SMEs เกษตร
กลายเป็นไอดอลของบรรดาเด็กเรียนไม่เก่ง บ้านไม่รวย ไปซะแล้ว สำหรับ “จุลเทพ บุณยกรชนก” หรือ น้องหยก เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่เคยมีปมในชีวิตคือ เรียนไม่เก่ง ได้เกรดเฉลี่ย 1 กว่ามาตลอด โดนคนรอบข้างและเพื่อนบ้านตำหนิอยู่ตลอดว่า ความรู้น้อยนิดจะไปทำอะไรกิน จะหาเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่า จากความกดดัน กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ชายหนุ่มค้นพบสิ่งที่ตัวเองถนัดจนเจอ นั่นคือ เป็นเกษตรกรตามรอยพ่อ แต่เพิ่มไอเดียคนเจน Z แหวกแนวคิดทฤษฎีใหม่ ใส่การตลาดด้วยการเปิดเฟซบุ๊กใช้ชื่อ “มังกรหยก คุณชายผักสลัด” ล่าสุดฟีดแบ็กดีเกินคาด เปิดศูนย์เรียนรู้การปลูกผักสลัด รับหน้าที่เป็นติวเตอร์สอนทุกขั้นตอนให้แก่บรรดาผู้ที่สนใจ จากคำครหาคนรอบข้าง พื้นที่ปลูกต้องได้ตรารับรอง หยก เล่าว่า ตัวเองเกิดในครอบครัวธรรมดา คุณพ่อเป็นเกษตรกร เชี่ยวชาญด้านการทำปุ๋ยอินทรีย์ ปลูกผักเองบ้าง แต่เฉพาะผักพื้นบ้านเพื่อไว้รับประทานเท่านั้น ตอนอยู่ ป.1 เริ่มเข้ามาช่วยพ่อปลูกผัก ทำปุ๋ย แต่ช่วง ม.6 เข้ามาช่วยจริงจัง เริ่มเอาผักไปขายเป็นเรื่องเป็นราว คุณพ่อน้องหยก เริ่มอาชีพเกษตรกรตอนปี 2547 ฉะนั้น หยกจึงสัมผัสกับชีวิตเกษตรกรมาตั้งแต่เล็กๆ สั่งสมประส
เรื่อง / รูป โดย มติชนออนไลน์ สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งการส่งออกสับปะรดกระป๋องแปรรูปปีละกว่า 2 ล้านตันซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่มีผลผลิตสับปะรดกระป๋องมากที่สุดในโลก ในขณะเดียวกัน การบริโภคสับปะรดสดก็มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ ซึ่งประเทศไทยสามารถผลิตสับปะรดเพื่อการบริโภคสดได้ปีละกว่า 3 แสนตัน และยังสามารถเติบโตได้มากขึ้นไปอีก สับปะรดในประเทศไทยมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์และปลูกได้ทั่วประเทศ แต่ผลผลิตสับปะรดกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศได้มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนได้ชื่อว่าสับปะรดที่อร่อยที่สุดในโลกนั้นต้องมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ สับปะรดสายพันธุ์ “ทิปโก้หอมสุวรรณ” เป็นสับปะรดที่ปลูกใน จ.ประจวบคีรีขันธ์แห่งเดียวในประเทศไทย และได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อผู้บริโภคโดยเฉพาะบนโจทย์ที่ว่า จะทำอย่างไรให้คนไทยรับประทานสับปะรดกันมากขึ้น เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี พัฒนาสายพันธุ์โดยบริษัท ทิปโก้ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดน้ำผลไม้ในประเทศไทย “บริษัท ทิปโก้ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีพันธกิจที่จะนำสุขภาวะที่ดีสู่สังคม เพื่อทำให้ผู้คนในสังคมมีสุขภาพที่ดีขึ้น การบ
การเป็นคนขี้เบื่อและมีความคิดที่แตกต่างจากเกษตรกรทั่วไปของอดีตนิติกร กระทรวงการคลังหรือคุณณรงค์ ร่างใหญ่ ชายหนุ่มอัธยาศัยดีวัย 38 ปี ทำให้เขาสามารถจัดสรรพื้นที่ 100 ไร่ ที่ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ปลูกมะนาวไร้เมล็ด มะกรูดตัดใบ และมะละกอฮอลแลนด์ สามารถสร้างรายได้จากผลผลิตเหล่านี้ปีละหลายล้านบาท ปัจจุบันชายหนุ่มคนนี้ยังเป็นประธานชมรมผู้ปลูกมะกรูดตัดใบเพื่อการค้าด้วย คุณณรงค์ หรือคุณเอ๋ เรียนจบด้านนิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เคยทำงานที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกไปช่วยธุรกิจของภรรยา นั่นคือ อพาร์ตเมนต์ที่จังหวัดอยุธา และช่วยแม่ยายขายผลไม้ ขณะที่พอมีเวลาว่าง เขาอยากใช้ให้เกิดประโยชน์ และหวนคิดว่าอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว คือ เกษตรกร หนที่สุดหันไปปลูกมะนาวไร้เมล็ด ตามด้วยมะกรูด และมะละกอฮอลแลนด์ “ผมไปช่วยคุมงานก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ของภรรยาที่จังหวัดอยุธา พอสร้างเสร็จก็ไปช่วยแม่ยายขายผลไม้ ในระหว่างที่มีเวลาว่างก็ศึกษาว่ามีพืชผักชนิดไหนบ้างที่น่าจะสร้างรายได้ดี ส่วนตัวมองว่ามะนาวน่าจะดีที่สุด ปี 2553 เลือกที่จะปลูกมะนาวไร้เมล็ดนอกฤดูในวงบ่
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณจันทร์ นาชัยดุลย์ 117 หมู่ที่ 7 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม 44130 โทรศัพท์ (086) 237-2683, (082) 836-8780 มีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงเพราะใช้สารเคมี พร้อมทั้งได้ประกอบอาชีพเสริมเป็นช่างไม้ โดยรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผู้รับเหมาซึ่งต้องรับผิดชอบและดูแลลูกน้องทุกคน ทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บเพราะกำไรเล็กน้อย เงินที่ได้ก็ต้องนำมาลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทำให้ต้องกู้เงินและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณจันทร์ได้รับชมข่าวสารจากโทรทัศน์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งเข้ารับการอบรมกับทางอำเภอในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดแนวคิดการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เงินที่หาได้มาก็ใช้แต่ในสิ่งจำเป็น และเหลือเก็บเป็นเงินออม ทำให้ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดเพราะอยู่บ้านก็มีข้าวกิน ปัจจุบันไม่มีหนี้สิน มีเงินออม มีความสุขอยู่กับครอบครัว และได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ครูเกษตรชุมชนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวทางปรัชญาขอ
เรื่อง/รูป โดย มติชนออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง จากการตรวจวัดอุณหภูมิของสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 14 -15 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาภัยหนาว ยิ่งชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ในพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้รับผลกระทบหนัก แต่กับส่งผลดีต่อชาวบ้านที่ยึดอาชีพเกษตรพอเพียงปลูกผักขายตามแนวริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะสวนกะหล่ำปลีที่ปีนี้อากาศหนาวเย็น ทำให้กะหล่ำปลีโตเร็ว ดูแลง่าย และมีราคาดี ขายได้ไร่ละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกมากขึ้น เพื่อส่งขายในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปถึงตรุษจีน เช่นชาวบ้านในพื้นที่ บ้านบึงหล่ม ต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม ด้านนายวีระ ชัยสอน อายุ 53 ปี เกษตรกรชาวบ้านบึงหล่ม ต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ในปีนี้เกษตรกรริมแม่น้ำโขงที่ยึดอาชีพเกษตรพอเพียงปลูกผักขาย มีรายได้มากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศหนาวต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อพืชผักโตเร็ว โดยเฉพาะสวนกะหล่ำปลีของเกษตรกร หลังอากาศหนาวทำให้โตเร็ว ใช้เวลาแค่ประมาณ 60 -70 วัน หรือประมาณแค่ 2 เดื
