Exclusive
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีนัดพูดคุยกับ คุณกองศักดิ์ จันทะสี อายุ 40 ปีเศษ ที่อนุญาตให้เรียกชื่อแบบกันเองว่า “สมชาย” เจ้าของกิจการ “ขนมปังเทวดา” ขนมปังนึ่งทาเนยนม-สังขยา บนรถเข็น ที่ดูรูปลักษณ์ภายนอกสุดแสนจะธรรมดา แต่ทว่าบอกเลยโด่งดังใช่เล่น เคยออกรายการโทรทัศน์หลายช่อง และสื่ออื่นมาแล้วไม่รู้กี่รายการ ความน่าสนใจที่สื่อหลายสำนักให้ความสนใจก่อนหน้านี้ อาจไม่ได้โฟกัสไปที่ตัวสินค้าตรงหน้าของเจ้าของร้านอารมณ์ดีท่านนี้ หากทว่าน่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบการขาย ที่ “ขนมปัง”ส่วนหนึ่งซึ่งถูกฝากไว้ที่ร้านแห่งนี้ มาจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ใช้เงินซื้อไว้ แต่ไม่นำขนมปังกลับบ้านไป หากแต่มี “การฝาก”ไว้ ให้กับคนยากไร้ คนป่วย คนท้อง ฯลฯ สามารถมารับประทานฟรีได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน ก่อนจะลงรายละเอียด ที่มาที่ไปของการประกอบกิจการในลักษณะดังกล่าว มาฟังคุณสมชาย เล่าประวัติส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นสักหน่อย “เรียนจบแค่ ป.6 ครับ ตอนอยู่อุดรฯ ทำอาชีพมาสารพัด พอทำบัตรประชาชน ตอนอายุ 15 ก็มุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงทันที แรกๆ ไปเป็นเด็กเสิร์ฟ เด็กปั๊ม ค้าขายมาหลายสิบอย่างแล้ว ทั้งผลไม้ มีลูกชิ้น ไส้กรอก ข้าวโพด เข
คุณสิทธิพล พุทธยศ หัวหน้าฝ่ายอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการ จากลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทย มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ราว 40 ล้านคน กรุงเทพฯมีประชากรที่ใช้เฟซบุ๊ก มากที่สุดในโลก ขณะเดียวกันมีผู้ใช้ Line ราว 38 ล้านคน คิดเป็น 83 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ ส่วนอินสตาแกรมนั้น ประเทศไทยมีผู้ใช้ 8 ล้านคน และประเทศไทย ยังจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของผู้ใช้ออนไลน์วิดีโอมากที่สุด “ปัจจุบันการเข้าถึงโลกโซเชียล ง่ายมาก ช่องทางสำคัญ คือ ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งนับวันจะราคาถูกลง บางยี่ห้อ โอปเรเตอร์บางแห่งถึงกับแจกฟรีเลยก็มี ยุคนี้จึงน่าจะเข้าสู่ยุคของการค้าขายออนไลน์แบบเต็มตัวแล้ว”ตัวแทนลาซาด้า ในฐานะ e Commerce Platform (อี คอมเมิร์ซ แพลตฟอร์ม) แบรนด์ดังระดับโลก ว่ามาอย่างนั้น ก่อนบอกต่อ สิ่งที่ผู้ประกอบการค้าขายออนไลน์ หรือ e Commerce (อี คอมเมิร์ซ) ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ แพลตฟอร์ม แบบไหนที่เหมาะกับสินค้าหรือบริการของตัวเอง หากเปิดเพจ เปิดเว็บไซต์ ขายสินค้าที่ผลิตเอง ต้องคำนึงด้วยว่าจะมีใครมารู้จัก ร้านเราบนแพลตฟอร์มนั้นหรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าเราไม่ใช้ดีลเลอร์ดังๆ คงไม่มีคนรู้จ
คุณเอก-สามารถ ศรีสังข์บุญ อายุ 49 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประกอบธุรกิจในสายงานด้านอุตสาหกรรม รวมถึงรับบริการงานพิมพ์บนภาชนะ บรรจุภัณฑ์ ในย่านแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เมื่อเห็นว่าการแข่งขันสูงขึ้น จึงย้ายฐานมาอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากมีแหล่งอุตสาหกรรมมากมาย ธุรกิจเจริญเติบโตไปตามลำดับ พอเข้าปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในอยุธยา “ผมกับหุ้นส่วนประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ใช้เงินจำนวนมากในการต่อสู้จนแก้ปัญหาน้ำไว้ได้ แต่โครงสร้าง และเครือข่ายธุรกิจเสียหาย การฝืนตัวเองในสายอาชีพจึงทำได้ยาก” คุณเอก เล่าต่อ จากนั้นมีโอกาสได้พูดคุยกับนักธุรกิจญี่ปุ่นที่เคยร่วมงานกัน ถึงการทำงานหลังจากนี้ ได้รับคำตอบว่าจะทำเกี่ยวกับอาหาร ทำอะไรก็ได้ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ “เขายกตัวอย่างปลาหมึกหนึ่งตัว กับปลาหมึกตามตลาดนัด ราคานั้นต่างกันมากทั้งๆ ที่คุณภาพ และขนาดเท่ากัน ของแบบนี้มันอยู่ที่การดีไซน์ และการสร้างแบรนด์สินค้า” หลังจากได้ฟังความคิดของนักธุรกิจญี่ปุ่น คุณเอกกลับมาคิดตาม กระทั่งมีเพื่อนฝากซื้อไก่ทอดเจ้าประจำ ชื่อร้าน ไก่ตุ๊ก “ผมไปนั่งรอซื้อช่วงเช้า เห็นเพื่อนขายดีมาก ไม่ได้หยุด ลูกค้ามาซื้อต่อเนื่อง
แตงโม จัดว่าเป็นผลไม้ทำเงินของเกษตรกรไทยเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะลูกกลมโต เนื้อแดง น้ำหวานฉ่ำ ชื่นใจ ผู้บริโภคนิยมทาน จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนจะขายดีเป็นพิเศษ ที่อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร พื้นที่แถบนี้มีชื่อเสียงร่ำลือมายาวนาน ว่าเป็นพื้นที่คุณภาพและดีที่สุดในการปลูกแตงโม คุณอัศนีย์ จันทรัตน์ ประธานสหกรณ์การเกษตรผู้ผลิตแตงโมสกลนคร เล่าให้ฟังว่า ในอดีตก่อนการรวมกลุ่ม เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมต่างคนต่างแยกกันปลูก แยกกันขาย ทำให้ประสบปัญหาถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ทำอะไรสักอย่างเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมอาจย่ำแย่ กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2552 ตัดสินใจจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมา จากสมาชิกเพียง 67 คน ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 180 คน คุณอัศนีย์ เล่าต่อ นอกจากรวมกลุ่มสหกรณ์แล้ว ทางสหกรณ์ยังได้ร่วมมือกับบิ๊กซี ในการควบคุมคุณภาพการปลูกแตงโมมาตรฐาน BQL (Quality Line) หรือเรียกอีกอย่างว่า วงจรคุณภาพ “สำหรับการร่วมมือพัฒนาแตงโม BQL โดยบิ๊กซีได้จัดทีมเข้ามาดูแลกระบวนการทั้งหมด ควบคุมคุณภาพ ตั้งแต่แหล่งน้ำ พื้นที่ปลูก การใช้สารเคมี การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว การเก็บ
สืบเนื่องจาก การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการผลิตหมอนยางพารา กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา และภาคเอกชนอย่างบริษัท เลย์เทกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการผลิตและร่วมมือทางการตลาด เพื่อจัดตั้งแบรนด์กลางของ กยท. พัฒนากระบวนการผลิต เพิ่มช่องทางในการทำตลาดและส่งออกเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราให้สูงขึ้น โดยหลังจากได้ลงพื้นที่เพื่อไปอบรมให้ความรู้กับสถาบันเกษตรกร ให้สามารถผลิตหมอนยางพาราให้ตรงตามมาตฐานการส่งออกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจากโครงการนำร่องที่ชื่อว่า “นครศรีโมเดล” นั้น ล่าสุด ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของเกษตรกรซึ่งถูกพัฒนาโดยกลุ่มสถาบันเกษตรกรทั้งสิ้น 8 แห่งจากทั่วประเทศได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมออกแสดงสู่สาธารณะชนแล้ว โดยมีการจัดแสดงรุ่นแรกภายในงาน “GLOBAL RUBBER LATEX & TYRE EXPO” หรือ GRTE 2018 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่เกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งผู้ร่วมงานหลักเป็นกลุ่มนักธุรกิจส่งออกและนำเข้าที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากกลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศที่มาติดต่อ เพื่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้วหลายราย โดยช่วงแรกที่นำสินค้าออกสู่
