SMEs
จากงานอดิเรก สู่ ร้านขาย กระเป๋าโครเชต์ งานถัก ที่สร้างรายได้กว่า หลักหมื่นต่อเดือน! บางทีอาชีพเสริม ก็อาจต่อยอดมาจากกิจกรรมที่ชอบทำ เฉกเช่นเดียวกับ คุณออย-อุบลรัตน์ พิศิษฐวานิช วัย 48 ปี ผู้ชื่นชอบการถัก โครเชต์ ในยามว่าง สู่ เจ้าของร้านกระเป๋างานถักโครเชต์ คุณออย เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เดิมทีงานหลักของเธอคือการเป็น แม่บ้าน เลี้ยงลูกดูแลบ้าน กระทั่งลูกๆ เติบโตพอที่จะใช้ชีวิตและดูแลตัวเองได้ ทำให้เธอเกิด เวลาว่าง จึงคิดหาอะไรแก้ว่าง จนมาจบลงที่ งานถักโครเชต์ ที่คุณออยหลงใหลมาตั้งแต่สมัยเรียน “ถักมาเรื่อยๆ อยู่แล้วค่ะ ถักเป็นของใช้ในบ้าน ถักเป็นเสื้อผ้า ถักกระเป๋าให้ลูกๆ ใส่ แล้วก็มีถักเสื้อผ้าใส่เองด้วย แล้วมีครั้งหนึ่งที่เราถักกระเป๋าใส่แมคบุ๊กให้ลูกสาวใช้ แล้วมีคนเห็น ลูกก็มาเล่าให้ฟังว่า คนถามกันใหญ่ว่าสวยจัง หาซื้อที่ไหน อยากได้บ้างนั่นนี่ ได้ฟังเราก็ดีใจนะ” “ตอนนั้นก็ทำเป็งานอดิเรกอยู่ จนหลายๆ คนเขาก็เชียร์ว่า ให้ถักขายเลย เราก็ยังไม่ทำอ่ะ เพราะเราทำตอนว่างๆ พอเกิดโควิด มันก็ทำให้เรามีเวลามากขึ้น ลูกสาวก็เชียร์ให้ลองเปิดร้านขาย โดยเขาก็สร้างพวก ไอจี
จบ ม.6 ไม่ได้เรียนทางด้านอาหาร กลับปลดหนี้ด้วย ‘ข้าวปั้นขาหมูเยอรมัน’ ร้านดังออนไลน์ กรอบนอก นุ่มใน น้ำจิ้มแซ่บ ผักดองหวานกรอบ เปิดสอนในหลักสูตร 12 เชฟ 12 เดือน ที่มติชนอคาเดมี เวลานึกถึงขาหมูเยอรมัน หลายคนมักนึกถึงโรงเบียร์หรือเรสเตอรองต์ระดับไฮคลาส ที่คุณจะหาเมนูพิเศษแบบนี้ทานได้ ในราคา 400-500 บาท บวกลบนิดหน่อย วันนี้เรามีทางเลือกให้คุณอร่อยได้ง่ายๆ สำหรับผู้หลงใหลในความกรอบนอกนุ่มในของขาหมูเยอรมัน ร้านนี้ติด 1 ใน 5 ร้านดังขาหมูเยอรมันที่ต้องตำให้ได้ การันตีว่าไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน สัมผัสถึงเทกซ์เจอร์ได้ตั้งแต่กัดคำแรก หนังกรอบกร๊วบจนแอบกินในห้องเรียนไม่ได้ ไม่แข็ง ไม่เหนียว ตามมาติดๆ ด้วยเนื้อของขาหน้าแสนนุ่ม ทานคู่กับน้ำจิ้มเข้ากันแบบเด็ดสุดๆ แกล้มด้วยผักดอกหวานกรอบ ที่ไม่เหมือนใคร คือ ร้านนี้ไม่มีหน้าร้าน สั่งได้ง่ายๆ ในเพจเฟซบุ๊ก ข้าวปั้นขาหมูเยอรมัน ขายตามออร์เดอร์ทั้งขาหมูเยอรมันแบบยังไม่ทอดและแบบทอดแล้ว ส่งตรงถึงหน้าบ้าน ทั้งสะดวกและอร่อยได้ที่บ้านเลย ที่สำคัญ ราคาไม่แรงจนเอื้อมไม่ถึง สนนราคาแบบยังไม่ทอดขาละ 180 บาท ถ้ารวมผักดองกับน้ำจิ้มด้วย ราคา 230 บาท ส่วนที่ทอดแล้ว ขา
บอกลาเวทีนางงาม เปิดร้าน ก๋วยเตี๋ยวไก่ 2 ปี คืนทุน ยอดขายปัง 5 หมื่น ต่อวัน “การเป็นดาราหรือนางงามที่ใช้ความสวยความงามทำมาหากิน ใช้ความสามารถก็จริง แต่มันมีระยะเวลาของการทำงานอยู่ ใช้ความสวย สักวันความสวยก็ลดลง ความสามารถของเราเท่าเดิมนะ แต่มีคนใหม่ๆ เข้ามาทั้งสวยและเด็กกว่าด้วยแทนที่ ย้ายกลับมาที่การทำธุรกิจเหนื่อยมาก เครียดมาก ความเสี่ยงสูง แต่ว่าได้เงินเยอะ แล้วมันสามารถกินได้ระยะยาว ถ้าเราไม่ลดคุณภาพใดๆ หากเป็นอย่างนี้สืบไป จะอยู่ได้ตลอดชั่วลูกชั่วหลาน” คำพูดอดีตนางงาม ที่เลือกเส้นทางการทำธุรกิจ ของ คุณปอไหม-รัตติกร มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2015 เจ้าของร้าน “เตี๋ยวไก่นางงาม” แม้ว่าเธอจะไม่มีความรู้ทางด้านธุรกิจ แต่เธอก็มุ่งมั่นให้ระยะเวลาพิสูจน์ความสำเร็จให้กับชีวิตของเธอเอง คุณปอไหม เล่าว่า แรงบันดาลใจของเธอ เกิดจากการที่เธอเคยเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีงานเล่นละคร ถ่ายแบบโชว์ตัวเข้ามา แต่รู้สึกว่ารายได้ไม่พอใช้ อีกทั้งยังไม่มั่นคงจึงมีความคิดอยากจะเข้าสู่การทำธุรกิจสักธุรกิจ ที่ต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย “แรงบันดาลใจเหรอคะ เกิดจากการใช้เงินไม่พอ (หัวเราะ) ตอนน
