Exclusive
รู้จักไหม!? “ช่างสักลายมือเศรษฐี” อาชีพยุคใหม่ รายได้ดี ฮอตฮิตในหมู่สาวๆ เป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่ได้ยินครั้งแรกก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ กับอาชีพ “ช่างสักลายมือเศรษฐี” ว่าประเทศไทย มีอาชีพที่ว่านี่ด้วยหรือ!? คุณบัญชา โชติชีวกุล วัย 55 ปี ได้เล่าที่มาที่ไปของอาชีพนี้ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เดิมทีก่อนมายึดอาชีพเป็นช่างสักลายมือเศรษฐี เขาเคยทำงานเป็นช่างสักตัวอยู่ประมาณ 10 ปี “ผมทำงานเป็นช่างสักมาเป็นสิบปีแล้ว เคยไปทำงานที่เกาหลีด้วย ก็มีความสนใจพวกเรื่องศาสตร์ ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง ศาสตร์ตัวเลขอะไรแบบนี้ แล้วศาสตร์ดูลายมือมันก็น่าสนใจ เพราะลายมือของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เส้นลายมือคนเราจะมี 27 เส้น แล้วมันน่าอัศจรรย์ตรงที่ สามารถบ่งบอกถึงชีวิตของคนคนนั้นเป๊ะๆ บางคน เส้นลายมือบางเส้นมันขาดหายไป ก็มานั่งคิดว่ารับทำเส้นให้เขาดีไหม ก็เลยลองทำดู จนเกิดเป็นอาชีพนี้” คุณบัญชา ว่ามาอย่างนั้น เขาเล่าต่อว่า เขารับสักลายมือเศรษฐีมาได้สักพักแล้ว ลูกค้าที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง โดยขั้นตอนในการสัก เริ่มต้นที่การขอให้ตัวเขาอนุญาต กล่าวคือ
ร้านกาแฟสโลว์บาร์ แฟรนไชส์มาแรง ลงทุนไม่มาก แค่โต๊ะหนึ่งตัวก็เปิดได้แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าร้านกาแฟสโลว์บาร์ กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ด้วยวิธีการชงอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ ได้รสชาติกาแฟแบบเต็มๆ ทำให้ คุณณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ หันมาเปิดร้านกาแฟสโลว์บาร์ Hip Cof เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพียง 7 เดือนสามารถขยายแฟรนไชส์ได้มากถึง 100 ราย คุณณรินณ์ทิพ เล่าถึงการเปิดตัวแฟรนไชส์ Hip Cof ให้ฟังว่า เพราะกระแสตอบรับกาแฟสโลว์บาร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยเสน่ห์ของกาแฟทั้ง 2 รูปแบบ คือ Moka Pot และ Drip ซึ่งเป็นการชงกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว บดเมล็ดกาแฟสดๆ ทำให้ได้รสสัมผัสรสชาติกาแฟแบบเต็มๆ ประกอบกับกาแฟสโลว์บาร์เป็นธุรกิจน่าสนใจ ลงทุนน้อย อุปกรณ์มีไม่มาก ทำเลมีแค่โต๊ะหนึ่งตัวก็สามารถเปิดร้านได้ จึงตัดสินใจเปิดตัวแฟรนไชส์สโลว์บาร์ Hip Cof ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ฝันอยากมีร้านกาแฟสามารถเปิดร้านในราคาที่จับต้องได้ โดยมีเทรนเนอร์มืออาชีพที่เป็นระดับคิวเกรดเดอร์ของเมืองไทย ถ่ายทอดความรู้เรื่องกาแฟและเทคนิคการต้มกาแฟแบบหมดเปลือก สำหรับแฟรนไชส์กาแฟสโลว์บาร์ Hip Cof เป็นการลงทุน
ตกงานไม่ทันตั้งตัว พีอาร์สาว หาอาชีพใหม่ใช้ทุนน้อยสุด ขุดต้นไม้ขายออนไลน์ รายได้หลักแสนเหลือศูนย์จากผลกระทบโควิด คือ เรื่องราวของ คุณจอย-เบญจรัตน์ สินสงวน วัย 47 ปี เจ้าของบริษัทเล็กๆ รับงานเป็นที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ มานานร่วม 22 ปี แต่ด้วยผลกระทบจากโควิดรอบ 3 จึงต้องหยุดงานทั้งหมด และมองหาอาชีพใหม่ที่ใช้ทุนน้อยสุด เพราะตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว “อาชีพเริ่มได้ง่ายที่สุด คือ แม่ค้าออนไลน์ เลยหันมาขายสินค้าพวกผัก-ผลไม้ออร์แกนิก เพราะไม่ต้องเช่าร้าน ไม่ต้องสต๊อกสินค้า และโชคดีที่ได้รับความเมตตาจากเกษตรกรอินทรีย์ในโครงการที่เคยไปช่วยประชาสัมพันธ์ให้ หลายท่านให้สินค้าในราคาทุน เพราะอยากจะช่วยให้มีรายได้ โดยเปิดพรีออร์เดอร์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง วิ่งส่งในกรุงเทพฯ ได้กำไรเที่ยวละ 5,000-6,000 บาท ขณะเดียวกัน จ้างครูมาสอนยิงแอด 3 เดือน ขายอย่างจริงจัง ทำเต็มที่ แต่รายได้ยังไม่ตามเป้า จึงพยายามมองหาโอกาสใหม่ๆ แต่ยังไม่เจอสินค้าที่ปัง” คุณจอย เริ่มต้นให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟัง ก่อนคุยกันต่อ พื้นเพเธอเป็นคนจังหวัดกระบี่ ช่วงที่โรงเรียนปิดเพราะโควิด จึงพาลูกสาว กลับไป
โทษของขยะพลาสติกไม่ต้องพูดถึง เยอะแยะไปหมด ทำยังไงคนไทยถึงจะเลิกใช้ พลาสติก บนโลกนี้เยอะแยะไปหมด และยิ่งเยอะมากในช่วงโควิดนี้ หลอดพลาสติก ถุงพลาสติก ผ้าอ้อม รวมถึงหน้ากากอนามัยที่ทิ้งกันทุกวันนี้ด้วย ใช้เวลาย่อยสลาย 500 ปี ส่วนกล่องโฟมไม่ย่อยสลายเลย อยู่ไงอยู่งั้น เราตายแล้วเกิดใหม่ 5 ชาติ ก็ยังมีโอกาสกลับมาเจอพลาสติกที่เราทิ้งไว้อยู่ ระหว่างทางพลาสติกย่อยสลายมันจะแตกกลายเป็นเศษเล็ก และเล็กมากขนาดตามองไม่เห็นเรียกว่า ไมโครพลาสติก ไอ้ตัวนี้ก็กระจายไปอยู่ในดิน ในน้ำ ต้นไม้ดูดเข้าไป สัตว์กินเข้าไป คนไปกินเจ้าพวกนี้อีกที อีกสักไม่กี่ชาติ คนคงวิวัฒนาการเป็นมนุษย์พลาสติกโดยไม่ต้องผ่าตัด ส่วนโทษของขยะพลาสติกตรงๆไม่ต้องพูดถึง ปนอยู่ในดิน กองขยะ ปลิวตามทางเท้า สกปรก อุดตันท่อ ลงแม่น้ำ ลำคลอง ตื้นเขิน ลงทะเล มหาสมุทร ทั้งเต่า ปลาโลมา ปลาวาฬ กินพลาสติกเข้าไปตายหลายตัวแล้ว นักวิชาการเขาบอกว่าขยะพลาสติกที่เราทิ้งๆ กัน มีเพียง 9% ถูกนำกลับไปรีไซเคิลหรือนำกลับไปใช้ใหม่ได้ 12% ถูกนำไปเผากลายเป็นมลพิษ อีก 79% เหลืออยู่ในดิน ในน้ำ ให้เราเกิดใหม่มาจ๊ะเอ๋อีกที ยุคดีลิเวอรี่ขยะพลาสติกมากขึ้นกว่าปกติโดยเลี่
โควิด ทำโลงศพขายดี กำไรมีแต่ไม่มาก 300 ใบขายเกลี้ยงใน 2 เดือน คุณเซฟ-ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์ อายุ 23 ปี กรรมการบริษัท สุริยา 9 คอฟฟิน จำกัด ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 สุริยาหีบศพ ธุรกิจบริการหลังความตายครบวงจร ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ย้อนความเป็นมากิจการเก่าแก่ของครอบครัว ว่า สุริยาหีบศพ เริ่มต้นจากอากง (ปู่) ซึ่งเป็นเจนหนึ่งของตระกูล สุริยเสนีย์ โดยย้อนไปเมื่อราว 70 ปีก่อน อากงของเขา ทำงานโรงพยาบาลเกี่ยวกับห้องศพ เลยมีประสบการณ์ด้านนี้พอสมควร “อากง ได้รับข้อมูลจากญาติมารับศพออกจากโรงพยาบาลว่าพวกเขาต้องการอะไรบ้าง ก่อนแตกเป็นธุรกิจของตัวเอง ช่วงแรกเริ่มจากมีรถบริการก่อน ญาติบางคนก็ถามว่า ทำไมมีรถ แต่ไม่มีโลงให้ เลยฉุกคิดจากคำนั้น ก่อนมาทำโลงขาย ต่อมามีบริการจัดดอกไม้หน้าศพ จนพัฒนามาถึงทุกวันนี้ มีทั้งหมด 8 สาขา เป็นของญาติพี่น้องกันทั้งหมดไม่มีแฟรนไชส์” คุณเซฟ เล่าอย่างนั้น เมื่อถามถึงสถานการณ์ค้าขายโลงศพในแบบสุริยา คุณเซฟ เผยว่า ตามปกติกำลังการผลิตโลงอยู่ที่ 6-7 ใบ ต่อวัน แต่พอเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด ปรากฏต้องเร่งผลิต 2-3 เท่า หรือประมาณ 20 ใบต่อวัน “เราเปิดรับลูกค้าช่วงโควิดระล
