Exclusive
คุณกล้อง-อาริยะ คำภิโล เจ้าของร้านและแอดมินเพจ Jones’ Salad หนุ่มคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ความเกี่ยวข้องจะเป็นเจ้าของร้านสลัด หรือแอดมิน นั้นมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย โดยทุกอย่างผ่านจากการฝึกฝน ศึกษาเรื่องสุขภาพจนสามารถแนะนำเรื่องสุขภาพและเปิดร้านสลัดได้ ชายหนุ่ม เริ่มต้นเล่าประสบการณ์ด้านสุขภาพซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของร้านสลัด ให้ฟังว่า “ผมเริ่มทำธุรกิจหลังเรียนจบ คือการเปิดร้านกาแฟ ทำได้ไม่นาน ผมพบความผิดปกติบนร่างกาย คือมีก้อนเนื้อโตขึ้นที่ขา ไปตรวจมากว่า 3 โรงพยาบาล ซึ่งทุกที่บอกตรงกันหมดว่า มีโอกาสเป็นเซลล์มะเร็งมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์” แต่บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ “หลังผ่าตัดเสร็จ ผมได้รับข่าวดี เพราะก้อนเนื้อดังกล่าว ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง” คุณกล้อง พูดด้วยท่าทางดีใจ ย้อนไปตอนผ่าตัด คุณกล้องเลือกผ่าตัดก้อนเนื้อในโรงพยาบาลรัฐ เต็มไปด้วยความแออัด ผู้ป่วยมากมายต่างมานั่งรอการรักษา “ตอนที่เห็นคนป่วย ผมคิดแล้วว่า ทำอย่างไรดีหากผมอยากมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพให้กับผู้อื่นได้บ้าง บ้านผมอยู่จังหวัดเชียงราย เป็นบ้านติดแม่น้ำ ที่นั่นมีผักปลอดสารพิษให้กินเยอะแยะ
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
ประเทศไทย 4.0 ทำอะไรชักช้า เยิ่นเย้อ ไม่ทันกิน เจ้าของร้านอาหารกล่องสุขภาพขึ้นชื่อมากเจ้าหนึ่ง ยอดขายชักตก เพราะคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นทุกที ใครๆ ก็อยากขายอาหารกล่องสุขภาพ น่าคิดเหมือนกันว่าแล้วใครจะกิน ถ้าเป็นคนขายกันหมด ของเขาคนนี้ ตอนออกใหม่ๆ ก็มาปรึกษาทำโน่นทำนี่ ตอนนี้รายได้เริ่มหด พอดีเขาเช่าที่ไว้ทำโรงครัวอยู่แล้ว มีตัวร้าน ปูสนามหญ้าสวยงาม จอดรถได้ 2-3 คัน (ซึ่งเป็นข้อเสีย ไม่พอจอด แต่ดีกว่าไม่มีเลย) เมื่อก่อนเขาเปิดร้านให้คนนั่งสั่งอาหารมากินอยู่แล้ว มีคนกินบ้าง หลังๆ ชักหาย มาซื้ออาหารกล่องกลับบ้านอย่างเดียว ช่วงหนึ่งเคยเปิดขายก๋วยเตี๋ยว ขายดีพอใช้ แต่คนขายมือเติบ ใส่หมูสับเป็นก้อน ลูกชิ้นเป็นสิบ ของเหลือโยนทิ้ง เก็บไว้กลัวไม่อร่อย ขายได้เท่าไหร่คืนแม่ค้าตลาดไปหมด ปีใหม่ ฟ้าใหม่ ยุค 4.0 เขาเลยมาปรึกษาว่า ทำอะไรขายเร็วๆ ดี มีแอ๊กชั่น ไม่ทื่อๆ เหมือนเคาะอาหารกล่องมาใส่จาน ความคิดเขาอยากขายข้าวมันไก่สุขภาพหน่อยๆ ใช้อกไก่ ข้าวไม่ใช้น้ำมันผัด แต่ลีลามันน้อยไป ผมเลยนึกถึงสูตร “ข้าวมันไก่หมก” ของ อาจารย์พลศรี ในหนังสือแม่บ้านทันสมัยรุ่นโบราณ เคยมีคนเอาไปทำขายถึง อำเภอฝาง เชียงใหม่ กว่า
