How to
คุณกฤษณะ สิทธิหาญ นำวิธีการปลูกสับปะรดโดยใช้พลาสติกสีดำปกคลุมแปลงที่ไถพรวนและยกร่องไว้แล้ว เป็นการป้องกันวัชพืชโดยไม่ต้องใช้สารเคมี อีกทั้งยังช่วยรักษาความชื้นในดินอีกทางหนึ่งด้วย ในเนื้อหามีการดัดแปลงเครื่องมือใช้เจาะพลาสติกให้เป็นรูหรือช่องที่ทำง่ายและรวดเร็ว โดยใช้เส้นลวดความร้อนที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่สะดวกในการพกพา อีกทั้งยังมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ในตัวด้วย เพื่อนำต้นกล้าสับปะรดปลูกในแต่ละช่องหรือรูที่เจาะไว้ให้เหมาะสมกับขนาดของต้นกล้าสับปะรด ใช้เศษแผ่นป้ายไวนิลปิดยอดหรือจุกสับปะรด ป้องกันแสงแดดถูกผลสับปะรดโดยตรง เปรียบเทียบรถตัดหญ้าแบบล้อเข็นรุ่นแรกกับปัจจุบัน โดยปกติแล้วเกษตรกรทั่วไปจะใช้วิธีนำใบสับปะรดห่อตัวเองแล้วใช้ตอกมัด เป็นการทำได้อย่างล่าช้าและเสียค่าจ้างแรงงาน ดัดแปลงเครื่องพ่นสารเคมีหรือพ่นสารจุลินทรีย์ที่ใช้เครื่องพ่นแรงสูง ดัดแปลงเป็นแบบใช้รถเข็นและสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ในตัว อุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้สนใจ สั่งซื้อสั่งทำเป็นจำนวนมาก นั่นคือ เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่า ดัดแปลงให้มาเป็นแบบรถเข็นเดินตาม ทำงานสะดวกสบาย ไม่ต้องสะพายบนไหล่ให้ปวดเมื่อย ต
ฟาร์มเมอร์ แก๊ก “Farmer Gac” คือ แบรนด์น้ำฝักข้าวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟักข้าว บ้านปลักไม้ลาย ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม ล่าสุดยังนำฟักข้าวมาใส่เป็นแคปซูลอีกด้วย สมาชิกมีหลายจังหวัด คุณสรินทร์ญา เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งขึ้นเนื่องจากเอกชนแนะนำให้ปลูกฟักข้าว เมื่อประมาณปี 2552-2555 โดยรับซื้อในราคาประกัน ต่อมาเอกชนรายนั้นเกิดปัญหาด้านการเงินเลยไม่ได้เข้ามารับซื้อ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกฟักข้าวรวมกลุ่มกันขึ้นมา ปัจจุบันมีสมาชิกเกือบ 100 คน มีเนื้อที่ปลูกประมาณเกือบ 300 ไร่ ซึ่งสมาชิกจะแบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มราชบุรี กลุ่มกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงที่มีพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม พอรวมกลุ่มกันแล้ว เกิดปัญหาทางด้านการตลาด เพราะฟักข้าวในระยะเริ่มต้น คนยังไม่รู้จัก รู้แต่ว่ามีงานวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่ามีประโยชน์ มีไลโคปีนสูงกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า คุณสรินทร์ญา บอกว่า ส่วนตัวปลูกฟักข้าวไม่มากมีแค่ไร่กว่า ส่วนพื้นที่ของเกษตรกรรายอื่นๆ ก็ปลูกแค่คนละ 1-2 ไร่ ซึ่งฟักข้าวในเมืองไทยมี 4 สายพันธุ์ คือ ลูกกลม ลูกรี ลูกหนามเกลี้ยง และรูปทรงหยดน้ำ
