิตยางรัดของมายาวนาน ผู้เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ที่เข้ามารับช่วงบริหาร บริษัท ไทยชวนรับเบอร์ จำกัด โดยเล่าถึงตำนานการผลิตยางรัดของ ของไทยชวนรับเบอร์ ว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 โดยมี คุณวสันต์ วรประทีป ผู้เป็นบิดา ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตยางรัดของและยางขัดข้าว และยังเป็นเทรดเดอร์ซื้อขายยางดิบ การผลิตยางรัดของในยุคนั้นถือได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้นของยางรัดของ เนื่องจากตลาดมีความต้องการอย่างกว้างขวาง
เป็นหนึ่งร้านที่ติดปากคนไทยมานานกว่า 18 ปี สำหรับร้าน “kanom” หรือ “ขนม”โดยเฉพาะ “ทาร์ตไข่” อันเลื่องชื่อ โดยตอนนี้ร้าน “kanom” ได้ผู้บริหารใหม่ป้ายแดง “พอลล่า-ภรวรรณ อภิธนาคุณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ขนมแฟคตอรี่ (1999) จำกัด เข้ามารีแบรนด์ร้านใหม่ให้ดูทันสมัยเข้ากับรุ่นใหม่มากขึ้น จาก “คุณหนู” ลูกเจ้าสัวเจ้าของภัตตาคารชื่อดังสมัยก่อน “แกแล็คซี่ภัตตาคารและไนท์คลับ” ที่มีชื่อเสียงยาวนานถึง 43 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนราชินี ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกวิชาการเงินและปริญญาโทจาก University of Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา เอกวิชาการเงิน เข้ามาช่วยงานธุรกิจครอบครัว โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ด้านเกม ทำงานสายนี้อยู่ 20 ปี จนขึ้นแท่น “นายกสมาคมเกมและสื่อดิจิตอลบันเทิง” ในยุคนั้นเรียกได้ว่า เธอเป็น “เจ้าแม่วงการเกม” ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก พอลล่า-ภรวรรณ อภิธนาคุณ แต่ด้วยเป็น “ลูกสาว” คนที่ 2 จากพี่น้อง 7 คน ในตระกูลใหญ่ “เจ้าสัวเลือดมังกร” เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งเธอบอกว่า “ไม่ได้อยู่ง่าย” “เราทำงานในกงสี ชีวิตก็เหมือนลูกจ้างคนหนึ่
“หมี่พันลับแล” เมนูพื้นเมืองของคนอุตรดิตถ์ ทำกินไม่ยาก ขายลูกค้าต่างถิ่นได้ ของกินติดบ้านติดเรือนของคนเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ คือ “หมี่พันลับแล” เรียกว่าฮิตกันไปถ้วนทั่ว คุณมณี ศรีพงษ์ อายุ 66 ปี คนเมืองอุตรดิตถ์ บอกสูตรว่า ที่ชื่อว่าหมี่พัน มาง่ายๆ คือ ใช้วิธีพันๆ ม้วนๆ แบบง่ายๆ ง่ายกว่าเปาะเปี๊ยะหรือก๋วยเตี๋ยวหลอดเพราะไม่ต้องพับปลายใดๆ ทั้งสิ้น ม้วนง่ายๆ อย่างนั้น ส่วนข้างใน เป็นหมี่ยำ ซึ่งก็คือเส้นหมี่ขาวแช่น้ำหรือลวก ผสมกระเทียมโขลกสักหน่อย แล้วเอามายำกับพริกป่น น้ำปลา มะนาว น้ำตาล ถั่วงอก กระเทียมเจียว ผักชี หรือจะใส่เครื่องเคียงอื่นใดอีกก็ตามใจ จะเอาเผ็ดน้อยเผ็ดมากแล้วแต่จะสั่ง แผ่นที่นำมาพันนั่น เขาเรียกว่าแผ่นข้าวแคบ ซึ่งมันก็คือแผ่นข้าวเหนียวโม่ผสมกับน้ำแล้วเอามาทาเป็นแผ่น เอาไปนึ่งบนผ้าขาวบางที่คลุมปากหม้อ เเล้วตากเเดดจนเเห้ง หน้าตาเหมือนแผ่นเปาะเปี๊ยะ แผ่นข้าวเเคบนี่เขาจะผสมงาดำกับเกลือ ลงในเเป้ง เพื่อเพิ่มรสชาติ เเต่เดี๋ยวนี้เขามีแบบรสชาติแซ่บด้วยการเติมพริกลงไป แผ่นจะออกสีส้ม แล้วก็มีรสชาติจี๊ดจ๊าดขึ้น คุณมณี บอกว่า หมี่พัน ทำไม่ยาก อาศัยความเช
