Exclusive
ยอดจดทะเบียนเดือน พ.ค. กว่า 5,474 คัน เปิดเหตุผล ทำไมคนไทยตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า? การแข่งขันรถยนต์ EV ในไทย เรียกได้ว่ายังคงดุเดือด เชือดเฉือนกันเป็นอย่างมาก ซึ่งทางเว็บไซต์ autolifethailand ได้มีการอัปเดตข้อมูลการสั่งซื้อรถยนต์ EV ในแต่ละเดือนไว้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้หยิบประเด็นนี้มาเขียน ทั้งในเรื่องของยอดจดทะเบียน เหตุผลในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนวิธีการเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับมือใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2024 ยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนถึง 33.9% รวม 5,474 คัน ซึ่งในเดือนเมษายน 2024 มียอดจดทะเบียน 4,088 คัน โดยมี 5 อันดับยอดจดทะเบียนสูงสุด ดังนี้ อันดับ 1 BYD Atto 3 : 850 คัน อันดับ 2 BYD Dolphin : 844 คัน อันดับ 3 ChangAn Deepal S07 : 633 คัน อันดับ 4 MG 4 Electric : 624 คัน อันดับ 5 NETA V : 365 คัน เรียกได้ว่า กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV ยังน่าจับตามองต่อไป เพราะแต่ละแบรนด์ ต่างเข้ามาบุกตลาดในไทยมากขึ้น นอกจากปัจจัยข้างต้นที่ทำให้ธุรกิจรถยนต์ EV เติบโตในไทยแล้ว ยังมีอีกหลายๆ เหตุผลที่ทำให้คนไทยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ EV มากขึ้น
ตำนานไอศกรีมหม้อไฟเจ้าดัง จับมือกับฟาร์มเฮ้าส์แบรนด์ขนมปังอันดับ 1 เปิดตัวเมนูสุดพิเศษ ที่งานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 28 เท่านั้น ที่สุดของความอร่อย เมื่อไอศกรีมหม้อไฟเจ้าแรกของเมืองไทยอย่าง “ไอติมยศเส” จับมือกับ ขนมปังอันดับ 1 ของเมืองไทยอย่าง “ฟาร์มเฮ้าส์” เกิดเป็นเมนูสุดปังมากมาย ที่เป็นซิกเนเจอร์ของการจับมือในครั้งนี้คือ “ปังน่าชีส” และ “ปังฉ่ำนม” มาจากขนมปัง 2 ตัวเด็ดจากฟาร์มเฮ้าส์ “ขนมปังบัตเตอร์สก็อต” และ “ขนมปังโอวัลตินบัตเตอร์สก็อต” ผนวกกับไอศกรีมหลากรสที่มีแค่ที่ไอติมยศเสเท่านั้น “ไอติมหม้อไฟยศเส” ร้านไอศกรีมในตำนานแห่งซอยยศเส จริงๆ แล้ว ร้านนี้เกิดขึ้นโดย คุณโช-สุรชัย เสริมเกษมสิน เดิมทีก็เป็นร้านที่เปิดเองง่ายๆ หน้าบ้าน ในปี 2552 และเขาได้มีการคิดค้นสูตรไอศกรีมเฉพาะตัวที่มีความสร้างสรรค์และหลากหลายขึ้นมา อาทิเช่น ไอศกรีมที่ดังที่สุดตลอดกาลอย่าง “ไอติมโคตรนม” มีความเข้มข้นของนมสดหอมมัน อีกทั้งยังมีรสอื่นๆ ที่เราอาจจะคาดไม่ถึงอย่าง รสเครื่องดื่มชูกำลัง รสเบียร์ เป็นต้น ต่อมา คุณโชก็ได้ปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิด ที่อยากจะสร้างจุดขายใหม่ให้กับไอศกรีมของตัวเอง “ไอศกรีมเป็นของกินดับร้อน” ก
เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ริมรั้วบ้าน ทำคาเฟ่สุดฮิป อดีตลูกจ้างร้านกาแฟ ที่สานฝันจนสำเร็จ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว สร้างบรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลาย คลอด้วยเสียงเพลงเบาๆ ขับกล่อม บ่งบอกถึงปลายทางแห่งใหม่ “Sunbrew Coffee Bar” คาเฟ่ริมรั้วสุดฮิป ย่านสุขุมวิท คุณเลียว-พลัฏฐ์ ปัจฉิมนันท์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน Sunbrew Coffee Bar เรียนจบจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ และ คุณฟีม-ศรัณย์ จำปาทิพย์ พาร์ตเนอร์คนสำคัญ ที่มีประสบการณ์การทำอาชีพบาริสต้ามาเกือบ 10 ปี โดยคุณเลียว ได้บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า “การทำธุรกิจร้านกาแฟนั้น ไม่ต้องไปตามใคร เอาสิ่งที่เราชอบ ร้านจะมีความยูนีกของมันเอง ทำให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ผมว่ามันก็ไม่ฝืนเราด้วย แล้วเราก็จะมีความสุขทุกครั้งที่ตื่นมาทำงาน เหมือนผมกับพาร์ตเนอร์” จากหน้าบ้านสู่พื้นที่แห่งความรื่นรมย์ การที่จะเปิดร้านกาแฟสักร้าน มันไม่ได้ง่าย นอกจากจะต้องทำกาแฟให้อร่อยแล้ว สำหรับยุคนี้การทำร้านให้น่าสนใจจะต้องทำให้มีเอกลักษณ์ เนื่องจากธุรกิจคาเฟ่มีคู่แข่งเยอะมากขึ้นในปัจจุบัน คาเฟ่ริมรั้ว ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟทั่วไป
เด็กชายวัย 8 ขวบ ปิ๊งไอเดียทำธุรกิจ “ยางรัดถุงมือเบสบอล” คว้าเงินลงทุน 1.8 ล้านบาท จากรายการ Shark Tank เก่งเกินอายุ! เมื่อเด็กชายวัย 8 ขวบ กลายเป็นดาวเด่นในรายการเรียลลิตี้ยอดนิยม Shark Tank (ชาร์กแทงก์) ทางช่อง ABC จากการนำเสนอธุรกิจยางรัดถุงมือเบสบอลที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง จนสามารถคว้าเงินลงทุน 50,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท จากมหาเศรษฐีได้สำเร็จ Gavin Batarse (เกวิน บาตาร์ส) วัย 8 ขวบ เป็นแฟนเบสบอลตัวยงและเป็นซีอีโอของ Glove Wrap ซึ่งมีไอเดียเริ่มต้นธุรกิจมาจาก การซื้อถุงมือเบสบอลมาใหม่ และต้องการทำให้ถุงมือเบสบอลที่มีความแข็งนิ่มขึ้น จึงใช้วิธียางรัดแบบโบราณในการทำให้นิ่ม แต่ยางรัดไม่เพียงพอ เขาจึงหยิบยางยืดที่พ่อใช้ประคบขาตอนที่เขาเจ็บมาพันถุงมือแทน “สำหรับนักเบสบอลแล้ว เทคนิคการทำให้ถุงมือเบสบอลนิ่มขึ้นมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การแช่น้ำร้อน การใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Glove Mallet การใช้น้ำมันและครีมบำรุงหนัง บางคนใช้วิธียืดถุงมือด้วยยางรัด หรือยัดไว้ใต้โซฟา ขณะที่บางคนใช้วิธีง่ายๆ เพียงแค่ใช้ถุงมือรับลูกเบสบอลซ้ำๆ” เขาอธิบายต่อว่า “Glove Wrap เป
หลัง 2475 “อาหารจานเดียว” กินเพื่อความเท่าเทียม สลายค่านิยม และการแบ่งชนชั้น “การกินอาหารในยุคก่อนปฏิวัติมีความเป็นชนชั้นกำกับ แต่หลัง 2475 มันเปลี่ยนไป” หากพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ได้มีการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมอาหาร อันเป็นผลพวงมาจากความเปลี่ยนแปลงในการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ที่ทำให้อาหารที่เป็นการแบ่งแยกชนชั้น ค่อยๆ กลายเป็นครัวสมัยใหม่ เปิดกว้างมากขึ้น เน้นย้ำความเท่าเทียมและหลักโภชนาการ อาหารการกินก่อน พ.ศ. 2475 เป็นอาหารทางชนชั้น ซึ่งชนชั้นสูงจะกินอีกแบบหนึ่ง ชนชั้นล่างจะกินอีกแบบหนึ่ง ชนชั้นแรงงานหรือชาติพันธุ์ ก็จะมีอาหารเป็นของตนเอง อาหาร จะเป็นตัวแสดงออกถึงชนชั้นหรือสถานะของคนกินอีกด้วย ดังนั้น เป้าหมายของคณะราษฎร คือต้องการทำให้ชนชั้นของอาหาร หายไปจากสังคม ผศ.ดร.ชาติชาย มุกสง เจ้าของผลงาน “ปฏิวัติที่ปลายลิ้น” ได้กล่าวบนเวที “เสวนา ศิลปวัฒนธรรมสเปเชียล” ที่งานสโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล “๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์” ในหัวข้อ “เมนูสร้างชาติ ราษฎรยุค 2475” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2566 ไว้ว่า “สมัยก่อนจะมีสำรับกับข้าว ชนิดที่เรียกว่า ต้ม ผัด แกง ทอด ตำน้ำพริก มีข้าวเป็นอาหารหลักอยู่ตรงกลาง
