Exclusive
“โครงการกำลังใจ” ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จัดตั้งขึ้นเพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย เนื่องด้วยทรงดำริว่า ทุกคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขก็ต่อเมื่อรู้จักรักษาสิทธิของตน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น กระบวนการยุติธรรม นับเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลทุกฝ่ายในสังคมก็น่าที่จะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง “โอ๋ –ผดุงศักดิ์ สามัญเมือง” ชายวัยสี่สิบพื้นเพเป็นชาวชุมพร คือ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่ไม่เคยต้องคดีมาก่อน เมื่อรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษเหลือจำคุก 6 ปี และก่อนที่จะพ้นโทษ ออกมา เขาสมัครและได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมอบรมใน “โครงการกำลังใจ” ได้เรียนรู้วิชาการทำเกษตรและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง โอ๋ เล่าว่า ใช้เวลาอบรมในโครงการกำลังใจนาน 9 เดือน ได้เรียนกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตร แม่โจ้ จนมีความรู้ สามารถเป็นวิทยากรอบรมให้กับผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจรุ่นต่อมาได้ หลังจากนั้นได้มีโอกาสพบกับ คุณเบญจวรรณ
ช่วงนี้พี่น้องชาวไทยกำลังอินกับการตามรอยประวัติศาสตร์ มีโอกาสได้ร่วมทริป “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” ช่วงรัชกาลที่ 5- รัชกาลปัจจุบัน ไปกับ KTC เมื่อหลายวันที่ผ่านมา หนึ่งในสถานที่ที่แวะเวียนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ นั้นก็คือ ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมวังสวนสุนันทา โดยอาหารที่ได้ลิ้มรสความอร่อยนั้น เป็นเมนูอาหารชาววัง ซึ่งเป็นสูตรของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมนูแรก ยำไก่อย่างเต่า ชื่อเมนูฟังดูแปลกไม่คุ้นไปสักเล็กน้อย เมนูนี้มีที่มาคือ มีผู้นำของมาถวายรัชกาลที่ 5 เป็นเนื้อสัตว์ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเนื้อเต่าหรือเนื้อตะพาบ เมื่อเสวยแล้วติดใจอยากเสวยอีก พระวิมาดาเธอฯ จึงคิดสูตรใหม่ ใช้เนื้อไก่ส่วนอกและเครื่องในแทน เมนูที่สอง เป็นอาหารที่เป็นของเหลือจากผัดพริกเนื้อกับน้ำพริกกะปิ โดยพระวิมาดาเธอฯ ได้นำสองอย่างมารวมกัน ใส่น้ำ ปรุงรส ส่วนเหตุที่ตั้งชื่อว่าแกงรัญจวนก็เนื่องมาจากกลิ่นหอมรัญจวนของกะปิที่โดนความร้อนนั่นเอง เมนูที่สาม น้ำ
จากการสำรวจประชากร “หมา-แมว”ในประเทศไทย พบตัวเลขล่าสุดมีจำนวนรวมกันนับสิบล้านตัว สำหรับส่วนพฤติกรรมของ “ผู้เลี้ยง”ส่วนหนึ่ง อาจมองพวกมัน เป็นแค่สัตว์เลี้ยง ไม่ต้องประคบประหงมดูแลมากนัก แค่มีอาหารให้ไม่อดอยากน่าจะเพียงพอ แต่ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เลี้ยงอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทุ่มเทความรักความเอาใจใส่ให้ราวกับเป็นสมาชิกสำคัญในครอบครัว เรียกว่าหากมีผลิตภัณฑ์ดีๆที่เหมาะกับ “เพื่อนสี่ขา”ของพวกเขาแล้ว เป็นต้องเสาะหาไว้ในครอบครองแบบไม่รอช้า จึงอาจกล่าวได้ว่า พฤติกรรมของ “ผู้เลี้ยง”กลุ่มหลังนี้นี่เอง ที่ส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของบ้านเราในปัจจุบัน