สาวเจนวายตามฝัน เปิดร้านอาหาร เป็นทั้งเชฟ-เจ้าของร้าน รายได้หลักหมื่น/วัน คุณครีม-นฤภร กิจฉลอง สาวเจนวายวัย 23 ปี ผู้หลงรักในการทำงานอาหารมาตั้งแต่เด็ก ซึมซับมาจากธุรกิจโรงงานขนมหวานของพ่อแม่ เรียกว่าเกิดมาก็รู้แล้วว่าชอบอะไร หลังฝึกฝีมือที่สถาบันอาหารชื่อดัง ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ’ และเข้าสั่งสมประสบการณ์ที่โรงแรมเลอบัวอีก 4 เดือน และด้วยแรงสนับสนุนจากทางครอบครัวอย่างเต็มกำลัง คุณครีมเลือกต่อยอดความฝัน เปิดร้านอาหารที่เจ้าตัวควบตำแหน่งเจ้าของร้านและเชฟประจำร้านได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี โดยอาหารร้านนี้เป็นแบบฟิวชั่น นำเสนอความหลากหลายของอาหาร มีครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑล สาย 7 ชื่อร้าน ‘Sumalee Pastry Cream’ ในช่วงปีแรกที่เปิด คุณครีม บอกว่า ประสบการณ์ทำงานยังน้อยมาก แต่โชคดีที่ได้พ่อกับแม่มาช่วยสอนเรื่องการบริหาร ทั้งสต๊อกของ บัญชี รวมถึงรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ จนมีความเข้าใจมากขึ้น ในที่สุดก็ได้ดูแลร้านแบบเต็มตัวในปีที่สอง ราคาย่อมเยาจับต้องได้ แม้จะเป็นร้านอาหารฟิวชั่น แต่หน้าที่หลักของคุณครีมคือการทำของหวานโดยตรง เธอถนัดทำเค้กหลายอย่าง โดยคงคอนเซ็ปต์ว่า เค้กร
อดีตเด็กเย็บผ้าโหล ไต่เต้าสู่ช่างซ่อมยีนส์เบอร์หนึ่ง เคยแก้ทรงยีนส์ราคาครึ่งล้าน โลดแล่นอยู่ในวงการ “ยีนส์” มานานกว่า 23 ปี สำหรับ ช่างรัช หรือ “วิรัช พฤกษา” จนได้รับฉายาจากลูกค้าว่าเป็น “ช่างซ่อมกางเกงยีนส์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย” เพราะผู้ที่มาใช้บริการต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สามารถซ่อมยีนส์ ได้ทุกอาการ นับตั้งแต่ โหลดเอว คว้านเป้า เว้าเข่า เขย่าสะโพก โยกปลายขา หรือตัดปะ ก็ออกมาสวยทรงเดิมเป๊ะ เปลี่ยนยีนส์ทุกตัวให้กลายเป็นยีนส์ตัวเก่ง สวมใส่ได้ทุกสถานการณ์ ประวัติช่างรัช ปัจจุบันอายุ 50 ปี เกิดและเติบโตที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จึงเลือกที่จะเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเป็นช่างซ่อมยีนส์ชื่อเสียงโด่งดัง อดีตเคยเป็นช่างซ่อมแอร์ และพนักงานขายของที่ห้างสรรพสินค้า “ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ พักอยู่กับญาติที่มีอาชีพเย็บผ้าโหล มองว่ารายได้ดีกว่างานอื่น ราวปี 2535 ฝึกเย็บผ้าจริงจัง เมื่อฝีมือดีขึ้น เริ่มรับงานเอง ส่งลูกค้าที่ประตูน้ำ โรงเกลือ รายได้ดีขึ้นตามลำดับ สูงสุดเคยได้วันละ 500 บาท แต่ทว่าตลาดโรงเกลือไฟไหม้ รายได้ก็ลดลง หนที่สุดห
