How to
สวัสดีค่ะทุกคน เห็นชื่อเมนูในวันนี้อาจถูกใจสาวก บราวนี่หลายๆ คน แห่งสมาชิกเฮลท์คิทเช่นของเรา เพื่อนๆ ที่ติดตามกันมาตลอด อาจจะจำสูตรบราวนี่ 2 สูตรก่อนหน้านี้ที่เราทำกันไปแล้วได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นบราวนี่ที่มีส่วนผสมหลักเป็นถั่วดำ หรือ จากกล้วยและแป้งโฮลวีต แบบ Vegan ไม่มีไข่ ทั้ง 2 สูตรว่าอร่อยแล้ว ในเฮลท์คิทเช่นครั้งนี้ วินมีอีกหนึ่งสูตรแนะนำนั้นก็คือ บราวนี่กลูเต็นฟรี ใช้ส่วนผสมหลักจากอัลมอนด์มีลนั่นเองค่ะ เพราะอัลมอนด์เม็ดเล็กที่เราเห็นกัน แค่เราทานเพียงแค่หยิบมือในแต่ละวัน เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าร่างกายเราได้รับประโยชน์มากมายจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอริ้วรอย บำรุงประสาท ช่วยในการทำงานของสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และถ้าทานเป็นประจำ ยังสามารถมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย ได้เช่นกันค่ะ โดยครั้งนี้ วินได้นำอัลมอนด์มาปั่นทำน้ำนมอัลมอนด์ก่อนแล้วจึงนำกากอัลมอนด์มีล หรือ Almond flour ที่เหลือ มาใช้ในการทำบราวนี่นะคะ ตั้งใจว่าอบบราวนี่เสร็จก็ทานคู่กับน้ำนมอัลมอนด์ไปเลย มีความสุข enjoy healthy eating สุดๆ ไปเลยค่ะ หรือเพื่อนๆ ก็สามารถใช้ แป้งอ
นายจาตุรนต์ จันทวิเศษ หรือ ใหม่ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 5 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นอีกผู้หนึ่ง ที่ดิ้นรนเพื่อชีวิต สร้างฐานะ สร้างครอบครัว ให้อยู่ดี กินดี มีสุข เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป หลังจากพ่อแม่ได้ส่งเสียให้เรียนจบ ถึงระดับปริญญาโท แต่ต้องหันเหชีวิตมาทำขนมถ้วย เพื่อสืบทอดอาชีพของบรรพบุรุษ แทนการรับราชการ จึงใช้สโลแกนว่า “บ้านขนมถ้วย ป.โท” “ตั้งแต่เด็กได้ช่วยพ่อแม่ทำขนมถ้วย ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน นำขนมไปส่งตามร้านอาหาร ใน อ.วัฒนานคร ว่างจากการเรียนก็ช่วยแม่ทำขนมถ้วย กระทั่งเรียนจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยบูรพา ประกอบกับปัจจุบันคุณแม่มีอายุมากแล้ว หาผู้สืบสานการทำขนมถ้วยไม่มี จึงตัดสินใจไม่ไปสอบเข้าทำงานที่อื่นแต่จะทำขนมถ้วยขาย เพื่อสืบสานอาชีพของบรรพบุรุษเอาไว้” นายจาตุรนต์ กล่าว นายจาตุรนต์ เล่าต่อว่า ขนมถ้วยที่ทำ เป็นขนมถ้วยโบราณ ผสมสมุนไพร เพื่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล มีสรรพคุณทางยา แก้โรคเบาหวาน เป็นตัน ก่อนปี 2557 ขนมถ้วยจะขายดีมาก ขายได้กำไรวันละ 6,000-7,000 บาท หรือ เดือนละ ไม่ตำกว่า 150,000 บาท หลังจากนั้น ขายลดลงเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวท่าห้วย ใกล้สนง.