เติบโตจนมีมูลค่าสูงถึงกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท! “condoแมว” ที่เป็นได้ทั้งของเล่นให้แมวเหมียวปีนป่าย-ลับเล็บ-นอนเล่น เป็นได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในกลุ่มคนรักแมวอยู่ขณะนี้ มีชายหนุ่ม วัยสามสิบกว่า “จิรภัทร แตงน้อย” หรือ คุณต่าย เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ส่วนความเป็นมาของธุรกิจส่วนตัวนี้ คุณต่าย ยินดีย้อนให้ฟังว่า ก่อนหน้าเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง กระทั่งอายุได้ 20 ปลายๆ เกิดความคิดอยากทำธุรกิจแต่ย
ใครที่รู้สึกว่าตัวเองเป็น “คนเหงา 2018” ไม่ต้องมัวเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้านอีกต่อไป ลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเติมพลังกันดีกว่า ไปมันคนเดียวนี่ละ ไม่ต้องง้อใครไปด้วย เพราะกว่าจะรอเดอะแก๊งรวมตัวกันได้ก็หมดความอยากไปแล้ว แถมตอนนี้เขามีบริการ “เพื่อนเช่า” ที่พร้อมพาเราไปสนุกสนานได้ในสไตล์คนท้องถิ่น ไม่ต้องกลัวโดดเดี่ยวเดียวดายอีกแล้ว ในเกาหลีใต้มีธุรกิจทัวร์ที่ชื่อว่า “โอ้ มาย โอปป้า” (Oh My Oppas) เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้ เอาใจติ่งซีรีส์เกาหลีที่อยากจะมี “พี่ชาย” คอยดูแล ธุรกิจนี้จับเอา “โอปป้า” ซึ่งเป็นคำฮิตในซีรีส์ที่บรรดาสาวๆ ใช้เรียกผู้ชายที่อายุมากกว่า หรือหนุ่มๆ ที่พวกเธอปลาบปลื้ม มาเป็นจุดขายในการทำทัวร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เว็บไซต์โอ้ มาย โอปป้า จัดหาหนุ่มๆ น่าหยิก 8 คน ที่มีความสามารถเฉพาะคนละแบบมาเป็นไกด์ส่วนตัวให้ลูกค้าที่จองคิวไว้ โดยพาเที่ยวในสไตล์ที่แตกต่างกันไป ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ และช่วยสอนให้ทำกิจกรรมต่างๆ แบบเดียวกับคนท้องถิ่น อย่าง “ไรอัน โอปป้า” มีความเชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ก็จะพาสาวๆ สวมชุดฮันบกเที่ยวในย่านที่มีกลิ่นอายแบบโบ
ข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรไทยบำรุงกำลัง ช่วยท่านชาย “โล้สำเภา”ให้ได้เหมือน “พี่หมื่น”ของน้อง”การะเกด” เปิดเผยจาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย ว่าสมัยโบราณยุคปู่ย่าตาทวด เป็นสังคมเกษตรกรรม ต้องใช้เรี่ยวแรงในการทำไร่ไถนา และที่สำคัญต้องมีเรี่ยวมีแรงในการให้กำเนิดลูกหลานเพื่อมาช่วยกิจการ และกิจกรรมในครัวเรือนด้วย ดังนั้นเมื่อศึกษาตำรายาไทยสมัยก่อน จะพบกลุ่มยาที่ช่วยในด้านบำรุงกำลังวังชา ระบุสรรพคุณในด้านเสริมสมรรถภาพท่านชายไว้มากมาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมิติด้านของความสัมพันธ์ทางเพศกำลังถูกคุกคามจากปัญหาด้านสุขภาพของผู้ชาย 2 ประการ คือ การมีบุตรยากเนื่องจากจำนวนอสุจิลดลง และการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คู่สมรสประมาณร้อยละ 10 ถึง 15 ทั่วโลกประสบปัญหามีบุตรยาก และมีหลักฐานหลายประการ บ่งชี้ว่าปัญหาการมีจำนวนอสุจิลดลงกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะเดียวกันอุบัติการณ์ของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ(erectile dysfunction) หรือโรคอีดี ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสภาพการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด สารมลพิษที่หลากหลาย ยาบาง
