Exclusive
นวัตกรรมสร้างอาชีพ ‘เตาชีวมวล’ ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง ร้อนเร็ว ไฟแรง คนกรุงชอบใช้ เตาชีวมวล หนึ่งทางเลือกนวัตกรรมแบบชาวบ้านจ่ายครั้งเดียวใช้คุ้มไปอีกนาน เป็นเตาที่ใช้แกลบมาเป็นเชื้อเพลิง ใช้หลักการเผาไหม้ทั่วไป ใช้พัดลมหอยโข่งเป็นตัวให้ออกซิเจนมาเป็นตัวประกอบการเผาไหม้ โดยพัดลมหอยโข่งจะถูกควบคุมโดยกล่องควบคุมแรงดันไฟฟ้า ที่จะควบคุมเปลวไฟที่เผาไหม้ได้ตามต้องการ นวัตกรรมชิ้นนี้เกิดขึ้นจาก คุณปรีชา ใจบาล อายุ 45 ปี กับคุณพ่อของเขาช่วยกันคิดช่วยกันทำจนออกมาเป็น ‘เตาแกลบเสาร์แก้ว’ จำหน่าย ณ ปัจจุบัน มีรูปทรงและลักษณะคล้ายกับเตาแก๊สปิกนิก มีส่วนประกอบหลักๆ คือ หัวเตา ฉนวนเตา พัดลมเตา และไส้เตา ใช้งานได้ไม่ยาก เจ้าของไอเดียเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า คุณพ่อของตนได้ไอเดียมาจากการไปดูงานครั้งเป็นอาสาสมัครพลังงาน จนนำมาประยุกต์ใช้เองในครัวเรือน ตั้งแต่ปี 2551 รวมแล้ว 10 ปี ทำควบคู่กับการเปิดฟาร์มซึ่งเป็นอาชีพหลัก แรกๆ ตัวถังเป็นคอนกรีต หนักและแตกง่าย ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นโลหะได้ปีกว่า มีความแข็งแรง จัดส่งให้ลูกค้าง่าย ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า นอกจากตัวถังที่เปลี่ยนแล้ว หลังคุณปรีชาเข้ามาดูแล
เรียนรู้จากความสำเร็จ…เผื่อจะรวยแบบเขาบ้าง!?! นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 – วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่ลงสัมภาษณ์ “ชฎาทิพ จูตระกูล” ผู้บริหารระดับสูงของสยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุด บริเวณถนนเจริญนคร ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 โดยมีอาณาบริเวณพื้นที่ให้บริการลูกค้ากว่า 7.5 แสนตารางเมตร ทั้งยังตั้งเป้าที่จะมีลูกค้ามาใช้บริการมากกว่าวันละ 1.5 แสนคน ทั้งนั้นเพราะ “ชฎาทิพ” เชื่อว่าไอคอนสยามน่าจะเป็นแม็กเนตในการดึงดูดลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติให้มาช็อปปิ้งมากที่สุด เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของไอคอนสยามจะไม่ใช่ศูนย์การค้า แต่จะเป็นเดสติเนชั่น (ปลายทาง) ที่ทุกคนต้องมา ถามต่อว่าทำไมต้องมา? คำตอบแรกคืออาจเพราะอาคารของไอคอนสยามถูกออกแบบให้สะท้อนถึงเอกลักษณ์ และสื่อถึงความเป็นไทยสไตล์ โดยเฉพาะกับการนำกระทง การบายศรีสู่ขวัญ และการห่มสไบ มาผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิก จนทำให้อาคารแห่งนี้มีความโดดเด่นมากกว่าอาคารแห่งใดบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังมีการบอกเล่าเรื่องราว
เมืองหงสา สปป.ลาว สวย สงบ อากาศดี แค่ 30 กม.จาก ต.ห้วยโก๋น จ.น่าน จะไป “หงสา” เราบอกเพื่อน “หงสา ไหน พม่าเหรอ” เพื่อนถาม “ไม่ใช่ๆ หงสา ที่ลาว จ้า” นั่นคือคำตอบ หลายคนไม่รู้ว่า ห่างจากชายแดนไทย ที่ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ข้ามไปเพียง 30 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว (ผ่านด่านชายแดนน้ำเงิน เมืองเงิน ของ สปป.ลาว) การเดินทาง 30 กม.ที่ว่านี้ก็สะดวกมากๆ ด้วยถนนลาดยางอย่างดี (ใน สปป.