Exclusive
‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์–เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จัด ‘SMEs Hero Fest’ 10-12 ธ.ค. นี้ ระดมเอสเอ็มอีดังคับคั่ง ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ และ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ในเครือมติชน จัด ‘SMEs Hero Fest’ มหกรรมสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี จุดความหวัง สร้างพลังใจ ให้ผู้ประกอบการทั่วไทยเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง จัดเต็มผู้ประกอบการชื่อดัง! อาทิ ตัน ภาสกรนที แห่งอิชิตัน, เกษมสันต์ สัตยารักษ์ แห่ง Copper Buffet, เจมส์–พชร เถกิงเกียรติ แห่ง James Boulangerie ฯลฯ ถ่ายทอดกลยุทธ์การปั้นแบรนด์สู่ธุรกิจเงินล้าน เสริมทัพด้วยเวิร์กช็อปสร้างอาชีพ ทำง่าย ได้เงินจริง พร้อมชิม–ช้อป เมนูเด็ด สารพัดสินค้าโดนใจ ในโซน Marketplace พลาดไม่ได้! 10-12 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ผู้นำสื่อที่นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการเข้าสู่ปีที่ 28 และ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้นำสื่อด้านการเกษตรเบอร์ต้นของไทย ที่เดินหน้าสู่ปีที่ 35 ภายใต้ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ เครือมติชน ร่วมด้วยพันธมิตรชั้นนำ ผนึกกำลังจัดมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ ‘SMEs Hero Fest’ วันที่ 10-12 ธัน
แจกสูตร เมนูเด็ด จาก ปลากุเลาเค็มตากใบ ทำได้ทั้งติ่มซำ ยัน ซีซาร์สลัด ปลากุเลาเค็ม นั้น สามารถนำไปทำได้สารพัดเมนู เอาไปใส่ขนมจีนน้ำยา ได้น้ำยาเข้มข้นหอมมาก ตำรับคนจีนเก่าๆ มีหมูนึ่งปลาเค็มเอาไว้กินกับข้าวสวย ข้าวต้ม ผมเลยได้ทีแปลงสูตรหมูนึ่งปลาเค็มมาทำออกงานซะเลย แต่ของสาธิตมันต้องฮือฮาเรียกแขกพอสมควร จะนึ่งหมูปลาเค็มเป็นก้อนแบนๆ เหมือนครัวเรือนเห็นจะไม่ได้ อย่างนั้นเอามาเกาะเห็ดหอม เกาะปูอัด กลายเป็น “ติ่มซำหมูนึ่งปลาเค็ม” หน้าตาน่ารัก น่ากิน วิธีการไม่ได้ต่างจากหมูนึ่งปลาเค็มโบราณอะไรนัก โขลกรากผักชี กระเทียม อย่างละ 1 ช้อนชา ใส่พริกไทยสักครึ่งช้อนชา แล้วเอามาผสมกับหมูสับติดมัน 1 ถ้วย มีเคล็ดอยู่ว่าหมูสับนั้นให้แช่แข็งจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง พอผสมรากผักชี กระเทียม พริกไทยแล้ว ให้เอาไปใส่เครื่องปั่นแรงดี ปั่นจนเนื้อเนียน ด้วยวิธีนี้หมูจะเด้งหนึบหนับ ไม่เหมือนหมูสับปกติ เอาไปทำลูกชิ้นได้เลย เสร็จแล้วทอดปลากุเลาเค็มให้หอม บี้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปผสม ผมไม่เอาใส่ไปตอนปั่น เพราะตั้งใจให้คนเคี้ยวเจอปลาเค็มบ้าง จะได้รู้ว่าใส่ปลากุเลาจริง เดี๋ยวหาว่าหลอก นวดเข้าที่แล้วนำไปเกาะเห็ดหอมแห้งที่แช่น้ำไ
