Exclusive
กูจะรอดไหมวะ ไอ้สัส ออร์เดอร์เสื้อยืดล้น สามชั่วโมงเกินพันตัว คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ เจ้าของ SodA PringtinG กิจการรับพิมพ์ภาพลงบนผ้าแคนวาส ชูแนวคิด ของขวัญที่มีชิ้นเดียวในโลก สามารถมอบเป็นของขวัญได้ในหลายโอกาส ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ก่อนหน้านี้ธุรกิจของเขาเติบโตอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ทำให้งานเฉลิมฉลองต่างๆ โดยเฉพาะงานรับปริญญา ถูกเลื่อนออกไปก่อนแทบทั้งหมด จึงต้องปรับรูปแบบธุรกิจ มารับงาน เกี่ยวกับพิมพ์ผ้าและเสื้อยืด ทั้งผลิตจำหน่ายเอง ทำ OEM ผลิตสำหรับหน่วยงานต่างๆ “ช่วงที่ผ่านมา ทำสินค้าเกี่ยวกับแฟชั่นค่อนข้างเยอะ เลยจะดูข้อความ คำพูดอะไรที่เกี่ยวกับกระแส และแฟชั่นในตอนนั้นๆ ล่าสุด เลยทำเสื้อยืด กูจะรอดไหมวะ ไอ้สัส ออกมาครับ” คุณครีม เผย ก่อนแจงต่อถึงแรงบันดาลใจว่า “กูจะรอดไหมวะ” มาจากถามตัวเอง ว่าจะรอดจากสถานการณ์นี้ได้มั้ย ทั้งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่วนคำว่า “ไอ้สัส” ได้แรงบันดาลใจมาจากคำด่าของ น้าค่อม ตลกชื่อดังผู้ล่วงลับ ถึงแม้จะเป็นคำด่าที่หยาบคาย แต่พออ่านแล้วนึกถึงเสียงของน้าค่อม ที่ฟัง
กว่า 18 ปี ที่ คุณหน้าต่าง-ธีรดา เอี่ยมประเสริฐ วัย 37 ปี ยึดอาชีพพิธีกร หรือ MC เธอเริ่มทำงานนี้ตั้งแต่สมัยเรียน เพื่อหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ จากคนไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก แต่เมื่อจับไมค์จนชิน ทำให้เธอเป็นพิธีกรสาวที่ออร์แกไนซ์อยากได้ตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะงานทางการ งานรื่นเริง หรือยิงมุกตลก เธอก็ทำได้ไม่ขัด ในแต่ละเดือน คุณหน้าต่าง รับงานแทบทุกวัน ว่างเต็มที่ไม่น่าเกิน 7 วัน ไปมาแล้วทั่วประเทศ แม้แต่สามชายแดนภาคใต้ก็ไม่เคยเกี่ยง โควิดมา งานหด หันทำขนม แต่ก็ไม่ใช่ทาง จนเมื่อต้นปี เกิดโควิดระบาด คุณหน้าต่าง คือ ผู้ได้รับผลกระทบ งานอีเว้นต์ไม่มี งานพิธีกรก็พลอยหายไปด้วย “งานเงียบไปเลย รออยู่หนึ่งเดือน คิดว่าจะดีขึ้น เริ่มไม่ใช่เพราะรายรับไม่มี มีแต่รายจ่าย คนอีเว้นต์ปรับตัวกันใหญ่ ซื้อของมาขาย ส่วนเราลงทุนซื้ออุปกรณ์มาทำขนม เราซื้อเพื่อน เพื่อนซื้อเรา เป็นโควิดที่ทำให้ใจฟูขึ้นมาบ้าง” คุณหน้าต่าง เล่า แต่ดูแล้ว ขนมไม่ใช่ทาง ชอบกินแต่ไม่ชอบทำ ประจวบเหมาะ เริ่มมีมาตรการผ่อนปรน ให้จัดงานอีเว้นต์ได้ ภายใต้ความเข้มงวดและรัดกุม “เช็กประวัติการเดินทาง จำกัดคนเข้าร่วมงาน จาก 500-600 คน เหลือ
คนกินเท่าเดิม! ห้ามนั่งทานในร้าน ทำแข่งขัน ดีลิเวอรี่ สูง แม่ค้าชี้ ร้านเล็กๆ ควรมีพื้นที่โปรโมต คุณชูก้า-นงนภัส บังศรี วัย 25 ปี แม่ค้าสาวผู้หันมาขายข้าวกะเพราไก่ 25 บาท ในยุคที่เศรษฐกิจสุดแสนจะฝืดเคืองแบบนี้ โดยเธอเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนมาทำอาหารขายออนไลน์ เธอเคยทำงานเป็นเซลส์ขายเครื่องสำอางมาก่อน ซึ่งอาชีพนี้ ถือเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ต้องลาออกเพราะรับแรงกดดันจากการทำงานไม่ไหว จนโรคซึมเศร้ากำเริบ ทั้งๆ ที่เป็นงานที่ดีและเธอก็มีความสุขในการทำมากๆ เมื่อลาออกมาก็มองหาอาชีพทำ จนมาลงล็อกที่การทำอาหารคลีนขายแบบดีลิเวอรี่มาเกือบปี ด้วยความเพิ่งลองทำกิจการเองครั้งแรก จึงคำนวณต้นทุนกับราคาขายไม่ค่อยดี คือต้นทุนสูง แต่ขายราคาถูก ร้านนั้นก็เลยขาดทุนไป แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ หันมาขายอาหารตามสั่งโดยเน้นดีลิเวอรี่เช่นเดิม แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 มาเยือน กิจการที่กำลังไปด้วยดี แต่ก็พานได้รับผลกระทบไปด้วย “ช่วงนี้เห็นคนโดนโควิดเล่นงานเยอะ ร้านค้ากิจการบางร้านต้องปิดชั่วคราว ร้านไหนเปิด ลูกจ้างก็ถูกลดเงินเดือนลง ทางเราเองก็เริ่มได้รับผลกระทบนิดหน่อย คือขายอาหาร
