Exclusive
เดินชม-ชิม “ตลาดโบราณ” เมืองศรีสะเกษ อิ่มจัง หมดตังค์ ไปนิดเดียว! ตั้งแต่สมัยโบราณ จะสังเกตได้ว่า หากมีวัดอยู่ที่ใด ข้างๆ กันนั้นแทบต้องมีตลาดนัด ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้อยใหญ่อยู่ใกล้ๆ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยน มีตึกแถวอาคารมากขึ้น แต่ภาพตลาดนัดอยู่ใกล้บริเวณวัด ยังมีให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่มีวัดดังมากมายจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว วันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้มาทำบุญที่วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ หรือ วัดบ้านหว้าน วัดดังวัดหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ สังเกตเห็นว่าใกล้ๆ กันนั้น มีซุ้มขายของอยู่หลากหลาย แต่กลับไม่มีคนขายอยู่ที่ร้านเลยสักคน ตลาดที่เห็น คือ ตลาดโบราณ เป็นตลาดเล็กๆ ที่ชาวบ้านอาศัยพื้นที่ของวัดเพียงน้อยนิด มาตั้งแผงขายของกัน และแม่ค้า-พ่อค้าส่วนใหญ่ เป็นชาวบ้านที่เมื่อทำบุญเสร็จ จึงเดินมานั่งขายของกัน จุดเด่นของตลาดแห่งนี้ คือ การใช้ของจากธรรมชาติ อีกทั้งอาหารที่มาขาย เป็นอาหารพื้นเมืองตามฤดูกาล เช่น กลอยนึ่งห่อด้วยใบจาน ขนมตดหมา เป็นต้น อีกทั้งยังมี ผักสด ของสด อาหารคาวหวานต่างๆ และน้ำสมุนไพร ขายเหมือนตลาดนัดทั่วๆ ไป ราคาอาหารก็ถูกแสนถูก เริ่มต้นที่
ส่องเส้นทาง น้ำพริกพันล้าน “พันท้ายนรสิงห์” นับหนึ่งจาก…รถเข็น ความ “มั่งคั่ง และ “มั่นคง” ของธุรกิจน้ำพริกมูลค่านับพันล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “พันท้ายนรสิงห์” มีจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว จากบรรพบุรุษ รุ่นพ่อ-แม่ ซึ่งมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อดทน ขยัน และบากบั่น มากพอที่จะ ให้รุ่นลูก-หลาน ยึดถือเป็นแบบอย่างและสานเจตนารมณ์ต่อมาจนถึงวันนี้ จากทำกันอยู่ “ครัวหลังบ้าน” มาถึงปัจจุบัน กิจการเติบโตเป็น บริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง จำกัด ในฐานะเจ้าของสินค้าในกลุ่มเครื่องปรุงรสและเครื่องจิ้มนานาชนิด ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราพันท้ายนรสิงห์” มีโรงงานผลิตตั้งบนที่ดินกว่า 80 ไร่ อยู่ริมถนนใหญ่ เขตตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แบรนด์ “พันท้ายนรสิงห์” นับร้อยรายการ ถูกส่งออกไปจำหน่ายไปขายยังต่างแดน กว่า 50 แห่ง นับตั้งแต่ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมทั้งประเทศแถบโซนเอเชียด้วย เข็นข้าวเกรียบขาย จากมหาชัย-กทม. คุณสุนทร วัฒนาพร ประธานกรรมกา
ทำกิน-ทำขาย-อาจรวย “ข้าวอัญชันผัดปลาทู” อร่อย ประโยชน์ดีงาม “อัญชัน” พืชสมุนไพร มีสรรพคุณดีงามหลายอย่าง ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันตาเสื่อม ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น วันนี้ “อภัยภูเบศร เดย์ สปา” มีเมนูเรียบหรูดูดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพมานำเสนอ ท่านใดจะลองนำไปทำทาน ทำขาย ได้ทั้งนั้น ข้าวผัดอัญชันปลาทูทอด ส่วนผสมและเครื่องปรุง ข้าวสารหอมมะลิ น้ำดอกอัญชันเข้มข้น ปลาทูนึ่งตัวขนาดกลาง ทอดให้เหลือง แกะเอาแต่เนื้อ 1 ตัว ถั่วพูฝักขนาดกลาง 3 ฝัก กระเทียมจีนกลีบใหญ่ 4 กลีบ พริกขี้หนูสวนสีเขียวแดง 5 เม็ด หอมแดง 2 หัว น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ มะนาว 1 ซีก วิธีทำ นำดอกอัญชันสดมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วขยำกับน้ำพอประมาณ จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ นำข้าวสารที่เตรียมหุงมาซาวน้ำทิ้งไปก่อน เมื่อได้น้ำอัญชันจากการกรองก็เทลงไปเท่ากับที่จะหุงข้าวตามปกติ 2.