คุณยามีละ ตาเละ สาวพิการทั้งแขน-ขา แต่มีความกตัญญู ใจสู้ไม่ถอย เจ้าของเรื่องราวดีๆครั้งนี้ อาศัยอยู่ที่บ้านยะลูตง ต.กาเยาะมาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ปัจจุบันอายุ 28 ปี มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เธอเป็นลูกคนที่ 4 คุณแม่ประกอบอาชีพค้าขาย ส่วนคุณพ่อไม่ได้ทำงานมานานกว่า 15 ปีแล้ว เนื่องจากมีโรคประจำตัว เมื่อขออนุญาตถามถึงความปกติของร่างกาย เธอเล่าเสียงหม่น เป็นมาตั้งแต่กำเนิด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่รู้สึกลำบากอะไร แต่ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้บ้างที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ส่วนความสามารถด้านการแต่งหน้านั้น เธอเล่าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า เป็นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าฝันอยากเป็น “ช่างแต่งหน้า” พออายุได้ราว 17-18 ปี เลยฝึกแต่งหน้าตัวเอง และฝึกมาเรื่อยๆ พวกญาติและเพื่อนๆ เลยจะทราบดีว่าเธอแต่งหน้าได้ จนอยู่มาวันหนึ่งที่บ้านของเธอมีงานแต่งงาน ญาติ 2-3 คน เลยมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้ หลังจากนั้นไม่นานละแวกบ้านมีงานเดินพาเหรด เลยมีคนมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้อีก เธอเลยคิดค่าแรงหน้าละ 300 บาท ส่วนเครื่องสำอาง เธอเป็นคนออกเอ
โรงเรียนพระดาบส เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตั้งขึ้น เพื่อพระราชทาน “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต” ให้กับพสกนิกรในพระองค์ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ซึ่งมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดอาชีพ ที่มุ่งมั่นจะยืนอย่างมั่นคงบนลำแข้งของตน ให้สามารถประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ โดยใช้กระบวนการศึกษานอกระบบตามแนวพระราชดำริ พระองค์ท่านทรงมีพระราชกระแสในเรื่องนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ไว้ตอนหนึ่งว่า “…ขณะนี้ ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้…” จวบจนปัจจุบัน โรงเรียนพระดาบส ได้ดำเนินการมา 40 ปี มีผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้วราว 2,000 คน “ศิษย์พระดาบส” ทุกคน ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ เป็นทุนการศึกษาที่รวมถึงค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหาร ที่พักอ
เมื่อโลกไร้พรมแดน แคบลงมาทุกขณะ สมัยนี้ใครจะหยิบจะจับค้าขายอะไรก็เป็นไปได้หมด ยกตัวอย่าง คนขายอยู่นครปฐมติดต่อขาย “ปลากัด” ให้ลูกค้าที่สหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนก็เป็นคู่ค้ากันได้แบบ ชิล-ชิล แต่กว่าจะก้าวเป็นผู้ประกอบการ “ข้ามชาติ” ดังว่ามานั้น ใช่จะเป็นเรื่องง่ายดายนัก คุณหน่อย-รมิดา ตาณธนพนธ์ เจ้าของกิจการ BettaberryThailand (เบตต้าเบอร์รี่ ไทยแลนด์) ผู้จำหน่าย “ปลากัด” สายพันธุ์ต่างๆ แต่ไม่มีหน้าร้านแม้แต่คูหาเดียว อาศัยเพียงช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์เท่านั้น หากสามารถทำรายได้เลี้ยงตัวและครอบครัวได้เป็นอย่างดีมานานนับปีแล้ว กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมากิจการในแบบของเธอด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นด้วยความเป็นมาส่วนตัวว่า พื้นเพเป็นชาวนครปฐม จบปริญญาตรีด้านบริหาร จากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ส่วน คุณจิ๋ว-ณภัทร ตาณธนพนธ์ หุ้นส่วนทั้งชีวิตและธุรกิจ เป็นคนกรุงเทพฯ จบคณะนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้ เคยเป็นลูกจ้าง ทำงานในบริษัทเกี่ยวกับโรงพิมพ์ด้วยกันทั้งคู่ ทำงานประจำอยู่กว่าสิบปี ทั้งตัวเธอและสามี รู้สึกอิ่มตัวกับการเป็น
หากเอ่ยชื่อ คุณฉันท์ คำทองแท้ หรือเจ้าของฉายา อาจารย์ปอ เซียนกาแฟ บรรดาวงการ “บาริสต้า” ทั้งในประเทศและต่างประเทศคงรู้จักกันดี เพราะชายผู้นี้ คือ คนไทยคนแรกที่สามารถไปคว้าแชมป์ Barista Championship ปี 2005 จากประเทศออสเตรเลีย แถมยังเคยมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นชาวออสเตรเลียนมากมายนับหมื่นคน ปัจจุบันเป็นวิทยากรสอนหลักสูตรการชงกาแฟให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล อยู่ที่ อโรม่า กรุ๊ป แต่จะว่าไปแล้ว เส้นทางสู่อาชีพนักชงกาแฟที่มีค่าตัวสูงของอาจารย์ปอ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชายผู้นี้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา มามากมาย อาศัยความอดทน และดิ้นรนไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตาชีวิต จึงทำให้ประสบความสำเร็จเฉกเช่นในวันนี้ ประวัติชีวิตอาจารย์ปอ เกิดที่จังหวัดลพบุรี ฐานะทางบ้านยากจน ต้องดิ้นรนเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 15 ปี ยึดอาชีพรับจ้างมาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะกรรมกรแบกหาม ขนผักในตลาด เก็บขยะ สุดท้ายมาขับวินมอเตอร์ไซค์ แต่แล้วอุบัติเหตุก็ได้เปลี่ยนชีวิตผู้ชายคนนี้ “ตอนขับวินมอเตอร์ไซค์ เห็นเพื่อนถูกรถทับต่อหน้าต่อตา เกิดความคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ พอดีตอนนั้นโชคดีถูกลอตเตอรี่ 500,000 บาท เพื่อนคนหนึ่งเเ
การออกบู๊ธตามเทศกาลอาหารแต่ละครั้ง แต่ละร้านจะต้องสร้าง “จุดขาย” ให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดลูกค้าให้ทยอยเข้ามาอุดหนุน ไม่ว่าจะด้วยการตกแต่งหน้าร้านให้ดูสวยงามแปลกตา กลิ่นหอมที่โชยออกไปเตะจมูก หรือสีสันตามธรรมชาติที่นำมาจัดเรียงอย่างมีศิลปะ ต่างก็ช่วยกระตุ้นความอยากซื้อได้ทั้งสิ้น อย่างเมื่อวันก่อน ตอน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปสำรวจเทศกาลอาหารทะเลที่จังหวัดสมุทรสาครครั้งล่าสุด พบกับบู๊ธขายอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งแค่ชื่อ “ยำไข่ชายกลาง” ก็สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เลยเข้าไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติม มาฝากไว้เผื่อใครจะนำไปปรับใช้เป็นไอเดียดีๆ “ขายอะไรคะพี่” เราเริ่มต้นถาม “ยำสารพัดไข่ อร่อยทุกไข่เลยนะครับ” พ่อค้าวัยกลางคน บอกยิ้มๆ ก่อนชวนคุย บ้านพ่อค้าอยู่ที่ระนอง ไม่มีหน้าร้านประจำ อาศัยออกงานตามอีเว้นต์ต่างๆ และที่ว่า “สารพัดไข่” นั้น มีอะไรบ้าง ได้คำตอบกลับมาจากพ่อค้าท่านเดิม มี ไข่แมงดาทะเล ไข่ปลาริวกิว ไข่ปูม้า ไข่ปลาหมึก ไข่แดงเค็ม ไข่ปลาสลิด และ ไข่เยี่ยวม้า สารพัดสี-โอท็อปของดีจังหวัดสุพรรณฯ โดยทุกไข่จะผ่านการปรุงให้สุกก่อน เมื่อลูกค้าสั่งไข่ชนิดไหน ก็จะตักมาใส่หม้อ ก่อนตวงเคร
