Exclusive
ปัจจุบันผ้าไหมไทย และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างการเลี้ยงไหม ปลูกหม่อม หรือใยไหม สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล สร้างมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งคนทั่วโลกให้การยอมรับผ้าไหมไทย โดยตลาดผ้าไหมได้ขยายไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา แคนาดา รวมถึงแอฟริกาใต้ด้วย ที่ให้ความสนใจในความงดงาม ประณีตของผ้าไหมไทย โดยนำเอาผ้าไหมไทย ไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระทั่งนำไปแปรรูปเป็นของตกแต่ง และทำผ้าม่าน ตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย คุณสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า “กรมหม่อมไหม จัดงาน “มหัศจรรย์แห่งไหมไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงพระราชทานตรานกยูงให้กรมหม่อนไหมใช้เป็นเครื่องรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งสืบสานอาชีพด้านหม่อนไหมให้คงอยู่ในสังคมไทยตลอดไป ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้ ณ ลานไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ส
“ข้าวเปิ๊บ” เป็นเมนูเด่นของชุมชนบ้านนาต้นจั่น แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดสุโขทัย เมนูนี้ หน้าตาเหมือนกับก๋วยเตี๋ยว แต่ “เส้น” หลักที่ใช้นั้นแตกต่างออกไป ส่วนวิธีการทำคล้ายคลึงกับการทำข้าวเกรียบปากหม้อ เริ่มต้นการทำเส้น ด้วยการละเลงแป้งข้าวเจ้าละลายน้ำลงบนปากหม้อไอร้อน สังเกตพอแป้งใกล้สุก ให้ใส่ วุ้นเส้น กะหล่ำฝอย ถั่วงอกและผักบุ้งลงไปบนแป้ง ก่อนทำการ “เปิ๊บ” ซึ่งเป็นภาษาถิ่น ที่แปลว่า พับไป-พับมา เมื่อได้ “เส้นเปิ๊บ”แล้ว มาถึงขั้นตอนทำเครื่องเคียงหลัก นั่น คือ ไข่ดาว ที่ทำให้สุกด้วยบนปากหม้อไอร้อน จากนั้น จึงท้อปปปิ้งด้วย หมูสับรวน กากหมู เต้าหู้ เสร็จแล้วราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ก่อนปรุงรสกันตามชอบ แม้เมนูนี้ จะเป็นเมนูเด่นต้องห้ามพลาดของชุมชนบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย แต่ทีมงานของชุมชนแห่งนี้ ก็รับออกอีเวนท์เป็นระยะ สนใจอยากชิมรสชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนชุมชนบ้านนาต้นจั่น โทรศัพท์ 088-495-7738
ในจำนวนผลงานวิจัยของไทยที่มีจำนวนมาก ถูกหยิบไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมจากเจ้าของธุรกิจมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทยมีนักวิจัยจำนวนหนึ่งที่มีผลงานขึ้นหิ้งแล้ว เลือกจะไม่เปิดเผยตัวเอง และทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นผู้ป้อนผลงานขึ้นสู่หิ้ง สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทย หนึ่งในนั้นอยู่ในกลุ่ม “เวชสำอาง” ซึ่งนักวิจัยไทยได้นำสมุนไพรไทยมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่ขายในราคาคนไทย ซื้อไอเดียนักวิจัย พัฒนาเป็นเวชสำอาง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจที่ขึ้นมาเป็นเจ้าของผลงานวิจัยด้านเวชสำอาง นั่นก็คือ คุณสุวรรณา มณีโชติช่วงหรือ คุณนา เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางภายใต้ชื่อ “อิส ดิ เฟนเซ่” (Is