นำปลาทูไปทอดให้เหลืองหอม แล้วแกะเอาแต่เนื้อ 3.นำถั่วพูมาซอยเฉียงๆ พริกขี้หนูซอยละเอียด ส่วนหอมแดงกับกระเทียมนำมาซอยบางๆ 4.จากนั้นตั้งกระทะบนเตาไฟ ใช้ไฟปานกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่กระเทียมลงไปเจียว พอกระเทียมเริ่มเหลืองก็ใส่ปลาทู
พาไปรู้จัก “คล้า” ต้นไม้เนื้ออ่อน คนอีสานมักใช้สานกระติ๊บ ถูกสาวเจนวายดีไซน์โฉมให้ทันสมัย ใช้งานได้หลากหลาย ถูกจริตผู้หญิงยุคใหม่ ตระเวนออกบู๊ธขายตามงาน รายได้ดีกว่าเพื่อนที่ทำงานประจำ ระยะหลังมานี้ ได้เห็นคนรุ่นใหม่หลายคน เรียนจบปริญญาตรี มุ่งหน้าบ้านเกิด ยึดอาชีพของบรรพบุรุษ โดยตั้งใจว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้า ของครอบครัวให้ก้าวล้ำไปอีก เช่นเดียวกับ คุณพัชรพร แก่นนาคำ วัย 27 ปี ผู้ผลิตกระเป๋าคล้า จากอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เธอเรียนจบเทคโนโลยีสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พอเรียนจบปุ๊บ ก็ไม่ได้ร่อนใบสมัครงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่กลับมายึดอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว นั่นคืองานหัตถกรรมจากคล้า คล้า เป็นไม้เนื้ออ่อน ขึ้นเป็นกอ นำมาจักสานเป็นเสื่อ แต่คนทางภาคอีสาน มักนำมาสานกระติ๊บ ซึ่งครอบครัวของคุณพัชรพร ก็สานกระติ๊บ เสื่อ กระเป๋า เป็นหลัก เมื่อเธอเข้ามาทำ ก็พยายามดัดแปลงรูปแบบให้ทันสมัย จับกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น อีกทั้ง เศษเล็กเศษน้อยของวัตถุดิบ ก็นำมาทำกระเป๋าใบเล็กๆ พวงกุญแจ ราคาก็ถูกลง ซื้อง่ายขายคล่องขึ
“ป้าเขียว” เจ้าของร้านอาหารดังศรีสะเกษ เผยเคล็ดลับความสำเร็จ “ก็แค่…อดทน” หากใครมาเที่ยวที่จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากจะมาเที่ยวผามออีแดง ชมปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ไหว้พระดังอย่าง หลวงพ่อโต ส่วน “ร้านอาหาร” เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่เมื่อมาศรีสะเกษ แล้วได้แวะฝากท้องสักครั้ง ต้องอยากกลับมาอีก “ร้านสีเขียว” ดีกรีเป็นถึงร้านอาหารเจ้าดังของจังหวัดศรีสะเกษ มี คุณพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือ “ป้าเขียว” วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพื้นเมืองแห่งนี้ ป้าเขียว เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ร้านสีเขียว เปิดมาได้ 32 ปี ชื่อร้านมาจากชื่อของป้าเขียวที่เป็นคนผิวคล้ำ เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กประถมฯ แต่ทำได้หนึ่งปีลาออก เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่ใช่ ออกมาเปิดร้านรับซักรีด ขายของชำ แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วเหงา จึงมีพี่ที่นับถือ มาชวนทำแจ่วฮ้อนเนื้อ ขายอยู่ 2 ปี จึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้นิยมทานเนื้อกันมากเท่าไหร่ เลยเพิ่มรายการอาหารอีสานเมนูอื่นๆเข้ามา สูตรอาหารทั้งหมดเป็นสูตรของป้าเขียว ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี แน่นอนว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมีอุปสร
เป็น “ข้าวต้มมัดไซซ์พอดีคำ” ที่ถูกกล่าวขานและบอกต่อเรื่องความอร่อยในเลานจ์สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมานานกว่า 15 ปี จนผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินนี้ ต้องเผื่อเวลามาชิมให้ได้…. ล่าสุด แฟนเพจเฟซบุ๊ก Bangkok Airways นำเสนอเรื่องราว “ข้าวต้มมัดยายฟู” เจ้าของสูตรขนมไทยสุดฮิต ที่สร้างปรากฏการณ์ผู้โดยสารต้องจองตั๋วเพื่อมาชิม #จากหาบเร่สู่ห้องรับรองสายการบิน “ไม่ต้องลำบากแล้วนะยาย’ คำพูดของคุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งพูดไว้กับคุณยายฟูเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ได้เปลี่ยนชีวิตของคุณยายฟูจากทำข้าวต้มมัดขายเพียงวันละ 80 ชิ้น/วัน เป็น 4,000 ชิ้น/วัน ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2546 เมื่อครั้งคุณหมอมักจะไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี ก่อนกลับบ้านต้องแวะไปที่หาบขนมของคุณยายฟู คงดั่น ซึ่งทำขนมไทยหลากหลายชนิดขายประจำในบริเวณนั้น เช่น ข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมใส่ไส้ แต่ทั้งหมดนั้น ข้าวต้มมัดเป็นขนมที่ขายดีเป็นพิเศษ เพราะมีขนาดพอดีคำ หวานมันกำลังดี เป็นที่ติดอกติดใจของของลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ เมื่อคุณหมอเป็นลูกค้าประจำได้ระยะหนึ่ง ด้วยความเป็นนักธุ
รายย่อย “ซักรีด-อาหารตามสั่ง” วอน “เจ้าสัว” เห็นใจรากหญ้า เหลืออาชีพให้ทำกินบ้าง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย. เกิดกระแสแชร์ข้อมูลกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการรุกคืบของร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ด้วยการ เปิดรับบริการซักอบรีด ซักแห้ง แบบเร่งด่วน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้มีรายงานว่า เซเว่นฯ ได้บริการรับ-ส่งผ้าถึงบ้าน หากเจ้าของยังไม่มารับผ้าภายใน 3 วัน ระบบจะส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้มารับผ้าที่สั่งซักไว้ ส่วนอัตราค่าบริการจะคิดเป็นรายตัว มีหลากหลายราคาให้เลือก โดยประเดิมเปิดให้บริการแล้วที่สาขาสีบุญเรือง 2 สาขาสีลมซอย 9 สาขาอโศก ดินแดง และ สาขาวิภาวดี 64 ปากซอย ซึ่งคาดว่าภายในต้นปีหน้านี้ เซเว่นฯ จะสามารถเปิดให้บริการซักผ้า ได้ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่สาขาทั้งหมดที่อยู่ภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนภูมิภาคต่างจังหวัดจะทยอยเปิดให้บริการภายในกลางปีหน้า จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการซักรีดรายหนึ่งย่านราชวัตร เป็นหญิงวัยกลางคน ท่านหนึ่ง ให้ข้อมูลว่าทำอาชีพนี้มา 3 ปี มีลูกค้าพอสมควร เพราะค่าบริการ อยู่ในอัตราที่คนในชุมชนพอจะปันเงินมาใช้บริการได้ ก่อนห
อย่าไปกลัว “เจ้าสัว” เปิดตามสั่ง 24 ชม. มั่นใจเอสเอ็มอี ตั้งใจ-สู้ได้ จากกรณีกระแสข่าว ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น จะขายอาหารตามสั่ง 24 ชั่วโมง ที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อ่านข่าวเกี่ยวข้อง ‘อลงกรณ์’ฉะเจ้าสัวซีพี! ลั่นถ้าไม่เปลี่ยน วันใดมีอำนาจคุณจะไม่มีโอกาสแม้แต่พูดว่าเสียใจ ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามความคิดเห็นไปยัง คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในทรรศนะของผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจขนาดย่อม-ขนาดย่อย มองว่า การที่เซเว่นฯ จะเปิดร้านอาหารตามสั่ง ไม่น่าจะมีผลกระทบกับร้านอาหารเดิม อย่างที่หลายฝ่ายกังวล เพราะเป็นบริการรองรับ “ไลฟ์สไตล์” ที่ต่างกันอยู่มาก “ปกติคนทั่วไป จะกินอาหารเซเว่นฯ ก็เวลารีบเร่ง หรือเวลาที่ร้านอาหารปกติไม่เปิด หรือในที่ที่ไม่ค่อยมีร้านอาหาร หรืออาหารแบบที่ร้านทั่วไปไม่มี ดังนั้น จะว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงก็คงไม่ได้” คุณสุวรรณชัย ระบุอย่างนั้น และว่า การปรับตัวของเอสเอ็มอีก็เหมือนกับเวลาที่มีคู่แข่งมาเปิดร้านเพิ่ม คือ เน้นคุณภาพและรูปแบบการให้บริการ จะสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ เช่น การ