เดือดร้อนหนักทุกวงการ อยากให้รัฐบาล หาคนวางกลยุทธ์สนับสนุนเกษตรกรได้จริง คุณแนน-วราภรณ์ มงคลแพทย์ ทายาทกิจการ บ้านหมากม่วง สวนมะม่วง 250 ไร่ อยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นสวนที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เชิงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสามระลอก ว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงที่เดือดร้อนหนัก มักเป็นรายที่ทำสเกลใหญ่แบบสวนของเธอ เพราะหากเป็นสวนแปลงเล็ก น่าจะเคลียร์ของได้ไม่ยากมาก ไม่นานก็หมด หรือขาดทุนคงไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับแปลงใหญ่ ที่มีผลผลิตเป็นแสนลูก น้ำหนักหลายสิบตัน อาจไม่รู้จะขนไปขายที่ไหน ถ้าเจ๊งก็หนักเลย ซึ่งที่ผ่านมา เธอพยายามคิดแคมเปญ คิดโปรโมชั่น ที่น่าจะโดนใจและสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเธอได้บ้าง เช่น แคมเปญ 30 บาท รักษาทุกลูก คือ ขายปลีกมะม่วงน้ำดอกไม้ในราคาลูกละ 30 บาท จัดส่งให้ทั่วประเทศ และมี โปรโมชั่น สำหรับคนมีหน้าตาทางสังคม เน้นแจก ไม่เน้นกินเอง เป็นต้น ข่าวเกี่ยวข้อง : จริงๆ แล้วก็รากเลือด ไม่เคยได้รับการเยียวยาอะไร พยายามสู้ด้วยตัวเองทุกอย่าง “วิธีมองตลาด บางครั้งอาจต้องหามุมมองที่ฉีกออ
สาหัสมาปีกว่า! พยายามสู้ ยอมติดค่าไฟ 2 ล้าน แต่ไม่ยอมเลย์ออฟพนักงาน หนึ่งในโรงแรมชื่อดังประจำจังหวัดขอนแก่น เปิดให้บริการมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ คือ โรงแรมโฆษะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นสาม คุณชาย-ชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหารโฆษะกรุ๊ป และประธานประชารัฐ รักสามัคคีขอนแก่น (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ปัจจุบันโรงแรมโฆษะกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 53 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มุ่งมั่นสะสมความดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน หนึ่งในนั้นคือการเปิดศูนย์รับบริจาค 24 ชั่วโมงในช่วงภัยพิบัติ, เปิดห้องรับบริจาคโลหิตจนได้รับขนานนามว่าเป็นโรงแรมที่มีการรับบริจาคเลือดสะสมมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังอาสาช่วยส่งถุงยังชีพในช่วงอุทกภัยเหนือจรดใต้ ไม่คิดเลย์ออฟพนักงาน คุณชาย ทายาทรุ่นสาม เผยว่า ตนดูแลลูกน้องและพนักงานเหมือนครอบครัว แม้จะเกิดวิกฤต ต้องปิดโรงแรมสองเดือน จนไม่มีรายได้ Cash Flow เป็นศูนย์ ก็ไม่คิดเลย์ออฟพนักงานออกแม้แต่คนเดียว เพราะเห็นใจ หลายคนมีพ่อแม่ มีลูก ต้องคอยดูแล “ธุรกิจบริการหรือโรงแรมมีค่าใช้จ่ายหลัก คือเงินเดือนกับค่าไฟ ตอนนี้เพื่อให้พนักงาน 150 คน ยังสามารถเลี้ยงดูครอบครัวข
