PR News
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ Future Table สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand) Humane World for Animals และภาคีเครือข่าย จัดงาน Plant-Rich Leaders: Awards & Showcase 2026 ภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026 ณ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ถนนวิทยุ โดยมี ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรผู้นำที่ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารของไทย พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน โรงพยาบาล โรงแรม ร้านอาหาร มหาวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพ องค์กรไม่แสวงผลกำไร และองค์กรระหว่างประเทศ ให้ร่วมกันสร้างทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้จริง ดร.สิริพร กล่าวว่า อาหารเป็นจุดเชื่อมระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม การปรับระบบอาหารจึงไม่อาจเกิดจากผู้ผลิตได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยภาคบริการและภาคการบริโภคร่วมด้วย โดยองค์กรสามารถเริ่มต้นได้จากส
ทุกวันนี้ ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่ไม่เคยลอง โรงแรมสำหรับทริปหน้า หรือสิ่งสำคัญในชีวิตอย่างรถคันแรกและคอนโดที่ต้องผ่อนอีกหลายสิบปี ผู้บริโภคเกือบทุกคนทำสิ่งเดียวกัน คือเปิด Google, ดูรีวิวจากโซเชียลมีเดีย, ถาม AI และไล่อ่านคอมเมนต์ของคนที่เคยใช้บริการหรือเป็นเจ้าของมาก่อน เพื่อพิจารณาทุกแง่มุมสำคัญที่ควรทราบเกี่ยวกับแบรนด์หรือบริษัท ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้เองที่เราเริ่มเกิดความรู้สึกไว้วางใจหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับแบรนด์ๆ หนึ่งและตัดสินใจว่าแบรนด์นี้ “น่าใช้” หรือ “ไม่ได้ไปต่อ” ล่าสุด วิวาลดี้พีอาร์ ถอดผลวิจัยระดับโลก ชี้องค์กรยุค AI ต้องยก “Trust Building” ขึ้นเป็นวาระแห่งปี 2570 พร้อมการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา-ทันท่วงทีกับลูกค้าและสังคม เพื่อเตรียมตัวรับมือกับโลกที่ข้อมูลใหม่และวิกฤตอาจเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที ชื่อเสียงที่สั่งสม ตัวชี้ขาดทางธุรกิจที่หลายแบรนด์มองข้าม นายโจเซฟ เฮนรี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง วิวาลดี้ พับลิค รีเลชั่นส์ (วิวาลดี้พีอาร์) เผยว่างานวิจัยล่าสุดสะท้อนว่า ปัจจุบัน ความไว้วางใจแบรนด์มีน้ำหนักต่อกา
เทรนด์บิวตี้ยุคนี้ ไม่หยุดแค่สกินแคร์ เมกอัพ หรือแฟชั่นลุคเพราะอีกหนึ่งดีเทลที่ช่วยยกระดับลุคให้ดูเนี้ยบ และมีคาแรกเตอร์คือ “ทรงผม” ไม่ว่าจะเป็นผมสวยสุขภาพดี ดูนุ่มลื่นมีชีวิตชีวา หรือการจัดแต่งทรงผมให้ได้เทกซ์เจอร์ ล้วนช่วยเติมดีเทลให้ทุกลุคดูโดดเด่นและมีสไตล์ยิ่งขึ้น ยิ่งในวันที่ต้องรับมือกับทั้งแดด ความร้อน และความชื้นในวันฝนพรำ Hair Care & Styling จึงกลายเป็นอีกหนึ่งรูทีนที่หนุ่มสาวทุกคนไม่ควรมองข้าม found & found ชวนมาอัปเดต Hair Must-Haves ลิสต์ไอเทมที่คนรักผมควรมีติดไว้ ตั้งแต่ตัวช่วยบำรุงเส้นผม ไปจนถึงไอเทม Styling สำหรับครีเอตทรง เติมเทกซ์เจอร์ และสร้างสไตล์ใหม่ๆ ได้ทุกวัน จะลุคเรียบคลีนละมุนเป็นธรรมชาติ หรือลุคเท่ที่มีดีเทลในแบบที่เป็นตัวเอง ก็เลือกไอเทมให้แมตช์กับสภาพผมและสไตล์ที่ชอบได้เลย เริ่มต้นจากไอเทม Hair Routine สำหรับสาวๆ ที่ต้องมีในปี 2026 นี้ กันเลย! ใครที่อินกับผมหอมละมุน ดูคลีน มีชีวิตชีวา เหมือนอาบน้ำวันละ 10 รอบ ลิสต์ไอเทมทั้งหมดนี้ไว้ได้เลย เริ่มจาก Off & Relax แชมพูและทรีตเมนต์สูตร Silky Night Repair แบรนด์แฮร์แคร์จากญี่ปุ่น ที่ช่วยดูแลเส้นผมพร้อ