“ก๊าแก่ว” คนไทยเรียก “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” คนเวียดนามนิยมทำหม้อไฟ อาหารของแต่ละภาคนั้นล้วนแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นตัวกำหนดพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ถิ่นอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ ในประเทศเวียดนาม เมนูประจำถิ่นใต้ที่ขึ้นชื่อว่าโอชารสและยังเป็นของดีที่หาจากที่อื่นไม่ได้ นั่นคืออาหารที่ปรุงมาจากปลาชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาประหลาด ด้วยมีลำตัวทู่ยาวเรียว มีชื่อในภาษาเวียด ว่า “ก๊าแก่ว” (Cá kèo) เป็นปลาประจำถิ่นในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ส่วนชื่อในภาษาไทยคือ “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” หรือชาวจีนเรียกว่า “ปลาอั้งโกหลัน” ซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกับปลาตีน มีถิ่นที่อยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา ชาวใต้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลาท่องเที่ยว” เพราะว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากในราวเดือน 11 และ12 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนของทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปลาท่องเที่ยว จะย้ายถิ่นจากที่ขุดรูอยู่บนพื้นทะเลสาบที่เป็นโคลนไปยังที่อยู่ใหม่ตามปากแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ชาวสงขลา จะจับไปต้มส้ม หรือทอดกิน พอเหลือรอดให้ได้ไปท่องเที่ยววางไข่ต่อไป ส่วนชาวเวียดนามนิยมนำมาทำเป็นหม้อไฟ เรียกว่า “เหลาก๊าแก่ว” (Lẩu cá kèo) โดยจะนำหอมแดงกับกระเทียมสับล
กรุงเทพฯ สวรรค์ของนักกิน ไม่แพงแถมอร่อย โดยเฉพาะซีฟู้ดปิ้งย่างริมทาง “เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง ถึงเดือนอ้ายเดือนยี่ น้ำก็รี่ไหลลง…” บทกวีที่เป็นเพลงเรือมีร้องกันมานาน ด้วยเดือนที่ผ่านมาคือเดือน 11 เป็นเดือนที่น้ำนอง มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เพราะพื้นที่บ้านเราเป็นพื้นที่ลุ่ม ใช้ที่ดินทำนาเพาะปลูกข้าว เช่นพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังเมื่อหลายปีก่อน น้ำท่วมที่นาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้โรงงานละแวกนั้นน้ำท่วมเสียหายแทบทั้งหมด เป็นเพราะที่ดินไม่แพงมาก บรรดาเจ้าของโรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงนิยมสร้างโรงงานในบริเวณนั้น ครั้งถึงหน้าน้ำซึ่งปีนั้นน้ำมากเป็นพิเศษ เหตุน้ำท่วมท้องไร่ท้องนาจึงเกิดขึ้นมากและท่วมขังอยู่นานนับเดือน เช่นเดียวกับน้ำที่หลากลงมาย่านปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครตอนเหนือ มีน้ำท่วมขังสูงขนาดมิดหัวคน เกินกว่าครึ่งตัวบ้าน 2 ชั้น เดือดร้อนกันไปทั่ว หลังน้ำหลากลงมาท่วมเดือน 11 ถึงเดือน 12 น้ำทรง หมายถึงน้ำท่วมขังอยู่อย่างนั้นนานนับเดือน กว่าจะรอระบายน้ำออกทางโน้นทางนี้ได้ ถึงเวลา “เดือนอ้ายเดือนยี่…น้ำก็รี่ไหลลง” ตามธรรมชาติ ด้