จริงๆ แล้วก็รากเลือด ไม่เคยได้รับการเยียวยาอะไร พยายามสู้ด้วยตัวเองทุกอย่าง ถึงกับออกปากได้รับผลกระทบสาหัส ถึงขั้นรากเลือด ทั้งไม่เคยได้รับการเยียวยาอะไรจากรัฐบาล ที่ผ่านมาพยายามต่อสู้ด้วยตัวเองทุกอย่าง คือ เรื่องราวของ บ้านหมากม่วง สวนมะม่วงที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 250 ไร่ ของอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรแปลงใหญ่ มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เชิงพาณิชย์ ทั้งส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศและขายส่งในประเทศ กระทั่งเมื่อราว 6 ปี ก่อนหน้านี้ คุณแนน-วราภรณ์ มงคลแพทย์ บุตรสาวคนโต ซึ่งจบการศึกษาจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัว ด้วยการปรับโมเดล จาก สวนขายส่ง มาเป็นสวนที่มีหน้าร้านผ่านการขายผลผลิตด้วยตัวเองและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นสถานีสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ล่าสุด คุณแนนให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ที่ผ่านมาเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว สวนของเธอ มีผลผลิตเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ อยู่ราว 100,000 ลูก จะถูกเตรียมไว้สำหรับจำหน่ายในเทศกาลประจำปี ที่จัดช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพื่อเป็นการ
ระลอก 3 อีกแล้ว ใครจะไม่ท้อ ร้านสักคิ้วถูกล็อกดาวน์ ไกด์สาว หนีเสือปะจระเข้ ต้องยุติอาชีพไกด์ เพราะสถานการณ์โรคระบาด ก่อนหันมาเรียนวิชาสักคิ้ว หวังทำเป็นอาชีพใหม่ แต่แล้วต้องมาเจอกับ โควิด-19 ระลอก 3 ร้านสักถูกคำสั่งล็อกดาวน์ นี่มัน หนีเสือปะจระเข้ ชัดๆ คือ เรื่องราวของ คุณแบ๋มมี่-พัชราภรณ์ คำดี อายุ 37 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดศรีสะเกษ จบปวช. เอกบัญชี ที่วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ แต่เพราะไม่ชอบอยู่กับที่ และไม่อยากเป็นนักบัญชี เลยคิดว่า อาชีพมัคคุเทศก์ หรือ ไกด์ (Guide) น่าจะเหมาะกับตัวเอง เลยเข้ากรุงเทพฯ มาศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่ วิทยาลัยดุสิตธานี รุ่น 49 คณะอุตสาหกรรมบริการ การท่องเที่ยว หลังเรียนจบ ได้ฝึกงาน ที่บริษัททำทัวร์ประเทศเวียดนาม และเป็นประเทศแรกที่เธอได้เดินทางไป จากนั้น บอกตัวเองตลอดว่า ต้องเป็นไกด์ เท่านั้น ต่อมาไม่นาน ทัวร์เกาหลีใต้ เริ่มได้รับความนิยม จากซีรีส์ เรื่อง Full house มีบริษัททัวร์เปิดรับไกด์ เลยได้ทำทัวร์เกาหลีอยู่ 9 ปี ต่อมาเป็นทัวร์ญี่ปุ่น อีก 5 ปีเศษ ดำเนินอาชีพที่รักมาด้วยดี จนถึงราวต้นปีที่แล้ว กระทั่งเกิดจุดพลิกผันครั้งใหญ่ จำได้แม่น เมื่อวันที่ 29 กุมภ
จี้สุนัข แมว แอ็กเซสซอรี่สำหรับเพื่อนรักสี่ขา จิ๋วๆ แบบนี้ทำรายได้หลักล้าน พูดถึงความเป็นทาสสุนัขและแมวแล้วล่ะก็ คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะไม่ใช่แค่ตกเป็นทาสอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาเป็นไอเดียทำธุรกิจได้ด้วย อย่างเช่น คุณใหม่-ขวัญชนก หนูคง วัย 31 ปี เธอริเริ่มธุรกิจจากความชอบและรักในตัวสุนัขและแมว จนสามารถสร้างรายได้หลักล้านบาทได้ แม้จะมีวิกฤตโควิดเข้ามา แต่ก็ยังมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุน ถึงจะลดลงแต่ก็ยังมี พื้นเพคุณใหม่เป็นคนสัตหีบ เกิดในครอบครัวข้าราชการ เมื่อก่อนนั้นทำงานในจังหวัดระยอง 2 ปี ต่อมาย้ายเข้ากรุงเทพฯ มาทำงานด้านไอทีนาน 6 ปี ในระหว่างนั้นได้เริ่มสร้างธุรกิจเล็กๆ ด้วยตัวเอง คือ ทำปลอกคอสุนัขแมวสลักชื่อ ภายใต้แบรนด์ Pet Collar “ทำปลอกคอสุนัข แมว สลักชื่อ เพราะเป็นทาสสุนัขและแมว บวกกับชอบงานประดิษฐ์ เริ่มศึกษาด้วยตัวเองโดยใช้ค้อนตอกสลักตอกตัวอักษรบนป้ายทองเหลืองทีละตัว เสร็จแล้วนำไปโพสต์ในกลุ่มคนรักสุนัข แมว ปรากฏว่ามีคนสนใจจำนวนมาก ทำให้เกิดไอเดียต่อยอดเปิดเพจขายจริงจัง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นสเตนเลสเพราะทองเหลืองมีข้อจำกัดคือเปลี่ยนเป็นสีดำ สุดท้ายหยุดทำไป 1 ปี เพราะร่างกายอ
เปิดข้อมูลสถานที่รับตรวจหาเชื้อ พร้อมค่าใช้จ่ายเบื้องต้น แต่หลายที่ปิดไม่มีกำหนด ยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกถามถึงกันอย่างกว้างขวาง นอกจากเมื่อไหร่จะได้ฉีดวัคซีนแล้ว คงหนีไม่พ้น มีที่ไหนรับตรวจหาเชื้อโควิด-19 บ้าง แล้ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายกันเท่าไหร่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงรวบรวมข้อมูลสถานที่ตรวจหาเชื้อ พร้อมค่าใช้จ่ายเบื้องต้น มาให้พิจารณากันตามอัธยาศัย แต่ต้องหมายเหตุให้ทราบก่อนว่า ล่าสุดโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ปิดแผนกรับตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างไม่มีกำหนดแล้ว โดยให้เหตุผล น้ำยาตรวจขาดแคลน บ้าง บุคลากรไม่เพียงพอ โรงพยาบาลรัฐ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ค่าใช้จ่าย 2,700 บาท สถาบันบำราศนราดูร ค่าใช้จ่าย 2,500-3,500 บาท โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ค่าใช้จ่าย 3,000-6,000 บาท โรงพยาบาลรามาธิบดี ค่าใช้จ่าย คนไทยไม่เกิน 2,500 บาท ชาวต่างชาติไม่เกิน 3,500 บาท โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ค่าใช้จ่าย 3,000 บาท โรงพยาบาลศิริราช ค่าใช้จ่าย 2,000-3,000 บาท (รับตรวจเฉพาะกลุ่มเสี่ยง) โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ค่าใช้จ่าย 7,000-8,000 บาท (ไม่รวมค่าบริการอื่นๆ) โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ค่าใช้จ่าย 2,440 –
แห่ตรวจหาเชื้อ วันหยุดสุดสัปดาห์ คนกรุงจ้าละหวั่น เข้าซูเปอร์ฯ ตุนอาหาร-น้ำดื่ม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่นับวันมีตัวเลขผู้ติดเชื้อนับพัน และยังไม่มีท่าทีจะลดลงนั้น ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่เริ่มมีความตระหนก ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ออกสำรวจสถานการณ์ความเคลื่อนไหวจากพื้นที่บางส่วน ในกรุงเทพฯ พบว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-25 เมษายน) มีความโกลาหล เห็นได้ชัด เริ่มจาก ช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 24 เมษายน บรรยากาศหน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งมีการใช้เป็นสถานที่ตรวจโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตน ตามโครงการของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ปรากฏ มีผู้มารอรับการตรวจเข้าแถวยาวเหยียด ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด และแดดแรงมาก ผู้ที่ลงทะเบียนมาก่อน บางคนถึงกับถอดใจ หันไปพึ่งบริการจากโรงพยาบาลเอกชนแทน “คนเยอะขนาดนั้น แม้มีการป้องกันตัวเองแล้ว ก็ยังเสี่ยง เพราะทุกคนที่มาต่อคิวตรวจ สันนิษฐานว่าต้องเป็นผู้มีความเสี่ยงไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว เขาถึงลงทะเบียนมารับการตรวจกัน ประกอบกับฟังนายกฯ แถลงเมื่อล่าสุด คืนวันศุกร์แล้ว รู้สึกไม่มีความหวัง เลยต้องช่วยเหลือตัวเอง เงิน 3,000