บริการที่สร้างรายได้ให้ ไลน์ แมน มากที่สุด และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมีร้านอาหารและสตรีทฟู้ดกว่า 40,000 ร้านทั่วกรุงเทพฯ นั่นคือ ไลน์ แมน บริการส่งอาหาร โดยมีผู้บริหารรุ่นใหม่คุณนพปฎล วชิรโกวิทย์ ผู้จัดการบริการ ไลน์ แมน ฟู้ด เดลิเวอรี่ ผู้จัดการบริการ ไลน์ แมน ฟู้ด เดลิเวอรี่ บอกว่า บริการส่งอาหาร ไลน์ แมน มีวัตถุประสงค์ช่วย ผู้บริโภคที่อยากทานอาหารร้านโปรด ร้านดัง แต่ไม่อยากฝ่ารถติด หาที่จอดรถไม่ได้ หรือขี้เกียจ ไม่สะดวกเดินทาง ขณะเดียวกันช่วยร้านค้าที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีทำเลดีๆ ไม่มีเงินทุนในการตกแต่งร้านสวยๆ หรือมีหน้าร้านแต่ไม่เอื้ออำนวยให้ลูกค้าไปรอคิว โดย ไลน์ แมน ให้ลูกค้าสั่งอาหารได้ไม่จำกัดระยะทาง แต่คิดค่าส่งตามระยะทาง “SME หลายรายทำอาหารอร่อย คิวยาว ดั่งเช่น ร้านKinza Gyoza ร้านผัดไทยทิพย์ ร้านดังเหล่านี้ไม่ได้มีพื้นที่มากพอที่ลูกค้าจะไปยืนรอ ฉะนั้น ไลน์ แมน เพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ด้วยบริการส่งอาหาร และเป็นพาร์ทเนอร์กับวงใน เว็บไซต์บริการค้นหาร้านอาหาร” ผู้บริหารตอกย้ำว่า มุมของร้านอาหารถือว่าได้ประโยชน์ได้ขยายกลุ่มลูกค้า วิธีการไม่ยากสามารถสมัครกับแอพพลิเคชั่น ไลน์
เกษตรกรฝีมือไม่ธรรมดา สร้างสรรค์งานดอกไม้ใบตองอ่อนช้อยงดงาม เคยส่งผลงานเข้าประกวดระดับจังหวัด เคยรับจ้างจัดดอกไม้ใบตองในงานแต่งของลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างรายได้ 70,000 บาท ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ รายรับไม่พอกับรายจ่าย หากใครมีครอบครัวที่ต้องดูแล เห็นทีว่าจะประกอบอาชีพเพียงอย่างเดียวคิดว่าคงจะลำบากหน่อย จึงไม่แปลกใจเลยว่าในปัจจุบันทำไมหนุ่มสาวออฟฟิศ หรือแม้แต่เกษตรกรหลายราย ต้องหันหาอาชีพเสริม เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก คุณแดง (พี่แดง) และ คุณวไลภรณ์ มาประกอบ (ภรรยา) อยู่บ้านเลขที่ 311 หมู่ที่ 6 ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอาชีพหลัก แต่ก็ยังต้องมองหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้อีกทางมาเลี้ยงครอบครัวไม่ให้ขัดสนเหมือนกัน คุณแดง (พี่แดง) และ คุณวไลภรณ์ มาประกอบ (ภรรยา) งานดอกไม้ใบตอง อาชีพเสริมที่น่าสนใจ งานดอกไม้ใบตอง คืออาชีพเสริมของพี่แดงและภรรยา นับว่าเป็นคู่ที่ชอบค้นคว้าหาความรู้ในทางสร้างสรรค์อยู่แล้ว ตัวพี่แดงเองเรียนจบเกษตร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส่วนภรรยาเรียนหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ (ศิลปะประดิษฐ์)
มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กบางคนทานยาก หรือทานอาหารได้น้อย ส่วนหนึ่งมาจากรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือบางเมนูที่ลูกอยากทาน แต่คุณแม่ไม่ให้ทาน เพราะไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เลยทำให้ทุกครั้งที่เด็กทานข้าวก็มักจะทำหน้าเบื่อโลกให้คุณแม่ได้เห็นอยู่เป็นประจำ “หอมกรุ่น” แบรนด์น้ำสต๊อกเด็กสำเร็จรูป ที่ได้จากการเคี่ยวผัก 5 ชนิด และกระดูกสัตว์ นานกว่า 6 ชั่วโมง จนสารอาหารทั้งหมดละลายออกมาจากวัตถุดิบ กลายเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น นำไปปรุงอาหารให้มีรสชาติดีขึ้น มีประโยชน์ต่อเด็กทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เพราะดูดซึมง่าย เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว คือ แพทย์หญิงอัจฉรา สัมฤทธิวณิชชา หรือ คุณหมออ้อ ปรับสูตรจากอาม่า ต่อยอดกลายเป็นธุรกิจ อดีต หมออ้อเคยเป็นแพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ หลังจากมีครอบครัวพร้อมลูกน้อย 2 คน เธอหันมาเปิดคลินิกผิวหนังเป็นของตัวเอง พร้อมกับเป็นเจ้าของกิจการน้ำสต๊อกเด็กหอมกรุ่น สำหรับที่มาของสูตรน้ำสต๊อก หมออ้อ เล่าว่า เวลาลูกๆ ทานอาหารที่อาม่าทำให้มักทานเยอะกว่าอาหารที่ตัวเองทำให้ ด้วยความสงสัยเลยถามอาม่าว่า มีวิธีการอย่างไร ซึ่งก็ได้คำตอบว่า จะใช้น้ำ
วันนี้เส้นทางเศรษฐีจะชวนเพื่อนๆ มาทำพายสับปะรด(Almond Butter Pie With Caramelized Pineapple)กันค่ะ ส่วนผสมขนาดพาย 8 นิ้ว ส่วนพาย (Crust) กลูเต็นฟรีคุกกี้ 7 ออนซ์ น้ำมันมะพร้าว 1/2 ถ้วย ครีม (Filling) อัลมอนด์บัตเตอร์ 2 ถ้วย เมเปิ้ลไซรัป 1 ถ้วย กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนโต๊ะ เลมอนขูด 1 ลูก เต้าหู้แบบแข็ง 3 ช้อนโต๊ะ หน้าสับปะรด (Topping) น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ สับปะรดหั่นเป็นแว่น 1 ลูก วิธีทำส่วนฐานพาย เริ่มจากอุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศา นำคุกกี้ลงปั่นในเครื่องปั่น (Food Compressor) จนละเอียดแล้วเติมน้ำมันมะพร้าวลงไป ปั่นเพิ่มจนส่วนผสมคลุกเคล้าน้ำมันมะพร้าวทั่วแล้ว เทและกดให้แน่นในพิมพ์ที่เตรียมไว้ อาจจะมีการฉีดสเปรย์น้ำมันบนพิมพ์ก่อนเทส่วนผสม เพื่อให้แกะง่ายขึ้น แต่สำหรับใครที่ถาดตรงก้นยกแยกออกจากพิมพ์ขอบได้ก็ไม่ต้องใช้ นำเข้าเตาอบ 10-1
กินเจในแบบไม่จำเจด้วย “ก๋วยเตี๋ยวไม่จำเจ” เสิร์ฟเมนูสุดแซ่บ ชนิดว่าลืมไปเลยว่ากำลังกินเจ อาทิ มาม่าสีชมพู บะหมี่พุงโต สุกี้แห้ง บะหมี่ขาหมู มาม่าเขียวหวานไก่ บะหมี่หมูตุ๋นต้มยำ เส้นใหญ่ลุยสวน ก๋วยจั๊บหมูตุ๋น บะหมี่ต้มยำเป็ด ฯลฯ คุณนรินทร์ ปิยะสัจจะเดช เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไม่จำเจ เล่าถึงแนวคิดว่า ร้านนี้เกิดขึ้นจากการที่คนบางกลุ่มมองว่าการกินเจเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะรสชาติไม่หลากหลาย เลยคิดค้นสูตรก๋วยเตี๋ยวเจ มีเส้นให้เลือกมากถึง 9 เส้น และน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว 9 รสชาติ “ผมกินอาหารเจมาตลอดทั้งชีวิต กระทั่งวันหนึ่งแฟนก็หันมากินอาหารเจด้วย แต่ด้วยความที่แฟนเป็นผู้หญิงที่ทานยาก อาหารเจที่ขายในท้องตลาดรสชาติไม่ถูกปาก เลยเกิดไอเดียเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเจขึ้นมา” ร้านก๋วยเตี๋ยวเจของคุณนรินทร์ ก็ไม่จำเจสมชื่อ เพราะทางร้านมีเมนูเจที่หลากหลาย จุดขายของทางร้าน คือ มีเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เลือก 9 เส้น เลือกน้ำซุปได้ 9น้ำซุป มีเครื่องเคียง 27 ชนิดให้ลูกค้าเลือกเอง ทั้ง ผัก ผลิตภัณฑ์จากโปรตีนเกษตร ลูกชิ้นบุก ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 39 บาท “แฟนผมเป็นคนทำน้ำซุป ซึ่งน้ำซุปอร่อยจะนำไปทำเมนูอะไรก็จะได้รสชาติที่ถูกปาก