หลังได้รับการตอบรับที่ดีจาก Oat Choco เนสไลน์ (NEZLINE) เดินหน้าต่อยอดธุรกิจด้วยการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสแน็ก เปิดตัว ทวินคอร์ (Twin-Core) ขนมเวเฟอร์อบกรอบเคลือบข้าวโอ๊ตสอดไส้ช็อกโกแลตลาวาแบบทูโทน พร้อมคอนเซ็ปต์ แกร็บ แอนด์ โก (Grab & Go) เพื่อเพิ่มทางเลือกของขนมที่ผู้บริโภคสามารถหยิบซื้อได้ง่ายในราคาที่เข้าถึงได้ ขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ลุยเสริมความแกร่งให้แบรนด์ ท่ามกลางตลาดที่ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์การรับประทานที่แปลกใหม่และหลากหลายมากขึ้น คุณไฟซอล เจ๊ะอุมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไฉไล อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า “ตลาดขนมวันนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องรสชาติ แต่แข่งขันกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับสิ่งใหม่อยู่เสมอ การเปิดตัว Twin-Core จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของเนสไลน์ ในการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าถึงฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่พร้อมกับสร้างการเติบโตให้แบรนด์ในระยะยาว” Twin-Core พัฒนาต่อยอดจากจุดแข็งของขนม Oat Choco โดยใช้เวลาประมาณ1 ปี คิดค้นและพัฒนา ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปรับสูตร ทดลองรสชาติ ไปจนถึงการออกแ
แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่งภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต่อเนื่อง ล่าสุดเวที “Makro HORECA Champion 2026” คัดเลือกแล้วทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ 30 ตัวแทนเชฟระดับเยาวชน เชฟระดับมืออาชีพ และมิกโซโลจิสต์ รอชิงชนะเลิศระดับประเทศในงาน “Makro HORECA มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19” ก่อนปักหมุดสนามภาคใต้ที่ แม็คโคร สุราษฎร์ธานี 8-9 ตุลาคมนี้ “Makro HORECA Champion” พัฒนาจากเวทีแข่งขันสู่แพลตฟอร์มแห่งโอกาสของอุตสาหกรรม HoReCa ไทย ทั้งโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) และธุรกิจจัดเลี้ยง (Catering) เพื่อยกระดับธุรกิจอาหารไทยให้แข็งแกร่งและแข่งขันได้ โดยการตัดสินใช้มาตรฐานสากลที่รับรองโดยสมาคมเชฟโลก (Worldchefs) ในปี 2569 การแข่งขันเริ่มต้นที่แม็คโคร แจ้งวัฒนะ (ภาคกลาง) ต่อด้วยแม็คโคร เชียงใหม่ (ภาคเหนือ) และล่าสุดที่แม็คโคร ขอนแก่น (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ด้วยบรรยากาศคึกคักและเข้มข้น ผู้ชนะเลิศแต่ละประเภท ได้แก่ เชฟระดับเยาวชน (Junior Chef) : จุฑา
KAMU KAMU (คามุ คามุ) แบรนด์เครื่องดื่มชาสไตล์ญี่ปุ่นสัญชาติไทย นำความเชี่ยวชาญด้านชากว่า 15 ปี เปิดตัว “Yothé” (โย-เท่) แบรนด์เครื่องดื่มโยเกิร์ตผสมชาเจ้าแรกในไทย ภายใต้แนวคิด “Tea Meets Yogurt” หลังเห็นสัญญาณความนิยมจากเมนูโยเกิร์ตของ KAMU KAMU ที่ทำยอดขายทะลุ 500,000 แก้วภายใน 5 เดือน สู่การนำอินไซต์ผู้บริโภคมาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านชา สร้าง New Category “โยเกิร์ตผสมชา” ที่นำคาแรกเตอร์ของชามาเจอกับความนุ่มละมุนของโยเกิร์ต พร้อมสร้างความสนุกด้วย DIY & Customize ให้ผู้บริโภคออกแบบแก้วโปรดผ่านท็อปปิ้งกว่า 22 รายการ ราคาเริ่มต้น 69 บาท เปิดสาขาแรก ณ Emsphere ชั้น G วันที่ 10 ตุลาคมนี้ นายทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดกว่า 15 ปีในตลาดเครื่องดื่ม เราเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง จากวันที่เครื่องดื่มหนึ่งแก้วตอบโจทย์เรื่องความอร่อยและความสดชื่น วันนี้คนมองหาทั้งคุณภาพ รสชาติใหม่ ความสนุกในการเลือก และสิ่งที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง สำหรับ KAMU KAMU การเติบโตจึงไม่ใช่แค่การคิดว่าจะออกเมนูชาอะไรต่อ แต่คือการมองว่า ควา
ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ขนาด 10,000 ตารางเมตร รองรับซัพพลายเชนสำหรับสินค้ามูลค่าสูงและสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง เป็นประตูสำคัญเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับท่าเรือแหลมฉบัง และเป็นศูนย์กลางการผลิตในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย (EEC) กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 2 ตุลาคม 2569: DP World เปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่สำหรับบริการคอนแทร็กต์โลจิสติกส์ (Contract Logistics) ย่านบางนา เดินหน้าขยายศักยภาพด้านโลจิสติกส์พร้อมยกระดับการให้บริการลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่มีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ย่านบางนา ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการกระจายสินค้าที่สำคัญในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบังและศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย (EEC) ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ให้บริการจัดเก็บและกระจายสินค้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงและมีข้อจำกัดด้านเวลา อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยศูน
เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด นำโดย โก โฮลเซลล์ และท็อปส์ ภายใต้ เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าส่งต่อวัตถุดิบอาหารคุณภาพ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขนทัพอาหารสด ทั้งเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ข้าวสาร ผักผลไม้ เครื่องปรุง ส่งด่วนถึง “โรงครัวศูนย์สร้างสุข พม.” จุดตั้งครัวกลางผลิตอาหารปรุงสุก เพื่อส่งต่อไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ในการนี้ นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและรัฐสัมพันธ์ และ นางสาวธีรดา ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ภายใต้เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ร่วมด้วย พนักงาน โก โฮลเซลล์ ร่วมกันส่งมอบวัตถุดิบอาหาร โดยมี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นางสาวชวนชม จันทะวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอ
กรุงเทพฯ — เดือนตุลาคมนี้ กรุงเทพฯ เตรียมต้อนรับ art bangkok 2026 — The First Chapter อาร์ตแฟร์นานาชาติครั้งใหม่ ที่รวบรวมแกลเลอรี ศิลปิน นักสะสม สถาบันศิลปะ และผู้สนใจศิลปะจากประเทศไทย และต่างประเทศ ไว้ในพื้นที่เดียว จัดโดย สมาคมแกลเลอรีไทย (Thai Galleries Association: TGA) ร่วมกับ The Cloud และ ธนาคารยูโอบี (UOB) ในฐานะ Lead Partner พร้อมด้วย สยามพารากอน ในฐานะสนับสนุนพื้นที่ในการจัดงาน โดยงานครั้งปฐมบทจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–11 ตุลาคม 2569 ณ NEX Hall และ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน บนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร art bangkok 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดง และซื้อขาย ผลงานศิลปะ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงแกลเลอรีกว่า 20 แห่งจากไทยและต่างประเทศเข้ากับ พิพิธภัณฑ์ สถาบัน นักสะสม องค์กรศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญในวงการ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการค้นพบ การแลกเปลี่ยน และความสัมพันธ์ใหม่ๆ ภายใน Art Ecosystem หัวใจสำคัญของงานคือ Gallery Zone — Ways of Seeing ซึ่งรวบรวมแกลเลอรีชั้นนำจากนานาประเทศ อาทิ Art Agenda, Artas Galeri, Artemis Art, Blue Velvet Underground, Gallery CURU, G13 Galle
วัน แบงค็อก จับมือกับ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ (Alliance Française Bangkok) จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยสุดล้ำ “Fortune Teller” โดย ฌูว์ลี สเตเฟน เช็ง (Julie Stephen Chheng) ศิลปินและนักวาดภาพประกอบระดับแนวหน้าจากฝรั่งเศส ชวนผู้ชมร่วมเปิดมุมมองใหม่ สำรวจโลกแห่งจิตวิญญาณของธรรมชาติและเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ผ่านการผสานงานศิลปะการฉายภาพแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ และ เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ และเข้าใจง่าย ระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม ถึง 15 พฤศจิกายน 2569 ณ บริเวณพื้นที่จัดแสดงหลักของนิทรรศการ ชั้น 2 โซน เดอะ สตอรี่ส์ วัน แบงค็อก รวมถึงพื้นที่อื่นๆ รอบโครงการ “Fortune Teller”: เมื่อธรรมชาติส่งเสียง และดวงตาสื่อความหมาย “Fortune Teller” ไม่ใช่งานนิทรรศการสำหรับเพื่อรับชมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้ลองเล่น สำรวจ และสร้างบทสนทนาระหว่างตัวเองกับธรรมชาติ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคัมภีร์อี้จิง (Book of Changes) และปรัชญาจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านสัญลักษณ์ดวงตาซึ่งถูกทำให้มีชีวิตขึ้นมาเปรียบดังจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ เชื่อมโยงกับองค์ประกอบและพลังต่างๆ ของธรรมชาต
