Exclusive
ร้านกาแฟ กิจการในฝัน อันดับต้นของใครหลายคน การเปิดร้านกาแฟสักแห่งนั้นอาจไม่ยาก แต่ถ้าอยากให้อยู่รอดไปยาว อาจไม่ง่ายนัก เพราะนอกจากสินค้าหลัก ต้องถูกปากแล้ว บรรยากาศในร้าน การบริการ หน้าตาของอาหารเมนูอื่น ก็ต้องมีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน อย่าง “มานี มีกาแฟ” ร้านดัง ขวัญใจวัยรุ่น-วัยทำงาน ที่เมืองพิษณุโลก ยามนี้ เขาชู “จุดขาย”ที่การตกแต่งร้านอบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค สไตล์ “แฟนฉัน” ทำให้ลูกค้าเพลินตาเพลินใจ ที่มีโอกาสได้รำลึกหวนถึงอดีต นอกจากนั้นแล้ว การบริการยังต้องพิถีพิถัน ทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การแต่งกายของบริกรของร้านรวมทั้งอัธยาศัยที่ยิ้มแย้มจริงใจด้วย ร้าน “มานี มีกาแฟ” กรณีที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้ ว่ากันว่าลูกค้าเข้ามาอุดหนุนต่อเนื่องนับปีแล้ว ยอดขายเฉพาะเครื่องดื่มนั้น ชงกันมือเป็นระวิงวันละนับร้อยแก้วเลยทีเดียว ท่านใดสนใจอยากแลกเปลี่ยนประสบกาณ์ หรือสอบถามเคล็ดลับความสำเร็จของร้านกาแฟเล็กๆแต่ยอดขายไม่ธรรมดาแห่งนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณออส –กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ โทรศัพท์ 081-688-8855
สเปรย์แก้ลมพิษ สรรพคุณ แก้ผื่นแพ้ผิวหนัง ลดอาการอักเสบ บรรเทาอาการแสบร้อนผิวหนัง ส่วนประกอบ ใบรางจืด ใบตำลึง ใบบัวบก ใบย่านาง ใบพลู ใบเตย สารสกัดสมุนไพร 500 มิลลิลิตร กลีเซอรีนใส 25 มิลลิลิตร วิธีทำ 1.นำสมุนไพรทั้งหมดมาล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นพอหยาบ แล้วนำไปหมักด้วยแอลกอฮอล์ทิ้งไว้ 7 วัน 2.นำสารสกัดสมุนไพรที่หมักได้มากรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำ 3.นำสารสกัดสมุนไพร 500 มิลลิลิตร เทใส่ภาชนะ 4.เติมกลีเซอรีนใส 25 มิลลิลิตร ลงไป 5.คนให้เข้ากัน แต่งกลิ่นตามชอบ 6.บรรจุในขวดสเปรย์ ปิดฝาให้สนิท ก้อนถ่านดูดกลิ่น แบบก้อนถ่านรูปการ์ตูน ส่วนประกอบ ถ่านไม้ 1 กิโลกรัม แป้งมัน 100 กรัม น้ำ 1 ลิตร วิธีทำ 1.นำถ่านไม้มาป่นเป็นผง หรือทุกบเป็นก้อนเล็กๆ ร่อนเอาผงละเอียด 2.นำแป้งมันมาผสมน้ำ และตั้งไฟคนไปเรื่อยๆ 3.ผสมแป้งเปียกทีละน้อย แล้วปั้นเป็นก้อนๆ รูปแบบตามต้องการ 4.ตากแดดให้แห้ง นำมาบรรจุถุงผ้าแก้วหรือห่อผ้าโปร่งๆ นำเข้าตู้เย็นหรือก้องนำเพื่อให้ดูดกลิ่น ……. สนใจอยากทำไว้ใช้เอง หรือต่อยอดเป็นอาชีพ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร อภัยภูเบศร โทรศัพท์ 037-211-289 (ในวันและเวลาราชการ) แล
จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัย 61 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประถมฯสี่ ก่อนได้ไปเรียนต่อด้านภาษาจีนกับผู้ใหญ่ในละแวกบ้าน อีกประมาณ 4 ปี กระทั่
