How to
หากใครรู้สึกเบื่อเซ็งกับสังคมเมือง อยากปลีกวิเวกไปหาความสงบทางกายและจิตใจ ขอแนะนำให้แวะไปเที่ยวพักผ่อนสมองท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวนที่ “บ้านสวน ปู่-ย่า โฮมสเตย์” เป็นโฮมสเตย์ เล็กๆ แสนอบอุ่น อยู่กลางสวนทุเรียน ที่จังหวัดระยอง ที่นี่อาหารอร่อย มีบ้านพักที่สะดวกสบาย เพราะมีกิจกรรม Adventure สุดสนุกไว้บริการเด็กวัยรุ่น หนุ่มสาวไฟแรง คุณหมี (พ.จ.อ. ไววิทย์ พงษ์สุข) เจ้าของ “บ้านสวน ปู่-ย่า โฮมสเตย์” ให้บริการลูกค้าด้วยความเป็นกันเอง ลูกค้าสนุกครื้นเครงได้เต็มที่ ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนมาเที่ยวบ้านญาติ ลูกค้าขาประจำแวะมาเที่ยวที่นี่ได้ทั้งปี ไม่มีวันเบื่อ ผมไม่อยากเป็นเกษตรกร คุณหมี เล่าย้อนอดีตในช่วงวัยเด็กให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ เขาต้องมาช่วยพ่อชั่งน้ำหนักผลไม้เวลาพ่อค้ามารับซื้อผลไม้ที่สวน และเห็นภาพพ่อค้าเอาเปรียบเรื่องราคาสินค้าเสมอ ก็เลยบอกกับตัวเองว่า วันไหนพ่อไม่อยู่ จะไม่เป็นเกษตรกรและตั้งใจขายสวนทิ้ง เพราะเขามีอคติกับอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องเป็นเกษตรกร เพราะทำไปก็ไม่มีวันรวย โดนพ่อค้ากดราคารับซื้อผลผลิตตลอด หลังเรียนจบ ก็หันไปเป็นทหารแทน คุณพ่อของคุณหมีก็รู้ใจลูกชาย ว่าไม่ชอบอาชีพเกษตรกรรมห
ขนมโตเกียว เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง คล้ายกับขนมโดรายากิของญี่ปุ่น คือเป็นแป้งแพนเค้กชิ้นบางๆ ทำให้ร้อนบนเตาขนาดเล็กที่มีหน้าเตาแบน แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสูตรของคนขายแต่ละเจ้าว่าจะมีไส้อะไรบ้าง คุณธยศ ทองแจ้ง หรือ คุณแบงค์ วัย 39 ปี เจ้าของร้านขนมโตเกียวชาร์โคล เล่าว่า “เรียนจบเพียง ม.3 ไม่ชอบทำงานประจำ ไม่อยากอยู่ในกรอบระเบียบ เมื่อเรียนจบ ม.3 จึงไม่เรียนต่อ แต่หันมาทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง คิดอยากลองทำขนมขาย เลยมองไปที่ขนมโตเกียว เพราะเป็นขนมที่ทานง่าย คนรู้จักอยู่แล้ว ใครๆ ก็ซื้อทานได้ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ การมาเริ่มต้นลองทำขนมเพื่อขาย ใช้เวลานานพอสมควร ประมาณ 6 เดือนได้ ถึงจะคล่องและได้สูตรที่เราต้องการ” ขนมโตเกียว ที่คุณแบงค์เริ่มต้นทำและขายในช่วงแรก เป็นแบบแป้งธรรมดา ซึ่งก็เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว แต่พอช่วงหลังราวปี 60 กระแสชาร์โคลมาแรง คุณแบงค์จึงได้นำเอามาปรับใช้ในสูตรของแป้งขนมโตเกียว ซึ่งเป็นที่มาของขนมโตเกียวชาร์โคล และยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุุ่มตระเวนขายไปตามตลาดและออกบู๊ธไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอทำเลที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านถนนอโศก กทม. เลยเริ่ม