De’fence) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรไทย ผลิตโดยนักวิจัยชาวไทย ซึ่งคุณสุวรรณาร่วมกับทีมวิจัยชาวไทยผลิตเครื่องสำอางป้อนแบรนด์ชั้นนำ จนนำมาสู่การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและจัดอยู่ในประเภทเวชสำอาง จนได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) โดยอัตโนมัติ โดยใช้ห้องแล็บของทีมวิจัยที่ได้มาตรฐาน เป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มดำเนินธุรกิจ “ตัวครีม อีส ดิเฟนเซ่
ตลาด Feira da Ladra นี่อยู่ในเมืองลิสบอน ของประเทศโปรตุเกส ชื่อนั่นน่ะ แปลตรงตัวว่าตลาดหัวขโมย ซึ่งเหมือนกับตลาดมือสองในอีกหลายแห่งในโลก ที่เขาจะมีเรื่องราวว่ามันเริ่มมาจากพวกหัวขโมยเอาข้าวของมาขายในตลาดมืด จนยิ่งใหญ่เกรียงไกรกลายมาเป็นตลาดสว่างในที่สุด คำว่า Ladra นั่นเอาจริงแล้วหมายถึงหัวขโมยผู้หญิงนะคุณ ถ้าเป็นผู้ชายเขาเรียก Ladro อันนี้ไม่รู้แน่ว่าทำไมเขาเขียนแบบนี้ หรือเขาจะให้เกียรติเพศแม่??? ตลาด Feira da Ladra หรือเรียกกันสั้นๆ ว่าตลาดเฟียร่านี่ ฉันขอบอกว่านอกจากจะชื่อหัวขโมยแล้วยังต้องระวังขโมยล้วงกระเป๋าด้วยจ้า เจอกันเนืองๆ จนเป็นปกติ อ้อ อีกอย่างคือพ่อค้าโก่งราคาจ้า ให้ระวังให้จงหนัก แต่อย่างที่เคยบอกไปนะคุณ ถ้าเรามองอย่างเข้าใจและมีเมตตา เราจะเห็นว่าเขาก็ปากกัดตีนถีบ (คนที่มาขายของส่วนใหญ่เลยฉันว่าเป็นผู้อพยพนะ หรือไม่ก็พวกยิปซี ที่มีมากในยุโรปแถบนี้) บางทีความยากลำบากก็ทำให้เขามองข้ามไปว่าอะไรควรอะไรไม่ควร เรารู้ทันเราก็เฉยเสีย ไม่พอใจก็อย่าไปซื้อ ไม่ได้ราคาที่เราคิดว่าเหมาะสมก็อย่าไปซื้อ และที่สำคัญสำหรับตลาดแบบนี้ ถ้าไม่อยากได้จริงไม่ต้องเข้าไปเช็กราคาเขา มันติดพันยืดเยื
“แหนม” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกความหมายว่า “แหนม น. อาหารอย่างหนึ่ง ทำด้วยหมู หมักให้เปรี้ยว” เป็นอาหารหมักดองที่คนไทยคุ้นเคยกันดีมานับแต่อดีต เป็นกรรมวิธีในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์เพื่อที่จะทำให้เก็บได้นานขึ้น และยังได้อาหารชนิดใหม่ที่มีรสชาติใหม่ คนไทยในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางทำแหนมกันแพร่หลาย โดยเรียกชื่อแตกต่างกันไปซึ่งไม่ว่าจะเรียกอย่างไรล้วนมีความหมายถึงรสเปรี้ยวที่แฝงอยู่ ภาคเหนือจะเรียกว่า “จิ๊นส้ม” หมายถึง เนื้อสัตว์ที่มีรสส้ม คือ รสเปรี้ยว มีทั้งจิ๊นส้มหมู จิ๊นส้มวัว และจิ๊นส้มควาย ชาวอีสานก็กินแหนมกันมากและมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งแหนมหมูอย่างปกติเรียกว่า “หมูส้ม” หรือ “ส้มหมู” ไส้กรอกอีสานที่ใช้กรรมวิธีเดียวกันเพียงแต่ยัดลงไปในไส้หมู แถวเมืองพล จังหวัดขอนแก่น มี “หม่ำ” ที่ขึ้นชื่อ มีทั้งหม่ำหมู และหม่ำวัว โดยจะผสมตับลงไปด้วย หม่ำจะนิยมใส่ข้าวคั่วต่างจากการทำแหนมที่ใส่ข้าวเหนียวนึ่ง แล้วยัดลงไปในไส้หมู ไส้วัว หรือถุงน้ำดี แล้วแขวนผึ่งลมให้แห้งจนเกิดการหมักข้างในและมีรสเปรี้ยว นำไปทอดหรือย่างไฟ ส่วนในภาคกลางในจังหวัดที่มีชาวไทยพวนอยู่มาก เช่น ที่จังหวัดลพบุ
