Exclusive
เผยสูตร ซุปเอียเล้ง ไว้ต้มน้ำก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู ผสมน้ำราดข้าวหมูแดง น้ำซุปที่ใช้กระดูกสันหลังหมู ที่เขาเรียก “เอียวเล้ง” หรือ “เอียเล้ง” เราๆ จะคุ้นกับ “เล้งแซ่บ” ซึ่งทำมาจากกระดูกสันหลังหมูต้มน้ำซุปนี่ล่ะ เมื่อก่อนคือผลพลอยได้ แบบต้มน้ำซุปเสร็จแล้วต้องทิ้ง ตอนหลังมีคนหัวใสเอามาทำใส่พริก บีบมะนาว ปรุงรสกลายเป็นเล้งแซ่บ ขายได้ราคาเลย เอียเล้ง มักไว้ต้มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู ผสมน้ำราดข้าวหมูแดง เป็นน้ำซุปหมูสีจะเข้มกว่าน้ำซุปไก่ซึ่งเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ครัวไทยเลยนิยมซุปโครงไก่มากกว่าซุปกระดูกหมู เพราะสีอ่อนกว่าดูสวยกว่า และเอาไปทำเป็นน้ำแกงอะไรก็ได้ กลิ่นไก่ไม่แรงเท่าหมู น้ำซุปกระดูกเอียเล้งทำก๋วยเตี๋ยว ต้องเตรียมดังนี้ เอียเล้ง 4-5 ชิ้น หรือประมาณ ครึ่งกิโลกรัม รากผักชี 2-4 ราก คือเอาจากปลายรากขึ้นมาถึงส่วนก้านแข็งประมาณ 1 นิ้ว กระเทียมจีนกลีบใหญ่ 4-6 กลีบ พริกไทยเม็ด 10 เม็ด น้ำเปล่า ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา เกลือ น้ำตาลกรวดหรือน้ำตาลทราย วิธีต้ม ต้องคอยช้อนฟองออก และถ้าอยากจะให้น้ำซุปหวานมากขึ้น มีของที่ใส่เพิ่มความหวานได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มหอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้น 1 หัว หรือต้นหอมสั
คู่รักวัยเก๋า หยิบผลผลิตล้นสวน ต่อยอดเปิดคาเฟ่ JB’s Bakery ชูเมนูเด็ด Snow Bun รายได้ไม่มาก แต่สุขใจ เคยจินตนาการไหมว่า ช่วงชีวิตของเราในวัยเกษียณ จะทำอะไรอยู่? หากถามคำถามนี้กับ น้าอ้อ-รุ่งรัตน์ และลุงอุ้ย-วิเชียร อิทธิแสง สามีภรรยาคู่นี้ คงต้องบอกว่า ตอนนี้ทั้งคู่เปิดคาเฟ่เล็กๆ ที่ชื่อ JB’s Bakery จุดประสงค์นั้นเพื่อ การเข้าสังคม มากกว่า ส่วนรายได้น่ะ เรื่องรอง น้าอ้อ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนที่จะจับมือกับลุงอุ้ยผู้เป็นสามีมาเปิดร้านคาเฟ่ในวัยเกษียณนั้น ส่วนตัวแล้วน้าอ้อเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อน ส่วนลุงอุ้ยนั้น ทำงานด้านวิศวกรนำเข้าสายไฟจากต่างประเทศ กระทั่งรู้สึกอิ่มตัวในหน้าที่การงาน ประกอบกับลูกๆ เติบโตกันแล้ว น้าอ้อและลุงอุ้ย จึงถึงเวลาออกมาพักอยู่บ้าน “ลูกก็โตกันหมดแล้ว หน้าที่การงานมันก็ถึงเวลาอิ่มตัวกันแล้ว เลยพากันเกษียณออกมาอยู่บ้าน เราเลยไปซื้อที่ที่เป็นสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวเอาไว้ พอเราต้องอยู่บ้านเฉยๆ มันเหงา มันฟุ้งซ่าน ก็เลยคิดกันว่า หาอะไรทำกันดีกว่า แล้วเรามีสวน ก็หากิจกรรมทำ ไปปลูกนั่นปลูกนี่ แล้วก็เลี้ยงไก่กันไปเรื่อย แล้วด้วยความที่สองตา
