SMEs เกษตร
การได้ทำงานที่รักและยังคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยถือเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง ทำให้เกษตรกรรุ่นใหม่อย่าง วิญญู สถิตวิทยานันท์ หรือ พี่ปาน อดีตนักเรียนนอก อาจารย์พิเศษด้านกราฟิกดีไซน์ วางเมาส์ชั่วคราวหันมาลงมือพรวนดินทำสวนเมล่อนในฝัน ผลิตเมล่อนปลอดสาร เกรดพรีเมี่ยม วางจำหน่ายในตลาดทั่วไปและส่งขายแบบออนไลน์ทั่วประเทศ พี่ปาน เปิดเผยถึงความเป็นมาของการทำสวนเมล่อนภายใต้แบรนด์ วีดา การ์เดน (VEDA garden) ว่า มาจากชื่อภรรยาคือ วิยะดา ทำให้เกิดแรงบันดาลใจมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์เมล่อนของตนเอง และเริ่มต้นลองผิดลองถูกด้วยการไปเรียนรู้เพิ่มเติมจากเกษตรกรที่ปลูกเมล่อนมาก่อนและเรียนรู้ค้นคว้าด้วยตนเองควบคู่กันไป “จุดเริ่มต้นมาจากการปลูกมะนาวปลอดสารพิษและได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า จึงคิดอยากทำสวนผลไม้และเริ่มไปเรียนกับคุณอาที่ปลูกเมล่อนอยู่แล้วที่บุรีรัมย์ และกลับมาทำสวนเมล่อนที่ตำบลพะเนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บ้านของตนเอง เพราะอยากทำเมล่อนที่มีคุณภาพ เราและครอบครัวสามารถกินเองได้อย่างสบายใจด้วย วีดา การ์เดน จึงเกิดขึ้น” โดยเริ่มแรกทดลองตั้งแต่การเพาะเมล็ดเมล่อนในโรงเรือนด้วยตนเอง โดยนำเมล่
กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเป็นการค้าในหลายพื้นที่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในปัจุบันมีแหล่งปลูกที่สำคัญที่มีศักยภาพในการผลิตคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี เป็นต้น แปลงกุหลาบตัดดอก การปลูกกุหลาบตัดดอกสามารถผลิตในรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการผลิตสองรูปแบบนี้จะต้องคำนึงเลือกพื้นที่ผลิตที่ที่เหมาะสม ทั้งสภาพอากาศ ดิน และน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีหลายพื้นที่ของภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จังหวัดนครปฐมที่มีความพร้อม สามารถปลูกกุหลาบตัดดอกรูปแบบเชิงปริมาณที่ใหญ่แห่งหนึ่ง กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งพี่สุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือ
เหนือสุดแดนสยาม ที่นึกได้ก็อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่มีด่านพรมแดนแม่สายเชื่อมต่อกับด่านพรมแดนท่าขี้เหล็ก แขวงท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา และมีจุดเด่นที่ใครๆ หลายคนเมื่อขึ้นไปเที่ยวถึงจังหวัดเชียงราย ต้องแวะคือ ตลาดแม่สาย ภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้เกิดพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งเกษตรกรในท้องถิ่นเชื่อว่า หากลงปลูกในดินแล้ว จะเจริญงอกงามได้ดีที่สุดคือ ที่บ้านสันทรายมูล หมู่ที่ 6 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพียงแห่งเดียว แม้จะขยับไปปลูกหมู่บ้านถัดไป ผลผลิตและการเจริญงอกงามที่ได้ ก็ไม่สวยงามเท่าบ้านสันทรายมูลแห่งนี้ ภาษาพื้นถิ่น เรียกกันว่า ว่านเศรษฐี หรือ ว่านกวนอิมแต่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในชื่อของ ไผ่กวนอิม ในพื้นที่บ้านสันทราย หมู่ที่ 6 ปลูกกันเป็นไม้ประดับเกือบทุกบ้าน บ้านละ 1-3 กอมานาน เสมือนเป็นไม้ในบ้านไปเสียแล้ว กระทั่งมีเกษตรกรหมู่บ้านใกล้เคียงมองเห็นความสวยของไผ่กวนอิม ตัดเอาไปส่งขายให้กับญาติที่ปากคลองตลาด ตลาดขายไม้ดอกไม้ประดับใหญ่ในกรุงเทพฯ ไผ่กวนอิมที่นี่ จึงเริ่มติดตลาด และเริ่มเป็นพืชที่สร้างเม็ดเงินให้กับชาวบ้านในพื้นที่ คุณณัชพล ตาวงค์ ประธานกลุ่มว