“ใบกาบหมาก” ที่ร่วงจากต้นอย่างไร้ค่า ถูกคุณสุมาลี ภิญโญ หญิงสาวโคราช หัวคิดดีนำมาสร้าง แบรนด์ ‘วีรษา’ (VEERASA) เพิ่มมูลค่าและดีไซน์ให้เป็นภาชนะใส่อาหารคาว – หวาน ขายได้ถึงใบละ 5 – 9 บาท กลายเป็นวัสดุธรรมชาติที่หายาก ถูกใจชาวรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาเพียงปีกว่าส่งขายท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 50 สาขา กำลังการผลิตเดือนละ 5 หมื่นชิ้น ลูกค้าต่างชาติโหยหา เจ้าของสินค้าเร่งหาวัตถุดิบนำมาผลิตเพิ่ม จานกาบหมาก รายแรกในไทย คุณสุมาลี ภิญโญ เท้าความว่า เมื่อ พ.ศ.2539 ในตอนนั้นได้รับมอบหมายให้จัดงานเลี้ยงอาหารขันโตก ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา งานประเพณีภาคอีสานนั่งกินอาหารกับพื้นในช่วงค่ำ สมัยนั้นภาชนะบรรจุอาหารเป็น “โฟม” ซึ่งสวนทางกับธีมงานที่เป็นแบบย้อนยุค อีกทั้งโฟม เป็นขยะกำจัดยาก ปีต่อมาเปลี่ยนใช้กระทงใบตอง แต่ทว่าใบตอง ใส่อาหารได้น้อย ใส่อาหารที่มีน้ำก็รั่ว ฉีกขาดง่าย ณ เวลานั้นยังหาทางออกไม่ได้ จนกระทั่งมาเจอใบกาบหมากจากต้นหมาก ทดลองนำมาขึ้นรูปเป็นจาน ชาม ปรากฏใส่อาหารได้ทุกเมนู จากนั้นค่อยๆ ต่อยอดเรื่อยมาจนกลายเป็นธุรกิจ วันที่คุณสุมาลีเจอใบกาบหมาก เธอ บอกว่า เห็นร่วงอย
หลายคนมักใช้เวลาในวันหยุดสั้นๆเดินทางไปพักผ่อนที่อัมพวา เมืองสำคัญของจังหวัดสมุทรสงครามเพราะระยะทางไม่ไกล ไม่ต้องเร่งรีบ ขับรถสบาย อาหารการกินมีครบทั้งของคาว หวาน และผลไม้ แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง รวมถึงยังมีร้านอาหารอร่อยให้เลือกมากมาย ‘Sit –nee cafe’เป็นร้านอาหารขนาดเล็กกะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยคุณภาพความอร่อยของเมนูหลากหลายชนิดไม่ว่าอาหารไทยทั่วไปและพื้นบ้าน อาหารฝรั่ง อาหารจานเดียว อาหารทานเล่น น้ำหวาน กาแฟ และไอศกรีม คุณพีรวิศร์ ไทยเจริญ หรือคุณอุ๊ เจ้าของร้านบอกว่าจากเดิมมีอาชีพขายกาแฟโบราณมายาวนานทำให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ตัวเขาต้องขยับขยายต่อยอดธุรกิจอาชีพ จึงมีความคิดเปิดร้านสเต็ก-กาแฟ แต่กังวลว่าอาจมีทางเลือกให้ลูกค้าน้อยไป สุดท้ายจึงมาลงตัวด้วยการเปิดร้านขายอาหารที่ชื่อ‘Sit –nee cafe’ แห่งนี้ซึ่งเปิดมาเกือบ 3 ปี คุณอุ๊บอกว่ามีความตั้งใจแต่แรกที่ต้องการทำร้านอาหารขนาดเล็กแล้วมีเมนูให้ลูกค้าได้เลือกอย่างครบครันชนิดเล็กพริกขี้หนู เน้นการปรุงอาหารอย่างสะอาด มีคุณภาพ จึงกำหนดเมนูอาหารทั้งแบบไทยพื้นบ้านท้องถิ่น กับอาหารไทยทั่วไป พร้อมจำแนกออกเป็นอาหารตามความต้องการของ
