SMEs
Baking with Mama ร้านเค้กหน้านิ่มของ “น้ำชา ชีรณัฐ” ธุรกิจเพื่อคนในบ้าน หลังการสูญเสียครั้งใหญ่ “ปาดน้ำตายังไม่ทันแห้งก็ต้องรีบมาปาดหน้าเค้ก” เธอพูดน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนเป็นอีกคนที่ไม่เคยเห็น ตอนที่เล่าถึงคุณพ่อหลังจากเขาไปอยู่อีกฝั่งไม่มีวันกลับอย่างกะทันหันเมื่อ 5 เดือนก่อน เป็นตอนนั้นที่เธอสำเหนียกได้ว่า ครอบครัวต้องเป็นที่หนึ่งเสมอนับจากนี้ไป น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ดารา นักร้อง นักแสดง และคุณแม่มือใหม่ที่หลายคนรู้จัก เธอบอกว่าเป็นคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งโดยเฉพาะกับคนที่บ้าน “5-6 ปีก่อนชากะจะทำ Baking with Mama ให้คุณแม่ทำโลโก้ทุกอย่างไว้เสร็จสรรพ แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรต่อทิ้งไว้แบบนั้นเลย เพราะด้วยความที่เรางานเยอะ เราผัดวันประกันพรุ่งมาตลอด เดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวค่อยทำ” “แต่ที่เป็นจุดหักมุมกับชีวิตคือตอนที่คุณพ่อจากไปอย่างกะทันหัน เพราะก่อนที่คุณพ่อเสียเขาป่วยได้ 2-3 เดือน ไม่มีใครคิดว่าคุณพ่อจะเป็นอะไร เราก็คิดว่าไม่เป็นไรพ่อคงเข้าโรงพยาบาลปกติ เราก็เลยทำงานของเราปกติ ไม่มีใครมาบอกเราว่าคุณพ่อจะอยู่ได้อีกแค่นี้ (น้ำตาซึม)” “ตอนนั้นคิดหนักที่สุดในชีวิต และเปลี่ยนตัวเองไปเลยในเรื่องนี้
เส้นทางความสำเร็จ “เอ็มกรุ๊ป โฮลดิ้ง” สร้างธุรกิจด้วยความไม่โลภ บริษัท เอ็มกรุ๊ป โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด คือ ธุรกิจที่ใช้โมเดลเดียวกับการถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีการป้องกันความเสี่ยงในการลงทุน โดยการซื้อขายหุ้นหลายๆ ตัวที่ไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน จึงทำให้ “เอ็มกรุ๊ป โฮลดิ้ง” มีบริษัทที่หลากหลาย ทั้งบัญชี กฎหมาย ไล่ไปจนถึงธุรกิจการบิน “แรกเริ่มตั้งเป็นโครงสร้างบริษัทไว้ก่อน เมื่อบริษัทไหนพร้อมแล้วค่อยใส่รายละเอียด ซึ่งสวนทางกับการทำธุรกิจของคนทั่วไปที่มักจะเริ่มจากการเพาะเมล็ดจนเติบโตไปสู่ยอด แต่เราเริ่มจากยอดไปสู่เมล็ด คือ ทำโครงสร้างไว้ พอได้หัวกับท้าย แล้วค่อยใส่รายละเอียดให้สมบูรณ์แบบ” คุณหมี-ภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานเอ็มกรุ๊ป โฮลดิ้ง อธิบายเกริ่นมาอย่างนั้น ก่อนย้อนประวัติให้รู้จักกันมากขึ้น บ้านเกิดอยู่ที่ประจวบคีรีขันธ์ ใช้ชีวิตวัยเยาว์ที่ชุมพร เรียนระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ กลับไปทำมาหากินอยู่ใต้หลายปี ก่อนเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อทำธุรกิจ คราวนี้เดินทางไกลไปหลายประเทศ ตั้งแต่กัมพูชายันรัสเซีย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการกลับมาเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ คุณหมี เริ่ม
ลงทุนครั้งแรก 500 บาท “น้ำญาใจ” น้ำยาล้างจานออร์แกนิก เริ่มธุรกิจจากความเจ็บป่วยของคนในบ้าน แน่ล่ะ ถ้าใครสักคนในบ้านของเราเจ็บป่วยความกระวนกระวายใจเป็นสิ่งที่ทรมานเกินกว่าจะรับไหว เช่นเดียวกับ คุณนก-ผศ.ณิชยา ศรีสุชาติ CEO และ Co-Founder น้ำญาใจ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกสำหรับครอบครัว เห็นถึงความทุกข์ทรมานของแม่ที่มือลอกจากการแพ้สารเคมีในน้ำยาล้างจาน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการให้ แบ่งปัน บอกต่อ และกลับมาเป็นธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้ ช่างมือฉันเถอะ คุณนก เล่าว่า น้ำญาใจ เริ่มต้นหลังจากช่วงที่เธอมีลูกสาวซึ่งคุณแม่จะเป็นผู้ดูแลอาหารต่างๆ ในแต่ละวัน และวันหนึ่งๆ เวลาทำอาหารก็ต้องล้างนั่นล้างนี่เป็นเรื่องปกติ จบด้วยการใช้น้ำยาล้างจานเก็บทำความสะอาด วันหนึ่งคุณแม่ของเธอยื่นมือที่ลอกแตกเป็นขุยแสบๆ มาให้เธอดูพร้อมกับพูดว่า “ช่วงนี้ทำอาหารให้เธอกินตอนท้อง มือแม่แตกหมดเลย สงสัยจะเป็นน้ำยาล้างจาน แต่ช่างมือฉันเถอะ ฉันทำเพื่อหลาน” จุดเริ่มต้นน้ำยาล้างบาปก็เกิดขึ้น (คุณนกเรียกฉายานี้ไว้เพื่อเตือนตัวเอง) น้ำญาใจ การไถ่บาปถือเป็นเรื่องที่คุณนกต้องการมากที่สุด จึงตัดสินใจทำน้
แฟรนไชส์ “เสือนอนกิน” ใช้เงินทำงาน สร้างกำไรสม่ำเสมอ มีจริงหรือ ในโลกของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะสเกลน้อยใหญ่ ใครต่อใครที่ตั้งใจลงทุน เป้าใหญ่ที่วางไว้ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เห็นจะหนีไม่พ้น ผลกำไร ที่เป็นเม็ดเงิน และยิ่งถ้าธุรกิจนั้น ทำได้แบบลงทุนครั้งเดียวแต่มีผลกำไรงอกเงยอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เปรียบได้กับ สุภาษิต คำพังเพย ที่ว่า “เสือนอนกิน” แล้วล่ะก็ นักลงทุนผู้นั้นคงนับได้ว่ามีโชคไม่น้อย “เสือนอนกิน หมายถึง การได้รับผลประโยชน์ผลกำไรโดยไม่ต้องลงทุนหรือลงแรงทำงาน หรือการลงทุนลงแรงเพียงครั้งแรก หลังจากนั้นก็รอรับผลประโยชน์ ซึ่งในทางธุรกิจ โดยปกติ ธุรกิจเสือนอนกิน มักจะหมายถึงธุรกิจที่สร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอ หรือเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงแรงทำงานแต่มีรายได้ ผลประโยชน์หรือผลกำไรอย่างต่อเนื่อง” คุณอมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก่อนบอกต่อว่า และเมื่อมองธุรกิจแฟรนไชส์ ที่สามารถเลือกลงทุนเพื่อเป็น “เสือนอนกิน” นั้น น่าจะมีหลากหลายธุรกิจให้เลือกลงทุน แต่มักเป็นแฟรนไชส์ประเภทที่ต้องลงทุนสูงสักหน่อย หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นแฟรนไชส์ที่ใช้เงินทำงานมากกว่าใช้แรงลง