คู่รักโบกมือลาเมืองใหญ่ กลับมาตั้งตัวที่บ้านเกิด ด้วยคาเฟ่-โฮมสเตย์ กลางทุ่ง เมื่อต้องเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตห่างไกลบ้านนานหลายปี ย่อมทำให้โหยหาและคิดถึงคนในครอบครัว คุณวรเชษฐ์ กิติวัง หรือ อาร์ม และ คุณเพ็ญวิสาข์ บุญศรี หรือ แพร จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หิ้วกระเป๋า และเงินเก็บก้อนสุดท้าย กลับบ้านเกิดจังหวัดเชียงราย พร้อมลงหลักปักฐานเปิดคาเฟ่กลางทุ่งนาที่เคยแห้งแล้งให้มีชีวิตอีกครั้ง ชื่อว่า “บ้านทุ่งรุ่งอรุณ” ก่อนต่อยอดสู่โฮมสเตย์ ที่ออกแบบและลงมือสร้างกันเองอย่างสวยงาม “ผมและแพร ย้ายจากเชียงรายมาทำงานในกรุงเทพฯ ผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อะไหล่ในบริษัทเครื่องจักรอุตสาหกรรมการเกษตรมา 7 ปีแล้วครับ ส่วนแพรเป็นเซลส์ประจำคลินิกเสริมความงาม รายได้ถือว่าดีเลยครับ รวมกันเดือนละ 60,000 กว่าบาทได้ แต่งานก็มาพร้อมความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นครับ จนเราทั้งคู่ไม่มีเวลาให้กัน ทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน และการพาตัวเองเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ ห่างไกลบ้านนานๆ ทำให้เราคิดถึงครอบครัว อยากกลับไปดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เลยตัดสินใจลาออก ไม่เสียดายเลยครับ เพราะอิ่มตัวมากแล้ว” คุณอาร์
ตกงานเพราะโควิด อดีตเชฟ ผันตัวเปิดร้าน พิซซ่าเตาถ่าน กลมกล่อม BY CHEF AKE สร้างรายได้ปังกว่าเดิม 2 เท่า! หากใครชื่นชอบการทาน พิซซ่า แล้วล่ะก็ ต้องเคยได้ยินชื่อ ร้าน กลมกล่อม BY CHEF AKE ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแน่ เพราะเป็น พิซซ่าเตาถ่าน ที่อดีตเชฟโรงแรมดังระดับ 6 ดาวอย่าง คุณเอก-สัจจา ทองศรีแก้ว ลงมือเนรมิตด้วยตัวเองทุกขั้นตอนเลยทีเดียว! เชฟเอก เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนจะมาเปิดร้านขายพิซซ่าเตาถ่าน อย่างทุกวันนี้ ชีวิตของเขาต้องไต่เต้าตามฝันตั้งแต่เด็ก “ชีวิตผมลำบากตั้งแต่เด็กครับ เป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารที่เพื่อนแนะนำให้ไปทำ เงินเดือนก็วันละ 100 สมัยนั้นน่ะนะ แล้วจำได้เลยว่า ก้าวแรกที่เข้าไปทำงาน เราได้กลิ่นอาหาร กลิ่นขนมเบเกอรี่ มันรู้สึกดีมาก รู้ตัวเลยว่าตอนนั้นเรามีความสุขมาก มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากเป็นเชฟ อาศัยครูพักลักจำ แล้วมาลองทำกินเพราะเราก็อยากกินเนอะ ผมก็วนเวียนอยู่ในวงการอาหารอยู่ประมาณ 11 ปีได้ แล้วก็ได้เป็นกุ๊กจนเลื่อนขั้นมาเป็นเชฟ แล้วก็มีโอกาสได้ไปทำงานที่พังงา” “ซึ่งปีนั้นเกิดสึนามิ ผมก็รอดจากเหตุการณ์นั้น แล้วก็ตัดสินใจกลั
