Exclusive
ถึงสถานการณ์โควิดจะเริ่มดีขึ้น มีคนติดเชื้อน้อยลง แต่หลายคนก็ยังคงจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง บางคนถึงจะมีงานประจำอยู่แล้วก็ต้องหารายได้เสริมควบคู่อีกทาง ทำให้ช่วงนี้เราจะได้เห็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น มีช่องทางทั้งขายออนไลน์ วางแผงตามตลาดนัด สินค้าถ้าเป็นของกินของใช้ในชีวิตประจำวันก็ยังคงขายได้แน่นอน รวมถึงอีกอาชีพกำลังมาแรงอย่างไม้ด่างที่สร้างเศรษฐีใหม่ได้เพียงระยะเวลาไม่นาน อาจจะเกริ่นออกทะเลมากไปหน่อย เพราะสิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าทุกคน ไม่ว่าจะขายออนไลน์หรือขายตามตลาดนัดที่นอกจากทำเลต้องดี คนขายต้องขยัน อดทน สู้ฟ้าสู้ฝน ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ควรต้องมีพาหนะคู่ใจที่แข็งแรงทนทาน สามารถบรรทุกของรับน้ำหนักได้มาก ซึ่งรถปิกอัพก็คือคำตอบ ในบรรดารถปิกอัพหรือรถเพื่อการพาณิชย์ที่จำหน่ายอยู่ในเมืองไทย ต้องบอกว่า ‘นิสสัน นาวารา’ เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมมาไม่น้อย ด้วยความเป็น ‘กระบะสุดแกร่ง’ ที่แฟนพันธุ์แท้นิสสันทราบกันดี โดยเฉพาะตัวล่าสุดอย่าง ‘นิสสัน นาวารา ใหม่ ที่มีให้เลือกถึง 14 รุ่น แต่จะขอแนะนำรุ่นที่เหมาะกับกลุ่มผู้อ่านเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผ
วัยรุ่นจะรวย! เปิดเคล็ดลับ ทายาทกุยช่ายสะพานหัน ปั้นแบรนด์เงินล้าน 11 สาขา หากพูดถึงร้านที่กำลังเป็นกระแสย่านตลาดพลูที่มาแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ ต้องยกให้ “กุยช่ายสะพานหัน” ร้านกุยช่ายไม่ธรรมดาที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตโควิดของ คุณท็อป-กิตติศักดิ์ ไกรบำรุง ชายหนุ่มวัย 20 เศษ ทายาทรุ่นที่ 4 ผู้สานต่อร้านกุยช่ายเล็กๆ ของครอบครัว ให้กลายเป็นร้านกุยช่ายเงินล้านที่มีคนมาต่อคิวอย่างไม่ขาดสาย ทั้งยังส่งต่อกลิ่นหอมกรุ่นขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วถึง 11 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น! กุยช่ายสะพานหัน รสชาติดั้งเดิม ตำนานกว่า 50 ปี ร้านกุยช่ายสะพานหันแรกเริ่มเดิมทีเป็นเพียงร้านค้ารถเข็น ย่านสำเพ็ง เยาวราช ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนตัดสินใจตั้งถิ่นฐานเป็นเพิงร้านเล็กๆ ที่สะพานหัน ที่ผู้คนรู้จักและคุ้นเคยในชื่อ “กุยช่ายสะพานหัน” ด้วยรสชาติดั้งเดิมสูตรจากตำรับอาหารจีนของอาม่า ไม่ว่าจะเป็นแป้ง เครื่องปรุง วัตถุดิบทุกอย่างล้วนพิถีพิถัน และยังคงรสชาติได้อย่างมีมาตรฐาน เหมือนแช่แข็งรสชาติแห่งความอร่อยมากว่า 50 ปีให้ยังคงอยู่ ทำให้ร้านนี้กลายเป็นตำนาน และกลายเป็นร้านกุยช่ายในดวงใจของคนรุ่นเก่าอยู่เ
ส่งท้ายคึกคักชื่นมื่น เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี ทยอยชมงานไม่ขาดสาย ตามที่ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ในเครือมติชน ผนึกกำลังจัดงาน “เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี” ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2564 โดยวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เครือมติชนยังจัดเต็มกิจกรรมน่าสนใจเช่นเคย ทั้งสัมมนาออนไลน์ “นวัตกรรมทางการเกษตร จากทางเลือกสู่ทางรอด” ถ่ายทอดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง ผ่านเฟซบุ๊กเทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐี และข่าวสด