กรีน ดีไซน์ คือ การออกแบบชิ้นงานมุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สามารถสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างน่าสนใจ ส่วนใหญ่มีการนำเอาสิ่งของเหลือใช้ อย่าง เศษกระดาษ เศษเหล็ก เศษพลาสติก มาเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบพร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ กระทั่งทำให้เกิดผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว RE + PAIR (รี + แพร์) คือ ชื่อแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีแนวคิดนำเศษวัสดุเหลือใช้ อย่าง ที่จับฝาขวดน้ำดื่ม โซ่จักรยานยนต์ กล่องนม ถุงหิ้วพลาสติก ตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยว อะไหล่รถเบ็นซ์ ฯลฯ มาดัดแปลงเป็นส่วนประกอบสำคัญของนาฬิกาข้อมือ โคมไฟตั้งโต๊ะ สายคล้องมือถือ หรือแม้กระทั่งลำโพงไอ-พอด เจ้าของผลิตภัณฑ์ แนวกรีน ดีไซน์ ภายใต้แบรนด์ Re+Pair ที่จะแนะนำให้รู้จักในครั้งนี้ มีเจ้าของความคิด เป็นสาวน้อยร่างเล็ก บุคลิกร่าเริงสดใส วัยเพียงยี่สิบเศษ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลน่าสนใจในหลายแง่มุม คุณแพร์-ฉัตรพร นิลธรรมชาติ แนะนำตัวว่า พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์ รับงานเกี่ยวกับกราฟฟิกดีไซน์ ตามที่ร่ำเรียนมา และมีอาชีพเสริมเป็นเจ
คุณประดิษฐ์ ฮกชุน อายุห้าสิบปลาย เจ้าของผลิตภัณฑ์ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้น ภายใน 5 นาที เจ้าเดียวในไทย แบรนด์ MAGIC COOLS (เมจิกคูลส์) ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้ฟังว่าพื้นเพ เป็นคนจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมาย ก่อนหน้าเคยทำงานประจำ ทำหน้าที่อยู่ฝ่ายบุคคลได้ 5 ปีเศษ จึงลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มจากขายเสื้อผ้าเก่าตามตลาดนัดเปิดท้าย ก่อนหันมาทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ และ ปลาเรซิ่นใส่ตู้ปลา “แต่ละอาชีพที่ผ่านมาไม่เหมือนกันซักอย่าง อาจเพราะชอบอิสระ และใช้จินตนาการ ไม่เหมือนคนอื่น”คุณประดิษฐ์ เผยถึงบุคลิกประจำตัว ซึ่งเป็นที่มาของความคิดประดิษฐ์ ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้นก่อนอธิบายถึงที่มาของแนวคิด “ผมรู้สึกทึ่งกับถังปั่นไอศกรีมหลอดของสมัยโบราณ ที่แค่ใส่น้ำอัดลมหรือน้ำหวานลงในหลอดอะลูมิเนียม แล้วใช้มือหมุนไม่กี่นาทีกลายเป็นไอศกรีมแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มเบียร์เป็นวุ้น เลยลองนำขวดเบียร์ มาแช่ในถังทำไอศกรีมหลอดดู ปรากฎเบียร์เย็นเร็วกว่าเดิมแถมเป็นวุ้น ทำให้เกิดความคิดอยากผลิตสินค้านี้ออกมา” เมื่อไอเดียแรกเริ่มบังเกิด สิ่งที่คุณประดิษฐ์ คิดทำต่อ นั่นคือการลงมือทำ ซึ่งเขาตั้ง