ยุคที่การจราจรสุดเมืองใหญ่สุดแสนจะวิกฤติ ส่งผลให้การออกไปจับจ่ายใช้สอยลำบากมากขึ้น แต่นั่นคงไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เพราะตอนนี้มีอาชีพ “รับหิ้วสินค้า” มาคอยบริการ รับกระแสสินค้าลดราคาซึ่งล่อตาล่อใจใครๆอยู๋หลายคน หากสนใจสินค้าตัวไหน แค่ อินบ็อกซ์ เจรจา โอนเงิน รอรับของอยู่บ้านแบบสบายๆ ได้เลย คุณแอร์-พัชรา สุภาวัฒน์เจริญกุล เป็นอีกคนที่หันมา “รับหิ้วของ Sale” เป็นอาชีพเสริมจากงานประจำที่ทำอยู่ เธอเล่าว่า ทำมาได้หลายเดือนแล้ว เพราะอยู่ใกล้แหล่งที่มีสินค้าลดราคาเยอะ สามารถหิ้วได้ จึงลองทำดู โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ช่วงวันหยุด และพักกลางวัน ออกไปหิ้ว แต่ต้องวางแผนก่อนออกไปหิ้ว เช่น ถ้าเวลาน้อยจะหิ้วบริเวณใกล้เคียงเพื่อกลับมาทำงานให้ทัน เน้นที่ใกล้ๆ สามารถเดินไปได้ จะไม่รับรายการหิ้วไกลและเดินทางไปยาก สรุปเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นนักหิ้วมืออาชีพ ต้องมีเวลา มีรถ ถึงจะคล่องตัวกว่าที่เธอทำ “ส่วนใหญ่เวลาไปหิ้วของ จะอาศัยการเดินเพื่อประหยัดต้นทุน เพราะบางครั้งไปหิ้วแล้วสินค้าไม่มีก็เยอะ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ก็มีค่ะ” คุณแอร์ บอกรูปแบบการทำงาน ความเสี่ยงอีกอย่างที่คนทำอาชีพนี้ต้อง
ปัจจุบันผ้าไหมไทย และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างการเลี้ยงไหม ปลูกหม่อม หรือใยไหม สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล สร้างมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งคนทั่วโลกให้การยอมรับผ้าไหมไทย โดยตลาดผ้าไหมได้ขยายไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา แคนาดา รวมถึงแอฟริกาใต้ด้วย ที่ให้ความสนใจในความงดงาม ประณีตของผ้าไหมไทย โดยนำเอาผ้าไหมไทย ไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระทั่งนำไปแปรรูปเป็นของตกแต่ง และทำผ้าม่าน ตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย คุณสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า “กรมหม่อมไหม จัดงาน “มหัศจรรย์แห่งไหมไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงพระราชทานตรานกยูงให้กรมหม่อนไหมใช้เป็นเครื่องรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งสืบสานอาชีพด้านหม่อนไหมให้คงอยู่ในสังคมไทยตลอดไป ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้ ณ ลานไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ส
“ข้าวเปิ๊บ” เป็นเมนูเด่นของชุมชนบ้านนาต้นจั่น แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดสุโขทัย เมนูนี้ หน้าตาเหมือนกับก๋วยเตี๋ยว แต่ “เส้น” หลักที่ใช้นั้นแตกต่างออกไป ส่วนวิธีการทำคล้ายคลึงกับการทำข้าวเกรียบปากหม้อ เริ่มต้นการทำเส้น ด้วยการละเลงแป้งข้าวเจ้าละลายน้ำลงบนปากหม้อไอร้อน สังเกตพอแป้งใกล้สุก ให้ใส่ วุ้นเส้น กะหล่ำฝอย ถั่วงอกและผักบุ้งลงไปบนแป้ง ก่อนทำการ “เปิ๊บ” ซึ่งเป็นภาษาถิ่น ที่แปลว่า พับไป-พับมา เมื่อได้ “เส้นเปิ๊บ”แล้ว