คณะกรรมการอิสลาม ม.2 ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ขายเพียงถ้วยละ 10 บาท อีกทั้งข้าวมันไก่และราดหน้า ก็ขายในราคาจานละ 10 บาท ทำให้มีลูกค้าประจำที่ยังคงแวะเวียนมาอุดหนุนร้านนี้อยู่ตลอด โดยหลายคนมักจะเรียกร้านนี้ว่า ร้านก๋วยเตี๋ยว 10 บาทท่าห้วย ซึ่งมีคุณดารุณี และคุณอุสมาน หลงเจ๊ะ อายุ 36 และ 38 ปี สองสามีภรรยาตัดสินใจเลิกทำอาชีพสวนยางพารา มาเปิดร้านขายของชำ แต่ด้วยภรรยามีฝีมือในการทำก๋วยเตี๋ยวขายเมื่อสาวๆ จึงมาเปิดขายคู่ร้านของชำ กระทั่งต้องยกกิจการขายของชำให้พี่สาวขายแทน เพื่อมาลุยขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาทเป็นต้นมาถึงวันนี้ก็ร่วม 4 ปีแล้ว โดยทั้ง 2 คน ให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ได้ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท เพราะต้องการให้นักเรียน นักศึกษาที่มีเงินน้อยสามารถกินได้อย่างสบายกระเป๋า บางคนสั่งข้าวมันไก่ 1 จานและก๋วยเตี๋ยวอีก 1 ชาม ก็เพิ่งจะ 20 บาท ได้กินหลากหลายมากยิ่งขึ้น ขณะที่บางคนมีเงินเยอะมาอีกหน่อยก็ขอเพิ่มส่วนผสมก็มีราคาเพิ่มมาอีก 20 หรือ 30 บาทแล้วแต่ลูกค้าจะต้องการ แต่ราคา 10 บาท 20 บาทจะได้รับความสนใจในเมนู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ และราดหน้า มากที่
อดีตครูสอนหนังสือโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ (โรงเรียนสำหรับพระและเณร) จากที่ไม่เคยคิดจะทำธุรกิจ แต่ชีวิตผกผันหลังจากที่ได้ไปช่วยพ่อตาสานกระบุง กระจาด ในวันหยุด ได้เห็นของแปลกๆ ใหม่ๆ เกิดไอเดียนำผิวไม้ไผ่มาสานโคมไฟ โชคดีได้ ท่าน ว.วชิรเมธี ศิลปินแห่งชาติ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ร้านสตาร์บัค ลูกค้ากลุ่มโรงแรม รีสอร์ต มาอุดหนุนซื้อไปใช้ตกแต่งสถานที่ กลายเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่รายได้ไม่ธรรมดา เลี้ยงครอบครัวสบายๆ คุณณัฐวุฒิ ธรรมเมืองมูล หรือ คุณหมู ชายหนุ่มวัย 39 ปี เจ้าของโคมไฟหวาย แพมณิชา เท้าความว่า กิจการโคมไฟเป็นธุรกิจของครอบครัวฝ่ายภรรยา โดยพ่อตารับหน้าที่สานกระบุง ตะกร้า ภาชนะทุกชนิดที่สานจากไม้ไผ่ ตั้งอยู่ที่บ้านป่าบงหลวง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจากการที่ได้เห็นทุกคนทำงานจักรสานรู้สึกว่าไม่ยาก เกิดความรู้สึกอยากลองทำบ้าง คุณหมู เล่าต่อว่า การที่ได้เห็นพ่อตาและสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า มีรายได้เข้ามาทุกวัน บางวันก็ทำไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า เลยเกิดความคิดว่าอยากเข้ามาช่วย “เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมเห็นสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า ทำขายได้เรื่อยๆ ทำขายแทบไม่ทัน จึง