ลาว สภาพถนนมีผลมากต่อการเดินทาง) ดังนั้น ขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงเมืองหงสาแล้ว ในเมืองหงสา ถนนหนทาง ดีกว่า ในเมืองอื่นๆ มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลพลอยได้จากการตั้งขึ้นของโรงไฟฟ้าหงสา ที่เริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีอัตราส่วนการถือหุ้น ดังนี้ รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (Lao Holding state Enterprise-LHSE) ร้อยละ 20 , บริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด ถือร้อยละ 40 และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือร้อยละ 40 (กำลังการผลิต 1,878 เมกะวัตต์ MWs จำหน่ายให้การไฟฟ้าลาว100 เมกะวัตต์ หรือ 5.32% ของกำลังการผลิต ส่วน 1,473 เมกะวัตต์ หรือ 78.43% ส่งกลับไปขายที่เมืองไทย
‘ปลาร้าสับหนวดเขี้ยว’ จัดเต็มเครื่องสมุนไพร ใช้ปลากระดี่ล้วน ขายดีสองวันได้หมื่นบาท ผ่านไปจังหวัดสิงห์บุรีอย่าลืมแวะเยือนถิ่นวีรชนที่ “ตลาดย้อนยุคบ้านระจัน” ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมแวะมาช็อป ชิม ชิล กันไม่ขาดสาย เพราะมากไปด้วยของกินนานาชนิด ตั้งแต่ของหวานไปจนถึงอาหารคาว กระทั่งเสื้อผ้า ต้นไม้ยังมีมาด้วย ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดย้อนยุคบ้านระจัน แน่นอนว่า สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เห็นได้ชัดเจนเลยคือการแต่งตัวของพ่อค้าแม่ขายแบบย้อนยุคไว้หนวดเหมือนกับหลงเข้าไปในสมัยบางระจัน ควบคู่กับเสน่ห์ชวนหลงคือสีหน้าท่าทางและลีลาการพูดเรียกลูกค้า เช่นคำว่า แม่หญิง ขอรับ หรือเจ้าค่ะ ที่ลูกค้าฟังแล้วยิ้มเพลินไปตามๆ กัน หนึ่งร้านแนะนำเห็นแล้วสะดุดตา เพราะกำลังขะมักเขม้นกับการเรียกลูกค้า โดย คุณเชิดศักดิ์ สนธิ หรือชื่อในวงการว่า คุณหนวด วัย 43 ปี เจ้าของร้านที่ไว้หนวดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว “ร้านหนวดเขี้ยว น้ำพริกปลาร้าสับ สูตรโบราณ บ้านระจัน” เล่าอย่างอารมณ์ดีว่า ยึดอาชีพขายปลาร้าสับมานาน 2 ปี เนื่องจากที่บ้านขายอาหาร ขายแกง
เพิ่มมูลค่างานฝีมือ “พาตาเพียร” จักสานไทยร่วมสมัย ดังไกล โดนใจต่างชาติ การจักสาน เป็นการนำวัสดุขนาดเล็กและยาว อย่าง ใบตาลหรือใบลาน, ก้านมะพร้าว หรือไม้ไผ่ มาขัดหรือสานกันจนเป็นชิ้นงาน เช่น เสื่อ ภาชนะต่างๆ อย่าง ตะกร้า เข่ง หรือของใช้อื่นๆ เช่น ลูกตะกร้อ เป็นต้น PATAPAIN (พาตาเพียร) เป็นแบรนด์ที่ใช้งานออกแบบมาเพิ่มมูลค่าให้กับงานหัตถกรรม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของไทย โดย คุณจั้ม-วลงค์กร เทียนเพิ่มพูล และ คุณก้อย- สุพัตรา เกริกสกุล ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์พาตาเพียร ได้เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า แบรนด์ PATAPIAN ก่อตั้งมาได้กว่า 5 ปี จุดเริ่มต้นมาจากความชอบของทั้งคู่ ที่สนใจในงานจักสาน และไม่ได้จำกัดความว่า งานสานต้องเป็นงานถักทออย่างเดียว และเห็นว่าในประเทศไทย คนต่างจังหวัดจะทำพวกงานจักสานเป็นอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ใช้เองบ้างขายบ้าง แต่ก็ไม่ได้ราคาเท่าไหร่นัก เกิดไอเดียอยากนำมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ให้เป็น Luxury product จึงมีการนำเอาพวกโลหะที่สามารถดัดได้มาสานร่วมเข้าไปกับวัสดุเดิมอย่างไม้ไผ่ ให้มีความเป็นศิลปะ ความทับซ้อนของแสงในมุมมอง ถ่ายทอดงานออกมาในแบบของตัวเรา กลายเป็นงานดีไซน์ที่มันแ