มาถึงขั้นตอนทำเครื่องเคียงหลัก นั่น คือ ไข่ดาว ที่ทำให้สุกด้วยบนปากหม้อไอร้อน จากนั้น จึงท้อปปปิ้งด้วย หมูสับรวน กากหมู เต้าหู้ เสร็จแล้วราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ก่อนปรุงรสกันตามชอบ แม้เมนูนี้ จะเป็นเมนูเด่นต้องห้ามพลาดของชุมชนบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย แต่ทีมงานของชุมชนแห่งนี้ ก็รับออกอีเวนท์เป็นระยะ สนใจอยากชิมรสชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนชุมชนบ้านนาต้นจั่น โทรศัพท์ 088-495-7738
ในจำนวนผลงานวิจัยของไทยที่มีจำนวนมาก ถูกหยิบไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมจากเจ้าของธุรกิจมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทยมีนักวิจัยจำนวนหนึ่งที่มีผลงานขึ้นหิ้งแล้ว เลือกจะไม่เปิดเผยตัวเอง และทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นผู้ป้อนผลงานขึ้นสู่หิ้ง สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทย หนึ่งในนั้นอยู่ในกลุ่ม “เวชสำอาง” ซึ่งนักวิจัยไทยได้นำสมุนไพรไทยมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่ขายในราคาคนไทย ซื้อไอเดียนักวิจัย พัฒนาเป็นเวชสำอาง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจที่ขึ้นมาเป็นเจ้าของผลงานวิจัยด้านเวชสำอาง นั่นก็คือ คุณสุวรรณา มณีโชติช่วงหรือ คุณนา เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางภายใต้ชื่อ “อิส ดิ เฟนเซ่” (Is De’fence) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรไทย ผลิตโดยนักวิจัยชาวไทย ซึ่งคุณสุวรรณาร่วมกับทีมวิจัยชาวไทยผลิตเครื่องสำอางป้อนแบรนด์ชั้นนำ จนนำมาสู่การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและจัดอยู่ในประเภทเวชสำอาง จนได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) โดยอัตโนมัติ โดยใช้ห้องแล็บของทีมวิจัยที่ได้มาตรฐาน เป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มดำเนินธุรกิจ “ตัวครีม อีส ดิเฟนเซ่
ตลาด Feira da Ladra นี่อยู่ในเมืองลิสบอน ของประเทศโปรตุเกส ชื่อนั่นน่ะ แปลตรงตัวว่าตลาดหัวขโมย ซึ่งเหมือนกับตลาดมือสองในอีกหลายแห่งในโลก ที่เขาจะมีเรื่องราวว่ามันเริ่มมาจากพวกหัวขโมยเอาข้าวของมาขายในตลาดมืด จนยิ่งใหญ่เกรียงไกรกลายมาเป็นตลาดสว่างในที่สุด คำว่า Ladra นั่นเอาจริงแล้วหมายถึงหัวขโมยผู้หญิงนะคุณ ถ้าเป็นผู้ชายเขาเรียก Ladro อันนี้ไม่รู้แน่ว่าทำไมเขาเขียนแบบนี้ หรือเขาจะให้เกียรติเพศแม่??? ตลาด Feira da Ladra หรือเรียกกันสั้นๆ ว่าตลาดเฟียร่านี่ ฉันขอบอกว่านอกจากจะชื่อหัวขโมยแล้วยังต้องระวังขโมยล้วงกระเป๋าด้วยจ้า เจอกันเนืองๆ จนเป็นปกติ อ้อ อีกอย่างคือพ่อค้าโก่งราคาจ้า ให้ระวังให้จงหนัก แต่อย่างที่เคยบอกไปนะคุณ ถ้าเรามองอย่างเข้าใจและมีเมตตา เราจะเห็นว่าเขาก็ปากกัดตีนถีบ (คนที่มาขายของส่วนใหญ่เลยฉันว่าเป็นผู้อพยพนะ หรือไม่ก็พวกยิปซี ที่มีมากในยุโรปแถบนี้) บางทีความยากลำบากก็ทำให้เขามองข้ามไปว่าอะไรควรอะไรไม่ควร เรารู้ทันเราก็เฉยเสีย ไม่พอใจก็อย่าไปซื้อ ไม่ได้ราคาที่เราคิดว่าเหมาะสมก็อย่าไปซื้อ และที่สำคัญสำหรับตลาดแบบนี้ ถ้าไม่อยากได้จริงไม่ต้องเข้าไปเช็กราคาเขา มันติดพันยืดเยื