“ศิลปวัฒนธรรม” ชวนรื่นเริง “พลวัตวันชาติ” เสพประวัติศาสตร์ครบรส ทั้ง “ทอล์ก-ฟู้ด-บุ๊กแฟร์-บันเทิง” 21-22 มิ.ย. นี้ ที่มติชนอคาเดมี สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ “พลวัตวันชาติ” จัดเต็มพลังวัฒนธรรมกับกูรูประวัติศาสตร์ “ชาญวิทย์-ธงชัย-ชาตรี-ณัฐพล” ร่วมด้วย “ศิโรตม์-พรรณิการ์” เสริมทัพด้วย “อรุณ-สะอาด” นักวาดการ์ตูนมากฝีมือ ที่มาพร้อม “หนุ่มเมืองจันท์” พิธีกรขวัญใจมหาชน ชวนดูหนังกับ “เอส คมกฤษ” ผู้กำกับร้อยล้าน ฟังเพลงบรรเลงยุค 70 เอาใจคอประวัติศาสตร์ไปอีกขั้นกับ “เปิดคลังหนังสือประวัติศาสตร์” โดย 6 สนพ. ชื่อดัง พร้อมอิ่มอร่อยจุใจกับเมนูเด็ดจากร้านระดับมิชลิน ไกด์ 21-22 มิถุนายนนี้ เวลา 10.30-18.30 น. ที่มติชนอคาเดมี เข้าร่วมฟรี! เมื่อ “วันชาติ” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2482 คืองานที่ทุกคนมารื่นเริงบันเทิงใจ อบอวลด้วยความสุขของผู้คนทุกชนชั้น ศิลปวัฒนธรรม ผู้นำคอนเทนต์ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงร่วมกับ สำนักพิมพ์มติชน และ เส้นทางเศรษฐี ทั้งหมดภายใต้ “เครือมติชน” จัด สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ “พลวัตวันชาติ” ต่อยอดความสำเร็จของงาน “
เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน อาชีพเสริม สร้างรายได้ มากกว่าเงินเดือน ใครหลายๆ คนคงรู้จัก เมี่ยงคำ ที่มีส่วนผสมหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ใบชะพลู เนื้อมะพร้าวคั่ว มะนาว หอมแดง ขิง กุ้งแห้ง พริก ถั่ว น้ำเมี่ยง ซึ่งทุกอย่างต่างให้ประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น หลายคนเคยกินเมี่ยงที่ใช้ใบชะพลูในการห่อกันมา แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอ เมี่ยงกลีบบัว ที่ใช้กลีบบัวหลวงแทนใบชะพลู ซึ่งมีความอร่อยลงตัวเป็นอย่างมาก จากร้าน เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน คุณอ้วน-อ้อมจันทร์ พรายพรรณ เจ้าของร้านเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวกว่าจะเป็นเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน ต้องเจออะไรมาบ้าง และต้องผ่านอะไรมามากมาย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน ที่คิดอยากจะลองทำอะไรสักอย่างโดยใช้สิ่งที่มีอยู่รอบๆ ตัว อย่างที่คุณอ้วนทำ จุดเริ่มต้นของเมี่ยงกลีบบัว จุดเริ่มต้นของการทำเมี่ยง ต้องบอกว่า เธอได้ทำกินเล่นอยู่เป็นประจำกับครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งตอนแรกก็ใช้ใบทองหลาง ใบชะพลูปกติ แต่ด้วยแฟนของเธอเป็นคนต่างจังหวัด และกินกลีบบัวจิ้มน้ำพริกเป็นปกติอยู่แล้ว ประกอบกับเธอชอบดอกบัวเป็นทุน วันหนึ่งได้นำกลีบบัวมากินกับเมี่ยงคำแล้วเห็น
ประสบความสำเร็จล้นหลาม ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ สร้างรายได้สู่ชุมชนกว่า 1 ล้านบาท ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับอีเวนต์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ‘Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย’ ผลงานการร่วมมือครั้งสำคัญ ฺBEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง ผนึกกำลังกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน สร้างความสุขให้กับประชาชนด้วยการพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัย ทวารวดี สุโขทัย และอยุธยา ตลอดจนตามล่าหาเมนูอาหารย้อนยุค เพลิดเพลินไปกับหนังสือเชิงประวัติศาสตร์ และตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการแสดงชั้นสูงที่หาชมยากอย่าง โขนโรงใน รามเกียรติ์ แบบเต็มอิ่ม ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล รองอธิบดีกรมศิลปากร, นางสาวฤทัยวัลคุ์ มโนสา ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, นางสาวจิรนันท์ วรจักร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จ
ทิ้งเงินเดือนหลายหมื่น เปิดร้านอาหารใต้ รายได้ดี ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร ที่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่ชื่อว่า “ร้านหนมจีนอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับการตกแต่งแบบร้านอาหาร สร้างบรรยากาศแตกต่างจากร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่มาปักหลักขายให้กับคนอีสาน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ติดต่อพูดคุยกับ คุณธชพล ณ นคร เจ้าของร้าน ได้ความว่า เขามีคุณพ่อเป็นคนมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่งงานกับคุณแม่ ซึ่งเป็นคนอุบลฯ คุณแม่ มีฝีมือในการทำอาหารปักษ์ใต้ ได้สูตรและเรียนรู้การทำมาจากญาติทางฝั่งคุณพ่อ และมักทำให้รับประทานเสมอๆ จึงเกิดแนวคิดเปิดร้านอาหารปักษ์ใต้แนวร้านขนมจีนเมืองคอน ที่เมืองอุบลฯ “ปกติอาหารอีสานจะมีรสชาติจัดจ้าน ผมคิดว่า อาหารปักษ์ใต้ที่มีรสเผ็ดร้อนก็น่าจะถูกปากคนอีสาน อีกทั้งจะได้เปลี่ยนบรรยากาศการกินอาหารหลายๆ รูปแบบ” ร้านแห่งนี้ เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้ผลตอบรับดีเกินคาด “ที่ว่าได้ผลตอบรับดีเกินคาดเพราะไม่คิดว่า คนอีสานจะชอบกินอาหารใต้ รวมทั้งคนใต้ในพื้นที่ด้วย ช่วงแรก ก็กระท่อนกระแท่นนิดหน่อย ยอดขายไม่ค่อยดี
ตกงาน 2 ปี ตั้งหลักได้ ขอไปขายแรงต่างแดน ค่าตอบแทน-สวัสดิการ ดีกว่า การทำงานในต่างประเทศ เป็นความฝันของใครหลายคน ขอเพียงมีโอกาสก็พร้อมที่จะคว้าไว้ งานบริการลูกค้าที่อาศัยไหวพริบและทักษะ ความยากของภาษาที่ต้องฝึกฝน พร้อมอุปสรรคแวดล้อมที่ต้องเจอ เราจึงต้องเรียนรู้ และพยายามอย่างไม่ย่อท้อ สิ่งเหล่านั้นจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ เช่นเดียวกับ แอมมี่-ธนสิตา แสงประทีป ผู้ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ปัจจุบันทำงานแผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมริดเจส เวิลด์สแควร์ (Rydges World Square) ประเทศออสเตรเลีย แอมมี่ เล่าเส้นทางการทำงานให้ฟังว่า ตอนเลือกเรียนสาขาการจัดการโรงแรมและภัตตาคาร มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่าประเทศไทย เด่นในเรื่องของการท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรมเติบโตค่อนข้างเยอะ อีกทั้งเป็นอาชีพที่รายได้ดีในระดับหนึ่ง แต่หลายคนมองภาพงานบริการเป็นงานใช้แรง ได้เงินเดือนน้อย ซึ่งความจริงกลับตรงกันข้าม รู้เพียงว่าอาชีพนี้คงไม่ตกงาน หลังเรียนจบเป็นช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ไม่นาน เริ่มต้นทำงานโรงแรมในประเทศไทย ศึกษาและวางแผนไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา เส้นทางความฝันที่อยากทำงานในต่างประเทศไม่ได้เริ่มต้นสวยหรู แต่เก