เริ่มต้นปี 2566 เปิดกระเป๋ารับทรัพย์ ด้วยอาชีพง่ายๆ แต่ขายได้จริง เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสดใส พร้อมเปิดกระเป๋ารับทรัพย์กันแล้วหรือยัง! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมมาให้แล้ว เริ่มต้นปี 2566 ด้วยอาชีพทำง่าย แต่ขายได้จริง จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย แซนด์วิชเกาหลี ไส้แน่น ในปีที่ผ่านมา แซนด์วิช เป็นเมนูยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายรายทำขาย และในปีนี้หากจะเริ่มขายแซนด์วิช ก็ยังไม่สาย เพราะถือเป็นอาหารเช้าที่ยังมีกลุ่มลูกค้าชอบทานอีกจำนวนมาก หากมีงานประจำอยู่แล้ว สามารถขายแซนด์วิชเป็นงานเสริมได้ เช่น คุณเหมียว-วิชุดา หล้าคำแก้ว วัย 34 ปี พนักงานออฟฟิศสุดขยันที่ตื่นเช้าตั้งแต่ตี 5 มาทำแซนด์วิชขายก่อนออกทำงาน เชื่อมั้ยว่าเวลา 1 ชั่วโมงที่ตื่นมาทุกๆ วัน สามารถสร้างกำไรให้เธอเดือนละ 20,000-30,000 กว่าบาท คุณเหมียวใช้เงินลงทุนเริ่มแรกเพียงหลักพันบาท “ซื้อผัก ขนมปัง ซอส วัตถุดิบ กล่อง กระดาษไขสำหรับห่อ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ครัวเพราะมีอยู่แล้วในบ้าน” อ่านอาชีพขายแซนด์วิช คลิก เคสยาดม สุดน่ารัก เคสยาดม เรียกว่าเป็นสินค้าสุดฮิต เป็นงานแฮนด์เมดทำจากกาวครีมสีสันสดใส รวมทั้งการ์ตูนเรซิ่นสุดคิวต์ หากอย
ล้มแล้วลุกสู้ ผ่านผู้ประกอบการผู้ไม่แพ้ สร้างแรงบันดาลใจ ชีวิตเริ่มใหม่ได้เสมอ ในปีที่ผ่านมา ชีวิตอาจเจอกับความผิดหวังหรือไม่ประสบความสำเร็จ อย่าเพิ่งท้อ! มาเริ่มต้นปีใหม่ 2566 กันดีกว่า เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมเรื่องราวของผู้ประกอบการคนตัวเล็ก ที่เคยผ่านจุดท้อแท้สิ้นหวังและเจออุปสรรคมากมาย แต่พวกเขาก็ลุกขึ้นสู้จนประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้อย่างน่าชื่นชม จากเด็กไร้บ้าน สู่เจ้าของร้าน กะเพราอ้วนตรึ้ม เริ่มต้นเรื่องราวของ “ทีน-สดายุ ศุภผลศิริ” เด็กหนุ่มที่ชีวิตไม่ได้ราบรื่นเหมือนเด็กทั่วไป เพราะมีจุดพลิกผัน ต้องกลายเป็นเด็กไร้บ้าน ตั้งแต่อายุ 13 ปี จนได้ “พี่ต่อ” พี่ชายใจดีที่อาศัยอยู่ในซอยเดียวกันรับเลี้ยงดู ถึงวันนี้ 7 กว่าปีแล้ว ที่ดูแลกันมา ไม่เพียงแค่ให้ชีวิตใหม่ แต่พี่ชายคนนี้ที่น้องทีนนับถือเหมือนพ่อ ยังให้อาชีพตั้งตัว คือ ร้านกะเพราอ้วนตรึ้ม ตะหลิวตัด ถึงปัจจุบันเปิดขายมานาน 3 ปี มีลูกค้ารุมซื้อตั้งแต่เปิดร้าน และพีกสุด เคยขายได้วันละ 6,000-7,000 บาท อ่านเรื่องราวของน้องทีน คลิก อดีตคนคุก ลุกขึ้นสู้ ขายมะม่วงน้ำปลาหวาน ตามมาด้วยเรื่องราวของ คุณเก