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยถึงการเปิดตัว 4 โครงการของ สสว. ที่หวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 3,000 ล้านบาท และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีได้เข้าถึงบริการจากหน่วยงานต่างๆ ได้รับองค์ความรู้ สร้างต้นแบบเอสเอ็มอีและสหกรณ์ ผลิตโค้ช ตลอดจนสร้างเครือข่ายสังคมผู้ประกอบการ เพื่อช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ทั่วถึง สำหรับ 4 โครงการดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ในการก้าวสู่ Thailand 4.0 เป็นโครงการสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และเป็นกำลังสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะเปิดรับสมัครเอสเอ็มอีในกลุ่มที่เพิ่งดำเนินธุรกิจ (Start up) เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการตลาด (Rising Star) และกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (Turn Around) โดยตั้งเป้าหมายจะจัดอบรมให้ความรู้แก่เอสเอ็มอี พัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับสถานประกอบการให้ได้อย่างน้อย 462 รายหรือผลิตภัณฑ์หรือสถานประกอบการ รวมถึงจะพาเข้าร่วมงานแสดงและจำ
ท๊อฟฟี่ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร ในวัยใกล้สามสิบ เจ้าของฉายาที่สื่อมวลชนสายไอที ยกให้เป็น “นางฟ้า…ไอที”คนล่าสุด ในฐานะผู้ก่อตั้ง เพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่มียอดไลก์หลักแสน พาบุคลิกร่าเริง มาให้ข้อมูลแบบกันเอง ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้ฟัง เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบระดับปริญญาตรีจาก คณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เขตหนองจอก แต่ได้งานทำตั้งแต่อายุ 20 คือ ช่วงไปฝึกงาน บริษัทขาดคนพอดี เลยรับเขาเข้าทำงานก่อน โดยมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่แผนก “ไอที ซัพพอร์ท” “เป็นตุ๊ด มาตั้งแต่สมัยเรียน แต่ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ คุณพ่อคุณแม่ รับรู้มาตลอด และก็เป็นเด็กติดเกมมาก่อน ขอแค่ให้ได้เล่นเกม อยู่ใกล้คอมพิวเตอร์มีความสุข ตอนเรียนต่อมหาวิทยาลัย เลยเลือกคณะนี้ คือ ขอคุณแม่ไปเรียนอะไรก็ได้ที่ได้ใช้คอมพ์ เพื่อเอามาเล่นเกม”ท๊อฟฟี่ เล่าน้ำเสียงอารมณ์ดี ก่อนบอกด้วยว่า ปกติเป็นคนชอบ “แต่งหญิง” แล้วถ่ายรูปอัพเฟซส่วนตัวอยู่แล้ว พอทำได้ระยะหนึ่ง กระแสสร้างเพจ เริ่มมาแรง เลยมีเพื่อนหลายคนสนับสนุนให้ทำเพจ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้แต่งหญิงไร้สาระ มีการ
จากร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ. ..เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการ พื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำนั้น และคาดว่าจะประกาศใช้ในไม่ช้านี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ที่เกี่ยวกับ พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ นั่นก็คือ กำหนดให้ธนาคาร จะต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ในกรณีที่ – พบบุคคลที่มีบัญชี ที่มีรายการรับเงินเกิน 200 ครั้ง/ปี และมียอดรวมของ ธุรกรรมฝากหรือรับโอนรวมกันตั้งแต่ 2,000,000 บาท ขึ้นไป – ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้ง โดยธนาคารจะต้องรายงาน กรมสรรพากร ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี เนืื่องจาก เข้าข่ายบัญชีของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษ (เพื่อการค้า) ถ้าธนาคารไม่ดำเนินการตามนี้ จะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง กฎหมายฉบับนี้ ยังกำหนดอีกว่า ธนาคารจะต้องรายงานข้อมูลดังกล่าวนี้ ครั้งแรกภายใน 31 มีนาคม 2563 นั่นหมายความว่า