หนุ่มวิศวะ เรียนจบ ไม่รองาน เปิดร้านหมูกระทะ ไม่กี่วัน ลูกค้าเกือบเต็มร้าน ตรงกับที่มีนักวิชาการท่านหนึ่งพูดเลยทีเดียว “เด็กสมัยก่อน พอเรียนจบมหาวิทยาลัยจะรองาน แต่เด็กสมัยนี้พอเรียนจบจะสร้างงาน” ก็คงจะเป็นเช่นที่ว่านี้ แต่คงไม่ทั้งหมด เพียงแต่มีมากขึ้นเท่านั้น ถึงอย่างไรก็มีคนรุ่นใหม่ทำอาชีพที่สร้างขึ้นมาเอง จนพบกับความสำเร็จก็มีให้เราได้รู้หลายคน ที่เรารู้จักกันดี จนได้ฉายาว่า “เถ้าแก่น้อย” บ้าง “อายุน้อยร้อยล้าน” บ้าง เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้ไปกินอาหารที่ร้าน BUTTER ร้านที่ว่าเป็นร้านหมูกระทะ ปิ้ง ย่าง ซึ่งเป็นอาหารที่กำลังได้รับความนิยมจากคนไทยทั่วประเทศ ร้าน บัตเตอร์ เพิ่งเปิดใหม่ยังไม่ถึงเดือน แต่มีลูกค้าเกือบเต็มร้าน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 โต๊ะเห็นจะได้ การได้ไปกินอาหารร้านแบบนี้ถือว่าสะดวกและสนุก เพราะพอนั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว คนบริการก็จะนำถาดปิ้ง และหม้อต้มมาให้ จากนั้นเราก็เดินไปเลือกอาหารสดมาปิ้ง ย่าง และต้ม กินกันเอง อาหารสดที่มีไว้บริการมีทั้งหมูสามชั้น หมูชั้นเดียว และ ตับ ไต ไส้ พุง ของหมู ชอบกินชิ้นส่วนอะไรของหมูก็เลือกมากินได้ไม่อั้น ส่วนอาหารทะเลก็มีปลาหมึกสด กุ้งสด แ
ค่ารถไฟฟ้า 20 บาท สร้าง 5 โอกาสชีวิต “มนุษย์เงินเดือน” นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่เริ่มประเดิมแล้ว น่าจะเป็นโครงการที่ส่งผลต่อ “โอกาสชีวิต” มนุษย์เงินเดือน” ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างสูง ในระดับที่เทียบเคียงได้กับบัตรทอง 30 บาท ที่มองได้ 5 โอกาส โอกาสที่ 1 ลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มกำลังซื้อ ข้อมูลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในเดือนกันยายน 2566 จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สีน้ำเงิน) และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สีม่วง) เฉลี่ยวันละ 423,406 คน และ 61,912 คน ตามลำดับ คือ เฉียดๆ 5 แสนรายต่อวัน แน่นอนว่าผู้โดยสารกลุ่มหลักคือ “มนุษย์เงินเดือน” ที่ทำงานประจำ ซึ่งถ้าคิดเฉพาะภาระค่าเดินทางในวันทำงาน (หักวันหยุดประจำสัปดาห์+วันหยุดราชการ) ค่าโดยสารระหว่าง 16-42 บาทต่อเที่ยว ภาระค่าใช้จ่ายตลอด 1 ปี จะอยู่ที่ 7,712-20,244 บาท เมื่อลดเหลือ 20 บาท/เที่ยว ภาระรายปีสูงสุดจะลดลงจาก 20,244 บาท เหลือ 9,640 บาท ลดลง 10,604 บาท มากกว่าการแจกเงินจากดิจิทัลวอลเล็ตเสียอีก การคำนวณนี้คิดเฉพาะการเดินทางทอดเดียว สายเดียวเท่านั้
ไข่เจียว เวอร์ชั่น กรอบฟู เคล็ดลับมีอยู่นิดเดียว ไม่ต้องไปใส่แป้งอะไร ให้ยุ่งยาก อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ เจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหาร แม่บ้านทันสมัย ในฐานะกูรูด้านอาหาร แนะนำวิธีทำ ไข่เจียว ให้กรอบฟู เผื่อว่าร้านอาหารไหน จะลองไปทำขาย เป็นเมนูเรียกลูกค้าได้ ว่า การทำไข่เจียวให้กรอบฟูนั้น มีเคล็ดลับอยู่นิดเดียว ไม่ต้องไปใส่แป้งอะไรให้เมื่อยตุ้ม เริ่มต้นให้หากระชอนตาถี่ๆ มาเป็นอุปกรณ์ จากนั้นใส่น้ำมันครึ่งกระทะ เปิดไฟให้ร้อนจัด ควันขึ้น ตีไข่ให้ฟู 2 ฟองอย่างต่ำ ใส่เครื่องปรุงตามใจ แค่น้ำปลา กับพริกไทย 2 อย่าง ก็อร่อยแล้ว ไม่เอาน้ำมันหอย เพราะจะทำให้ไข่มีสีดำ เทไข่ลงไปในกระชอน ชูให้สูงจากกระทะประมาณ 1 ฟุต ส่ายให้ทั่ว จะได้ไข่เจียว ฟูกรอบ สมใจ แต่ตรงกลางให้โรยไข่มากๆ จะได้มีเนื้อไข่เจียวตรงกลาง ข้างๆ ฟูกรอบ ระหว่างทอดเมื่อได้ไข่ฟูกรอบแล้ว ให้หรี่ไฟเหลือไฟกลาง ไข่จะได้ไม่ไหม้และกรอบ ด้านล่างสุกกรอบดี ก็พลิกกลับทอดอีกด้านให้สุกกรอบเช่นกัน ค่อยช้อนขึ้นสะเด็ดน้ำมันใส่จานได้สวยงาม หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ.2565
สัปเหร่อ หนังไทบ้าน ความสำเร็จ 700 ล้าน ว่าด้วยเรื่องมีชีวิตเพื่อปัจจุบัน และความตายอันจีรังไม่แน่นอน เราตื่นเช้าในวันหยุด เช็กรอบหนัง #สัปเหร่อ จองออนไลน์ไว้ 1 ที่นั่ง ตอนนั้นยังโล่ง ทั้งแถว B มีแค่เราคนเดียวอยู่ตรงกลาง พอถึงเวลารอบหนังเราเข้าก่อนเวลาจะฉายราว 5 นาที เพื่ออยากเห็นว่าสิ่งที่เขาร่ำลือกันนั้นเป็นแบบไหน ใช่ แสงไฟในโรงยังไม่ดับเข้าโฆษณา คนจากทั่วสารทิศนั่งเตรียมตัวกันหมดแล้ว แม้แต่ข้างเราทั้ง 2 ฝั่งเหลือเพียงที่ว่างที่เดียวที่เราจองไว้ และตั้งแต่หนังฉายเริ่มด้วยความหวาดผวา ตามด้วยเสียงหัวเราะ แล้วจบด้วยเสียงสะอื้นไห้ในลำคอ ก็ทำให้เข้าใจว่าทำไม 700 ล้าน ของภาพยนตร์ สัปเหร่อ ไม่เกินความจริง เนื้อหาในบทความนี้มีการเผยแพร่เนื้อหาบางส่วนสำคัญของภาพยนตร์ สัปเหร่อ สัปเหร่อ สัปเหร่อ ผลงานกำกับโดย ต้องเต-ธิติ ศรีนวล ว่าด้วยเรื่องของ เจิด เด็กนิติศาสตร์จบใหม่ กลับบ้านเพื่อเตรียมตัวสอบเป็นทนายและต้องช่วยพ่อที่มีอาชีพเป็นสัปเหร่อ หลังอาการเจ็บป่วยของพ่อทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และแม้ว่าจะกลัวผีแต่ก็ยินดีที่จะช่วย นับตั้งแต่ขั้นตอนหลังเสียชีวิต พิธีกรรมต่างๆ พร้อมกับวิถีวัฒนธรรมทำ