เชื่อว่าเหตุการณ์ “เบื่ออาหาร” หรือ “ปฏิเสธการกินผัก” ของเด็กๆ ในครอบครัว เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองหลายคนต้องพบเจอ บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด แนะให้ลองปรับเปลี่ยนรูปแบบ และวิธีการปรุงเพื่อเสิร์ฟอาหารให้เด็กๆ ทั้งยังใจดีเผยวิธีทำเมนูทำง่ายแต่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ อย่าง “ไข่เจี๊ยบหลากรส” ทำไมต้องเป็นเมนูจาก “ไข่” ก็เพราะไข่เป็นแหล่งโปรตีนใกล้ตัวที่หาได้ง่าย และเชื่อว่าทุกบ้านต้องมีไว้ติดครัว ทั้งยังมีสารอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน เลซิธิน วิตามิน A วิตามิน B1 วิตามิน B2 วิตามิน D แคลเซียม และธาตุเหล็ก แต่หากจะให้ทานแต่เมนูไข่ทั่วๆ ไปอย่าง ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ตุ๋น ก็ออกจะจำเจไปสักหน่อย การเพิ่มสีสันโดยให้เด็กๆ มีส่วนร่วมในการตกแต่งจะเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ดีแก่เด็กได้ด้วย วิธีทำเมนูไข่เจี๊ยบหลากรสก็ไม่ยากเพียงเริ่มด้วยการต้มไข่ จับเวลา 10 นาทีตั้งแต่น้ำยังไม่เดือด คน 1 นาที เพื่อให้ไข่แดงไปอยู่ตรงกลางไข่ เมื่อครบเวลานำไข่ไปแช่น้ำเย็นก่อนปอกเปลือก จากนั้นใช้มีดปาดก้นไข่ต้มเพื่อให้วางบนภาชนะได้ ไม่กลิ้งไปมา ใช้มีดผ่าซิกแซกตรงกลางให้สวยงาม นำไข่แดงไปผสม โดย
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิสาหกิจชุมชนบ้านเขาน้อยใต้ ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล นางรอบี หลงจิ ประธานกลุ่ม เปิดเผยว่า ตอนนี้ทางกลุ่มได้ร่วมกันผลิต “กล้วยแซ่บ” ซึ่งเป็นขนมกรุบกรอบประเภททานเล่นเพลินๆ โดยการรวมกลุ่มสมาชิกมาประมาณ 3 เดือน ในการดำเนินการทำขนมต่างๆ ภายในกลุ่มรวมกว่า 10 ชนิด ซึ่งเป็นขนมที่มีทั่วไปภายในชุมชน แต่ที่ได้รับความสนใจและเพิ่งเปิดตัวใหม่ นั่นคือการนำกล้วยและส่วนผสมที่มีอยู่ภายในพื้นที่ที่มีต้นทุนไม่สูงมาก โดยการปรับสูตรมาจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร “เริ่มแรกจากการลงทุนคนละ 600 บาทของสมาชิก จำนวน 10 คน ลองผิดลองถูก และมีสมาชิกบางคนถอดใจลาออกไปบ้าง แต่สมาชิกที่เหลือก็ไม่ละความพยายามได้คิดค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อการแข่งขันกับทางตลาดข้างนอก ซึ่งได้จัดทำ ‘กล้วยแซ่บ’ ปัจจุบันส่งจำหน่ายหลักๆ ณ บริเวณท่าเทียบเรือปากบาราและทั่วไปตามตลาดร้านค้าและที่ทำการกลุ่ม ในราคากระปุกละ 20 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่ได้ลิ้มลองรสชาติ เนื่องจากมีความกลมกล่อม ยิ่งทานยิ่งเพลิน และมีส่วนผสมที่เป็นอาหารในเชิงรักษ์สุขภาพเข้ากับปัจจุบัน ในอนาคตทางกลุ่มอยากเ