หม่าล่า อาหารชนิดนี้ เริ่มแพร่หลายในเมืองไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ที่นิยมการเดินตลาดนัดเกิดใหม่ยามค่ำคืน ย่อมรู้จักเป็นอย่างดี หม่าล่า เป็นอาหารปิ้งย่างชนิดหนึ่ง บางคนอ่านว่า หมาล่า หรือเรียกกันติดปากว่า หมาล่า แต่จริงๆ มันคือ หม่าล่า (มี ไม้เอก ด้วย) ซึ่งมาจากภาษาจีนแปลว่า เผ็ดชา ซึ่งก็คือ อาหารปิ้งย่างที่มีรสเผ็ดชา นั่นเอง คุณชัชวาลย์ นิจงาม หรือ คุณเติ้ล เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเป็นพนักงานบริษัท ตำแหน่งช่างภาพ แต่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาขายหม่าล่า อยู่ที่ ประชานิเวศน์ 1 โดยมีแฟนสาว เป็นผู้ดำเนินกิจการหลัก และเขาเป็นผู้ช่วย แต่กระบวนการสร้างอาชีพตั้งแต่ต้นจนจบมาจากที่ตัวคุณเติ้ลเอง คุณเติ้ล เล่าว่า เขาก็เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง และต้องการหารายได้เสริม จึงค้าขายออนไลน์มาแล้วนับไม่ถ้วน หรือแม้กระทั่งเคยไปซื้อแฟรนไชส์กาแฟยี่ห้อหนึ่งมา แต่ก็ไปไม่รอด กระทั่งเขามาสะดุดที่ธุรกิจปิ้งย่าง ที่ชื่อว่า หม่าล่า นี้เอง ครั้งแรกที่เขาชิม ก็พอใจในรสชาติ ประกอบกับเป็นอาหารยอดนิยมของวัยรุ่น เขาจึงสนใจที่จะสร้างกิจการจากอาหารชนิดนี้ขึ้นมา นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ
การกินน้ำปั่นผักผลไม้ 5 สีทุกวัน ช่วย “กู้โลก” ได้ เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ยังสร้างโลกสีเขียวและสังคมดีๆ ไปพร้อมกัน “ปลูกปั่น” เป็นธุรกิจที่เกิดจากคนป่วยที่หายด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต และกินผักผลไม้ 5 สีทุกวันด้วยการทำเป็นน้ำปั่นจนหาย…กลายเป็นคนสุขภาพดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคนป่วยคนนั้นดันเป็นนักออกแบบ “ปลูกปั่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านน้ำปั่นธรรมดา เหล่านี้ คือ ข้อความแนะนำตัว…ที่จะพาเราไปรู้จัก “ธุรกิจสีเขียว” ที่พร้อมจะเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับความสุขของทั้งคนทำ คนปั่น และ คนกิน คุณจัง-ศิริลักษณ์ มหาจันทนาภรณ์ หุ้นส่วนคนสำคัญกิจการ “เวลาเย็น” ร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เสริม ขวัญใจนักปั่นย่านซอยทองหล่อ และเจ้าของธุรกิจ “ปลูกปั่น” ที่เกริ่นไว้ตอนต้น กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำงานเป็นนักออกแบบฟรีแลนซ์ ตั้งแต่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานหนักและมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าค่าตอบแทน ผลงานที่ผ่านมา จ