เคยมืดแปดด้าน เริ่มต้นจากศูนย์ ทุกวันนี้ ปาท่องโก๋ สร้างรายได้ตะลึง ย้อนไปเมื่อราวต้นปี 2563 อาชีพนักบินประจำบริษัทการบินไทย มีอันต้องหยุดไว้แบบไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผลของการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่รอแล้วรอเล่า ผ่านไปเกินครึ่งปี ก็ยังไม่มีวี่แววจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงตัดสินใจขายปาท่องโก๋ หารายได้ไปพลางก่อน ดีกว่านั่งๆ นอนๆ ปล่อยเวลาให้ทิ้งไป “ไม่มีใครเห็นด้วยกับผมเลย เมียก็บอก นี่คุณ ปาท่องโก๋ ตัวละ 10 บาท อ๊ะ เต็มที่เลย ตัวละ 20 บาท ขณะที่คุณได้เงินเดือนตั้งหลายแสน ต้องขายปาท่องโก๋กี่ตัว ถึงจะได้เงินเท่ากับเงินเดือนที่เคยรับ แต่ผมไม่เลือกงาน ตอนนั้นให้ไปสมัครสายการบินอื่น ใครจะเอา” เจ้าของเรื่องราว เล่าออกรส ก่อนบอกต่อ “ตอนนั้นสถานการณ์โควิด ทำให้สายการบินปิดกันหมดเลย คนตกงานทั่วโลก จริงอยู่ปาท่องโก๋ ขายอย่างมากตัวละ 10-20 บาท แต่ทำได้เลย ลงทุนก็ไม่ได้เยอะแยะ ขายหน้าเฟซตัวเอง ขายหน้าร้านพี่สาว ไม่มีค่าเช่า เลยคิดว่าทำอันนี้แหละ ได้มากได้น้อยไม่รู้ ขอทำไว้ก่อน” อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ขายปาท่องโก๋ หลายคนอาจมองธรรมดา ถ้าจุดติด รายรับมากกว่า เงินเดือนนักบิน นับจากจุดเริ่มเป็นศูนย์ ปัจจุบัน
ได้ 3 สูตรนี้ไป เปิดร้านขายได้เลย! “น้ำผัดหมี่โคราช-น้ำส้มตำไทย-น้ำส้มตำปูปลาร้า” อาหารประจำชาติของเรา “ส้มตำ” มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คนอีสานทำตำส้ม คือ ตำของเปรี้ยว รวมไปถึงของฝาด ว่ากันว่าคนอีสานนั้นอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย หาลูกไม้ ใบไม้มาทำอาหารกินได้เกือบทุกชนิด ขนาดกล้วยตานี ซึ่งมีเมล็ดเยอะแยะ คนภาคไหนก็กินไม่ได้ ใช้แต่ใบกล้วยตานีมาห่อของ กับวิ่งหนีผีตานี แต่คนอีสานเอากล้วยตานีดิบลูกเล็กๆ เม็ดยังไม่แข็งมาฝานทำตำกล้วยได้ และยังลูกอื่นๆ อีกมากมายทั้งรสฝาด รสขม รสเปรี้ยว ตำได้หมด จากส้มตำพื้นบ้าน คนทุกภาคร่วมโหมโรงใส่ของเข้าไปสารพัด ทั้งหมูกรอบ ไข่เค็ม กุ้งสด ปูม้าดอง หอยแครงดิบ มีอะไรในตู้กับข้าวผสมใส่ได้หมด ปูเค็ม ปลาร้า ขนมจีน ลูกมะกอก ลูกมะยม กลายเป็นตำมั่ว ไปโคราชต้องได้กินผัดหมี่โคราช คล้ายผัดไทย แต่ไม่มีเต้าหู้ กุ้งแห้ง ไม่ใส่ไข่ ใส่ใบกุยช่าย กับถั่วงอกได้ เอาไว้กินกับส้มตำแทนข้าวเหนียว หมี่โคราช เริ่มต้นมาสมัยไหนไม่รู้ เส้นหมี่โคราช ก็คือเส้นเล็กทำจากแป้งข้าวเจ้า ทีเด็ดอยู่ที่น้ำปรุงรสหมี่โคราช คล้ายน้ำปรุงผัดไทย คือ หอมสับ กระเทียมสับ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก มีเต้าเจี