เจดีย์โบตาทาวน์ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปกันมาก แม้จะต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 3 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณหนึ่งร้อยบาทไทยด้วยก็ตาม อาจเพราะเนื่องจาก บริเวณซ้ายมือของเจดีย์แห่งนี้ มี “แม่เหล็ก”สำคัญรออยู่ ที่คนไทยร้อยทั้งร้อยมักไม่ยอมพลาด นั่นก็คือ “เทพทันใจ” ที่หลายคนเชื่อกันว่าจะขอพรอะไรก็ได้ แต่ให้อธิษฐานขอเพียงหนึ่งอย่าง แล้วผู้ขอจะสมความปรารถนาภายในเวลาอันรวดเร็ว…ทันใจ สมกับชื่อเรียกขานเทพองค์นี้ โดยที่บริเวณประตูทางเข้าก่อนจะถึงองค์เทพทันใจมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำว่าให้นำธนบัตรสกุลเงินอะไรก็ได้จำนวนสองใบมาม้วนเป็นกรวยก่อนนำมาซ้อนกันจากนั้นให้นำไปเสียบไว้ในมือขวาขององค์เทพแล้วให้ยื่นหน้าผากของตัวเราไปจรดที่นิ้วชี้มือข้างขวาขององค์เทพทันใจแล้วตั้งจิตอธิษฐาน เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้วให้ดึงธนบัตรที่ม้วนเป็นกรวยซ้อนกันอยู่ในมือองค์เทพทันใจออกมาหนึ่งใบโดยจะนำไปทำบุญหรือเก็บไว้เป็นขวัญถึงกับตัวเองก้ได้ สำหรับเครื่องสักการะ องค์เทพทันใจ นั้น ประกอบด้วยดอกไม้และผลไม้ มีกล้วยและมะพร้าวเป็นหลัก โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจัดจำหน่ายให้ผู
ผ่านไปทำงานที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเย็นแถวตลาดโต้รุ่งแล้ว ก็เดินเล่นเตร็ดเตร่ก่อนเข้าที่พัก “ตราดเซ็นเตอร์” เห็นป้ายไฟตรงทางเข้าโรงแรม สว่างไสวไม่แพ้กัน เขียนตัวหนังสือเด่นชัด “บัวลอยไข่หวาน” แถมมีลูกศรชี้ทาง เลยเดินไปมองหาเหมือนโดนมนต์สะกด พร้อมนึกในใจ “ร้านนี้ต้องไม่ธรรมดา” ถัดมาจากป้ายไฟแรก ไม่ถึงร้อยเมตร เห็นอีกป้ายดักอยู่ตรงตรอกขวามือ จึงเลี้ยวเข้าไปด้วยความสนใจ ไม่ไกลจากนั้นมองเห็นตึกแถวสามชั้นคูหาใหญ่เปิดไฟสว่าง มีคนยืนอออยู่หน้าร้านหลายชีวิต มีทั้งขับรถเก๋ง ขี่มอเตอร์ไซค์ จักรยาน เลยคิดว่าคงมาถูกทางแล้ว เห็นป้ายหน้าร้าน บ่งบอกข้อความสินค้าเด่น “บัวลอยไข่หวานสมุนไพร ธัญพืช หลากสีธรรมชาติ ใส่มะพร้าวอ่อน” แค่นั้นก็น้ำลายไหลแล้ว คณะจากกรุงเทพฯ สั่งเลยแบบไม่รีรอคนละถ้วย ไม่ต้องถามไถ่ราคา “ใส่ไข่ถ้วยละ 30 บาท ไม่ใส่ไข่ถ้วยละ 25 บาท จ๊ะ” เจ้าของร้านอาวุโสสุดในร้าน ส่งยิ้มใจดี ก่อนก้มหน้าก้มตาทำขนมตามออร์เดอร์ ระหว่างยืนดูการทำงานของเธอด้วยความเพลิดเพลิน จึงชวนคุยไปพลาง ได้ความว่า ขายบัวลอยไข่หวานมาได้กว่า 20 ปีแล้ว แต่ก่อนขายอยู่ในตลาด สมั
จังหวัดพะเยา ประกอบไปด้วยอำเภอทั้งสิ้น 9 อำเภอ โดยภูซางเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากจะมีสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกอุ่น เต่าปูลู แล้วยังมีสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น เช่น บ้าน 2 ชั้นหมุนได้ ผู้เขียนจึงต้องไปพิสูจน์ความจริง คุณศิวกร ผาแก้ว เจ้าของบ้านเลขที่ 242 หมู่ที่ 10 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า บ้านหมุนสองชั้นหลังนี้ถือว่าเป็นบ้านหมุนสองชั้นหลังแรกของประเทศไทย ออกแบบโดย ดร.ยุทธนา ปิยะตระกูล สถาปนิกชาวจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ทำการจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว ตนเองในฐานะเจ้าของบ้านที่ตัดสินใจสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา เพราะต้องการกลับมาอยู่บ้านเกิดที่พะเยา และจะทำงานช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย เนื่องจากตนเองมีอาชีพทนายความอยู่แล้ว เมื่อมีที่ดินเป็นของตนเองจำนวน 7 ไร่ แต่ใช้พื้นที่สร้างบ้านเพียง 40-50 ตารางเมตร คุณศิวกร ผาแก้ว เจ้าของบ้าน “ผมรู้จักกับ ดร.