สานต่อภูมิปัญญาไทย! ต่อยอด ผ้าไหม ด้วยงานวิจัย สู่ ผ้าไหมยีนส์ เตรียมยกระดับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมดี มากมีปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม พร้อมวัฒนธรรม คำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ สัมภาษณ์ สองสามีภรรยา คุณอาทร แสงโสมวงศ์ และคุณทัศนีย์ สุรินารานนท์ เจ้าของกิจการ เรือนไหม-ใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์ ผู้หยิบยกเอา ผ้าไหม สินค้าพื้นถิ่นมาต่อยอดเพิ่มมูลค่า เป็น ผ้าไหมยีนส์ เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ โดยทั้งคู่ช่วยกันเล่าว่า ก่อนจะมาทำธุรกิจ เรือนไหม-ใบหม่อน คุณทัศนีย์ได้ทำธุรกิจรับทำจิวเวลรี่มาก่อน ส่วนคุณอาทรก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ แต่ครอบครัวของทั้งคู่ก็ทำอาชีพทำนา ทำหม่อนไหม รวมถึงรับซื้อเส้นไหมเพื่อส่งให้โรงงานทอ ซึ่งก็วนเวียนอยู่ในวงการเดียวกันทั้งหมู่บ้าน กระทั่งอายุเยอะขึ้น ผนวกกับหลายๆ ปัจจัย ทั้งคู่ก็พาครอบครัวเล็กๆ กลับมาที่บ้านเกิด ซึ่งก็คือจังหวัดสุรินทร์ และมาจับงานสานต่อกิจการครอบครัว เมื่ออยู่ไปได้สักพักก็เล็งเห็นกันว่า ปริมาณการผลิตเส้นไหมธรรมชาติลดลงอย่างน่าตกใจ เพราะช่วงเวลานั้น
มีแค่ที่หน้าบ้าน ก็สร้างอาชีพได้ อดีตสาวโรงงาน ลาออก ขายขนมปัง-น้ำปั่น 1 ปี ต่อยอดสู่ แฟรนไชส์ ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ หันมาทำงานที่สามารถเป็นเจ้านายตัวเองกันมากขึ้น โดยเฉพาะ คาเฟ่-ร้านเบเกอรี่ ที่ดูจะตอบโจทย์ตรงใจคนเจนนี้ ซึ่ง คุณบิ๋ม-ณัฐฤทัย นามพวน วัย 25 คนนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธออาศัยอยู่ที่จังหวัดนครพนม และ เป็นเจ้าของร้าน แยก ปัง ปัง คาเฟ่ดังในอำเภอท่าอุเทน ซึ่งเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่เธอและแฟน (คุณแจ็ค-อนุสรณ์ โคตรคำ) ช่วยกันเก็บเงินสร้างกันเอง โดยปัจจุบันเปิดขายมาได้ 1 ปีแล้ว ซึ่งกว่าร้านจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ คุณบิ๋ม บอกว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด เพราะเดิมที เธอและแฟนหนุ่มทำงานในสายงานโรงงานแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เหมือนกัน โดยคุณบิ๋มทำในส่วน QA ส่วนคุณแจ็คทำอีกแผนก กระทั่งโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้งานในส่วนของคุณแจ็คได้รับผลกระทบ ทำให้ทั้งคุณบิ๋มและคุณแจ็คหันหน้ามาปรึกษากัน ว่าจะเอาอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ “จริงๆ ส่วนของบิ๋มไม่ได้กระทบมากเท่าของแฟนค่ะ มันทำๆ หยุดๆ จนเรามาปรึกษากันว่า กลับบ้านไหม ครอบครัวเราก็อยู่ที่นั่น ไปหางานท