เชิญนักวิชาการด้านนวัตกรรมและการเกษตรมาให้คำแนะนำแก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน พร้อมเปิดเคล็ดลับการลงทุนไม้ด่าง สร้างรายได้งามในยุคนิวนอร์มอล รวมถึงจัดเวิร์กช็อปสร้างอาชีพฝ่าโควิด สำหรับการจัดงาน “เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี” ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ที่มติชนอคาเดมี นั้น มีไฮไลต์เด็ด อย่าง “มหัศจรรย์พรรณไม้” ซึ่งเครือมติชนคัดไม้ด่างหายากและสวยงาม รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท อาทิ มอนสเตอร่าด่างมินต์ 4.9 ล้านบาท ไหมทอง มณีจันทร์ 3 ล้านบาท จินนี่ด่าง 3 ล้านบาท มอนสเตอร่าฉลุ 1.7 ล้านบาท กล้วยด่างแดงจักรพรรดิ 1.5 ล้านบาท ด่างลายพายุตุ๊กแก 1.2 ล้านบาท พลูฉลุ
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) เสวนาพิเศษ “จากเด็กกรีดยาง สู่นักธุรกิจพันล้าน ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนมีฝัน” ในงานสัมมนาออนไลน์ “รู้แล้วรวย ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง” โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นายนพกฤษฏิ์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของชีวิตตนเองมาจากเด็กกรีดยางบ้านนอก แต่ด้วยมุมมองที่ว่า ‘ชีวิตต้องดีกว่านี้’ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ เริ่มจากการทำงานหลายอย่างช่วงที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย ทั้งการทำธุรกิจประเภทขายประกัน ธุรกิจขายตรง จนสามารถค้นพบแก่นแท้ของการทำธุรกิจขายตรงที่ว่า ‘ถ้าคุณสามารถช่วยเหลือให้คนอื่นประสบความสำเร็จจำนวนมากพอ คุณก็จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และพิสูจน์ให้เห็นว่า ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีมากขึ้น’ สำหรับเคล็บลับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ นายนพกฤษฏิ์ เล่าว่า ต้องวางจุดเริ่มต้นให้ชัดเจน โดยตนเริ่มจากการวางจุดมุ่งหมายว่า การทำธุรกิจต้องสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน และสามารถสร้างผลกร
แรงต่อเนื่องวันที่สอง! งาน “เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี” โดยเครือมติชน คนแห่ชมไม้ด่างสุดแพง 20 กว่าล้านบาท ไม่ขาดสาย! นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ในเครือมติชน ผนึกกำลังจัดงาน “เกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี” ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2564 ซึ่งมีทั้งกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ ถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กสื่อในเครือมติชน จัดเต็มความรู้ ประสบการณ์ และข้อแนะนำจากผู้บริหารภาครัฐและเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ฝ่าวิกฤตจนประสบความสำเร็จ เวิร์กช็อปสร้างอาชีพจากกูรูตัวจริงที่มาแนะเคล็ดลับสร้างอาชีพสุดปัง หนุนรายได้พุ่งยุคโควิด ขาดไม่ได้คือไฮไลต์เด็ดตลอด 3 วัน ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. ที่มติชนอคาเดมี อย่าง “มหัศจรรย์พรรณไม้” ที่เครือมติชนเฟ้นหาไม้ด่างหายากนับสิบต้น รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท มาให้ผู้สนใจได้ชมอย่างจุใจ พร้อมเปิด “GREEN MARKET” ตลาดต้นไม้ รวบรวมร้านต้นไม้ดังๆ ที่คัดสรรไม้สวยๆ เอาใจนักช็อปสายกรีนที่มองหาต้นไม้ไว้ประดับบ้าน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งการรักษาจำนวนผู้เข้าชมงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ การตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ทั่วพื้นที่จัดงาน