หากมาเที่ยวจ.เชียงใหม่ ไม่ควรพลาดมาฝากท้องสักมื้อที่ ร้าน Coffee Nine (คอฟฟี่ไนน์) ซึ่งเป็นสาขาของร้าน Coffee Nine by ขนมไทยเก้าพี่น้อง ที่มี ชื่อเสียงเรื่องอาหาร-ขนมไทยในกรุงเทพฯ มาร้าน Coffee Nine นอกจาก อิ่มท้องแล้ว ยังอิ่มบุญด้วย เพราะร้านตั้งอยู่ภายในเขตวัดพระพุทธบาท สี่รอย แหล่งท่องเที่ยวของ ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ อิ่มท้องแล้วค่อยเที่ยววัด หรือเที่ยววัดแล้ว ค่อยมากินอาหารก็แล้วแต่สะดวก ร้านอาหารเปิดโล่งโปร่งสบาย รับอากาศจากภายนอกเข้ามา จะเลือกนั่งด้านในหรือด้านนอกร้าน ชมวิวทิวทัศน์ก็ได้ คุณมานพ สุรพงศ์วาณิชกุล เจ้าของร้านบ้านขนมไทยเก้าพี่น้อง เล่าที่มาที่ไปว่า มาเปิดร้าน Coffee Nine ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว สาเหตุที่มาเปิดร้านภายในเขตวัดพระพุทธบาทสี่รอย เพราะเคยบวชวัดนี้ และเมื่อลาสิกขาก็อยากมาพัฒนาวัดนี้ให้เจริญ ประกอบกับตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หากมีอาหารการกินอร่อยๆ เหมือนที่กรุงเทพฯ ก็น่าจะดึงดูดให้คนมาเข้าวัดมากขึ้น ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น ที่ได้ความสด และยังเป็นการช่วยชาวบ้านด้วย ส่วนกุ๊กมาจากโรงแรมที่มีความถนัด ในการปรุงอาหารที่หลากหลาย สำหรับเมนูแน
ฟังก์ชั่น+นวัตกรรม ตู้เก็บรองเท้าสลายกลิ่น บริษัท แบ็ค รีพับลิค เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ตู้เก็บรองเท้าสลายกลิ่น ที่เป็นมากกว่าตู้เก็บรองเท้าธรรมดา ช่วยสลายกลิ่น กำจัดกลิ่นอับ ลดการสะสมของความชื้นและแบคทีเรียที่จะส่งผลเสียทั้งต่อสภาพของเครื่องหนัง และสุขภาวะของผู้ใช้ นับเป็นแบรนด์แรกของโลก ดร.รณันธร พลชาติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบ็ค รีพับลิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำธุรกิจดูแลผลิตภัณฑ์เครื่องหนังกระเป๋า รองเท้า ครบวงจร เล่าถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้า นั่นก็คือ ตู้เก็บกระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนม เพื่อรักษาสภาพเครื่องหนังราคาแพง เริ่มต้นจึงได้ออกผลิตภัณฑ์ตู้เก็บกระเป๋าขึ้นมาตอบโจทย์ โดยจับมือกับ คุณพงษ์พิทักษ์ วงษ์ดีไทย กรรมการบริหารด้านผลิตภัณฑ์และการออกแบบ บริษัท โปรมาร์เก็ตติ้ง แอนด์ โฮมเด็คคอร์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “Mc Michael” ผู้ผลิตจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ ที่มีตลาดส่งออกไปต่างประเทศ เป็นพาร์ตเนอร์ด้านการดีไซน์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ “โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกออกสู่สายตาเมื่อปีที่ผ่านมาคือ MyBag Cabinet ตู้เก็บกระเป๋าแบรนด์เนมที่ช่วยรักษาและยืดอายุการใช้งานของกระเป๋าด้วยคุณสมบัติพิเศษ
“ญี่ปุ่น” ใครว่า ไกล ขอบอก…อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ “เชียงราย” นี้เอง ใครอยากพิสูจน์ต้องลองไป “เรียวกังคาเฟ่” ร้านกาแฟเท่ๆ กลางทุ่งนา ที่ยกบรรยากาศแบบชนบทญี่ปุ๊น …ญี่ปุ่น มาไว้ที่นี่ จุดกำเนิด เรียวกัง ต้นตอความคิดสร้างสรรค์เช่นนี้มาจาก “คุณโอฬาร เนตรหาญ และภรรยา” ที่ตกหลุมรักความเป็นญี่ปุ่นเข้าอย่างจัง ดังนั้น เมื่อความเบื่อหน่ายชีวิตในเมืองกรุงขยับขึ้นถึงจุดสูงสุด ประกอบกับแนวความคิดเกษียณตัวเองออกจากงานที่คุ้นเคยทำงานอย่างเข้มข้น การมองหาชีวิตในเส้นทางใหม่ๆ จึงเริ่มขึ้น “ภรรยาของผมทำงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับไอที ส่วนตัวผมเองเป็นสถาปนิก ทำงานอยู่ที่ภูเก็ตกับกรุงเทพฯ คิดอยากเกษียณตัวเอง อยากหาที่ทำโครงการหมู่บ้านเล็กๆ พอได้ขับรถมาเจอที่ดินผืนนี้ก็สนใจ ที่สวย แต่ไม่มีใครอยู่ บรรยากาศดีเหมือนชนบทในญี่ปุ่น เราทั้งคู่ชอบญี่ปุ่นอยู่แล้ว จึงตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนี้” ที่ดินในดวงใจผืนนี้ถูกวาดให้เป็นพื้นที่สร้างฝันที่สั่งสมมาเป็นเวลานานให้เป็นจริง เขาทั้งคู่ตั้งใจที่จะสร้าง “ร้านกาแฟ” ในรูปแบบใหม่ ในลุกส์ของ “ชนบทญี่ปุ่น” ที่ไม่เหมือนใคร จากนั้นแล้วพอกพูนเสริมความรู้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