โรตี ขนมหวานยอดนิยม ตีแป้งทอดให้กรอบ ราดนม น้ำตาล หอม หวาน อร่อย โดยปกติแล้วเราจะเห็น “อาบัง” เข็นรถขายโรตีกันแถบจะทุกที่ แต่ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งเจ้าโรตีธรรมดาๆ จะกลายเป็นโรตีกรอบเงินล้านขึ้นมา กระทั่งได้ฉายา “โรตีแหลมเกต โรตีเงินล้าน” ที่ลูกค้าติดใจรสชาติ ผลิตแถบไม่ทัน คุณโค้ก-อภิชาต บวรบัญชารักข์ เจ้าของร้าน Laemgate (แหลมเกต) บุฟเฟต์ทะเลซีฟู้ดชื่อดังย่านลาดพร้าว เล่าให้ฟังว่า โรตีแหลมเกต เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เหตุเพราะอยากหาขนมหวานให้ลูกค้าทานหลังจากทานบุฟเฟต์ทะเล แต่คิดอยู่นานว่าควรนำขนมหวานชนิดไหนมานำเสนอดี จนวันหนึ่งเดินไปเจอ บังขายโรตีแถวซอยอารีย์ พอได้ลองชิมแล้ว เฮ้ย! มันอร่อย รสชาติถูกใจ จึงตัดสินใจชวนบังขายโรตี ที่ชื่อว่า “บังบอล” มาขายที่ร้านแหลมเกตซะเลย หลังจากได้รับคำชวน “บังบอล” ตัดสินใจยก “รถเข็น”มาขายที่แหลมเกต คุณโค้ก เล่าอีกว่าจากวันแรกที่บังบอล เปิดขายได้แค่ 20-30 แผ่น ปัจจุบันลูกค้าที่มาแหลมเกต ทานโรตีกันไม่ต่ำกว่า 500 แผ่นต่อวัน โดยมีให้เลือกสองแบบ คือ แบบกรอบ และแบบนิ่ม หรือทำสดราดนม และตลอด 3 ปีที่ทำร้านมา ถ้าได้อ่านในรีวิว ลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่
จากกรณีข่าวฮือฮาสะเทือนวงการค้าปลีก เมื่อ “บิ๊กซี” ออก “รถเร่”วิ่งขายสินค้าตามหมู่บ้าน และถึงแม้จะมีแถลงการณ์ออกมาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับชาติมาแล้วว่า เป็นการ “ทอดลองวิ่ง” นำร่องในบางพื้นที่เท่านั้น ถึงกระนั้นหลายฝ่ายก็ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วง เกรงกันว่าผู้ประกอบการที่ทำอยู่ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายเล็ก-รายย่อย จะมีอันล้มหายตายจากไป ลักษณะเดียวกันกับร้านโชห่วย ที่ต้องทยอยปิดตัวไปแล้วเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการเข้ามาของร้านสะดวกซื้อติดแอร์ แบรนด์ดัง และล่าสุดทางพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงกับสั่งการให้ทางกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาดูแลรายละเอียดข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับหาแนวทางป้องกันปัญหาการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมแล้วด้วย เมื่อวันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ออกสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการรถเร่ขายกับข้าว-ของสด หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า “รถพุ่มพวง” เริ่มที่ คุณหนุ่ม – อนันต์ อายุ 41 ปีสละเวลามาให้ข้อมูล พื้นเพเป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก ครอบครัวมีอาชีพทำสวน พออายุได้ราว 17-18 ปี เดินทางมาทำงานในกรุงเทพฯ เพราะมีญาติอยู่ก่อน เข้ามาก็ค้าขายไปสารพัด อย่าง หอม
