SMEs เกษตร
วันที่ 20 ธันวาคม หญิงสาว อ.จุน จ.พะเยา ตัดสินใจลาออกจากงานออฟฟิศในกรุงเทพมหานคร กลับบ้านมาอยู่ที่ อ.จุน จ.พะเยา บ้านเกิดเมื่อปี 2558 เพื่อดูแลพ่อแม่และทำเกษตรอินทรีย์ในครัวเรือนเพื่อสุขภาพ ทำชาเก็กฮวยและแปลงสาธิตสตรอเบอรี่อินทรีย์ในครัวเรือนให้ประชาชนได้ศึกษา เป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากปลูกง่ายไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ที่สำคัญไม่ต้องใช้สารเคมีให้มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม น.ส.ชนม์นิภา ไข่ทา หรือจ๋า อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนจบการศึกษาสาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กรุงเทพมหานคร และเริ่มทำงานออฟฟิศเมื่อปี 2549 รับเงินเดือนๆ ละ 25,000 บาท จนกระทั่งปี 2558 ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะรู้ว่างานไม่เหมาะสมกับตนเอง แม้ว่าจะมีเงินเดือนสูง แต่ไม่ใช่ตัวตนของเรา ประกอบกับแม่ต้องการให้กลับมาอยู่ที่บ้าน อ.จุน เพราะอยากให้กลับบ้าน จึงไม่ลังเล ตัดสินใจลาออกจากงานสำนักงานแล้วกลับมาอยู่บ้าน ขณะเดียวกันก็สนใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากที่บ้านมีพื้นที่ว่างเหมาะที่จะปลูกผักสวนครัวไว้ทานในครอบครัวได้ด้วย น.ส.ชนม์นิภากล่าวต่อว่า ปัจจุบันทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพกันอย่างมาก ประกอบกับตนส
เป็นอีกหนึ่งเซเลบที่หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร สำหรับ “ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” หนึ่งในทายาทตระกูลดังเมืองตรัง เจ้าของธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” ด้วยการก่อสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษบนเนื้อที่ 6 ไร่ มีทั้งขายปลีก – ขายส่ง หวังตอบสนองกลุ่มผู้คนรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมยังปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ใช้วิธีขายแบบประมูลในเฟสบุ๊ก ทำเอาเมลอนธรรมด๊า ธรรมดา กลายเป็นผลไม้ที่มีค่าตัวสูงลิบเลยทีเดียว ทายาทดังหันมาทำเกษตร เริ่มจากผักสวนครัว สู่ผักไฮโดรฯ คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเองบนเนื้อที่ กว้าง 2 เมตร ยาว 7 เมตร อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย เมื่อกระแสการตอบรับดี ทายาทธุรกิจดัง ขยายพื้นที่ปลูกเป็น 6 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 5 ถนนเพชรเกษม ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จ
มีโอกาสพูดคุยกับ คุณร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดสกลนคร เกี่ยวกับพื้นที่ปลูกข้าว และการทำเกษตรของจังหวัดสกลนคร โดยข้าวมักมีปัญหาเรื่องราคาทุกปี ผลผลิตก็ไม่มาก อยู่ที่ 400-450 กิโลกรัม ต่อไร่ และบางรายก็ปลูกไว้แต่พอกิน และหันไปปลูกพืชอื่นแทนก็มี เกษตรกรที่ไม่ทำนาแต่หันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เน้นไปที่ กล้วย บางช่วงสามารถสร้างรายได้วันละกว่าหมื่นบาท เกษตรกรที่ว่าอยู่บ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยเกษตรกรรายนี้ หันมาทำเกษตรผสมผสาน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ประสบผลสำเร็จจริงจังเมื่อ 4 ปีนี้ ขับรถออกจากจังหวัดสกลนคร มุ่งหน้าไปตามถนนสาย สกลนคร-อุดรธานี ประมาณ 24 กิโลเมตร