อดีตสาวออฟฟิศ ใช้งบไม่ถึงแสน เปลี่ยนพื้นที่ว่างหน้าบ้าน มาขาย ก๋วยเตี๋ยวเรือ 15 บาท-ยำ-ส้มตำ-น้ำปั่น รายได้วันละหลักพัน แม้ไม่มาก แต่สุขใจ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณดรีม-อภิญญา กิจวิชา วัย 25 ปี อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ ที่ลาออกมาสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเจ้านายตัวเอง โดยใช้พื้นที่ว่างหน้าบ้าน รีโนเวตใหม่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ด้วยงบประมาณ 70,000 บาท หุ้นกันกับหวานใจสาว (คุณปั๊กกี้-อาภากร โพธิ์ทอง) คุณดรีม เล่าว่า ก่อนผันตัวเป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว เธอเป็นพนักงานในบริษัทรับเหมาติดอะลูมิเนียม-กระจก ทำได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าไม่ใช่งานที่ถนัด ประกอบกับอยากมีกิจการที่สามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ จึงตัดสินใจลาออก และเลือกมาเปิด ร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นอาหารที่เธอและแฟนชอบทานนั่นเอง “ทำงานได้ 2 ปีก็รู้สึกว่า งานมันกินเวลาชีวิตเกินไป ก็อยากหางานที่เราเป็นนายตัวเองได้ทำ แล้วเราชอบกินก๋วยเตี๋ยว แฟนก็ชอบ เลยเลือกลาออกกลับมาบ้านที่ต่างจังหวัด แล้วคิดว่าจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะเราก็ชอบกินด้วย” “แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวมันก็มีเยอะใช่ไหมคะ ทีนี้เราจะทำยังไงให้ต่าง ก็เห็นว่า ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะแถวบ้
“ศรีฟ้ากาแฟสด” ร้านหน้าบ้าน อดีตนักดนตรี เปิดขายแค่ครึ่งวัน แต่มีรายรับหลักพัน หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “สภากาแฟ” จากสมัยก่อนที่ร้านกาแฟเป็นแหล่งรวมตัวของคนในชุมชน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านกาแฟ เฉกเช่นร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด ที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมคาเฟ่เช่นนี้ หนึ่งในร้านกาแฟที่หาได้ยากยิ่งในกรุงเทพฯ ที่เกิดจากการต่อยอดบ้านเป็นร้านกาแฟด้วยใจรัก สร้างรายได้ถึงหลักพันต่อวันและเปิดมากว่า 20 ปีแล้ว คุณธนิต กิจจำนงค์พันธุ์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านนี้ เกริ่นให้ฟังว่า เคยเป็นนักดนตรีและพนักงานขายในห้างสรรพสินค้ามาก่อน ทักษะที่ได้จากการเล่นดนตรีและการบริการลูกค้าตอนทำงาน ทำให้เขานำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลร้านกาแฟ เจ้าของร้าน เล่าว่า สมัยก่อนเคยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในหมู่บ้านอมรพันธ์ 9 แต่พี่น้องทุกคนวางแผนจะซื้อบ้านให้คุณแม่อยู่ จึงหาบ้านในละแวกเดียวกัน ทุกวันนี้บ้านหัวมุมหลังที่ซื้อใหม่ได้กลายเป็นร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด จากการใช้ของที่มีมาตกแต่งร้านด้วยตัวของเขาเอง เมื่อนึกย้อนกลับไป คุณธนิต ก็พูดขึ้น “ถ้าไม่มีบ้านหลังนี้ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นย