สรุปปี 2022 วงการแฟรนไชส์ สุดคึกคัก อาหาร – เครื่องดื่ม แรงไม่แผ่ว คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้ชำนาญการด้านแฟรนไชส์ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ โดยสรุปสถานการณ์ธุรกิจสินค้าและบริการในรูปแบบของแฟรนไชส์ ตลอดปี 2022 ที่ผ่านมา ให้ฟังว่า มีความคึกคักอย่างยิ่ง ดังเห็นได้จาก ตลอดปีที่ผ่านมา แทบทุกเดือน ตนจะได้รับเชิญให้ไปบรรยายความรู้ให้กับว่าที่แฟรนไชซอ (Franchisor) หรือผู้ที่อยากขายสิทธิ์แฟรนไชส์ แสดงให้เห็นว่ามีผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีจำนวนไม่น้อย มีความตื่นตัวที่ต้องการจะสร้างแบรนด์สินค้าหรือบริการของตัวเอง โดยมีแผนที่จะขยายธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์ “ช่วงต้นปี 2565 แวดวงแฟรนไชซอ มีอยู่ธุรกิจเดียวที่คึกคัก คือ ธุรกิจอาหาร ถัดมาก็เป็นเครื่องดื่ม กระทั่งช่วงปลายปีนี้ เริ่มมีผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวกับด้านสุขภาพ ที่อยากสร้างแฟรนไชส์ แนวศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ มาขอคำปรึกษามากขึ้น” “ซึ่งได้เสนอแนะไปให้พิจารณารูปแบบธุรกิจ 3 กลุ่ม คือ หนึ่ง การบริการด้านรักษาพยาบาล สอง การบริการด้านที่พัก ซึ่งมีทั้งแบบไปกลับและพักค้างระยะยาว และ สาม บริการโฮมแคร์ คือ ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลสุขภาพของลู
10 SMEs ฮีโร่แห่งปี 2565 FC เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ กดไลก์…กันเพียบ พ.ศ. 2565 หลายคนบอกว่าเป็นปีแห่งความยากลำบากของคนทำมาหากินทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่ชาว SMEs น้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่พากันล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก หากที่ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างสง่างามนั้น ก็ยังมีอยู่จำนวนไม่น้อย ใครต่อใคร จึงต่างยกย่องให้พวกเขา เป็น “ฮีโร่” แห่งปีกันเลยทีเดียว อันดับ 1 สาวออฟฟิศ ตื่นตี 5 ทำแซนด์วิชขายก่อนไปทำงาน กำไรเดือนหลายหมื่น คุณเหมียว-วิชุดา หล้าคำแก้ว วัย 34 ปี เธอคือพนักงานออฟฟิศสุดขยันที่ใช้เวลาทุกนาทีได้คุ้มค่า จากปกติตื่น 6 โมงกว่าเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ตอนนี้ตื่นตี 5 มาทำแซนด์วิชขายก่อนออกทำงาน เชื่อมั้ยว่าเวลา 1 ชั่วโมงที่ตื่นมาทุกๆ วัน สามารถสร้างกำไรให้เธอเดือนละ 20,000-30,000 กว่าบาท อ่านเรื่องราวของเธอ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.sentangsedtee.com/big-idea/article_226809 อันดับ 2 อดีตคนคุก ลุกขึ้นสู้ ผันตัวขาย มะม่วงน้ำปลาหวาน ยอดขายปีละ 1 ล้าน คุณเก่ง-เก่งกิจ โชคพงศ์พัชร์ วัย 41 ปี ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ตั้งมั่นแน่วแน่ที่จะเริ่มชีวิตใหม่ และในวันที่ทำได้สำเร็จ เขามีทั้งบ้าน ทั้งรถ และที่