ระหว่างบ้านดงมะไฟ และบ้านหนองเม็ก จะพบป้ายบอกทาง เข้าวัดถ้ำขาม เลี้ยวซ้ายเข้าไป ผ่านบ้านกลาง บ้านหนองดินดำ ราว 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับบ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งริมทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนของเกษตรกรที่ปลูกพืชมากมาย และซ้ายมือจะพบกับ “ไร่สุขพอเพียง” มีผลผลิตทางการเกษตรวางขาย ทั้ง กล้วยหอมทอง หน่อกล้วย อีกมากมายไว้จำหน่าย หลังจากทักทายแล้ว คุณทรงศักดิ์ ปัญญาประชุม อายุ 70 ปี เจ้าของไร่ เล่
การปลูกพืชผักบนดาดฟ้าหรือพื้นที่ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายๆคน ยิ่งปลูกแบบไม่ใช้ดิน หรือ ไฮโดรโปรนิกส์ด้วยแล้วตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม ทีเดียว เช่นเดียวกับ เจ้าของโรงงานเม็ดพลาสติกย่านเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ คุณรุ่งโรจน์ เวชสิทธิ์ ที่มีอาชีพเสริมโดยการปลูกเมล่อน ด้วยระบบโฮโดรโปรนิกส์ แต่ที่น่าสนใจ คือ เขาปลูกถั่วฝักยาว และฟักทองด้วยระบบไฮโดรโปรนิกส์ บนดาดฟ้าของโรงงาน การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หรือ ระบบไฮโดรโปรนิกส์ เป็นวิธีการปลูกพืชผักในสารละลายธาตุอาหารในภาชนะ ซึ่งการปลูกด้วยระบบนี้จะปลูกได้ 2 ลักษณะ คือ การใช้ระบบปั๊มอากาศ กับไม่ใช่ระบบการปั๊มอากาศ คุณรุ่งโรจน์ ได้ไอเดียนี้ มาจากประเทศอิสราเอล ซึ่งเขาพบว่า บ้านเราก็น่าจะทำได้ อีกทั้ง เรื่องของไฮโดรโปนิกส์ ในประเทศไทยก็บูมเมื่อสักราว 8-9 ปีที่ผ่านมานี้เอง สำหรับระบบการปลูกผักไฮโดรโปรนิสก์ของคุณรุ่งโรจน์ จะใช้ถังพลาสติกกลมที่เจาะรูด้านข้างเป็นภาชะปลูก โดยภายในถังจะใส่หินภูเขาไฟเม็ดกลมๆเป็นวัสดุปลูกแทนดิน ซึ่งกลไกลการทำงานก็จะเหมือนกับการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ทั่วไป ขั้นตอนการปลูก ในส่วนการเตรียมต้นกล้านั้น โดยเลือกจา
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายบัญชา ศรีชาหลวง นายก อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม พร้อมด้วยนายอมรเทพ แสนสุข นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ปฏิบัติการสำนักงานเกษตร อ.นาแก นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบคือ นายสมพิศ ชูสังฆ์ อายุ 49 ปี เกษตรกรชาวบ้านดอนพัฒนา ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ที่ประสบความสำเร็จในการทดลองปลูกสตรอเบอรี่ ถือเป็นเกษตรทางเลือกที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี เดือนละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท โดยได้ทดลองปลูกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากการปลูกใส่กระถางขนาดเล็กๆ เพื่อจำหน่ายต้น จนกระทั่งประสบความสำเร็จเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้มีการขยายการปลูกมากขึ้น พร้อมมีการทดลองทำการปลูกลงดิน เปิดสวนทดลองปลูกสตรอเบอรี่ในพื้นที่ขนาดเล็ก ในเนื้อที่ประมาณ 3 งาน เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจได้มาเที่ยวชมศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้ทดลองปลูกสตรอเบอรี่ เกษตรทางเลือกสร้างรายได้ แบบครบวงจร ซึ่งไม่เน้นเพียงขายผลผลิตสตรอเบอรี่ ยังได้เน้นการพัฒนาขยายพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปปลูกสร้างรายได้ในชุมชน นายสมพิศเปิดเผยว่า ในอดีตตนชอบทำการเกษตรมาก ทำมาหลายอย่าง รวมถึงทำนา ทำสวนยางพารา แ