นายพร้อมพงษ์ ปันยะ ชาวบ้านนาสมดี ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม เผยว่า แต่เดิมมีอาชีพเป็นกรรมกร รายได้วันละ 200-300 บาท ต่อวัน ทำมา 6-7 ปี ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว ช่วงก่อนจะลาออกจากงานจึงได้เปิดคลิปวิดีโอ ลองศึกษาวิธีทำตุ้ม เครื่องมือดักสัตว์น้ำของคนอีสานดูวันละ 1-2 อัน ก่อนนำไปดักจับกุ้งฝอยตามลำห้วย หนองน้ำสาธารณะในหมู่บ้าน ปรากฏว่าได้กุ้งฝอยมาหลายกำมือ คิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพได้ จึงสะสมอุปกรณ์การทำ เช่น ไม้ไผ่ ตาข่าย ขาดน้ำพลาสติกใส เชือกฟาง ก่อนเริ่มลงมือทำตุ้มรูปทรงกลม รัศมีกว้าง 1 ฟุต เลาไม้ไผ่ยาว 1 ผุต ทำเป็นเสาค้ำยัน ใช้ไม้ไผ่ดัดให้เป็นรูปทรงกลม เชือกฟางมาผูกยึด นำตาข่ายมาล้อม ก่อนตัดปากขวดน้ำสวมเย็บใส่ช่อง 4 จุด ไว้ดักกุ้ง ก้นของตุ้มจะขึงตาข่ายปิดทับอีกรอบ ตรงกลางตุ้มจะมีคานไว้สำหรับผูกรำข้าวใช้เป็นเหยื่อล่อ ใช้ไม้ไผ่ยาว 1 เมตร ผูกมัดติดกับตุ้ม จนผลิตได้ตุ้ม จำนวน 60 อัน “ใกล้พบค่ำ ออกจากบ้านไปดักจับกุ้งฝอยที่อ่างเก็บน้ำหนองญาติ พอช่วง 6 โมงเช้าทุกวันก็เก็บ ทำอาชีพนี้มาได้ 3 เดือนแล้ว มีรายได้ดีกว่างานที่เคยทำ จึงได้ยึดมาเป็นอาชีพหลัก รายได้วันหนึ่งประมาณ 500-700 บาท”
มะเฟืองเป็นไม้ผลที่มีวิตามินซีสูง เป็นผลไม้ที่ผลิตได้โดยไม่ใช้สารเคมี ถึงแม้จะอยู่ในดงเกษตรอย่างสามพราน ผลผลิตมะเฟืองสุกแก่เต็มที่ผิวผลตึง แช่ในตู้เย็นเช้า ๆ หลังเวลากาแฟ ใช้มีดเฉือนกิน สดชื่นดีแท้ คุณค่าของน้ำมะเฟือง มะเฟืองที่ผลสุกแล้วนำมากินเป็นผลไม้ อาจใช้วิธีเฉือนทีละกลีบ หากจะตัดตามขวางก็จะได้รูปดาว การแปรรูปเป็นน้ำมะเฟืองก็สะดวกดี ง่ายต่อการนำมาดื่ม หรือแช่เย็นก่อนดื่มจะได้สดชื่นยิ่งขึ้น นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่าอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น คุณค่าของมะเฟืองตามสารอาหารดังกล่าวก็จะเห็นว่า มะเฟืองหนึ่งผลนั้นสามารถที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ควบคุมการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย แถมยังมีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยระงับความฟุ้งซ่าน จึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ ส่วนน้ำมะเฟืองคั้นนั้น ตำรายาโบราณกล่าวว่ามีสรรพคุณในการแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกาย
ผักตบชวาเป็นไม้น้ำขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ลำต้นสั้น แตกใบเป็นกอ ลอยไปตามน้ำ ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำเค็มยากต่อกำจัด แต่ที่บ้านศาลาดิน ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจคือ การรับซื้อผักตบชวาแห้ง นำมาผสมเป็นดินปลูกต้นไม้ คุณวันชัย สวัสดิ์แดง ประธานวิสาหกิจกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านศาลาดิน เล่าว่า เนื่องจากผักตบชวา เป็นปัญหาต่อการสัญจรในคลอง เลยมองเห็นว่าถ้านำมาใช้ประโยชน์ก็น่าจะได้ช่วยกำจัดได้อีกทางหนึ่ง จึงขึ้นป้ายรับซื้อผักตับชวาตากแห้ง ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากนั้น ก็นำมาผสมรวมกับวัสดุอื่น บรรจุถุงเป็นดินพร้อมปลูก สำหรับส่วนผสมประกอบไปด้วย ผักตบชวาสับตากแห้ง / แกลบ / ขี้เถ้า / ดินบดผสมขี้วัว ทั้งหมดนี้อย่างละ 1 ส่วน ผสมเข้ากัน ดินผสมปลูกต้นไม้ตัวนี้ ปลูกได้ในต้นไม้แทบทุกประเภท เนื่องจากช่วยระบายน้ำได้ดี ราคาจำหน่ายถุงละ 10 บาท ในแต่ละเดือน มียอดขายเฉลี่ย 4,000 ถุง สร้างรายได้ราว 40,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีลูกค้า เป็น ร้านขายดินปลูกต้นไม้ มาติดต่อซื้อไปบ้าง รวมทั้งคนในชุมชนด้วย ใครจะนำไอเดียนี้สร้า
เสน่ห์ของ “กาแฟโบราณ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ลูกค้ายิ่งคึกคัก แวะเวียนมาไม่ขาด เช่นที่ร้าน “อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ที่มี คุณพรรณวดี อยู่คง เป็นมือชง “วันๆ มีลูกค้าเยอะมากค่ะ บางวันกว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแล้ว” อาจารย์อ้อย บอกเมื่อถามถึงกิจการของครอบครัวที่เธอเข้ามารับไม้ต่อ พร้อมกับรับภาระดูแลพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน แทนแม่ซึ่งเป็นกำลังหลักของบ้านล้มป่วย กระทั่งปัจจุบันทุกคนสำเร็จการศึกษามีการมีงานทำกันหมด แม้จะจบการศึกษาเพียงแค่ประถมศึกษาปีที่ 7 แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความที่มุ่งมั่นตั้งใจ กับประสบการณ์กว่า 25 ปี รสมือที่เป็นที่ยอมรับของมิตรรักคอกาแฟ ทำให้บ่อยครั้งอาจารย์อ้อยต้องไปออกร้านให้บริการตามคำเชิญชวน และเป็นที่มาของการรับเชิญเป็นวิทยากรสอนวิชาชีพหลักสูตรกาแฟโบราณที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน หรือ มติชน อคาเดมี อาจารย์อ้อย หรือที่รู้จักเรียกขานกันในชื่อ “
“ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าอยากจะเลี้ยง” คุณสนธยา ชาติประสบโชค ผู้คร่ำหวอดในวงการไก่แจ้ไทยมานานเกือบ 30 ปี ซึ่งการที่คุณสนธยายืนยันเช่นนี้ ก็หมายถึง หากต้องการเลี้ยงไก่แจ้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าคนที่ต้องการเลี้ยงมีความตั้งใจจริง คุณสนธยา เป็นชายวัยกลางคน มีความสนใจและรักสัตว์ปีกมาตั้งแต่เด็ก จริงจังที่สุดก็คือ การเลี้ยงไก่แจ้ แม้กระทั่งตอนที่เรียกตัวเองว่าเป็นการเลี้ยงเล่น ยังมีไก่แจ้ที่เลี้ยงไว้เกือบ 400 ตัว โดยไม่เคยผ่านวงการประกวดไก่แจ้มาก่อน เพราะในยุคนั้นการติดต่อสื่อสารและส่งข่าวสารเรื่องของการจัดงานประกวด การซื้อขาย เป็นไปด้วยความยาก ไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน คุณสนธยาจึงเป็นเพียงผู้รักและผู้เลี้ยง ที่มีไก่แจ้ไว้ในครอบครองที่เริ่มจากความชอบเท่านั้น คุณสนธยา ชาติประสบโชค “ผมเริ่มเลี้ยงจริงๆ ราว 30 ปีก่อน เลี้ยงไปเรื่อยเปื่อย ซื้อทุกสี เก็บไปเรื่อยๆ จนมีไก่แจ้สะสมไว้เกือบ 400 ตัว ตลอดเวลาที่เลี้ยงก็ศึกษาเรื่องของการเลี้ยงไก่แจ้ เห็นว่ามีการประกวด แต่ด้วยการสื่อสารที่ไม่ทันสมัย ทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวในวงการประกวดไก่แจ้ จึงไม่ได้สนใจนัก กระทั่งวันหนึ่งเมื่อศึกษาลงลึกในรา