“แหนม” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกความหมายว่า “แหนม น. อาหารอย่างหนึ่ง ทำด้วยหมู หมักให้เปรี้ยว” เป็นอาหารหมักดองที่คนไทยคุ้นเคยกันดีมานับแต่อดีต เป็นกรรมวิธีในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์เพื่อที่จะทำให้เก็บได้นานขึ้น และยังได้อาหารชนิดใหม่ที่มีรสชาติใหม่ คนไทยในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางทำแหนมกันแพร่หลาย โดยเรียกชื่อแตกต่างกันไปซึ่งไม่ว่าจะเรียกอย่างไรล้วนมีความหมายถึงรสเปรี้ยวที่แฝงอยู่ ภาคเหนือจะเรียกว่า “จิ๊นส้ม” หมายถึง เนื้อสัตว์ที่มีรสส้ม คือ รสเปรี้ยว มีทั้งจิ๊นส้มหมู จิ๊นส้มวัว และจิ๊นส้มควาย ชาวอีสานก็กินแหนมกันมากและมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งแหนมหมูอย่างปกติเรียกว่า “หมูส้ม” หรือ “ส้มหมู” ไส้กรอกอีสานที่ใช้กรรมวิธีเดียวกันเพียงแต่ยัดลงไปในไส้หมู แถวเมืองพล จังหวัดขอนแก่น มี “หม่ำ” ที่ขึ้นชื่อ มีทั้งหม่ำหมู และหม่ำวัว โดยจะผสมตับลงไปด้วย หม่ำจะนิยมใส่ข้าวคั่วต่างจากการทำแหนมที่ใส่ข้าวเหนียวนึ่ง แล้วยัดลงไปในไส้หมู ไส้วัว หรือถุงน้ำดี แล้วแขวนผึ่งลมให้แห้งจนเกิดการหมักข้างในและมีรสเปรี้ยว นำไปทอดหรือย่างไฟ ส่วนในภาคกลางในจังหวัดที่มีชาวไทยพวนอยู่มาก เช่น ที่จังหวัดลพบุ
เจดีย์โบตาทาวน์ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปกันมาก แม้จะต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 3 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณหนึ่งร้อยบาทไทยด้วยก็ตาม อาจเพราะเนื่องจาก บริเวณซ้ายมือของเจดีย์แห่งนี้ มี “แม่เหล็ก”สำคัญรออยู่ ที่คนไทยร้อยทั้งร้อยมักไม่ยอมพลาด นั่นก็คือ “เทพทันใจ” ที่หลายคนเชื่อกันว่าจะขอพรอะไรก็ได้ แต่ให้อธิษฐานขอเพียงหนึ่งอย่าง แล้วผู้ขอจะสมความปรารถนาภายในเวลาอันรวดเร็ว…ทันใจ สมกับชื่อเรียกขานเทพองค์นี้ โดยที่บริเวณประตูทางเข้าก่อนจะถึงองค์เทพทันใจมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำว่าให้นำธนบัตรสกุลเงินอะไรก็ได้จำนวนสองใบมาม้วนเป็นกรวยก่อนนำมาซ้อนกันจากนั้นให้นำไปเสียบไว้ในมือขวาขององค์เทพแล้วให้ยื่นหน้าผากของตัวเราไปจรดที่นิ้วชี้มือข้างขวาขององค์เทพทันใจแล้วตั้งจิตอธิษฐาน เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้วให้ดึงธนบัตรที่ม้วนเป็นกรวยซ้อนกันอยู่ในมือองค์เทพทันใจออกมาหนึ่งใบโดยจะนำไปทำบุญหรือเก็บไว้เป็นขวัญถึงกับตัวเองก้ได้ สำหรับเครื่องสักการะ องค์เทพทันใจ นั้น ประกอบด้วยดอกไม้และผลไม้ มีกล้วยและมะพร้าวเป็นหลัก โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจัดจำหน่ายให้ผู