ร้านส้มตำไทยมุง ‘อุทุมพร(ใจ)’ จัดจ้านย่านบางลำพู ตำตัวโยก 100 ครกต่อวัน ร้านอาหารอีสานแซ่บจัดจ้านในย่านบางลำพู ต้องร้านส้มตำอุทุมพร (ใจ) ส้มตำสตรีตฟู้ดที่เปิดมายาวนานกว่า 25 ปี พิกัดถนน 13 ห้าง ข้างธนาคารกสิกรไทย ถ้ามาตอนเที่ยงหรือใกล้ๆ เที่ยง จะได้เห็นภาพไทยมุงยืนรอรับอาหารอยู่หน้าร้าน ปะปนกับพี่ๆ สองล้อไบเกอร์ดีลิเวอรี่ ขณะที่โต๊ะเต็มทุกที่นั่ง เรียกว่ารสมือของ พี่ใจ-อุทุมพร กิ้นบุราณ ที่แท้ทรู ที่ทำให้ลูกค้าพากันติดอกติดใจ กลายเป็นขวัญใจชาวบางลำพู และสำนักงานห้างร้านละแวกใกล้เคียง เพราะร้านนี้ไม่ได้ทำน้ำปรุงรสส้มตำเตรียมเอาไว้นะจ๊ะ เรียกว่าตำกันปรุงกันครกต่อครก สดๆ ใหม่ๆ รสแซ่บไม่ธรรมดา รวมถึงวัตถุดิบอย่างดีสดใหม่สะอาด ที่พี่ใจไม่เคยละเลยเรื่องนี้แม้สักวัน เมนูที่ใครมาก็ต้องสั่ง คือ ตำปูปลาร้า ที่พี่ใจมีสูตรการปรุงน้ำปลาร้ารสเด็ด แซ่บคักๆ ที่คอปลาร้าต้องมาตำให้ได้ นอกจากนี้มีตำผลไม้ ตำข้าวโพด ตำไทย ติดอันดับขายดี ช้าหมดอดกิน ราคาขายสุดแสนจะย่อมเยาเพียงครกละ 50 บาทเท่านั้น รวมถึงลาบ น้ำตก จัดจ้านเข้มข้น และต้มแซ่บกระดูกอ่อน ที่แซ่บนัวสมชื่อ กระดูกอ่อนติดเนื้อหมูเปื่อยนุ่ม
จากเด็กไร้บ้าน ได้พี่ชายใจดีรับดูแล ให้อาชีพตั้งตัว เปิดร้าน กะเพราอ้วนตรึ้ม ชีวิตในวัยเด็กของ “ทีน-สดายุ ศุภผลศิริ” ไม่ได้ราบรื่นเหมือนเด็กทั่วไป เพราะมีจุดพลิกผัน ต้องกลายเป็นเด็กไร้บ้าน ตั้งแต่อายุ 13 ปี จนได้ “พี่ต่อ” พี่ชายใจดีที่อาศัยอยู่ในซอยเดียวกันรับเลี้ยงดู ถึงวันนี้ 7 กว่าปีแล้ว ที่ดูแลกันมา ไม่เพียงแค่ให้ชีวิตใหม่ แต่พี่ชายคนนี้ที่น้องทีนนับถือเหมือนพ่อ ยังให้อาชีพตั้งตัว คือ ร้านกะเพราอ้วนตรึ้ม ตะหลิวตัด ถึงปัจจุบันเปิดขายมานาน 3 ปี มีลูกค้ารุมซื้อตั้งแต่เปิดร้าน และพีกสุด เคยขายได้วันละ 6,000-7,000 บาท ทีน เด็กหนุ่มสุดขยัน เล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟังว่า “ผมอาศัยอยู่กับย่ามาตลอด กระทั่งย่าป่วย ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ผมได้ติดต่อญาติให้มาช่วยดูแล เพราะยังนั่งรถไปนู่นมานี่ไม่คล่อง พอญาติมาถึงก็จัดการขายบ้านให้คนอื่น โดยที่ผมไม่รู้มาก่อน คนซื้อก็ไม่รู้ว่าญาติจะทิ้งผมไว้ ทำให้ผมกลายเป็นคนไม่มีบ้าน ต้องออกมานอนในซอย 2 วัน มีผู้ใหญ่แถวนั้น เดินผ่านไปผ่านมาเยอะครับ มาถามไถ่ แต่ไม่มีใครช่วย จนได้เจอพี่ต่อ ผมไม่รู้มาก่อนว่าเราอาศัยอยู่ซอยเดียวกัน เขา