ลืมตาอ้าปากได้ ก็เพราะอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับชาวบ้าน ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ. ขอนแก่น เพราะประชากรของหมู่บ้านนี้มี 99 ครัวเรือน ยึดอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดจำนวน 66 ครัวเรือน มีเงินสะพัดในหมู่บ้านแห่งนี้เดือนละกว่า 1.6 ล้านบาท โดยผู้ที่นำจิ้งหรีดมาเลี้ยงคนแรก คือ ผู้ใหญ่บ้าน “เพ็ชร วงศ์ธรรม” ซึ่งทุกๆ 45 วันเขาจะเก็บจิ้งหรีดขาย มีรายได้แสนกว่าบาทเลยทีเดียว เพ็ชร วงค์ธรรม ผู้ใหญ่บ้านวัย 53 ปี อดีตเคยขับสองแถวตั้งแต่อายุ 23 ปี ต่อจากนั้นหันมาเลี้ยงหมู เลี้ยงได้ 3 ปี ราคาหมูตกต่ำ หันมาเลี้ยงนกกระทา เลี้ยงได้ 2 ปีต้องยุติเพราะประสบปัญหาไข้หวัดนก ในที่สุดมาเพาะถั่วงอก แต่แล้วเจอภัยแล้ง เพาะถั่วงอกได้ 6 ปี สุดท้ายมาเลี้ยงจิ้งหรีดในปี 2550 จวบจนปัจจุบัน “ผมเริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดตอนอายุ 44 ปี หรือประมาณ 9 ปีที่แล้ว สาเหตุที่เลี้ยงจิ้งหรีด เพราะเพื่อนที่อำเภอกัณทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มาแนะนำวิธีการเลี้ยงพร้อมทั้งแนะนำตลาดให้ เลยซื้อไข่จิ้งหรีด ขันละ 100 บาท มา 600 ขัน มีจิ้งหรีดทั้งหมดราว 42,000 ตัว เป็นเงิน 60,000 บาท และค่าอุปกรณ์ 70,000 บาท รวมครั้งแรกลงทุนเบ็ดเสร็จ 130,000 บาท” ผู้ใหญ่บ้าน เลี้ยงจิ
พืชที่นำเข้ามาใหม่ โดยมีของเดิมเป็นตัวเปรียบเทียบ มักจะมีคำว่า “เทศ”ต่อท้าย บางครั้งพืชนำเข้าทั้งสองชนิด แต่ชนิดที่นำเข้าทีหลังมักได้คำว่าเทศต่อท้าย คำว่าเทศ น่าจะมาจากต่างประเทศ คือนำเข้ามาจากต่างประเทศ เดิมในเมืองไทยมีหัวมันอยู่หลายอย่าง ชนิดหลังที่นำเข้ามาคือมันเทศ เป็นพืชที่ปลูกและบริโภคอย่างกว้างขวาง แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า มีมันอีกชนิดหนึ่งเรียกว่ามันฝรั่ง มะขามรสเปรี้ยวๆหวานๆมีถิ่นกำเหนิดในอินเดีย แต่เมื่อนำพืชชนิดใหม่ที่มีถิ่นกำเหนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้เข้ามา เรียกว่ามะขามเทศ มะเขือเปราะ พืชในสกุลโซลานัม เมื่อนำญาติของเขาเข้ามา เป็นพืชสกุลเดียวกันเรียกกันว่ามะเขือเทศ วงการสัตว์ พบว่ามีเรียกม้าไทย ม้าเทศ พืชตระกูลแตง มีแตงไทย แตงเทศหรือแคนตาลูป แคนตาลูป มีถิ่นกำเหนิดในอินเดียเหมือนกับมะขามนั่นแหละ แต่การปลูกการบริโภคอาจจะไม่กว้างขวาง ฝรั่งมาอินเดีย จึงนำไปปลูกและมีชื่อเสียงอยู่ที่เมืองแคนตาลูป ใกล้ๆกับกรุงโรม ประเทศอิตาลี พืชที่นำไปจากอินเดีย จึงได้ชื่อว่า “แคนตาลูป” แปลงปลูกของเกษตรกร มีการนำแคนตาลูปมาปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2478 แต่ไม่ได้ผลเพราะวิธีการบำรุงรักษาไม
พริก จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง และกลุ่มของพริกที่เกษตรกรไทยนิยมปลูกในเชิงพาณิชย์นั้นจะแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกขี้หนูผลเล็ก และ พริกหวาน เป็นต้น แหล่งปลูกพริกที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ เชียงใหม่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครปฐม และราชบุรี เป็นต้น สำหรับสายพันธุ์พริกขี้หนูผลใหญ่ที่มีพื้นที่ปลูกมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ “พริกหัวเรือ” ซึ่งเป็นพริกขี้หนูที่มีขนาดผลใหญ่ ความยาวประมาณ 7-8 เซนติเมตร มีความเผ็ดปานกลาง กลิ่นหอม เมื่อผลแก่มีสีแดงสด ใช้รับประทานสดและแปรรูปเป็นพริกแห้งได้เป็นอย่างดี จังหวัดที่ปลูกพริกหัวเรือมากที่สุดคือ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ พริกหัวเรือเป็นที่นิยมอย่างมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกพริกรวมกันมากกว่า 300,000 ไร่ แต่ปัจจุบันพบว่าการปลูกพริกหัวเรือของเกษตรกรได้ผลผลิตลดลง คุณภาพของผลผลิตด้อยลง เนื่องจากเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เองหรือซื้อจากเพื่อนบ้าน ไม่ได้มีการปรับปรุงพันธุ์หรือคัดเลือกพันธุ์ที่ถูกต้อง เหตุผลสำคัญที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษมีความจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาพันธุ์พริกขี้หน