จากวันละ 200 ฉบับ เหลือแค่หลักสิบ! เสียงครวญจากพ่อค้า ” สมัยนี้เปิดร้านขายสิ่งพิมพ์…ไม่คุ้มแล้ว” ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตและสมาร์ตโฟน เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุ ต่างรับข้อมูลข่าวสาร อ่านคอนเทนต์ผ่านสมาร์ตโฟน เป็นเหตุให้สื่ออื่นๆ อย่าง วิทยุ โทรทัศน์ หรือ หนังสือ ต่างต้องปรับตัวตามไปด้วย เมื่อวันก่อน มีโอกาสไปเดินเล่นแถวตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างทางที่กำลังเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารที่ทยอยกันเปิดร้าน เหลือบไปเห็นร้านขายหนังสือ แบบรถเข็น จอดขายอยู่ริมถนน ทันทีที่เข้าไปยืนหน้าร้านกวาดสายตาเพื่อหานิตยสารหัวหนึ่งที่เคยอ่านเมื่อตอนยังเรียนอยู่ แต่ไม่เจอเห็นเพียง นิตยสารพระเครื่อง, หนังสือการ์ตูนอย่างขายหัวเราะ, นิตยสารในเครือมติชนอีกสองสามหัว, นิตยสารบันเทิงอย่าง ทีวีพูล, นิตยสารบ้านและสวนเล่มสองเล่ม, หนังสือพิมพ์และเรียงเบอร์ ซึ่งจะมีวางจำหน่ายที่ร้านมากหน่อย ชวนชายคนขายคุย ทราบว่าเขาขายหนังสือมาได้หลายสิบปีแล้ว โดยเมื่อก่อนเช่าห้องตึกแถว เปิดเป็นร้านขายหนังสือ เสียค่าเช่าตึกเดือนละ 15,000 บาท แต่เจ
“พินญาต้า” ตุ๊กตาแห่งความสุข เจาะกลุ่มลูกค้างานปาร์ตี้ เด็ก-ผู้ใหญ่นานาชาติ ชอบอุดหนุน พินญาต้า คือ ตุ๊กตาแห่งความสุข ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากกระดาษอัดคล้ายกับการทำเปเปอร์มาเช่ (การนำเอากระดาษเหลือใช้มาผสมกับกาวหรือทากาวเพื่อทำให้เป็นรูปแบบต่างๆ) ที่สามารถออกแบบชิ้นงานได้หลากหลาย เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ จากทั่วโลก ตุ๊กตาชนิดนี้ มีที่มาจากประเทศเม็กซิโก ซึ่งใช้ตุ๊กตาเป็นส่วนหนึ่งของการละเล่นที่คล้ายกับการละเล่นของไทย คือ “ปิดตาตีหม้อ” โดยตุ๊กตาพินญาต้า จะมีของรางวัลอย่างลูกอม ขนม หรือช็อกโกแลต ยัดไว้ข้างในตุ๊กตา และให้ผลัดกันตีตุ๊กตาจนแตกก็จะมีขนมหล่นลงมาให้ได้กินกันอย่างสนุกสนาน พินญาต้า ยังเป็นกิจกรรมยอดฮิตในการจัดงานปาร์ตี้ในเทศกาลต่างๆ เช่น วันเกิด วันปีใหม่ หรือวันเฉลิมฉลองต่างๆ ด้วยความที่การเล่นตีตุ๊กตาพินญาต้าจะมีเฉพาะเทศกาลแห่งความสุข ตุ๊กตาพินญาต้า จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นตุ๊กตาที่ส่งต่อความสุขก็ว่าได้ น้องออย หรือ นางสาวมณีพร พ่วงลา เล่าให้ฟังว่า เรียนจบด้านการท่องเที่ยวแต่มีใจรักในงานฝีมือ โดยเฉพาะงานกระดาษและเมื่อมีเพื่อนชาวต่างชาติแนะนำให้ลองทำตุ๊กตาชนิดนี้ดูบอกว่าคล้ายกับง
“คนโสด” ไม่โดดเดี่ยว สารพัดแบรนด์ แห่ผุดสินค้าไซซ์เล็ก-บริการเอาใจ ยุคนี้การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องแปลกอีกแล้ว และกำลังมีบทบาทมากขึ้นในสังคมโลก จนทำให้แบรนด์ต่างๆ ไม่อาจละเลยสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ เกาหลีใต้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากในเรื่องนี้ เว็บไซต์โชซุน อิลโบ ระบุว่า บริษัทห้างร้านต่างๆ พากันปรับตัวให้ทันกับไลฟ์สไตล์ผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากสถิติพบว่า เมื่อปีที่แล้ว ราว 28.6 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนเกาหลีใต้เป็นครัวเรือนที่อยู่คนเดียว และมีแนวโน้มที่ครัวเรือนคนเดียวจะมีจำนวนแซงหน้าครัวเรือนที่มีสมาชิกหลายคนภายในปี 2568 บรรดาคนโสดเหล่านี้ ยังเต็มใจที่จะจ่ายเงินไปกับการรับประทานอาหารและกิจกรรมสุดโปรดมากกว่า เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของสมาชิกในบ้าน เช่น ค่าเทอมลูก โดยเฉพาะคนโสดรุ่นใหม่ที่อายุไม่เกิน 40 ปี ถือเป็นประชากรส่วนใหญ่ของกลุ่มคนโสดทั้งหมด พวกเขาเหล่านี้แทบจะขาดสมาร์ตโฟนไม่ได้ และราว 57 เปอร์เซ็นต์ นิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ นี่ทำให้ธุรกิจต่างๆ พากันคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเอาใจคนโสดรุ่นใหม่ รวมถึงพัฒนาระบบช็อปปิ้งออนไลน์และธุรกรรมการเงินผ่
สาวหาดใหญ่ จับงานหัตกรรมพื้นบ้าน ผสมงานดีไซน์เป็นของใช้สุดเก๋ เมื่อพูดถึงงานหัตถกรรมหลายคนจะรู้สึกของความเป็นชุมชนนึกถึงสินค้าบ้านๆ งานจักสาน ที่เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยาก ซึ่งจริงๆ แล้วงานคราฟท์เหลานี้มีความเก๋อยู่ในตัวอยู่แล้ว เป็นสไตล์ที่สามารถจัดวางไว้ในบ้านได้สบายๆ คุณเมย์ – เมทินี รัตนไชย สาวหาดใหญ่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MAISON CRAFT เธอหลงไหลในงานหัตถกรรมทำมือแบบไทยๆ จากการไปคลุกคลีกับคนในชุมชนจนอยากจะช่วยพัฒนาให้งานหัตกรรมของคนไทยไปสู่ตลาดโลก จนวันนี้แบรนด์ MAISON CRAFT มาได้ไกลและเป็นที่รู้จักในวงการงานออกแบบได้อย่างรวดเร็ว จากการนำวัสดุธรรมชาติพื้นบ้าน อย่างเช่น กก ปอ ไม้ไผ่ และฝ้าย มาสร้างสรรค์ ใส่ดีไซน์ จนได้เป็นชิ้นงานทั้ง โคมไฟ ชุดรองจาน หมอน ฯลฯ “ความงามของสินค้าไม่ได้อยู่ที่วัสดุนะ แต่อยู่ที่วิถีชุมชนของเขา ซึ่งการจะได้มาแต่ละงานคราฟท์ มันมีการปฏิสัมพันธ์ของชุมชน ทำให้เห็นว่าความน่ารักของชุมชนยังอยู่ รู้สึกว่าเราควรจะรักษางานหัตถกรรมแบบนี้เพื่อให้ชุมชนยังสามารถทำใน Know How ที่เขามี ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ของบ้านเราจริงๆ” ในการทำงานแต่ละชิ้น สาวหาดใหญ่จะเข้าไปถ
“อุบัติเหตุ-ทุกข์ภัย” เกิดขึ้นในห้างฯ ลูกค้า มีสิทธิได้รับการเยียวยาแค่ไหน!?! จากเหตุการณ์ตะขาบตัวยาว 6 นิ้ว กัดอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ร้านกาแฟชื่อดัง ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์ โดยเบื้องต้นทางร้านกาแฟออกมาขอโทษและยอมออกค่ารักษาพยาบาลให้ แต่ให้อาจารย์หนุ่มสำรองจ่ายไปก่อน ส่วนทางห้างสรรพสินค้าเจ้าของพื้นที่ ระบุ พร้อมช่วยเหลือเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนเรื่องมาตรการความปลอดภัยนั้น ทางห้างฯ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด “ค่าเสียหายด้านจิตใจ ระบุไม่ได้ว่าต้องจ่ายเท่าไร ให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเอง แต่อยากให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยดีกว่านี้ เพราะห้างดังกล่าวจัดงานแสดงสัตว์เลี้ยงบ่อย ๆ และยังเป็นที่ติวหนังสือของเด็ก ๆ ซึ่งหากตะขาบตัวนี้กัดเด็กอาจถึงตายได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายไหนออกมารับผิดชอบ โยนเรื่องกันไป-มาระหว่างร้านกาแฟและห้างสรรพสินค้า”อาจารย์หนุ่ม ผู้ประสบเหตุไม่คาดฝัน ให้ข้อมูลไว้อย่างนั้น ขณะเรื่องราว “ทุกข์ของลูกค้า” กรณีล่าสุดดังกล่าว ดูท่าจะยืดเยื้ออีกยาว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอหยิบยกกรณีตัวอย่าง ข้อพิพาพทระหว่าง “ห้างสรรพสินค้า” กับ “ลูกค้า” มาให้ศึกษ