“ทุเรียนน้ำกะทิ นวัตกรรมการแปรรูปใหม่ล่าสุด อีกความสำเร็จบ่งบอกความก้าวหน้าของเกษตรกรไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” คุณพุทธไนย ตันมณี เลขที่ 77 หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้คิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ทุเรียนน้ำกะทิเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก เล่าถึงประวัติความเป็นมา กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ว่า “ผมเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังจากเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ 2 ปี ถือว่ามีความรู้เรื่องข้าวระดับหนึ่ง จึงเอาความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพทำข้าวถุงจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2530 ช่วงนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ต้องเลิกรากิจการไปเพราะมีปัญหาลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าสินค้า” เมื่อต้องผิดหวังกับธุรกิจค้าข้าว หลังจากนั้น จึงหันหลังให้อาชีพค้าขายไปทำงานสวนแทน โดยได้ไปซื้อที่ทำสวนอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปลูกไม้แบบผสมผสาน ปลูกมังคุด ลองกอง สวนป่า พืช สมุนไพร และทุเรียนอินทรีย์ เริ่มทำสวนจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปลูกแบบขายผลผลิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก คนกลับบ้านมาทำสวนกันเ
ในที่สุด สะตอฝักจากปักษ์ใต้ก็เริ่มปรากฏตัวหนาแน่นตามตลาดสดภาคต่างๆ แล้วนะครับ ราคาเริ่มจะถูกลง แล้วก็มี สะตอข้าว ให้เลือก เป็นสะตอรสมัน เม็ดเล็ก เนื้อหนึบแน่น ฉุนอ่อนๆ ไม่ใช่มีแต่ สะตอดาน ซึ่งกรอบ เม็ดใหญ่ และมีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก อันที่จริงสะตอคงมีสายพันธุ์แบบอื่นอีก เช่น ย่าผมซึ่งเป็นคนสุราษฎร์ธานีเคยพูดถึง สะเตียน คือสะตอที่มีเยื่อหุ้มเม็ดสีขาว แล้วที่มีวางขายหลายแห่งก็คือสะตอจากป่าภาคอีสาน ที่เรียก ลูกดิ่ง เพราะเม็ดเรียงเป็นแนวยาวตามแนวฝัก ต่างจากสะตอทั่วไป แถมพ่อผมยังเล่าว่าเคยเดินเท้าจากชายแดนอำเภอสวนผึ้งข้ามเข้าไปในเขตแดนกะเหรี่ยงพม่า สมัยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ว่ามีต้นสะตอใหญ่ๆ เต็มไปทั้งป่าเลย คนเหม็นกลิ่นสะตอคงไม่เข้าใจว่าคนที่ชอบเขาทนกินกันเข้าไปได้ยังไง แต่แน่นอนว่าคนชอบสะตอก็จะชอบมาก ไม่ว่าจะกินสดๆ เผา ผัดหมู ดองเม็ด หรือดองทั้งฝักแบบคนกงหราที่พัทลุงเขาทำ สูตรที่คนปักษ์ใต้ทำบ่อยและแพร่หลายจนคนภาคอื่นๆ รู้จัก และพอกินตามได้อร่อยด้วย ก็เห็นจะมีผัดพริกแกงกับกุ้งสด และผัดกะปิใส่เนื้อหมูติดมัน บีบมะนาวตบท้ายให้ออกสามรส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว อ้อ มีสูตรต้มกะปิหอมแดง ใส่หางกะทิจางๆ หน่อ