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกรในอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี นอกจากมะนาว กล้วยไข่ แล้ว ยังมีมะละกอ ถึงแม้พื้นที่ปลูกไม่มากนัก ราว 50-100 ไร่ หมุนเวียนตลอดปี แต่ก็สร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่น้อย จุดเริ่มต้นของงานปลูกมะละกอที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง มีขึ้นเมื่อปี 2541 สำนักงานเกษตรอำเภอหนองหญ้าปล้อง โดยคุณบุญส่ง พูลพัฒน์ อดีตเจ้าหน้าที่เกษตร และคุณชาญณรงค์ พวงสั้น รับราชการอยู่สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ได้มีโครงการแปลงจัดไร่นาให้กับเกษตรกร พืชหนึ่งที่บรรจุในโครงการคือมะละกอ เมื่อโครงการแปลงจัดไร่นาผ่านไป ปรากฏว่า เกษตรกรติดใจงานปลูกมะละกอ จึงปลูกมาถึงปัจจุบันนี้ คุณบุญส่ง บอกว่า เกษตรกรปลูกมะละกอราว 10 ราย พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ อยู่ที่หมู่บ้านห้วยเกษม ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ สายพันธุ์มะละกอที่นำมาปลูก ได้มาจากอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ลักษณะของสายพันธุ์ ก้ำกึ่งระหว่างพันธุ์แขกดำและสายน้ำผึ้ง เกษตรกรได้เก็บสายพันธุ์สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ อาจจะเรียกว่าสายพันธุ์”หนองหญ้าปล้อง”ก็ได้ “จุดเด่นของพันธุ์นี้ ดก ค่อนข้างทนต่อโรค เมื่อสุกเปลือกนิ่ม เนื้อในยังกินได้ ลักษณะผลยาว เนื้อสีแดงส้ม เนื้อ
กระแสแรงจริงสำหรับการเพาะต้นอ่อนทานตะวันไว้รับประทานเอง เพราะนอกจากประโยชน์ด้านสารอาหารที่ได้รับ ยังนำไปประกอบเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู จนเวลานี้ฮิตปลูกกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว คุณจรินทร์ อาสาทรงธรรม อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วยความสนใจด้านเกษตรหันมาเพาะต้นอ่อนทานตะวันอย่างจริงจัง รวมถึงขายอุปกรณ์ จนเกิดเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เพิ่มหลักหมื่นบาทต่อเดือน คุณจรินทร์ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ช่วงน้ำท่วมปี 2554 อาหารการกินหายาก มหาวิทยาลัยก็ปิด ไม่มีอะไรทำ เลยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เริ่มต้นจากการเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก ต่อมาเริ่มสนใจเพาะต้นอ่อนทานตะวัน จนล่าสุดเกิดความชำนาญมากพอ เริ่มขายอุปกรณ์เพาะต้นอ่อนทานตะวัน ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตร อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี “โดยส่วนตัว ผมชอบการปลูกต้นไม้ เลยไปศึกษาที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผมเริ่มต้นศึกษาการเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติกก่อน ซึ่งถั่วงอกที่ผมเพาะ รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกับถั่วงอกทั่วไป รสชาติดี หวานกรอบ ราวปี 2558 เริ่มสนใจการเพาะต้นอ่