ก็ใจมันรัก เคยหนีเรียนไปเปิดแผงตลาดนัด โตมา เป็นเจ้าของ อีกามิวสิค คุณติตัส-จิราภรณ์ การบุญ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ พื้นเพเป็นคนอุบลฯ จบปริญญาตรีด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปัจจุบันอายุ 31 ปี แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน และเป็นเจ้าของกิจการ อีกามิวสิค ร้านขายเครื่องดนตรี เจ้าดังในจังหวัดอุบลฯ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ บอกเลย เรื่องราวของเธอ น่าสนใจไม่น้อย “รักในการค้าขายมาก ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น เคยหนีโรงเรียน ปีนรั้วออกไปเพื่อไปจองคิวตลาดนัด” คุณติตัส เล่าความหลัง พร้อมหัวเราะร่วน ก่อนแจงเหตุผลให้ฟัง แบบเขินๆ “คือถ้ารอเลิกเรียนตอน 4 โมงเย็น จะไม่ทันไปจองแผง เลยปีนรั้วออกไปประมาณ 14.30 น. จากนั้นจะโทรให้เพื่อนต่างโรงเรียนมารับ เพราะเขาไปรับเสื้อผ้าตลาดมือสองมาขายไปรับจากตลาดโรงเกลือ ส่วนตัวเราเอา ของแฮนด์เมดทำเองมาขาย อย่าง แก้วเซรามิกเพ้นต์ลวดลายต่างๆ “แม่ค้าตลาดนัดตั้งแต่สมัยมอต้น คืออาชีพแรกที่ทำให้มีเงินเก็บ ตอนนั้นที่บ้านฐานะไม่ดี คุณพ่อเป็นข้าราชการเงินเดือนน้อย ส่วนตัวเราเองเป็นคนฟุ่มเฟือยตามประสาวัยรุ่น แต่หนูถือคติว่า ถ้าจะซื้อของชิ้นใหญ่ชิ้นใหม่ จะไม่เอาเงินเก็บออกมาใช้
แฟรนไชส์ ข้าวมันไก่สิงคโปร์ By เชฟปัง ปีหน้ามาแน่ มั่นใจ กำไรเยอะ ข้าวมันไก่สิงคโปร์ นั้น มีจุดแตกต่างจากข้าวมันไก่ทั่วไป ที่หลายคนคุ้นเคย นั่นคือ ในส่วนของ น้ำจิ้ม ซึ่งมีทั้งน้ำจิ้มพริกแดง น้ำจิ้มขิง และน้ำจิ้มหวาน แถมด้วยผักดอง อีกต่างหาก สำหรับรสชาตินั้น เริ่มจาก น้ำจิ้มแดง ให้ความเปรี้ยวเผ็ด น้ำจิ้มขิงที่แยกกากแล้ว มีรสเค็มกลมกล่อม ส่วนซีอิ๊วหวาน ให้รสหวาน เมื่อทานพร้อมกันทั้ง 3 แบบ จะครบทุกรสชาติ แล้วค่อยตัดเลี่ยนด้วยผักดอง ส่วนเนื้อไก่ เด้ง-หนา-นุ่ม จะมีน้ำซอสรสชาติเฉพาะตัว ราดให้มาแบบฉ่ำๆ ด้วย “ข้าวมันไก่สิงคโปร์ By เชฟปัง จะมีน้ำจิ้มสไตล์ไทยๆ ให้ด้วย เผื่อลูกค้ายังติดรสชาติแบบดั้งเดิม” คุณปัง-สุธานา ยันต์ทอง เจ้าของกิจการร้านดัง เกริ่น ในวัยยี่สิบปลายๆ เริ่มต้นอธิบายให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังอย่างนั้น สำหรับร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์ By เชฟปัง นั้น เปิดตัวครั้งแรกเมื่อราว 2 ปีก่อนนี้ ที่ย่านสะพานควาย ซึ่งใช้เวลานานกว่า 4 เดือน กว่าที่คนจะรู้จัก กล้าเข้ามาทดลองชิม กระทั่งกลายเป็นลูกค้าประจำ ล่าสุดกิจการแห่งนี้ มีเพิ่มอีก 1 สาขา ที่ย่านพร้อมพงษ์ ถนนสุขุมวิท และอีกหนึ่งร้านแฟรนไชส์