เวเนซุเอลา ประเทศสวยงามในอเมริกาใต้ กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก มีสื่อตะวันตกตั้งอกตั้งใจกระพืออย่างไม่วางมือมากว่าเดือน ผู้คนกำลังเฝ้ามองการล่มสลายของเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาอย่างเศร้าใจ เงินของประเทศนี้เฟ้อหลายสิบเท่าตัวในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา คือ เรียกว่าจะเท่ากับเศษกระดาษเข้าไปทุกที ขนมปังแถวละ 900 กว่าบาท ไข่โก่โหลละ 500 บาท นี่หมายถึงต้องเข้าแถวรอทั้งวัน เพื่อจะมีโอกาสได้ซื้อ แต่ที่หนักกว่าความเศร้าใจคือ อาการดราม่า งง-งง ที่ว่า เวเนซุเอล่า ดิ่งนรกจากประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาใต้ มาเป็นประเทศที่ยากจนกระทั่งผู้คนไม่มีกิน ต้องคุ้ยขยะกิน บ้างกระเสือกกระสนหนีออกนอกประเทศอย่างสิ้นไร้ไม้ตอก เช่นนี้ได้อย่างไร คือ แบบทำท่างงกันหนักว่ามันเป็นไปได้อย่างไร มันไม่น่าเป็นไปได้นี่นา หัวข้อข่าวที่กระจายทั่วโลกก็จะเน้นเช่นนี้ ออกมาในแนวดราม่าจากปราสาทสู่สลัม ทำนองนั้น ดราม่าหนักไปกว่า คือ ด่านักการเมือง ซึ่งมักเป็นธรรมเนียมของคนที่รู้อะไรนิดหน่อยแล้วอยากออกความเห็น คือด่านักการเมืองไว้ก่อน ปาก้อนหินลงไป มันไม่ถูกหัวใครก็หัวใครสักคนแหละน่า แต่ถ้าเราจะระลึกเวเนซุเอลาด้วยความจริงใจ และเรียงร้อยประสบการณ
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ รถมินิบิ๊กซี ออกให้บริการในชุมชน ตามที่มีข่าวออกไป ซึ่งทาง บิ๊กซี เองก็ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่า บริษัทยังไม่มีแผนชัดเจนที่จะขยายธุรกิจด้านนี้ ยังอยู่ในช่วงศึกษาธุรกิจเท่านั้น ส่วน “รถมินิบิ๊กซี” ที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์นั้น มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อทดลองตลาด มีเพียงคันเดียววิ่งอยู่ในโซนจ.ปทุมธานี ซึ่งรถคันดังกล่าว มาจากการที่บริษัทเคยนำรถจำหน่ายสินค้าไปช่วยเหลือในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” พร้อมกันนี้ยืนยันว่ารถของบิ๊กซี ไม่ได้ไปแย่งลูกค้าร้านค้าปลีก หรือรถเร่รายอื่นๆ เพราะมีความแตกต่างกับรถเร่ขายของทั่วไป เนื่องจากเจาะกลุ่มลูกค้าคนละกลุ่มกัน (ที่มา ข่าวสดออนไลน์) หลังจากที่มีข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีกระแสความคิดเห็นเข้ามาอย่างมากมาย และประเด็นหนึ่งที่พูดถึงกันคือ หากมีการลงมาทำธุรกิจทำนองนี้ของนายทุนรายใหญ่ จะเกิดผลอย่างไรกับพ่อค้าแม่ค้ารถเร่ ที่ขายอยู่ในชุมชนทั่วไป ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ สัมภาษณ์ พ่อค้ารถเร่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า รถพุ่มพวง คุณทอง กวางทุม เจ้าของรถเร่ ขายสินค้าประจำวัน ตั้งแต่ กะละมัง รองเท้าแตะ น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำล้างจาน ก
สร้างความคึกคักกันทุกวงการ สำหรับละครดังอิงประวัติศาสตร์ “บุพเพสันนิวาส” ทำเอาชาวพระนครและบ้านใกล้เรือนเคียงตั้งหน้าตั้งตารอดูพี่หมื่นเดช และแม่หญิงการะเกดกันจนถนนโล่ง แม้แต่พิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว ใจกลางกรุง สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ ไทยแลนด์ (Stanley MiniVenture Thailand) ยังจับกระแสละครดัง โพสต์เชิญชวนออเจ้าสายตาดี มีความว่องไว มาช่วยกันตามหา “พี่หมื่นกับแม่หญิงการะเกด” ของเมืองที่หายไป ชิงรางวัลเงินหมื่น โพสต์ดังกล่าวระบุว่า ออเจ้าทั้งหลาย เพลานี้ที่ #StanleyMiniVenture กำลังตามหา “พี่หมื่นกับแม่หญิงการะเกด” ของเมืองอยู่ อยากจะเชิญชวนออเจ้าที่มีความสามารถสายตาว่องไว มาช่วยกันตามหาให้ข้าที หากออเจ้าพบข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม ถึงรางวัลละ ๑๐,๐๐๐ บาทกันเลยนะเจ้าคะ💸💸💸 #Miniature #บุพเพสันนิวาส #Bangkok #Thailand
