How to
O&B (โอแอนด์บี) แบรนด์กระเป๋าและรองเท้าหนังของคนไทย ซึ่งโด่งดังในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ดำเนินธุรกิจได้เพียง 3 ปี ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 90,000 บาท แต่รายได้สามารถทะยานสู่ร้อยล้าน แถมยังเคยสร้างปรากฏการณ์ยอดขายวันละ 5 ล้านบาทมาแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นของผู้หญิงตัวเล็ก วัยเพียง 31 ปี ที่ชื่อว่า ต้า หรือ คุณรรินทร์ ทองมา เคยล้มเหลว แต่ไม่ท้อ ชอบแฟชั่น มุ่งทำธุรกิจนี้ ประวัติส่วนตัวคุณต้า เธอจบการศึกษา ปริญญาตรี ด้านโปรดักส์ ดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโท แฟชั่น มาร์เก็ตติ้ง จากประเทศอิตาลี ก่อนจะมาทำธุรกิจเครื่องหนังแฟชั่น เคยทำงานประจำช่วงระยะเวลาสั้นๆ และด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง เลือกที่จะปฏิเสธมนุษย์เงินเดือน แล้วหันมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยเริ่มต้นที่ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก แต่แล้วสุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ หนที่สุดจบลงที่ธุรกิจแฟชั่น สร้างแบรนด์กระเป๋า รองเท้า ขายบนโลกออนไลน์เท่านั้น “ธุรกิจแรกที่ทำ คือ ตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก ขายเฉพาะในอินเตอร์เน็ต ลงทุนไป 200,000 บาท ปรากฏมีปัญหากับช่างตัดเย็บ ประกอบกับยังขาดประสบการณ์ เลยคิดว่าไหนๆ ไม่มีอะไรจะเสีย เลยเริ่มต้
มีข้อมูลจากปีที่แล้ว หรือปี 2559 จากสำนักเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีมูลค่า 25,090 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เป็นการเดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นการใช้บริการเชิงสุขภาพเพื่อฟื้นฟู และบำรุงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ต นอกจากเสน่ห์เรื่องทะเลและธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ปีละหลายพันล้านบาท บริการที่นิยมมาก คือ ศัลยกรรม ตกแต่ง อาทิ ทำตาสองชั้น เสริมหน้าอก แปลงเพศ ดึงหน้า ดูดไขมัน เสริมจมูก เสริมคาง เป็นต้น Grand International Medical (แกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เมดิคอล) คือ สถานพยาบาลแบบไม่พักฟื้น ที่ผนึกกำลังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม และเครื่องมือที่ทันสมัย ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจที่สุด ดึงดูดทั้งชาวไทย และต่างชาติให้มาใช้บริการหว
ตลาดซื้อขายสัตว์เลี้ยง ไม่ได้มีเฉพาะตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดสนามหลวง 2 หรือแม้กระทั่งตลาดนัดขายต้นไม้และสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่ตามชานเมืองมากมาย ก็ไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลางของสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เพราะบางชนิดเป็นสัตว์เลี้ยงเฉพาะที่มีความพิเศษ หรือที่เรียกว่า เอ็กโซติก เพ็ด (Exotic Pets) ซึ่งผู้เลี้ยงบางคนเข้าใจผิดว่า เป็นสัตว์ต้องห้าม หรือเลี้ยงแล้วมีความผิด แท้จริงแล้ว เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่มีความเฉพาะในตัวของสัตว์เลี้ยงเองเท่านั้น ถึงกับเคยมีผู้กล่าวไว้ ว่า เอ็กโซติก เพ็ด เปรียบเสมือนสัตว์แปลกที่ไม่ใช่สัตว์ป่า ความสวยงามของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิด ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้เลี้ยง ซึ่งผู้เลี้ยงเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า ความสวยงามของสัตว์เลี้ยงของเขาอยู่ตรงไหน เช่น คุณชฎายุ ใจโลกา หรือ คุณเจมส์ เป็นอีกหนึ่งคนที่เลี้ยงแมงมุมทารันทูลา หรือในประเทศไทย เรียกว่า “บึ้ง” ไว้หลายสิบตัว เพราะกลัวแมงมุม คุณชฎายุ ใจโลกา หรือ คุณเจมส์ อาจมีข้อสงสัย ทำไมกลัวแล้วต้องเลี้ยง คุณชฎายุ บอกว่า ต้องเลี้ยง เพื่อให้หายกลัว เป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง จากการนำมาเลี้ยงเพื่อให้หายกลัว ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้ปัจจุบันคุณชฎา
ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ทุกบ้านรู้จักการถนอมอาหารด้วยการทำปลาแห้ง ปลาเค็ม มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิถีพื้นบ้านของชุมชน ในฤดูที่ปลามีให้จับอุดมสมบูรณ์ก็ได้แปรรูปปลาสดให้เป็นของแห้งที่สามารถเก็บไว้กินได้นานวันโดยไม่เสียคุณค่าทางอาหาร ถ้าปลาแห้งที่ทำได้มีจำนวนมากในสมัยก่อนก็ใช้แลกกับอาหารและของใช้ที่จำเป็นอย่างอื่น ซึ่งเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย มีโอกาสได้ไปจัดหวัดกระบี่โดยไปเป็นกรรมการตัดสินกล้วยไม้ในงานประกวดกล้วยไม้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่จัดขึ้น ในงานเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 6 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเสร็จจากงาน หลังจากนั้น ก็ได้มีโอกาสได้ไปตำบลแหลมสักเพราะได้ข่าวว่ามีผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่น่าสนใจ จึงได้ไปจัดทำเป็นข่าวมาเล่าสู่กันฟัง คุณสถิตย์ โกยกิจเจริญ หรือ คุณโกเปี่ยน คุณสถิตย์ โกยกิจเจริญ หรือ คุณโกเปี่ยน เป็นชาวประมงบ้านแหลมสักกล่าวถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า ผมเป็นชาวแหลมสักโดยกำเนิด บรรพบุรุษแต่ดั้งเดิมเป็นชาวประมงพื้นบ้าน พอจำความได้ก็ออกทะเลหาปลากับพ่อ พอเป็นหนุ่มก็ยึดอาชีพเป็นชาวประมงมาตั้งแ
เอ่ยชื่อ “สุพัฒน์ ธีรภาพสกุลวงศ์” พื้นเพเป็นชาวนครปฐม ทำอาชีพลูกชิ้นหมูขายมานานกว่าสี่สิบปี เชื่อว่าคนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คงไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครหรือมาจากไหน แต่หากบอก บุคคลดังว่า คือ “เต็กกอ” เจ้าของฉายา “ขุนแผนนครปฐม” หลายคนคงร้องอ๋อ! และอาจบอกต่อได้ด้วยซ้ำว่า “เต็กกอ” ชายผู้โด่งดังท่านนี้ ปัจจุบัน อายุอานามคงกว่า70 ปี มีภรรยาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันถึง 7 คน มีผลงานเป็นลูกชาย-หญิง 22 คน และหลานๆอีก 23 คน นอกจากจะมีความสามารถพิเศษ ในการปกครองคนในครอบครัว ให้ช่วยกันทำมาหากิน อยู่ร่วมกันอย่างสงบเรียบร้อยแล้ว “ลูกชิ้นหมู” นับเป็นอีกหนึ่ง “ของดี” ซึ่งเกิดจากฝีมือการทำของ “เต็กกอ”จนกลายเป็นอาชีพหลัก สามารถเลี้ยงดูลูก-หลาน ให้ได้รับการศึกษาตามความถนัดชนิดไม่น้อยหน้าใคร แม้จะเริ่มต้นจากโรงงานขนาดเล็กอยู่ในห้องแถว แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความอุตสาหะ กิจการของชายผู้นี้ จึงเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันนอกจากโรงงานจะขยายกำลังการผลิตมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่บรรดาทายาท นำไปต่อยอด กระจายอยู่ตามทำเลต่างๆในจังหวัดนครปฐม กระทั่งราวปี 2541 คุณหน่อง – สมศักดิ์ ธีรภาพสกุลวง