ยุคโควิด สะเทือนทุกอาชีพ พี่ต้น แมคอินทอช หันขายหมูแผ่นออนไลน์ หากพูดถึงวงดนตรีที่ฮอตฮิตในยุค 80 คงไม่มีใครไม่รู้จัก แมคอินทอช วงดนตรีสตริงขวัญใจวัยรุ่นในยุคนั้น ที่ประสบความสำเร็จทั้งผลงานเพลงและงานภาพยนตร์ อย่าง วันวานยังหวานอยู่ ทั้งยังได้รับการโหวตจากนิตยสารโดเรมี ให้เป็นหนึ่งในวงดนตรียอดนิยมปี 2526 อีกด้วย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รับเกียรติพูดคุยกับ คุณต้น-วงศกร รัศมิทัต วัย 60 ปี นักร้องและมือกลองของวง ที่ปัจจุบันหันมาทำจ๊อบเสริม ผันตัวมาเป็นพ่อค้าออนไลน์กับเขาด้วยอีกคน! คุณต้นเล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า มีคนรู้จักทำหมูแผ่นขายแล้วลองเอามาให้ชิม ด้วยความอร่อยและติดใจในรสชาติ ประกอบกับช่วงนี้งานดนตรีลดน้อยลง คุณต้นจึงติดต่อขอซื้อหมูแผ่นมาขายต่อในราคาย่อมเยา โดยติดเป็นแบรนด์ของตัวเอง ภายใต้ชื่อแบรนด์ พอกิน “งานดนตรีก็ยังเล่นอยู่ครับ ส่วนใหญ่ก็รับเป็นอีเว้นต์ แต่ช่วงนี้ก็มีโควิด ก็ได้รับผลกระทบ ทำงานดนตรีน้อยลง แต่ก็ไม่หนักเท่าพวกสายท่องเที่ยวโรงแรม แล้วน้องที่รู้จักเขาลองเอาหมูแผ่นมาให้ชิม พี่เห็นว่าอร่อยดีเลยขอซื้อ แล้วน้องเขาขายให้ราคาถูก ก็เห็นว่าเออ มันถูกดี อยากให้คนอื่นกินขอ
เอสเอ็มอี ปลื้ม งานเกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี สาระเข้มข้น แนะให้จัดอีก ลุล่วงไปอย่างชื่นมื่นและงดงาม สำหรับงาน เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค. ที่ผ่านมา หลายคนที่ได้มาสัมผัส ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าสนใจและมีประโยชน์อย่างยิ่ง ปลุกพลัง สร้างทางรอด SMEs เริ่มต้นจาก ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ปลุกพลัง สร้างทางรอด SMEs” จาก คุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน “ขอบคุณเครือมติชน ที่จัดกิจกรรมมีประโยชน์และทำให้พี่น้องประชาชนมีพลังใจและมีพลังที่จะต่อสู้ในธุรกิจ เอสเอ็มอี นับเป็นธุรกิจที่มีคุณค่าและเป็นฐานรากของประเทศไทยอย่างยิ่ง ไม่เฉพาะประเทศไทย ด้วยธุรกิจจะเติบโตเป็นรายใหญ่ได้ต้องเติบโตจากเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ ในหลายประเทศก็เติบโตจากเอสเอ็มอี” คุณสุชาติ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนระบุอีกว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีที่อ่อนไหวสุดคือ ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ภัตตาคารต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมามีการเลิกจ้าง ปิดตัว ไม่มีเงินทุนพอจะหล่อเลี้ยง ตนเลยเสนอโครงการเยียวยาเพื่อช่วยกันประคับประคองให้พ้นวิกฤตเพราะเราคำนึงแล้วว่าเอสเอ็มอีล้มไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้มีคนออกจากงานเป็นหลัก
ผู้บริหารสสว. แนะ ต้อง Get to Know ลูกค้า ต้องไหลเหมือนน้ำ ธุรกิจจะสำเร็จ คุณวรพจน์ ประสานพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายหัวข้อ “SME ในยุค Next Normal” ในกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ “รู้แล้วรวย ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง” โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ร้านบิ๊กเต้ คือ โชห่วยของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ อยู่แถวๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการรายนี้คิดคือ มีทำเลใกล้มหาวิทยาลัย ยังไงก็ขายได้ ปรากฏว่าไม่ใช่นะ ร้านโชห่วยแม้จะอยู่ใกล้สถาบันการศึกษา บางทีไม่ตอบโจทย์ ช่วงแรกๆ กิจการนี้จึงมีปัญหามากในเรื่องของลูกค้าเข้ามาซื้อของ และไม่รู้ว่าความต้องการของลูกค้าหลักคืออะไร “ตอนแรก ร้านบิ๊กเต้ ซื้อของแพ็กใหญ่ๆ มาขาย เพราะคิดว่านักศึกษา คงซื้อห่อใหญ่แล้วเอาขึ้นไปบนหอ แล้วค่อยกิน ปรากฏเขาตีโจทย์ผิดหมด เลยต้องมานั่งคุยกับนักศึกษา ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเขาว่าอยากได้อะไร จนในที่สุดเขาถึงรู้ อ๋อ! พฤติกรรมของลูกค้านักศึกษาของเขา ไม่ใช่สิ่งที่คิดเองในตอนแรก เ
ทาสแมวต้องซื้อแล้ว ปลอกคอนิรภัยแมว อุปกรณ์เซฟตี้ชีวิตน้องเหมียว ด้วยนิสัยขี้อ้อน ช่างประจบ และความน่ารักเฉพาะตัว จึงทำให้หลายคนตกหลุมรัก กลายเป็นทาสแมวอย่างไม่รู้ตัว ปัจจุบันเลยมีธุรกิจเกี่ยวกับแมวเกิดขึ้นมากมาย เฉกเช่น ปลอกคอนิรภัยสำหรับแมว “purr craft” (เพอร์คราฟ) เจ้าของธุรกิจ คือ คุณจอมใจ ละอองแก้ว หรือ คุณจอม อายุ 32 ปี ก่อนจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณจอม เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะสถาปัตย์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้รู้จักกับคุณสน ดีไซน์เนอร์ชุดแต่งงานแบรนด์ดัง เป็นผู้ผลักดันให้เข้ามาทำธุรกิจของตัวเองอย่างจริงจัง โดยสอนวิชาเย็บปักถักร้อยให้“ทำงานประจำไปสักระยะรู้สึกว่าไม่อยากทำแล้ว อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยส่วนตัวเป็นคนรักแมว และเชื่อว่าหากได้ทำในสิ่งที่ชอบจะมีแรงผลักดัน ช่วงเริ่มแรกขายสินค้าแฮนด์เมดเกี่ยวกับแมวหลายอย่าง อาทิ เข็มกลัดดินเผา พวงกุญแจ งานปัก ของเล่นแมว แต่จะเน้นขายปลอกคอนิรภัยเป็นหลัก” สินค้าของ “เพอร์คราฟ” ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักของบรรดาคนรักแมวด้วยการตระเวนออกบูธ ออกงานอีเว้นต์ ขายตามงานต่างๆ คุณจอม บอกว่า สินค้าที่ขายดี คือ ปลอกคอนิรภ
เป็นรุ่นใหญ่ ไม่ง่าย! “รวมเก๋า เหล่าเฮีย” ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ครั้งก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยรวบรวม “เหล่าเจ๊” ในตำนานกันไปแล้ว คราวนี้มาถึง “เหล่าเฮีย” กันบ้าง ประวัติชีวิตแต่ละคนไม่ธรรมดาเหมือนกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน จนที่สุดกลายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหญ่ ชื่อเสียงโด่งดังในทุกวันนี้ เฮียนพ หมูปิ้ง คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ เฮียนพ ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด เฮียนพ จบการศึกษาแค่ระดับชั้น ม.3 แล้วทำงานโรงงาน จากนั้นผันตัวไปสู่พนักงานโรงแรม กระทั่งเจอวิกฤตต้มยำกุ้งจนถูกเลิกจ้าง แต่เฮียนพ ยังดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ จนมาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง อ้างอิงจาก ชีวิตดั่งนิยาย จากวินมอไซค์ สู่เถ้าแก่ รง.หมูปิ้ง – ไส้กรอกอีสาน เฮียจก โต๊ะเดียว “เฮียจก” หรือ คุณสมชาย ตั้งสินพูลชัย ชื่อเล่น “จิ้งจก” ลูกชายคนที่ 3 ของเถ้าแก่ “สินชัย” เจ้าของร้านขายส่งปูทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเรื่องราวชีวิตที่อร่อยพ