ผู้บริหาร สสว. ชมเอสเอ็มอีไทย ปรับตัวเก่ง ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วสุด ปี 2566 คุณวรพจน์ ประสานพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เสวนาหัวข้อ “SME ในยุค Next Normal” ในกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ “รู้แล้วรวย ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง” โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ว่า 2 ปีในช่วงโควิด ทำให้เห็นว่าโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เกิดคำว่า “เน็กซ์ นอร์มอล” หรือ “นิวนอร์มอล” ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะเศรษฐกิจและสังคมไทยมีวิวัฒนาการต่อเนื่องอยู่แล้ว เราจำเป็นต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และยอมรับให้ได้ เมื่อก่อนใครจะคิดว่าเราไม่ต้องเข้าธนาคาร แต่ทุกวันนี้เราแทบไม่ต้องเข้าธนาคาร เพราะทำธุรกรรมเกือบทุกอย่างบนออนไลน์ได้ และเร็วๆ นี้ที่จะเป็นนิว นอร์มอล คือ เราไม่ต้องพกบัตรเอทีเอ็มแล้ว เพราะสามารถกดเงินแบบไม่ใช้บัตรได้ อย่างไรก็ดี แม้โลกจะมีวิวัฒนาการต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ดิสรัปชั่น ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกอย่างรวดเร็ว แต่มีที่รวดเร็วกว่านั้นอีกคือโควิด ซึ่งส่งผลกระทบตั้
คุณไนน์-นัฐพงศ์ จารวิจิต เจ้าของกิจการ และ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีเสวนา หัวข้อ “ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง” ว่า ที่มาแนวคิดป๊อกป๊อก ว่าช่วง WFH ต้องสั่งอาหารดีลิเวอรี่บ่อย จึงเห็นว่าราคาสูงใช่เล่น แต่มีข่าวออกบ่อยๆ ร้านอาหารบ่นเรื่องโดนเก็บค่าจีพีแพง เลยไปศึกษาโมเดลดีลิเวอรี่อาหาร โดยตั้งสมมติฐานร้านอาหารถูกเก็บค่าจีพีสูง แพลตฟอร์มต้องกำไรดี ปรากฏว่าไม่ใช่ ข้อเท็จจริง คือ แพลตฟอร์มยังขาดทุนอยู่ ร้านอาหารยังบ่นอยู่ ส่วนลูกค้าไม่รู้สึกว่าได้อาหารราคาสมเหตุสมผล แล้วโมเดลแบบนี้จะยั่งยืนและไปต่อได้จริงหรือ “ข้อเท็จจริงที่ได้ ทำให้อยากทำธุรกิจแนวนี้ แต่ต้องหาโมเดลธุรกิจแตกต่างออกไป เพราะถ้าทำเหมือนเขาก็เห็นอยู่แล้วว่ายังมีปัญหาอยู่ และไม่มีทางมีทุนสู้แพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ทั้งหลายได้ เลยไปศึกษาโมเดลรถพุ่มพวง ที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ทุกวันนี้ยังมีอยู่ นั่นแปลว่า โมเดลรถพุ่มพวงมีกำไร แต่อาจมีจุดด้อย 2 อย่าง คือ รูปลักษณ์รุงรัง และสินค้าที่ขายไม่ตอบโจทย์คนในเมือง สินค้าหลายอย่าง หาซื้อได้ตามตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตได้อยู่แล้ว” คุณไนน์ เผยที่มาแนวคิด ก่อนบอกต่อ “เลยเ
ป๊อกป๊อก รถอาหาร สตาร์ตอัพน้องใหม่ รวมเมนูร้านดังเสิร์ฟถึงบ้าน ไม่มีค่าส่ง คุณไนน์-นัฐพงศ์ จารวิจิต ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok และเป็นผู้จุดประกายการใช้เทคโนโลยีการเสิร์ฟความอร่อยจากร้านดัง ถึงผู้บริโภคโดยไม่มีค่าส่ง ภายใต้ชื่อเรียกขาน ป๊อกป๊อก รถอาหารแสนอร่อย เผยว่า ไอเดียดังกล่าวเกิดจากสถานการณ์โควิด ที่คนออกไปจับจ่ายซื้อหาอาหารกันได้ยากลำบาก จึงทำให้เห็นโอกาสในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม PokPok (ป๊อกป๊อก) ขึ้นมา โดยต่อยอดจากส่วนผสมระหว่าง รถพุ่มพวง ที่วิ่งตระเวนขายของไปตามที่ต่างๆ แต่ภายในรถมีแต่วัตถุดิบ ส่วนรูปลักษณ์เป็นเหมือนฟู้ดทรัก และเพิ่มตู้อุ่นร้อน ตู้เย็น เพื่อให้อาหารมีความสดใหม่ เหมือนออกจากร้าน ขณะนี้เปิดดำเนินการได้กว่า 2 เดือนแล้ว ผลตอบรับดีมาก จึงได้เพิ่มจำนวนรถวิ่งจาก 1 คัน เป็น 4 คัน กระจายไปยังเส้นทางและทำเลต่างๆ และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะเพิ่มจำนวนรถให้เป็น 20 คัน จุดเด่นของป๊อกป๊อก คือ ไม่มีค่าส่ง โดยไปรับอาหารจากร้านอร่อย ตามที่ต่างๆ ในราคาต้นทุน จัดส่งตาม ออร์เดอร์ที่จองผ่านแอพพลิเคชั่น ในราคาที่บวกเพิ่ม
“กล่องสุ่มต้นไม้” ไอเดียค้าขายสุดแหวก เปิดรับออร์เดอร์เมื่อไหร่ ลูกค้าสั่งไม่ขาด กล่องสุ่ม คือการขายสินค้าแนวใหม่กำลังได้รับความนิยมมากในตลาดค้าขายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นกล่องสุ่มอาหารทะเล กล่องสุ่มขนม กล่องสุ่มผัก หรือกล่องสุ่มต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งการขายกล่องสุ่ม ร้านค้าจะกำหนดราคากล่องไว้ เช่น 300 บาท 500 บาท หรือ 1,000 บาท โดยคละสินค้าในกล่องให้มีความหลากหลาย ลูกค้าไม่สามารถเลือกได้ แต่มั่นใจได้เลยว่าสินค้าโดยรวมมีมูลค่ามากกว่าราคากล่องที่จ่ายไป ขายต้นไม้ ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ เจ้าของร้านต้นไม้ “themt_minitree” เด็กหนุ่มวัย 21 ปี จากจังหวัดนครศรีธรรมราช คุณมิกซ์-วรินทร แท้ชัยศรี นักศึกษาปี 4 จากรั้วมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขาได้ทำกล่องสุ่มต้นไม้ขาย กระแสตอบรับเรียกว่าดีมากๆ “ผมเกิดในครอบครัวข้าราชการ เงินเดือนไม่เยอะ ผมเริ่มขายชุดปลูกต้นไม้ตั้งแต่ช่วงมัธยมเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว พอขึ้นมหาวิทยาลัย มีทั้งค่าเทอมค่าหอค่ากินอยู่รวมๆ แล้วเป็นหมื่น ทำให้ผมมองหาอาชีพที่ตัวเองถนัด ไหนๆ ก็ชอบอยู่กับธรรมชาติแล้ว เลยขายต้นไม้ในกระถางเซราม
เปิดมุมมองตลาดต้นไม้ กับ เคน ภูภูมิ ในประเทศไม่พอขาย ส่งออกไม่ต้องพูดถึง ด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ลากยาวมาเป็นเวลานาน สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้กับทุกภาคส่วน ซึ่ง คนบันเทิง เอง ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เราจึงได้เห็นดาราหลายๆ คน หันไปทำอย่างอื่นฆ่าเวลาหรือหันมาให้เวลากับธุรกิจอาชีพเสริมที่ทำมาก่อนแล้วมากขึ้น ซึ่งพระเอกหนุ่ม เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค นอกจากจะเป็นนักแสดง เจ้าของร้านคาเฟ่ K+E Cafe ที่ร่วมลงทุนทำกับแฟนสาว เอสเธอร์-อารีรัตน์ สุปรีย์ลีลา (เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) แล้ว ก็ยังเป็นนักทำเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายที่มีดีเจระดับโลกอยู่ไปแล้ว ล่าสุดคุณเคนก็หันมาเอาดีทางด้านธุรกิจต้นไม้อีกด้วย! คุณเคน ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนเข้ามาในวงการต้นไม้มาได้ 1 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการหาซื้อต้นพันธุ์ที่ชื่นชอบมาเลี้ยง สะสมไปเรื่อยๆ จนล้นเต็มบ้าน จึงได้ริเริ่มทำเป็นธุรกิจซื้อขาย “ผมเริ่มจากพวกไม้เขียวแล้วก็อัลโบ (Albo) จากนั้นก็สะสมมาเรื่อยๆ เพราะชอบ ก็ตามเก็บ และหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องต้นไม้ว่า ประวัติความเป็นมาของต้นไม้ ว่ามันมาจากประเทศอะไร มั
