PR News
แกร็บ ผู้นำแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งบริการแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทย เผยอินไซต์ผู้ใช้บริการในช่วงกลางคืน ทั้งการเรียกรถ สั่งอาหาร และสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน พบ“คืนวันศุกร์–เสาร์” มียอดเรียกรถสูงกว่าวันธรรมดาถึง 20% ขณะที่ “ส้มตำปูปลาร้า” ครองแชมป์เมนูยอดนิยมคนนอนดึกด้วยยอดสั่งกว่า 2 แสนจานต่อปี ขณะที่ “ถุงยางอนามัย” ยังคงเป็นไอเท่มฮอตที่มีการสั่งซื้อในช่วงกลางคืนมากกว่า 3 แสนชิ้นต่อปี นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในปีที่ผ่านมาพบว่า เวลากลางคืน (ระหว่าง 21.00–05.00 น.) ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีนัยยะสำคัญไม่ต่างจากช่วงกลางวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการแอปเรียกรถเพื่อเดินทางกลับบ้านหรือไปปาร์ตี้สังสรรค์ในยามค่ำคืน การสั่งอาหารมื้อดึกมาทานที่บ้าน รวมถึงการสั่งซื้อสินค้าที่จำเป็นหรือไอเทมที่ต้องใช้ในยามฉุกเฉิน ด้วยจุดเด่นของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในยุคนี้ โดยเฉพาะคนเมือง ทั้งนี้ แกร็บไ
เป๊ปซี่โค ประเทศไทย (PepsiCo) เดินหน้าสร้างบทบาทในเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิด “House of Snackers” อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงาน TikTok ประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีครีเอเตอร์ที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการพัฒนาและเติบโตในสายคอนเทนต์ ภายใต้แคมเปญ “Friend of Doritos” ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์จริงในการทำงานแบบครีเอเตอร์ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปและการลงมือสร้างคอนเทนต์อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การทำความเข้าใจแบรนด์ การคิดไอเดีย ไปจนถึงการผลิตคอนเทนต์ที่สามารถต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ โดยมีครีเอเตอร์และผู้เชี่ยวชาญในวงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ อาทิ “เบลล์-พิชิตชัย โพธิ์ศิริ นักพากย์และครีเอเตอร์ที่โดดเด่นด้านการเล่าเรื่องผ่านวิดีโอ คอนเทนต์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชมในวงกว้างบนโซเชียลมีเดีย และ “มินตรา” (Mintrako) เจ้าของเพจ @mintrako บน TikTok ครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์ที่เชี่ยวชาญการสร้างคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภค และสามารถต่อยอดสู่ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมใ
ตลาด Creator Economy (เศรษฐกิจครีเอเตอร์) ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากจำนวนครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สู่มูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ “ครีเอเตอร์” ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะอาชีพอย่างเป็นทางการ การขาดการกำหนดมาตรฐาน ส่งผลให้ต้องเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่การไม่มีหลักประกันทางการเงิน เช่น การขอสินเชื่อหรือที่อยู่อาศัย การขาดระบบสนับสนุนและแหล่งทุน ไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่คุ้มครองรูปแบบการทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ช่องว่างดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะครีเอเตอร์ แต่ส่งผลต่อทั้งแบรนด์ เอเจนซี และ Ecosystem ที่กำลังเติบโต ล่าสุด คณะผู้ริเริ่มจัดตั้ง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA)” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน สนับสนุนและการกำกับดูแลอย่างยั่งยืน เพื่อให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อินฟล
แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมให้บริการแล้วกับ “CURRY UP BANGKOK” สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ติดกับช็อปแฟชั่นสตรีต “HUMAN MADE BANGKOK” กับการยกระดับศิลปะแห่งแกงกะหรี่ญี่ปุ่นด้วยรสชาติระดับพรีเมียมส่งตรงถึงคนไทย ด้วยเมนูซิกเนเจอร์ และเมนูที่เต็มไปด้วยศาสตร์แห่งการผสมผสาน และมาพร้อมกับสินค้าออริจินัลที่เปิดให้สายสตรีทแฟชั่น และนักชิมอาหารจับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว 4 เมนูแกงกะหรี่ซิกเนเจอร์ ที่เราคัดสรรความอร่อย มาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ มาเริ่มกันที่ 1. BUTTER CHICKEN CURRY REGULAR แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเก้น เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งของ CURRY UP® ที่มีรสชาติเข้มข้น หอมมันจากเนย แต่ยังมีความเปรี้ยวเล็กๆ ตัดรสอย่างพอดี ช่วยดึงความอูมามิของไก่ และความหวานของผักออกมาได้อย่างลงตัว 2. CHICKEN KEEMA CURRY REGULAR แกงกะหรี่ชิกเก้นคีม่า เมนูที่ครองใจลูกค้าประจำมาอย่างยาวนาน สูตรของ CURRY UP® จะใช้เนื้อไก่เป็นหลัก รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และความหวานจากผักช่วยชูรสอูมามิได้อย่างลงตัว 3. GYUSUJI CURRY REGULAR แกงกะหรี่เอ็นเน
TCEB นำโดย ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) พร้อมด้วยพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ กรุงเทพมหานคร, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival”, มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA), มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (for-sogi) และเครือข่ายผู้จัดงานไพรด์ทั่วประเทศ (Pride City Network) เป็นต้น ร่วมผนึกกำลังจัดงานใหญ่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน “WorldPride 2030” ครั้งที่ 1/2569 พร้อมร่วมแถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์ประกาศ “ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030” เพื่อประกาศความพร้อมว่ากรุงเทพมหานคร ประเทศไทย พร้อมปักหมุดหมายเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok WorldPride ปี 2030 และมุ่งสู่เป้าหมายผลักดัน “กรุงเทพฯ” เป็นมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก ในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00-18.00 น. ที่Next Tech ชั้น 4 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ดร.ศุภวรรณ
กรุงเทพฯ, 27 เมษายน 2569 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ GoWabi แพลตฟอร์มที่รวบรวมดีลด้านสุขภาพและความงามชั้นนำ สนับสนุนโซลูชันการเงินและการบริหารจัดการธุรกิจสำหรับคลินิกความงามโดยเฉพาะ ท่ามกลางการเติบโตของตลาดความงามไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.9 แสนล้านบาท และมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นเฉลี่ยปีละกว่า 1,000 ราย การเติบโตดังกล่าวมาพร้อมกับความท้าทายที่ผู้ประกอบการคลินิกรายใหม่เผชิญอยู่ทุกวัน ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การบริหารจัดการระบบหลังบ้าน และการสร้างตัวตนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นทุกปี ยูโอบีและ GoWabi จึงร่วมกันพัฒนาแนวทางสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งสามด้านนี้ภายใต้เครือข่าย UOB BizSmart นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา Clinic Growth Lab: กลยุทธ์เพื่อการเติบโตสำหรับธุรกิจคลินิก ว่า “นอกจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแล้ว สิ่งที่คลินิกความงามต้องการไม่แพ้กันคือระบบหลังบ้านที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การนัดหมาย การรับชำระเงิน บัญชี สต๊อกสินค้า ไปจนถึงการดูแลลูกค้า เมื่อระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้ ผู้ประกอบการจะมีเวลาและข้อม
เสียงลูกปิงปองกระทบโต๊ะดังสลับไปมาในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน สำหรับใครบางคน อาจเป็นเพียงเกมกีฬาเพื่อความสนุกสนาน แต่สำหรับเยาวชนในสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (Banpu Table Tennis Club – BTTC) เสียงเหล่านี้คือจังหวะแห่งการเติบโต เปลี่ยนผ่าน และการเริ่มต้นสร้างชีวิตในแบบของตัวเอง ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา BTTC ไม่ได้เป็นสโมสรที่เน้นเพียงการสร้างผลงาน แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่เปิดทางให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านกีฬาและการใช้ชีวิต ผ่านการฝึกซ้อมและส่งแข่งขันที่เป็นระบบและเท่าเทียม กิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม ไปถึงวัฒนธรรมของการซัปพอร์ตซึ่งกันและกันในสโมสรฯ เยาวชนที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่นักกีฬา แต่ยังได้ค้นหาตัวตน เรียนรู้ที่จะเผชิญกับอุปสรรค และต่อยอดทักษะไปสู่เส้นทางชีวิตที่หลากหลาย จากสนามแข่งขันสู่เส้นทางอาชีพ: “โอม” นายจีรัฐติกุล เกษมพงศ์เรือง “โอม” เริ่มต้นจากการเล่นปิงปองด้วยความชอบในวัย 11 ปี ก่อนจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ BTTC ในวัย 14 ปี ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขามองเห็นศักยภาพของตัวเองได้ชัดขึ้น ไม่เพียงจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องและโอกาสลงแข่งขันในนามสโมสรฯ ท
บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้ของสดชั้นนำของเอเชีย เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางค้าส่งทุเรียนที่ครบวงจรที่สุด เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดงานมหกรรม “ทุเรียน EXPO สี่มุมเมือง 2026” ในฐานะงานประจำปีที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาด รองรับการเติบโตของทั้งกลุ่มผู้ซื้อธุรกิจ (B2B) และผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2569 คาดว่าปริมาณทุเรียนหมุนเวียนภายในตลาดจะเติบโตถึง 20% หรือคิดเป็นกว่า 38,000 ตันต่อปี ขณะที่ปริมาณหมุนเวียนเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 220 ตันต่อวัน เติบโตต่อเนื่องกว่า 10% สะท้อนศักยภาพตลาดค้าส่งที่ตอบโจทย์ทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ ราคา และการเข้าถึงสินค้าได้ง่าย ด้วยทำเลใกล้กรุงเทพฯ ห่างจากสนามบินดอนเมืองเพียง 10 นาที คุณปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานกลยุทธ์ธุรกิจ ตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า “งาน “ทุเรียน EXPO สี่มุมเมือง 2026” เป็นมากกว่างานเทศกาล แต่เป็น “Destination ของคนรักทุเรียน” และเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยง Ecosystem ธุรกิจทุเรียนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยตั้งเป้าให้เป็นงานประจำปีที่ผู้ประกอ
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำบทบาทการเป็น Central to Life หรือ ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน รุกเดินหน้าองค์กร สู่การเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต เชื่อมโยงเศรษฐกิจ ชุมชน และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ละพื้นที่อย่างครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ประทับใจ มาได้ไม่รู้จบให้กับลูกค้า ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิตของคนทุกเจเนอเรชันอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้จุดหมายดังกล่าว ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ได้วาง 3 แกนยุทธศาสตร์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1) พื้นที่ที่ทุกจังหวะชีวิตเกิดขึ้นได้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิต 2) ศูนย์กลางของความสุขในทุกการเฉลิมฉลอง งานเทศกาล รวมทั้งกิจกรรมวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ และ 3) การยกระดับศูนย์การค้าฯ ให้เป็นศูนย์กลางการสื่อสารและการแสดงความคิดสร้างสรรค์ ทั้ง 3 แกนนี้ทำงานสอดประสานกันเพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย และยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ แบรนด์รายย่อย และพันธมิตรทางธุรกิจในทุกพื้นที่ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ดำเนินการ คุณนุจรีย์ มารัตนะฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าโรบิน
ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ระบุว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ติดอันดับเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอุณหภูมิโดยรวมจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันหลังให้กับการท่องเที่ยวท่ามกลางแสงแดดริมชายหาด และเลือกมองหาจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นสบาย พร้อมกิจกรรมกลางแจ้งในสภาพอากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทรนด์นี้ถูกเรียกว่า “Coolcation” ข้อมูลจาก Trip.com Group เผยให้เห็นว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยอดการค้นหาจุดหมายปลายทางแบบ Coolcation เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการหลีกหนีอากาศร้อนและความแออัดของนักท่องเที่ยวและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหน้าร้อน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้นหาเติบโตสูงถึง 237% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม
