PR News
ไลน์ จ๊อบส์ ครบรอบ 1 ปี ตั้งเป้าขึ้นแท่นแพลตฟอร์มหางานอันดับ 1 ของไทย คุณธนิยา ตรัยวัฒนา หัวหน้าธุรกิจ ไลน์ จ๊อบส์ (LINE JOBS) เปิดเผยถึงความสำเร็จของ ไลน์ จ๊อบส์ แพลตฟอร์มหางานรูปแบบใหม่ ว่า หลังเปิดให้บริการครบ 1 ปีเต็ม ไลน์ จ๊อบส์ ประสบความสำเร็จเกินคาด มีผู้ติดตามในระบบกว่า 7 ล้านคน มีงานที่เปิดรับสมัครแล้วมากกว่า 390,000 อัตรา จากผู้จ้างงานกว่า 18,000 บริษัท โดย 90% เป็นองค์กรขนาดเล็ก หรือ SMEs และ 10% เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีกลุ่มผู้หางานในไลน์ จ๊อบส์ เป็น ชาย 32% หญิง 68% ช่วงอายุของผู้สมัครงาน 22-30 ปี มากสุด 45% มีการส่งใบสมัครงานกว่า 1 ล้านใบ ซึ่งประเภทงานที่นิยมมากที่สุดคือ งานบริการ ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทที่ร่วมงานกับไลน์ จ๊อบส์ อาทิ สกู๊ตตาร์ ได้พนักงานส่งพัสดุ จำนวน 2,000 คน เมเจอร์ กรุ๊ป มีการติดต่อกับผู้สมัครงานกว่า 20,000 คน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และ แม็คโคร ใช้หาพนักงานกว่า 125 สาขาทั่วประเทศ คุณธนิยา กล่าวต่อว่า ในปี 2019 ไลน์ จ๊อบส์ วางแผนเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการทุกมิติ เริ่มจากเพิ่มประเภทงานจาก 8 เป็น 22 ประเภท เพิ่มประเภทธุรกิจ จ
กรุงศรี ฟินโนเวต ประกาศการร่วมลงทุนใน Choco CRM สตาร์ตอัพไทย หนึ่งในผู้นำเรื่องระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management – CRM) และ Point-of-Sale (POS) กว่า 6% ซึ่ง Choco CRM มีฐานลูกค้าผู้ใช้งานครอบคลุมหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านเสื้อผ้า และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย โดยร่วมกันต่อยอด ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างครบวงจร สร้าง Customer Journey ที่เหนือกว่าให้กับผู้ประกอบการผู้ใช้งาน POS และลูกค้า ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่มากกว่าผ่าน Information-based Lending ของกรุงศรี รวมถึงช่องทางการรับชำระเงินแบบ QR Code นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “กรุงศรีเล็งเห็นศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ Choco CRM เรื่องแพลตฟอร์ม POS และการทำ Data Analytics บริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องการทำ CRM ให้กับร้านค้า ผู้ประกอบการ SMEs จากการที่ Choco CRM เข้าร่วมในโครงการ Krungsri RISE Batch 3 ซึ่ง Choco CRM มีความโดดเด่นจนสามารถคว
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว ‘CIMB BIZ Account’ บัญชีเพื่อธุรกิจ แบบไม่มีเงื่อนไข นายไพศาล ธรรมโพธิทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกรรมการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เผยภาพรวมของผู้ประกอบการธุรกิจในไทยว่า มีประมาณ 3 ล้านราย 80% เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีเพียง 20% ที่ได้สินเชื่อจากธนาคาร มีการทำธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์ 40 ล้านรายการต่อเดือน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี คิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาทต่อเดือน และทำธุรกรรมผ่านเช็คราว 8 ล้านใบต่อเดือน มีมูลค่าเกือบ 85 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการหลายราย มีความต้องการที่จะใช้บัญชีเดียว ที่เป็นได้ทั้งกระแสรายวัน ออมทรัพย์ และฝากประจำ ซีไอเอ็มบี ไทย จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “CIMB BIZ Account” เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการธุรกิจตั้งแต่รายเล็กไปจนถึงรายใหญ่ โดยบัญชี “CIMB BIZ Account” ไม่มีกำหนดยอดเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ให้อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุด 1.2% เปิดบัญชีได้ทั้งบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบธุรกิจ และนิติบุคคล อีกทั้งยังสามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการออนไลน์ CIMB BIZ Channel ร
ครีเอตให้สุด! สำหรับ “วุ้นกะทิ” ฝีมือคนไทย ที่สร้างสรรค์เป็นสารพัดเมนูอาหารคาว-หวาน ไม่ต้องง้อลายลิขสิทธิ์ก็ขายดิบขายดี โกยรายได้หลักหมื่น/เดือน หลังอิ่มท้องจากอาหารมื้อหลัก สาวๆ หลายคนมักตบท้ายด้วยขนมหวานอร่อยๆ “เส้นทางเศรษฐี” ขอพามารู้จักกับวุ้นกะทิรูปแบบใหม่สุดครีเอตของทางร้าน “น้ำใจ วุ้นกะทิ Homemade” เจ้าของไอเดียคือคู่สามีภรรยา คุณโบ-วิราวรรณ และ คุณเนตร-ธนพัชร์ มนตราประสิทธิ์ โดยคุณโบมีอาชีพหลักเป็นสาวออฟฟิศ และคุณเนตรทำการ์เมนต์หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายหลังหันมาค้าขายเป็นอาชีพเสริมเพราะหลงใหลในการทำอาหาร คุณเนตร เล่าให้ฟังว่า ภรรยาหรือคุณโบชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนหน้านี้เคยขายน้ำสมุนไพรออกบู๊ธตามงานต่างๆ ระยะหนึ่งด้วยมีคู่แข่งทางตลาดเยอะ จึงหันมาทำวุ้นถ้วยโบราณใส่ไส้ขายแทน เพราะได้เคยโชว์ฝีมือการทำวุ้นให้คุณเนตรทาน หลังทำวุ้นถ้วยโบราณขายได้ไม่นาน คุณโบเริ่มสร้างความแปลกใหม่นำเอาขนมหวานอย่างวุ้นกะทิมาประยุกต์ในรูปแบบของอาหารคาวชนิดต่างๆ ผสมผสานกันหลากหลายวัตถุดิบ จนใครต่อใครต้องบอกว่าเหมือนจริงและน่าทานมากๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (NEA) เร่งผลักดันสตาร์ตอัพไทยในรายสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น สุขภาพและการแพทย์ ให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมชี้อาเซียนเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่อย่างไรก็ตาม “การพิทชิ่ง” ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่พบเห็นได้ในการก้าวเข้าสู่ตลาดต่างชาติของสตาร์ตอัพไทย ดังนั้นทางสถาบันจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห้งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดโครงการ “Pitch2Siccess : สานฝันสตาร์ตอัพไทยสู่สากล” เพื่อแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวพร้อมผลักดันผู้ที่เข้าร่วมโครงการไปสู่เวทีพิทชิ่งระดับนานาชาติซึ่งจะสร้างโอกาสให้ได้เข้าถึงแหล่งทุนในการขยายธุรกิจได้มากขึ้น นายวิทยา มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการส่งเสริมสตาร์ตอัพไทยที่อยู่ในประเทศเป็นหลัก ซึ่งมีจำนวนน้อยรายที่สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ กรมเล็งเห็นความสำคัญในการผลักดันกลุ่มสตาร์ตอัพไทยให้สามารถเติบโตได้เช่นเดียวกับธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีการทำการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะในรายสาขาที่ตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมเป้าหมายเช่น การบริการและการท่องเที่ย
“ซูชิพันธุ์ไทย” ข้าวปั้นหน้าอาหารไทย รสแซ่บสุดฮิต โดนใจลูกค้าเจนวาย ยันสูงวัย ซูชิพันธุ์ไทย – “แปลก ใหม่ ใหญ่ ยักษ์” หนึ่งในตำราทำธุรกิจของเจ้าของร้านอาหาร “หมีไรกิน Food & Feel” โดย คุณดรีม-นัทพล สอนวงษ์ วัย 32 ปี ที่สามารถสร้างความต่างให้เมนูอาหารได้อย่างเหลือเชื่อ กลายเป็นร้านต้นตำรับเมนูฮิต “ซูชิพันธุ์ไทย” หรือข้าวปั้นหน้าอาหารไทยที่ขายดิบขายดี เป็นเมนูเด็ดประจำร้านที่ลูกค้ามาแล้วต้องกิน ย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน คุณดรีม เจ้าของร้านหนุ่ม เคยยึดอาชีพเป็นพนักงานขาย กระทั่งครอบครัวชักชวนไปทำธุรกิจออนไลน์ แต่ไม่ใช่ทางที่ชอบ จึงเลิกไป หากจะให้หันกลับไปทำงานประจำตามเดิมก็คงไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ที่ชอบแล้ว ด้วยเป็นคนชอบกิน บวกกับอยากมีธุรกิจส่วนตัวเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ จึงผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร เมื่อต้นปี 2561 “ผมอยากเปิดร้านอาหารมานาน ถ้าเปิดแล้วต้องมีเมนูเด็ดดึงดูดลูกค้า ซูชิ เป็นไอเดียที่เก็บมานานหลายปี แต่ไม่มีโอกาสทำ เพราะติดงานประจำ จนเมื่อปีที่แล้วมีเวลาเลยนำไอเดียไปคุยกับเพื่อนที่ทำอาหารอร่อย เขาสนใจเลยชวนกันมาเปิดร้านอาหารถึงทุกวันนี้” แม้รู้ว่าการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องแข่ง
คนแห่ปลูก “ต้นรวงผึ้ง” ราคาพุ่ง 7 เท่าตัว ถูกยกย่องให้เป็นต้นไม้ประจำในหลวงรัชกาลที่ 10 สำหรับ “ต้นรวงผึ้ง” ทำให้หน่วยงานราชการต่างๆ รวมไปถึงพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศต่างร่วมใจหาพรรณไม้ชนิดนี้มาปลูก ส่งผลให้ “ต้นรวงผึ้ง” มีมูลค่าทางการตลาดสูงขึ้นกว่าปกติ และได้รับความนิยมอย่างมากในแววดวงผู้ประกอบการค้าขายพันธุ์ไม้ทั่วประเทศ คุณปณีตา คำภาพงษ์ เจ้าของสวนปณีตา ขายปลีกต้นไม้เพาะชำ จังหวัดปราจีนบุรี บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า กิจการขายต้นไม้ระยะหลัง 2-3 ปีนี้ไม่ค่อยดี ปัจจัยหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจแต่พอเริ่มรู้ว่า ต้นรวงผึ้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นต้นไม้ประจำในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็เริ่มจับกระแสเพาะพันธุ์ขายทันที “ดิฉันปลูกต้นรวงผึ้งล่วงหน้า หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ส่งผลให้ตอนนี้กิจการดีขึ้นมาก รายได้หลักมาจากการจำหน่ายต้นรวงผึ้ง โดยต้นกล้ารวงผึ้ง จำหน่ายในราคาต้นละ 200 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ ซื้อไปเพื่อจัดสวนเฉลิมพระเกียรติ” ด้านคุณพงษ์วริษฐ์ พิชญกานต์กุล เจ้าของบ้านสวนพันธุ์ไม้ จังหวัดหนองบัวลำภู ขายต้นไม้มานานกว่า 3 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้าที่รัฐบาลจะประกาศว่าต้นรวงผึ
แม้ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะไม่ใช่ปีของธุรกิจชาเขียวเท่าไรนัก โดยเฉพาะ “อิชิตัน” ที่โดนมรสุม 2 เด้ง ทั้งการแข่งขันที่ดุเดือดจากสงครามราคา และการเก็บภาษีสรรพสามิตชาพร้อมดื่มเพิ่ม จากที่เคยได้รับการยกเว้นภาษีนี้มาโดยตลอด จนทำให้รายได้และกำไรของอิชิตันหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมาอิชิตันมีรายได้ 5,204 ล้านบาท ลดลง 8.5% จากปี 2560 ที่มีรายได้ 5,688 ล้านบาท ส่วนกำไรอยู่ที่ 43.8 ล้านบาท ลดวูบถึง 86.1% จาก ปี 2560 ที่มีกำไร 315 ล้านบาท จนทำให้นักวิเคราะห์บางสำนักเลิกวิเคราะห์หุ้นของอิชิตันเพราะไม่เห็นแนวโน้มการฟื้นตัว และอีกหลายบทวิเคราะห์ที่กล่าวถึงตัวธุรกิจชาเขียวนี้ว่ากำลังเจอกับทางตันเข้าอย่างจัง ล่าสุด “ตัน ภาสกรนที” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ปีที่ผ่านมาเกือบทุกธุรกิจในวงการเครื่องดื่มได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักจากภาระภาษีที่เกิดขึ้น ทำให้สภาพตลาดโดยรวมหดตัวลง สำหรับอิชิตันก็ถือว่ากระทบหนักพอสมควร เพราะเราเสียเวลาไปกับการปรับ วิเคราะห์ หาทางออก เพื่อแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นว่า
เป็น “ไก่ย่างมุสลิม” ที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่มาดังกระฉ่อนที่กรุงเทพฯ พร้อมสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศไทยยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ สำหรับ “ไก่ย่างจีระพันธ์” ไก่ย่างสีเหลืองทองที่แจ้งเกิดจากเวทีงานวัด จริงๆ แล้ว คนชื่อ “จีระพันธ์” ไม่ได้ขายไก่ย่าง แล้วคนขายไก่ย่างก็ไม่ได้ชื่อ “จีระพันธ์” แต่เป็นเพียงผู้ชายส่งไก่ ที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของสูตร ให้เข้ามาสร้างชื่อ “จีระพันธ์” เป็นแบรนด์ไก่ย่างมุสลิมชื่อเสียงโด่งดังไปตราบนานเท่านาน โดยกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าผู้ชายคนนี้ทำได้จริง ปัจจุบัน “ไก่ย่างจีระพันธ์” ดำเนินธุรกิจมา 3 ชั่วอายุคน ชื่อเสียงโด่งดังข้ามชาติ คนมาเลเซียและสิงคโปร์รู้จักดี มีบริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ต้อนรับกรุ๊ปทัวร์สม่ำเสมอ และยังคงตระเวนออกบู๊ธต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 40 งาน ภายในปีนี้ขายแฟรนไชส์อีกด้วย ดร.อังคณา อาดำ ทายาทรุ่น 3 เผยว่า ไก่ย่างจีระพันธ์ เป็นไก่ย่างสีเหลืองทอง หมักด้วยเครื่องปรุงหลักๆ มีนมสด น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว เกลือ กระเทียม รากผักชี พริกไทยป่น หัวใจสำคัญตอนย่างไก่จะพรมด้วยหัวกะทิ เกลือ และหญ้าฝรั่น สมุนไพรอาหรับมีสีเหลือง ลักษณะไก่ที่เลื
แม้จะเปิดตัวได้เพียง 8 เดือน แต่กระแสดีเกินคาด กับ “ชาไข่มุกลองดิ” ชาไข่มุกเจ้าดังในจังหวัดน่าน เพราะมีเงินเพียง 10 บาทก็ดื่มชาไข่มุกเย็นๆ รสชาติกลมกล่อมได้ เจ้าของกิจการ คือ คุณออย – ทิพวรรณ เสนา อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน เล่าอย่างเป็นกันเองว่า เดิมทำแฟรนไชส์กาแฟถังและกาแฟสองใจ แต่เห็นว่าระยะหลัง คู่แข่งเริ่มเยอะขึ้น จึงคิดค้นสูตรชาไข่มุกพร้อมกับทำขาย ใช้ชื่อร้านว่า “ลองดิ” เปิดตัวไปเมื่อประมาณปลายปี 61 ราคาขายแก้วใหญ่ขนาด 16-18 ออนซ์ 25 บาท แต่จากการสังเกตเห็นลูกค้าเด็กมักทานน้ำไม่หมด จึงลดปริมาณลง ทำชาไข่มุกแก้วเล็ก ขนาด 12 ออนซ์ จำหน่ายในราคาย่อมเยา เพียงแก้วละ 10 บาทเท่านั้น “เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ลองขายชาไข่มุกแก้วละ 10 บาท ปรากฏผลตอบรับดีมากจนน่าตกใจ ดีขนาดที่ว่าขายได้วันละ 300 – 400 แก้วเลยทีเดียว ลูกค้าทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก ทั้งลูกค้าทั่วไปและกลุ่มใหม่ๆ ล่าสุด มีแฟรนไชส์ 100 กว่าสาขาแล้ว” คุณออยให้เหตุผลความนิยมของชาไข่มุกราคาประหยัดว่า “คงเพราะราคาถูก อร่อย คุ้มค่า มีเงิน 10 บาทก็สามารถดื่มชาไข่มุกได้ ยิ่งช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ค่อยดี หลายคงคงไม่อยา