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมอยากทราบว่า เพราะเหตุใด ญี่ปุ่นจึงสามารถปลูกข้าวได้สูงในระดับต้นๆ ของโลก ผมเคยอ่านหนังสือทำให้ทราบว่า ญี่ปุ่น เคยเป็นลูกค้านำเข้าข้าวจากไทยมาก่อน แต่ปัจจุบันเขาผลิตได้เกินความต้องการแล้ว ช่วยกรุณาอธิบายด้วยครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง พิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ Photo by Behrouz MEHRI / AFP ตอบ คุณพิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ ญี่ปุ่น เร่งพัฒนาระบบการทำนาอย่างจริงจัง หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ในธรรมชาติ ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น ผลผลิตของพืชจะสูงกว่าในเขตร้อน สาเหตุจากอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความแตกต่างกันหลายองศา ซึ่งในฤดูร้อนมีแสงแดดจ้า การสังเคราะห์แสงดำเนินไปเต็มประสิทธิภาพ การสะสมแป้งและน้ำตาลในอัตราที่สูง แต่พอตกกลางคืนอากาศเย็นลง การนำแป้งและน้ำตาลไปใช้ในกระบวนการหายใจจึงอยู่ในอัตราที่ต่ำ ส่งผลให้กระบวนการสะสมอาหารได้มากกว่าในเขตร้อนตามที่กล่าวมาแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งรัฐบาลจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรถือครองที่ดิน รายละ 1 เฮกเตอร์ หรือ 6.25 ไร่ เท่านั้น การทำนาของญี่ปุ่นจึงประณีตมากเป็นพิเศษ เนื่องจากญี่ปุ่นมีอากาศร้อน
รู้หรือไม่! ขมิ้นชันที่ปลูกในภาคใต้ถือเป็นขมิ้นชันที่ดีที่สุดในโลก และข้อจำกัดของการกินขมิ้นชันที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์อ่อนๆ กินขมิ้นชันอาจจะแท้งได้ “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันดีในทุกภาค มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนิยมนำมาปรุงช่วยเพิ่มสีสันแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหาร มีตำรับอาหารและตำรับยามากมายเป็นทั้งยาภายนอกและยาภายใน สำหรับยาภายในใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ส่วนยาภายนอก เชื่อว่าขมิ้นชันช่วยรักษาและสมานแผล ทำให้แผลไม่เป็นหนอง ต้นขมิ้นชัน และขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรเครื่องสำอางได้ดีอีกด้วย “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมายาวนานของคนไทย กล่าวได้ว่าคนในตระกูลไตที่กระจายกันอยู่แถบเอเซีย ทั้งในรัฐอัสสัม พม่า ไทย จีน ลาว ต่างรู้จักในชื่อเดียวกันทั้งสิ้น “ขมิ้นชัน” ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรเครื่องเทศ ที่ใส่ในอาหารในชีวิตประจำวัน โดยนำมาปรุงแต่งและใช้ประกอบอาหารซึ่งพบมากทางภาคใต้ จะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้มักมีสีออกเหลืองแทบทุกอย่าง สำหรับคนใต้ขมิ้นชันเป็นเครื่องเทศที่แทบจะขาดไ
จากลูกจ้างบริษัท กลับบ้านเกิด พลิกผืนนาเป็นเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ไม่ขาดมือ คุณละออง ภูจวง อายุ 34 ปี ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 16 ตำบลขามเฒ่าพัฒนา อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ (087) 145-6552 เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ซึ่งได้ใช้ความพยายามฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนและเกษตรกรทั่วไป คุณละออง เล่าให้ฟังว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อปี 2544 ได้ไปสมัครงานและเข้าทำงานที่บริษัท ไทยซัมมิกฮาร์เนส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แผนกวางแผนและควบคุมการผลิต ตำแหน่งพนักงานทั่วไป ทำหน้าที่แจกจ่ายเอกสาร และธุรการทั่วไป ทำงานได้ 9 ปี และระหว่างนี้ยังศึกษาต่อจนจบ ปวส. ที่โรงเรียนเทคโนโลยีศรีราชา (ภาคค่ำ 2 ปี) อีกด้วย จุดเปลี่ยนอาชีพต่อสำนึกรักบ้านเกิด ตลอดระยะเวลาของการทำงานที่บริษัท ไทยซัมมิกฮาร์เนส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นไปด้วยดีด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำ เป็นที่ยอมรับของนายจ้าง และเป็นที่รักใคร่ของพี่ เพื่อน และน้องๆ ในบริษัท แม้การทำงานที่บริษัทจะไม่มีปัญห
“ครูบัญชีอาสา” หนี้สินท่วมตัว หันยึดหลักทำเกษตรพอเพียง ใช้พื้นที่ 53 ตารางวา แก้จน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี” ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และครูบัญชี ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนได้ คุณขนิษฐา มะโนสมบัติ หรือครูรุ่ง อายุ 43 ปี ครูบัญชีดีเด่น รองชนะเลิศอันดับ 2 ประจำปี 2558 จากจังหวัดเชียงราย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของครูบัญชีที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้แก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยนำระบบบัญชีมาใช้เ
ทางเลือกใหม่ชาวสวนพังงา ปลูกไม้ยืนต้น “เก็บใบขาย” สร้างรายได้งาม นายสมจิตร ช่างทอง อายุ 68 ปี อาศัยอยู่ที่ บ้านฝ่ายท่า ม.1 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมืองพังงา เกษตรกรวัยเกษียณชาวตลาดพังงา ได้ใช้พื้นที่ 1 ไร่เศษ ปลูกต้นกาหยี หรือต้นมะม่วงหิมพานต์ และต้นจิกนา ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ตัดแต่งกิ่ง เพื่อเก็บใบอ่อนขาย สามารถสร้างรายได้ วันละ 500-2,000 บาท ซึ่งปัจจุบันผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดในพื้นที่ โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางที่มารับไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง นายสมจิตร ช่างทอง เปิดเผยว่า รู้สึกมีความสุขกับการทำการเกษตรแบบนี้ เพราะไม่ต้องดูแลวุ่นวายมาก แต่เดิมนั้นตนเองปลูกพืชผักล้มลุกแบบทั่วๆ ไปขาย ซึ่งรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและไม่ค่อยคุ้มค่ากับการลงทุน มีความยุ่งยากในการดูแล จึงเริ่มคิดปลูกพืชยืนต้นเก็บใบอ่อนขายเมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว พร้อมกับเริ่มลงมือทำ โดยการรวบรวมพันธุ์ต้นกาหยี หรือมะม่วงหิมพานต์และต้นจิกนา ลงปลูกในพื้นที่ คอยตัดแต่งกิ่งและตัดใบอ่อนออกขาย ซึ่งสามารถตัดใบอ่อนขายได้ทุกวัน โดยนำมาขายเป็นมัด มัดละ 5 บาท บางช่วงสามารถตัดขายได้ถึง 400 มัด ซึ่งรายได้สามารถเลี้ยงชีพได้เป็นอย่างดี นับเป็นการเกษตรแ
“ปุ๋ยปลาร้า” (น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล) ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต รักษาสิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้ ภาคเกษตรต้องเผชิญปัญหาดินเสื่อม โรคแมลงศัตรูพืชและปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หากใครกำลังมองหาแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ก็แนะนำให้ทดลองใช้ “ปุ๋ยปลาร้า” (น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเล) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่ต้องการ ย้อนกลับเมื่อปี 2550-2551 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยคุณสุพจน์ แสงประทุม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในสมัยนั้น เกิดแนวคิดที่จะช่วยเกษตรกร “ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม” จึงได้มอบหมายให้ นักวิชาการเกษตร ชื่อ คุณวิชัย ซ้อนมณี ศึกษาทดลองการใช้น้ำหมักชีวภาพชนิดต่างๆ มาใช้ในแปลงเพาะปลูกพืช ก็ได้ผลสรุปว่า น้ำหมักชีวภาพจากปลาทะเลหรือที่เรียกกันทั่วไปคือ ปุ๋ยปลาร้า มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ได้อย่างดี เมื่อนำปุ๋ยปลาร้าไปให้เกษตรกรทดลองปุ๋ยปลาร้าก็พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในแปลงปลูกพืช เพราะสามารถเพิ่มจำน
วันนี้ ผมแวะเยี่ยมคุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม บ้านเลขที่ 260 หมู่ 5 บ้านนิคม ต.นิเวศ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด คุณคงศักดิ์ จบการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาขาช่างโยธาวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ แต่มาประสบความสำเร็จในอาชีพภาคการเกษตร ภูมิลำเนาเดิม บ้านเลขที่ 547 ต.บางขุนศรี อ.บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เขาให้การต้อนรับด้วยดีพร้อม ภริยาที่สวนหลังบ้าน ติดกับเรือนเพาะชำ มีพันธุ์พืชนานาชนิด เช่น ฝรั่งพันธุ์กิมจู ไผ่พันธุ์หม่าจู หม่อนกินผล กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง กล้วยหอมทอง ชะอม เป็นการดูแลรักษาแบบเกื้อกูลระหว่าง “พี่ใหญ่กับน้องเล็ก” ถุงกล้วยเพาะชำ วางใต้ต้นกล้วยขนาดใหญ่ ไผ่หม่าจูเพาะชำแบบฝังถุงให้ปากถุงอยู่ระดับดิน ให้น้ำมีความชื้นพอเหมาะ ชะอมชำถุงใหญ่ 1-2 ต้นวางหน้าบ้าน สามารถรับประทานได้ทั้งครัวเรือน คุณคงศักดิ์ นำมันเทศพันธุ์โอกินาว่า มันเทศญี่ปุ่น สีม่วงที่นึ่งสุกแล้ว มาผ่าออกให้รับประทาน สีม่วงมีสารอาหารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ผมรีบคว้ามารับประมาน เผื่อว่าความแก่จะได้ลดลง ท่านคงศักดิ์ บอกว่า ใจเย็นๆ ครับ ที่นี่จำหน่ายสายพันธุ์ มัดละ 100 ต้น 500 บาท วิธีการปลูกง่ายมาก ยกร่องขนาด กว้าง 70-8