ผมเคยได้ยินชื่อสำรับ “เนื้อผัดโหระพา” มานานนับสิบปี คนมีอายุหน่อยจะเล่าว่า มันเป็นผัดเนื้อวัวแบบโบราณ มีทั้งสูตรที่ใส่พริกสดและไม่ใส่ ในที่มาที่ไปของ “แกงรัญจวน” ซึ่ง หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เล่าไว้ในหนังสือตำรากับข้าวในวัง ของท่านนั้น ก็บอกว่าแกงนี้มาจากการดัดแปลง “เนื้อวัวผัดกับหอมฝรั่ง แล้วใส่ โหระพา ผัดกับรากผักชี พริกไทย กระเทียม ไปผัดเค็มๆ หวานๆ กินกะข้าว ใส่พริกชี้ฟ้า” ที่เหลือจากงานเลี้ยงขึ้นเป็นสำรับแกงซดน้ำรสจัดจ้านนั่นเอง ถ้าเราเชื่อตามแนวนี้ ผัดพริก (หรือไม่พริก) ใบโหระพาใส่เนื้อวัวน่าจะมีในครัวไทยอยู่ก่อน จนกระทั่งผัดพริกใบกะเพราถือกำเนิดขึ้นเมื่อราวแปดทศวรรษที่แล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ เบียดขับและยกตัวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าแทนในที่สุด อย่างไรก็ดี ผมก็เพิ่งเคยกินเนื้อผัดโหระพาที่ว่าเมื่อราวเจ็ด-แปดปีก่อนนี้เองครับ เมื่อขึ้นไปเที่ยวบ้านพี่คนหนึ่งซึ่งมีบ้านพักอยู่บนเหมืองปิล๊อก เขตบ้านอีต่อง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ยินเขาถามลูกชายวัยรุ่นว่า เย็นนี้จะกินอะไรดี เด็กหนุ่มตอบง่ายๆ ทันทีว่า “เนื้อผัดโหระพาก็ได้นะพ่อ” กับข้าวจานนั้นติดใจผมอยู่เสมอ แม้จะไม่ได้ทำกินเองบ่อยนัก ขอ
ในฐานะคนปลูกกาแฟ และคนดื่มกาแฟ ฉันว่าคุณูปการใหญ่หลวงของกาแฟ นอกจากมันเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วชีวิตละมุนละไมแล้ว มันยังเป็นตัวช่วยไม่ให้ป่าหายไปจากโลก เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มไม้ มันต้องอยู่ภายใต้แสงรำไรใต้ไม้ใหญ่เท่านั้นจึงจะออกดอกออกผลงดงามมีรสมีกลิ่นที่ดี เราจึงต้องปลูกมันใต้ต้นไม้ ปลูกมันในป่า ไม่ใช่ถางป่าให้เหี้ยนแล้วค่อยปลูกเหมือนพืชอื่น ตราบใดที่ยังมีกาแฟ ตราบนั้นยังมีป่า อันนี้ของแท้แน่นอน กาแฟของ ลี อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 35 ปี ปลูกบนดอยสูงที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เขาโตมาในหมู่บ้านชาวอาข่าบนดอยสูงที่ยากจน ทำเกษตรกันมาหลายชั่วคนและยากจนสม่ำเสมอ แม้จะพยายามขวนขวายหาพืชใหม่มาปลูกมาขาย แต่ก็ไม่เคยเงยหน้าอ้าปากได้ ปลูกกาแฟก็ถูกกดรับซื้อเมล็ดกาแฟราคาจากพ่อค้าคนกลาง จนลีซึ่งมีโอกาสได้ร่ำเรียนถึงขั้นมหาวิทยาลัย ตัดสินใจนำผลผลิตของแม่ มาขายด้วยตนเอง “มันเริ่มจากสงสารแม่ เขาทำงานหนักมาก แต่เงินไม่เคยพอกินพออยู่ อยากให้เขาสบาย ผมบอกเขาว่าผมจะขายกาแฟของเขา กับของพี่น้องบนดอยให้ได้ราคาคุ้มกับที่เขาเหนื่อย” ลีตัดสินใจไม่ขายเมล็ดกาแฟดิบราคาถูกอย่างที่เคยทำ แต่นำมาตากมาค