ยุทธนา และท่านช่วยออกแบบและควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ใช้เงินสดไปทั้งสิ้น 2 ล้าน 5 แสนบาท เป็นบ้านสองชั้น สองห้องนอน มีพื้นที่ว่างใช้งานได้ทั้งสองชั้น หมุนได้รอบตัว 360 องศา” คุณศิ
คุณฉัตรชัย วชิระเธียรชัย วัย 45 ปี เจ้าของธุรกิจ กระเทียมแกะเปลือก พริกสดพร้อมใช้งาน เข้าสู่ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศ ด้วยการเริ่มต้น จากห้องแถวเล็กๆ ที่ปากคลองตลาด จนกลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ปัจจุบันได้พัฒนามาสู่ สินค้า พริกป่น หอมเจียว กระเทียมเจียว ในแพ็คเกจสวยงานที่ชื่อว่า เอื้ออารีฟู้ด โปรดัทส์ คุณฉัตรชัย เล่าว่า กิจการค้าของครอบครัวคือ ขายพริกคั่ว พริกป่น พริกดอง เป็นกิจการเล็กๆ และ เมื่อตอนที่ตนเองอายุ 18 ปี กำลังเรียนระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คุณพ่อเสียชีวิต ในขณะที่พี่ชายคนโต กำลังจะจบปริญญาตรี น้องคนสุดท้อง 7 ขวบ รวมพี่น้อง 6 คน ตนเองจึงตัดสินใจหยุดการเรียนไว้แค่นั้น ออกมาช่วยคุณแม่ค้าขาย จากพริก ก็ขยายต่อไปที่กระเทียม ซึ่งสินค้าเหล่านี้ นับเป็นสินค้าข้างเคียงในบรรดาร้านอาหาร และอุตสาหกรรมอาหาร เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย หากแต่ก็จุกจิก ดังนั้น การรับซื้อกระเทียมสดแกะเปลือกแล้ว ก็จะสะดวกมากกว่า ทั้งนี้ เขาเผยวิธี เริ่มต้นหาตลาดแบบง่ายๆ เลย คือดูว่าใครจะเป็นลูกค้าของเราได้บ้าง เป็นต้นว่า ไปหยิบข้างขวดซอสมาอ่านฉลาก มีส่วนประกอ
น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ เป็นเครื่องดื่มดับกระหายและตอบโจทย์อากาศร้อนในบ้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังสอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้อาชีพผลิตสมุนไพรแห้งและผลไม้สดเกิดการขับเคลื่อนต่อยอดมีรายได้อีกทางหนึ่งด้วย การผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ จัดเป็นอาชีพอิสระที่หลายคนทำกันอย่างแพร่หลาย อาจเป็นเพราะใช้เงินทุนไม่มาก วัตถุดิบหาง่าย สามารถผลิตในพื้นที่เล็กๆ อย่างในบริเวณบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้หาใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปซะทุกคน คุณดวงเดือน ทองญวน หรือ ป้าตา อยู่บ้านเลขที่ 74/2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เวลาว่างจากงานแม่บ้านต้มน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้แช่เย็นขาย กระทั่งล่วงเข้าปีที่ 3 อาชีพอิสระของเธอกลับสร้างรายได้หลักให้แก่ครอบครัวด้วยการผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้อย่างมีคุณภาพ สะอาด รสเข้มข้น จำนวนกว่า 20 ชนิด พร้อมกับตั้งชื่อให้คนเรียกกันง่ายๆ ว่า “น้ำสมุนไพรป้าตา” ป้าตาไม่ได้ตั้งใจจะต้มน้ำสมุนไพรขายเป็นอาชีพ ทว่าความบังเอิญที่นำผลฟักข้าวซึ่งปลูกไว้ในบริเวณบ้านไปขายที่ตลาด แล้วคนซื้อบ่นว่าอยากดื่มน้ำฟักข้าวด้วยเพราะชี้ว่ามีสรรพคุณ