ไอเดียเก๋ ประธานกลุ่มผู้ผลิตมังคุดคุณภาพ คิดค้นถ่านเปลือกมังคุดแปรรูปเป็นสัตว์ต่างๆ โดยการทำถ่านมาบดเป็นผงและพิมพ์เป็นรูปต่างๆ ไว้สำหรับเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื้อโรคต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพได้เสริมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี วันที่ 11 มิ.ย. นางสุดารัตน์ ผิวเจริญ ประธานกลุ่มผู้ผลิตมังคุดคุณภาพ ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า ได้นำเปลือกมังคุดมาทำเป็นถ่านอัดแท่งขาย ราคากิโลกรัมละ 20 บาท ทำให้สมาชิกในกลุ่ม เริ่มท้อเนื่องจากราคาไม่คุ้ม แต่ลูกสาวของนางสุดารัตน์ จบด้านการออกแบบสินค้า ลองเปลี่ยนจากถ่านเปลือกมังคุดอัดแท่ง มาบดให้เป็นผงก่อนนำไปผสมกับแป้งเปียก แล้วใช้ซิลิโคลนมาสร้างเป็นแม่พิมพ์รูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระต่าย หมาและรูปทรงมังคุด ที่ออกมาน่ารัก สวยงาม โดยหลังจากบดอัดแล้ว นำไปเผาอบด้วยความร้อนอีกครั้งเพื่อให้แป้งแห้งสนิท และไม่เกิดเชื้อราในภายหลัง “โดยจากการทดลองให้สมาชิกนำไปทดลองซับกลิ่นและเชื้อโรคต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ พบว่า ผลิตภัณฑ์ถ่านมังคุดบดอัดจากเปลือกมังคุด เหมาะสำหรับดูดซับกลิ่นต่างๆ เช่น ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ในรถ หรือในห้อง เป็นการดูดซับกลิ่นได้เป็นอ
ในยุคที่เศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ ทำงานประจำอย่างเดียวไม่รอดแน่ การทำงานเสริมจึงเป็นตัวเลือกให้กับหลายคน หางานเสริมไม่ยากเลย ลองจับกระแสสังคมดูว่าตอนนี้ฮิตอะไรกัน ถ้าจับจุดถูกธุรกิจไม่ร่วงง่ายๆ แน่นอน ซึ่งอาชีพที่มาแรงไม่ตกยุคเลยคือ การขายอาหาร หนีทะเลมาลงรู ชื่อร้านน่ารักๆ ขายหอยครกซีฟู้ด เป็นอาชีพเสริมเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น ของ คุณเกศณี ชื่นโพธิ์ชา หรือ พี่เจี๊ยบ วัย 36 ปี พี่เจี๊ยบ เล่าว่า หลังเรียนจบก็ทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป ปัจจุบันยึดอาชีพเป็นเซลส์ขายพวกโปรเจ็กต์เกี่ยวกับ ประตูเหล็ก ประตูหนีไฟ ทำมากว่า 8 ปี ซึ่งการเป็นเซลส์ไม่ง่าย มีความกดดันสูง ต้องหาโปรเจ็กต์อยู่ตลอด ทำยอดให้ได้ตามเป้า อีกอย่างเริ่มรู้สึกว่าอาชีพนี้ใกล้อิ่มตัว “ทำงานมาสักพัก ความต้องการในการใช้เงินมีมากขึ้น ภาระมีมากขึ้น เลยหาอาชีพเสริมที่ตัวเองพอทำได้ เลยมาลองขายหอยทอดดู” พี่เจี๊ยบดัดแปลงจากหอยทอดธรรมดาทอดในกระทะแบนๆ โดยปรับให้ทานง่ายจากทอดในกระทะใหญ่ๆ หยอดในหลุมขนมใช้ไม้จิ้มเข้าปากได้เลย มีหลายหน้าให้เลือกทาน ทั้ง หอย กุ้ง ปลาหมึก ปูอัด ใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ ออกขายตามตลาดนัดใหญ่ๆ ใกล้บ้าน และออกบู๊ธตามงานอาหาร
ใบเตยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ชอบอยู่ตามที่ชื้นหรือเฉอะแฉะ คนไทยรู้จักดีเนื่องจากถูกนำมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหวานเพื่อปรุงกลิ่นให้หอมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมาก ไม่ว่าของหวานที่เป็นน้ำหรือไม่น้ำก็นิยมนำใบเตยมาเป็นส่วนประกอบ คนไทยคุ้นกับกลิ่นของใบเตย ขนมหวานหลายอย่างหากขาดใบเตยแล้วจะรู้สึกว่าไม่อร่อย สำหรับอาหารคาวใบเตยก็ใช้ในน้ำมันที่ทอด พอน้ำมันร้อนๆ ก็เอาใบเตยใส่สักพักพอใบเตยลอยก็ช้อนออก เพื่อดับกลิ่นคาวสำหรับเนื้อสัตว์ที่ทอด นอกจากนำใบเตยมาแต่งกลิ่นแล้ว ยังมีการนำใบเตยมาแต่งสีอีกด้วย เช่น ในสังขยาใบเตย ขนมชั้น สองสิ่งนี้จะขาดใบเตยไม่ได้เพราะขนมจะเป็นสีเขียวซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้สีผสมอาหาร กลิ่นของใบเตยคล้ายกับกลิ่นข้าวหอมมะลิ และดอกชมนาด ต้นเตยที่ปลูกกันในปัจจุบันมีทั้งเตยไม่หอมซึ่งนำไปกำกับดอกไม้ไหว้พระกับเตยหอมซึ่งดูด้วยตาไม่มีความแตกต่างกัน ถ้าต้องการต้นเตยหอมมาปลูกจำเป็นต้องขยี้ใบดมก่อน เพราะเตยธรรมดาจะไม่มีกลิ่นหอม หนำซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นเขียวอีกด้วย ต้นเตยหอมเป็นไม้ล้มลุกพุ่มเล็กมีอายุหลายปี สมัยก่อนนิยมปลูกเลี้ยงไว้ใกล้ที่ล้างจาน หรือข้างบ่อน้ำ เพราะต้นเตยชอบแดดพอๆ กับน้ำ ยิ่งตัดไ
ในที่สุด สะตอฝักจากปักษ์ใต้ก็เริ่มปรากฏตัวหนาแน่นตามตลาดสดภาคต่างๆ แล้วนะครับ ราคาเริ่มจะถูกลง แล้วก็มี สะตอข้าว ให้เลือก เป็นสะตอรสมัน เม็ดเล็ก เนื้อหนึบแน่น ฉุนอ่อนๆ ไม่ใช่มีแต่ สะตอดาน ซึ่งกรอบ เม็ดใหญ่ และมีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก อันที่จริงสะตอคงมีสายพันธุ์แบบอื่นอีก เช่น ย่าผมซึ่งเป็นคนสุราษฎร์ธานีเคยพูดถึง สะเตียน คือสะตอที่มีเยื่อหุ้มเม็ดสีขาว แล้วที่มีวางขายหลายแห่งก็คือสะตอจากป่าภาคอีสาน ที่เรียก ลูกดิ่ง เพราะเม็ดเรียงเป็นแนวยาวตามแนวฝัก ต่างจากสะตอทั่วไป แถมพ่อผมยังเล่าว่าเคยเดินเท้าจากชายแดนอำเภอสวนผึ้งข้ามเข้าไปในเขตแดนกะเหรี่ยงพม่า สมัยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ว่ามีต้นสะตอใหญ่ๆ เต็มไปทั้งป่าเลย คนเหม็นกลิ่นสะตอคงไม่เข้าใจว่าคนที่ชอบเขาทนกินกันเข้าไปได้ยังไง แต่แน่นอนว่าคนชอบสะตอก็จะชอบมาก ไม่ว่าจะกินสดๆ เผา ผัดหมู ดองเม็ด หรือดองทั้งฝักแบบคนกงหราที่พัทลุงเขาทำ สูตรที่คนปักษ์ใต้ทำบ่อยและแพร่หลายจนคนภาคอื่นๆ รู้จัก และพอกินตามได้อร่อยด้วย ก็เห็นจะมีผัดพริกแกงกับกุ้งสด และผัดกะปิใส่เนื้อหมูติดมัน บีบมะนาวตบท้ายให้ออกสามรส เค็ม เผ็ด เปรี้ยว อ้อ มีสูตรต้มกะปิหอมแดง ใส่หางกะทิจางๆ หน่อ