“ตู้หมูชุมชน” ซีพีเอฟสนับสนุนคนรุ่นใหม่เป็นเถ้าแก่เล็ก ส่งต่อเนื้อหมูปลอดภัยได้มาตรฐานปศุสัตว์ OK ในยุคที่ทุกคนต่างมองหาอาชีพเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดการเป็นเจ้าของกิจการ มากกว่าการเป็นลูกจ้างในบริษัทใหญ่ๆอย่างในอดีต วันนี้จึงมีอาชีพที่หลากหลายที่เป็นทางเลือกและตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ หนึ่งในนั้นคือ “อาชีพเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน” ที่นอกจากจะสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งมอบเนื้อหมูที่ปลอดภัยปลอดสารให้กับผู้บริโภคในชุมชนด้วย สุริยา พลศิริ วัย 34 ปี หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจสร้างอาชีพของตนเอง ด้วยการเป็นเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน : CP Pork Shop “ร้านป่าเหมือดหมูสด” อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชีย เชียงใหม่ ที่นอกจากจะเป็นอาจารย์แล้วก็ยังมีอาชีพเสริมด้วยการเปิดร้านจำหน่ายอาหารสัตว์และข้าวสาร จากนั้นจึงต่อยอดเป็นร้านขายอาหารทะเลแช่แข็งแต่เนื่องจากมีต้นทุนค่อนข้างสูง หลังจากทำได้เพียง 6 เดือนก็จำเป็นต้องเลิกกิจการอาหารทะเลไป ต่อมามีเพื่อนอาจารย์ที่ทำธุรกิจร้านหมูกะทะและรับสินค้าประเภทเนื้อส
ไนซ์แอพพาเรลผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่สุดของไทยผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมีแบรนด์ดังระดับโลก 4แบรนด์ ได้แก่ adidas, Nike, Under Armour, และ Mizunoและผลิตให้อีก 1แบรนด์ซึ่งทำตลาดร้านขายปลีก ได้แก่ Foot Locker รู้จักบริษัทในเครือไนซ์แอพพาเรล ไนซ์กรุ๊ปก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2526 ปัจจุบันได้ขยายทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 8 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัทไนซ์แอพพาเรล จำกัด (จ.นทบุรี) 2) บริษัท ไนซ์แอพพาเรลจำกัด (เมืองพล จ.ขอนแก่น) 3) บริษัท เอ็นเอแอพพาเรล จำกัด (จ.นครราชสีมา) 4) บริษัท เอ็นเคแอพพาเรล จำกัด (จ.ขอนแก่น) 5) บริษัท เอ็นซีแอพพาเรล จำกัด (ชุมแพ จ.ขอนแก่น) 6) บริษัท เอ็นบีแอพพาเรล จำกัด (จ.หนองบัวลำพู) 7) บริษัท เอ็นอี แอพพาเรล จำกัด (เมืองชิงเต่าประชาชนจีน) 8) บริษัท เคเค เอ็น แอพพาเรลจำกัด (เกาะกง ประเทศกัมพูชา) ทั้งนี้ยอดพนักงานของไนซ์กรุ๊ปล่าสุดมีทั้งหมดประมาณ 20,000 คน (ในไทยประมาณ 16,100 คน ในจีนประมาณ 1,400 คน และกัมพูชา 2,500 คน) เหตุผลขยายฐานการผลิตสู่กัมพูชา จากปัญหาค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทยสูงถึง 300 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมสิ่
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดต้นแบบแอร์ประหยัดพลังงานฝีมือนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ระบบแรกของไทย หวังช่วยประหยัดไฟและลดความสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยวงจร “Back to Back คอนเวอร์เตอร์” ผ่านการควบคุมความเร็วรอบคอมเพรสเซอร์ ทำให้สามารถรักษาอุณหภูมิได้คงที่ และลดใช้พลังงานไฟฟ้าลง 50% พร้อมหมุนเวียนส่วนที่เหลือกลับสู่ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งจากผลการทดลองกับเครื่องปรับอากาศปรับขนาด 38,600 บีทียู ที่ดัดแปลงให้เป็นระบบอินเวอร์เตอร์ และนำมาต่อเข้ากับอุปกรณ์ควบคุมกำลังไฟฟ้า หรือ แอคทีฟฟร้อนเอ็นด์ ที่พัฒนาเพิ่มฟังก์ชั่นเข้าไป พบว่าสามารถลดกำลังการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 1.7 กิโลวัตต์ ขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดกำลังไฟฟ้าเสมือนที่สูงขึ้น ส่งเข้าสู้ระบบไฟฟ้าภายในอาคารพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยประหยัดค่าไฟได้ปีละกว่า 36,000 บาท รศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองอธิการบดี และอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ในฤดูร้อนโดยเฉพาะเดือน เม.ย. ของทุกปี ถือเป็นช่วงที่ทั่วประเทศมีความต้องการใช้
วันที่ 19 เมษายน ที่บริเวณทุ่งนา หมู่ 4 ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ได้พบกับนายบุญช่วย โตรส อายุ 55 ปี อยู่ที่หมู่ 3 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง กำลังรอเก็บลูกตาล ที่ส่งลงมาจากด้านบนของต้น โดยนายบุญช่วยเล่าให้ฟังว่า ตนเองและเพื่อนที่มาด้วยกัน กำลังช่วยกันเก็บลูกตาลเพื่อนำไปเฉาะขาย โดยมีลูกค้าโทรศัพท์มาสั่งเป็นจำนวนมาก สำหรับรายได้นั้น นายบุญช่วยกล่าวว่า จะอยู่ที่ครั้งละพันกว่าบาท บางเจ้าปีหนึ่งมีรายได้จากการเฉาะตาลขายถึงหลักหมื่นเลยทีเดียวก็มี สำหรับตาลที่มาปีนเก็บนั้น ตนเองเช่านาอยู่กับทางเจ้าของนา ก็เลยเป็นการเหมารวมเช่าต้นตาลไปด้วย หากไม่ได้เช่าที่นา ก็ต้องเช่าต้นตาลปีละ 100 บาทต่อ 1 ต้น สำหรับการเก็บตาลส่วนใหญ่จะทำการเก็บขายในช่วงประมาณเดือนเมษายน ปีหนึ่งจะเก็บได้เพียงช่วงนี้เท่านั้น เนื่องจากตาลจะออกมากในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งก็เป็นรายได้อีกทางหนึ่งที่ว่างเว้นจากการทำนา ตอนนี้ก็หยุดทำเพราะไม่มีน้ำ ช่วงนี้ก็รอรับออเดอร์จากลูกค้าที่สั่งเข้ามา และหาลูกตาลเพื่อรองรับจากปริมาณการสั่งซื้อเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องผิดหวัง เพราะปีหนึ่งมีโอกาสได้กินเพียงครั้งเดียว
“ อยากกินส้มรสอร่อย ต้องเลือกซื้อ “ส้มฝาง” หากอยากได้มะม่วงคุณภาพดีเกรดส่งออก ต้องนึกถึง “ มะม่วงอำเภอพร้าว “ ก่อนเป็นที่แรก ” นี่เป็นคำบอกเล่าของคุณวิสูตร์ เจริญเมืองมูล เกษตรอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ( โทร. 053-475295 )เมื่อเอ่ยถามถึงตลาดผลไม้ในท้องถิ่น ธุรกิจมะม่วงพันล้าน ของจังหวัดเชียงใหม่ คุณวิสูตร์ บอกว่า อำเภอพร้าว เป็นแหล่งแรกที่เริ่มต้นปลูกมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า การทำสวนมะม่วงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในอำเภอพร้าวจำนวนมาก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ หันมาสนใจปลูกมะม่วงเชิงการค้ากันมากขึ้น ทำให้มะม่วง กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ทุกวันนี้ ชาวสวนมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่มีเนื้อที่ปลูกมะม่วงโดยรวมกว่า 57,632 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วกว่า 48,473 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง โชคอนันต์ มหาชนก นวลคำ เขียวมรกต มันขุนศรี ฯลฯให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละ 711 กิโลกรัม จำหน่ายสินค้าใน 2 รูปแบบ คือ ประเภทผลดิบ และ ผลสุก ส่งขายตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ สาธารณรัฐปร