ในปี 2560 กระแสความนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากใครยังคิดไม่ออกว่าควรปลูกพืชชนิดไหน ขอแนะนำให้ทดลองปลูก “หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะพืชทั้ง 2 ชนิด ปลูกง่าย ให้ผลดก ขายได้ขายดี เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผลสด หรือกิ่งพันธุ์ “หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นผลผลิตจาก สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ เจ้าของสวนแห่งนี้คือ คุณน้อยหรือ คุณนิรันดร์ชัย เกษบึงกาฬ โทร. (081) 790-1924 และ seedplannet.biogspot.com ได้ยืนยันว่า “หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในวงกว้าง หลังจากได้เปิดขายในงานแสดงสินค้า และสื่อออนไลน์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับหม่อนยูนนาน ขายส่งในราคา กิ่งละ 80 บาท มีออเดอร์จากทั่วประเทศ เดือนละนับ 1,000 กิ่ง คุณน้อย หรือ คุณนิรันดร์ชัย เกษบึงกาฬ เจ้าของสวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ คุณน้อย เรียนจบสาขาพืชสวน จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชสวน หลังจากนั้นทำงานกับโบนันซ่า เขาใหญ่ และทำอาชีพรับจ้างจัดสวนอยู่หลายปี ก่อนจะหันมาทำอาชีพเกษตรกรรมอย่างเต็มตัว โดยใช้ชื่อสวนเกษตรแห่งนี้ว่า สวนเอฟเวอร์ก
อดีตนักศึกษาปริญญาโท ภาควิชารัฐศาสตร์ วิทยาลัยทองสุข จากที่เคยเป็นพนักงานออฟฟิศ และเจ้าของผับชื่อดังจังหวัดนครปฐม ไม่มีความรู้การทำเกษตรแม้แต่นิดเดียว อยู่มาวันนึงต้องมาสวมบทบาทเกษตรกร ปลูกมะกรูด 30 ไร่ที่จังหวัดราชบุรี และนครปฐม เลือกตัดเฉพาะใบขายเฉลี่ยวันละ 100 กิโลกรัม ส่งตลาดต่างประเทศเท่านั้น ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ในที่สุดกลายเป็นผู้พลิกโฉมหน้าพืชโบราณนอกสายตาสู่พืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ คุณศิวาวุธ สงวนทรัพย์ หรือคุณเก่ง ชายหนุ่มวัย 33 ปี ไอดอลของผู้ปลูกมะกรูด เล่าว่า หลังจากเรียนจบเคยทำงานอยู่ฝ่ายส่งออกชุดชั้นในแห่งหนึ่ง ทำได้ไม่นาน รู้สึกไม่ชอบลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะ เลยออกมาหุ้นกับเพื่อนเปิดผับเปิดได้ 3 ปี เริ่มสนใจอาชีพเกษตร โดยเฉพาะมะกรูด เพราะคิดว่าปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก เป็นพืชที่ขายง่าย ตลาดมีความต้องการทุกวัน น่าจะเหมาะกับเกษตรกรมือใหม่ แต่ทว่าทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มะกรูดปลูกยากกว่าที่คิด “คุณพ่อซื้อที่ดิน 4 ไร่ ที่ตำบลดอนยายหอม อำเมืองเมือง จังหวัดนครปฐม ผมอยากใช้ที่ดินบริเวณนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเลยคิดจะปลูกพืช เบื้องต้นไปอบรมเรื่องการปลูกมะนาว ที่ ม.เกษ
วันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิทธิกร ดอกบัว อายุ 26 ปี ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากเรียนจบจากสถาบันเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เดิมทีหลังจากเรียนจบอยากเข้าทำงาน แต่เมื่อมาเห็นพื้นที่ว่างเปล่าที่แม่ซื้อไว้ และเห็นแม่ปลูกต้นมะนาวไว้ กว่าจะได้ผลผลิตต้องใช้เวลา ดังนั้นคิดว่าน่าจะปลูกพืชแบบผสมผสานโดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช จึงนำมาปฏิบัติโดยปลูกพืชระยะสั้น