เกษตรกรรม เป็นอาชีพรองหรืองานอดิเรกที่คนทำงานประจำหลายคนเลือกที่จะทำกัน โดยเฉพาะข้าราชการเกษียณส่วนใหญ่มักพึงพอใจกับการเป็นเกษตรกรหลังเกษียณ เพราะมีความเป็นอิสระ ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้ออกกำลังกายและอยู่ในสังคมเกษตรกร แต่ก็มีข้าราชการประจำจำนวนไม่น้อยที่ยึดเอาการเกษตรเป็นอาชีพรองหรืองานอดิเรก ตลอดจนพนักงานบริษัทหลายรายที่ยอมทิ้งเงินเดือนจำนวนมากกลับหวนสู่บ้านเกิดเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเดือนบริษัทที่เคยทำหลายเท่า บางคนมีความคุ้นเคยกับอาชีพนี้ เนื่องจากพ่อแม่เป็นเกษตรกร แต่บางคนไม่มีพื้นฐานด้านเกษตรมาก่อนเลย ข้าราชการประจำและข้าราชการเกษียณแล้วมักเลือกพืชยืนต้น ซึ่งผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานมาก่อนสามารถเพาะปลูกได้ จึงสนใจกับการทำสวนกันเป็นส่วนมาก เช่น ทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนป่า สวนผลไม้ เป็นต้น สวนผลไม้จะเลือกผลไม้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและทนทานไม่อ่อนบอบบางหรือต้องประคบประหงมอยู่ตลอด อย่างเช่น การทำสวนอินทผลัม สวนทุเรียน สวนเงาะ สวนลองกอง สวนมะม่วง เป็นต้น ส่วนผลไม้ที่ต้องดูแลรักษามากหรือต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด มักไม่เลือกปลูกหรือปลูกกันน้อย เช่น ชมพู่
กระต่าย สัตว์เลี้ยงตัวเล็กน่ารักของใครหลายคน มีมากมายหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความโดดเด่นที่แตกต่างและเหมือนกันอยู่ก็มาก แต่ใครจะเลี้ยงสายพันธุ์ใดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เลี้ยง เช่น คุณวานิตย์ บุญภาย หรือ น้องเจ เด็กหนุ่มที่เพิ่งจบการศึกษาด้านสาธารณสุขศาสตร์ หลงใหลการเลี้ยงกระต่าย ถึงขั้นมีจำนวนมากจนต้องทำเป็นฟาร์มกระต่ายเล็กๆ ไว้รองรับ คุณวานิตย์ บุญภาย หรือ น้องเจ ก่อนหน้าคุณวานิตย์ ทำฟาร์มสุนัขปอมเมอเรเนียนและและพันธุ์ชิวาวา กระทั่งได้งานทำในเมือง ทำให้ไม่มีเวลาดูแล จึงต้องเลิกกิจการไปโดยถาวร เมื่อมีโอกาสจึงกลับมาเลี้ยงสัตว์ตามความถนัดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เลือกเลี้ยงกระต่าย “ผมเลือกพันธุ์เท็ดดี้แบร์ และพันธุ์วู้ดดี้ทอย เพราะน่ารักดี ทั้งสองสายพันธุ์ขนยาวและตัวไม่ใหญ่มาก ตั้งใจเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่น แต่เห็นความน่ารักของทั้งสองสายพันธุ์จึงอยากลองเอามาผสมเข้าด้วยกันดู คิดว่าน่าจะได้ลูกกระต่ายที่น่ารักแน่ๆ” สำหรับกระต่ายพันธุ์เท็ดดี้แบร์ เป็นกระต่ายที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยจนมีสายพันธุ์นิ่ง และสามารถถ่ายทอดลูกออกมาเช่นเดียวกับพ่อแม่ ไม่เป็นหมัน ไม่มียีนแคระ และมีขนยาวที่สวยงาม ตอน