5 ร้านดังคิวยาว มาแรงแซงสุดในปี 2565 มีตังค์อย่างเดียวก็กินไม่ได้! เป็นธรรมดาของร้านอาหาร ร้านขนมสุดฮิต หากความอร่อยและคุณภาพเป็นที่เลื่องลือ ลูกค้าอย่างเราก็พร้อมต่อคิวรอ เรียกว่า มีตังค์อย่างเดียวก็กินไม่ได้ ต้องมีเวลาด้วย เพราะแถวยาวจนท้อ ก่อนเข้าปีกระต่าย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอทิ้งท้ายปีเสือ 2565 ด้วยการรวม ร้านคิวยาวมาแรง ให้ทุกคนได้ดู เชื่อเลยว่า ลูกเพจหลายๆ คนอาจเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ไปต่อคิวมาแล้วก็ได้ จะมีร้านไหนบ้าง มาเริ่มกันที่ร้านแรก เจมส์ บูลองเจอรี ขายดีจนร้านแตก เจมส์ บูลองเจอรี คือร้านของ คุณเจมส์-พชร เถกิงเกียรติ วัย 33 ปี ปัจจุบันเขาได้การยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการเบเกอรี่ ในฐานะเป็นเชฟหนุ่มเบอร์ต้นๆ ที่สร้างชื่อเสียงจากการทำ “ครัวซองต์” เกรดพรีเมี่ยม ออกมาวางจำหน่ายในคาเฟ่เล็กๆ ย่านพรานนก กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ถึงขั้นฟีเวอร์ มีลูกค้ามารอต่อคิวยาวเหยียดตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ทั้งที่คาเฟ่ของเขา เปิดตอน 10 โมงเช้า ช่วงพีกสุดขายได้ถึงวันละกว่า 4,000 ชิ้น ที่ผ่านมา จึงมีหลายคนยกย่องให้เขาเป็น “เทพครัวซองต์” เลยทีเดียว อ่านเรื่องราวของเจมส์ บูลองเจอรี คลิก คอปเปอร์บ
เคสยาดม งานแฮนด์เมดสุดคิวต์ สินค้าสุดฮิต จ๊อบเสริมนักศึกษาปี 4 กวาดรายได้เดือนละครึ่งแสน ใครจะคิดว่า “ยาดม” ที่เราพกติดกระเป๋าทุกวัน จะกลายมาเป็นไอเทมสร้างรายได้เสริมให้ คุณหนุน-ดนุธิดา เกื้ออรุณ นักศึกษาปี 4 จากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันนอกจากตั้งใจเรียนแล้ว เธอยังสามารถหารายได้ครึ่งแสนให้ตัวเอง ด้วยการไลฟ์ขายเคสยาดมใน TikTok โดยนั่งทำให้ลูกค้าชมตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนออกมาเป็นเคสยาดมสุดน่ารัก ที่ทำจากกาวครีมสีพาสเทล และการ์ตูนเรซิ่นสุดคิวต์ คุณหนุน ในวัย 22 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอทำคอนเทนต์ลง TikTok อยู่แล้ว หลักๆ คือการซื้อของเล่นมารีวิว จนไม่รู้จะซื้ออะไรมาเล่นอีก จึงได้สั่งชุดกาวครีมมาฝึกทำเคสกระจกเก่าๆ พร้อมถ่ายคลิปลง TikTok อยู่หลายคลิป โดยคลิปยอดวิวสูงสุด คือคลิปทำเคสหวี นับเป็นจุดเริ่มต้นให้มีคนสนใจและบอกให้เธอทำขาย “เริ่มมีคนรู้จักเราและทักมา เขาอยากให้ช่วยทำเคสวิคส์ให้ เราก็คิดว่าทำได้จริงหรอ แต่ก็ลองทำให้ เห็นว่าสามารถถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ได้เลยตั้งกล้อง ปรากฏว่าคลิปนั้นยอดวิวสูงเหมือนกัน มีคนตามมาคอมเมนต์ว่า ยาดมหงส์ไทย โบว์แดง ต้องเข้าแล้ว” คุณหนุน