ใช้น้ำน้อย และได้ผลิตดี จึงลองปลูกดอกดาวเรืองพันธุ์ทองเฉลิม ซึ่งมีตลาดรองรับและขายได้ราคาดี นายอิทธิกร เปิดเผยว่าอีกว่า ก็เหมาะสมกับต้นทุนถ้าเราบริหารดี ไม่เกินตัว รายได้ก็ดีพอสมควร ถ้าเราปลูกแบบพอเพียงปลูกไม่เยอะแบบพอดีไม่เกินตัว ดูแลให้ดี เพราะดาวเรืองมีตลาดรองรับและเป็นที่ต้องการของตลาด มันก็สร้างรายได้ให้แบบพอเพียง หลังจากที่ทดลองปลูกดอกดาวเรืองแล้ว เริ่มมี พ่อค้า แม่ค้าในพื้นที่ติดต่อขอซื้อกันเป็นจำนวนมากจึงขยายแปลงปลูกเพิ่มขึ้น พร้อมกับปลูกพืชผลชนิดอื่นๆแบบผสมผสานจนเต็มพื้นที่ ส่วนดอกดาวเรืองก็จะมีราคาเริ่มต้นที่ดอกละ 80 สตางค
หากเอื้อนเอ่ยถึงปลาดุกย่างที่สามารถกินได้กับข้าวเหนียว หรือกินกับข้าวสวยพร้อมน้ำพริกเผารสเด็ดแล้ว เมื่อได้หลับตานึกภาพตาม หลายๆ คนคงจะน้ำลายสอไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการหมักด้วยซอสที่ผสมเข้ากับตัวปลาอย่างดี จึงอาจเป็นปลาย่างที่หาซื้อกินได้ทั่วไปตามตลาดนัดทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบัน ปลาดุก มีการเลี้ยงกันหลายพื้นที่ เพราะเป็นปลาที่มีความอดทน เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว ต้านทานโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี จึงนับว่าเป็นปลาที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะราคาไม่แพงและทำอาหารได้หลากหลายเมนู ปลาดุก มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกยักษ์ หรือปลาดุกรัสเซีย ปลาดุกบิ๊กอุย ฯลฯ จึงทำให้เกษตรกรมีความสนใจเลี้ยงปลาดุกกันมาก ซึ่งการเลือกพันธุ์เลี้ยงก็ขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่นั้นๆ ว่านิยมสายพันธุ์ใด คุณอรุณ ขันโคกสูง คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยจนประสบผลสำเร็จ นับว่าเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงที่บอกสอนให้กับผู้ที่สนใจอยากมีอาชีพอีก
ผู้เขียน : ธัญวรัตน์ คงถาวร สำหรับผู้สนใจจะลงทุนในอาชีพการเพาะเห็ดจำหน่าย ผู้ประกอบการรายนี้ ให้ข้อแนะนำว่า ควรศึกษาและเรียนรู้ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะลงมือตัดสินใจ เพราะมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้การประกอบอาชีพไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง “ต้องเข้าใจตลาด” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ คุณกาญต์ดารัตน์ มหัทธนธัญ ผู้ผันตัวจากพนักงานบริษัท ก้าวสู่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดอย่างเต็มตัว จนกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้กว่าครึ่งแสนบาทต่อเดือน คุณกาญต์ดารัตน์ ปัจจุบัน ยังดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกอเห็ด จังหวัดชลบุรี เล่าว่า ในปี 2543 ได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี แต่ไม่นานบริษัทได้รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจถดถอยของอุตสาหกรรมเหล็ก ทำให้ภาพรวมของบริษัทไม่สู้ดีนัก จึงตัดสินใจมองหาอาชีพอื่นที่จะมาทดแทนงานประจำที่ทำอยู่ ด้วยชีวิตที่มีทุนเดิมเป็นลูกหลานเกษตรกร อาชีพที่มองหาจึงไม่พ้นด้านการเกษตร คุณกาญต์ดารัตน์ บอกว่า ได้เกิดสนใจเรื่องของการเพาะเห็ดจำหน่าย จึงได้เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ประกอบกับช่วงเวลานั้น “เห็ดโคนญี่ปุ่น” มีราคาค่อนข้า