ต่อยอด พืชผลการเกษตร สู่ กล้วยเส้นทรงเครื่อง เงินแสน พร้อมลุยอาหรับ! กล้วยเส้นทรงเครื่อง Nawati เกิดจากการรวมกลุ่มแม่บ้าน จากจังหวัดปัตตานี ที่ต้องการจะหารายได้เสริมช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง โดยได้ลองทำมาแล้วหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็จบตรงที่กล้วย เพราะในพื้นที่มีวัตถุดิบอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในพื้นที่ และนำมาแปรรูปขายได้ง่าย ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ กล้วยเส้นทรงเครื่อง ที่รสชาติอร่อย แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร สามารถตีตลาดเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม คุณอารีสุต เพ็งมูซอ สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านกล้วย ผลิตและจำหน่าย กล้วยเส้นทรงเครื่อง แบรนด์ Nawati เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ กล้วยเส้นทรงเครื่อง อย่างทุกวันนี้ ในตอนเริ่มต้น กลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ซึ่งทำอาชีพเป็นแม่บ้านทั้งหมด โดยได้ช่วยกันระดมความคิดในการหาอาชีพเสริม เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์แรกเริ่มของกลุ่ม เป็นการทำขนมดอกจอก ปุยฝ้าย ฯลฯ ขาย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จากนั้นจึงเกิดแนวความคิดนำของใกล้ตัวมาเพิ่มมูลค่า ซึ่ง กล้วย และ เผือ
อดีตหนุ่มแบงก์ ต่อยอด สวนมะขาม สู่ อาณาจักรมะขามแปรรูป ครบทั้งของกิน-เครื่องสำอาง-กระเป๋า สร้างรายได้งาม หาก พูดถึง มะขาม ใครๆ ก็นึกถึง มะขามหวานเพชรบูรณ์ เพราะเป็นมะขามที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ คือ เปลือกเนียน เนื้อหนา เหนียวนุ่ม สีสวยสม่ำเสมอ แถมรสชาติหวานหอมกินเพลิน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการปลูกในพื้นที่ที่มีธาตุอาหารสูง ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของดินและอากาศที่ดี ในจังหวัดเพชรบูรณ์นั่นเอง ไนน์ แทมมะรินด์ เป็นแบรนด์ไทยที่หยิบยกเอาของดีประจำจังหวัดอย่าง มะขาม มาต่อยอดพลิกวิกฤต มะขามเพชรบูรณ์ ที่ผลผลิตได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดนพ่อค้าคนกลางยกเลิกออร์เดอร์กดราคามะขามในบ่อยครั้ง สู่ธุรกิจแปรรูปมะขามแบบครบวงจร เพิ่มมูลค่า ฉีกความจำเจในการรับประทานมะขามแบบเดิมๆ สร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค คุณบอย-ชัยวัฒน์ ศรีเทศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนน์ แทมมะรินด์ เล่าถึงที่มาของธุรกิจมะขามอบแห้ง ให้ฟังว่า เดิมตัวเองเคยเป็นพนักงานธนาคารมากว่า 20 ปี และครอบครัวทำสวนมะขามที่เพชรบูรณ์ จึงมีความรู้เกี่ยวกับมะขามเป็นอย่างดี โดยมะขามเพชรบูรณ์จะมีผลผลิตปีละ1 ครั้ง ในช่วงเดือนธันวาคม ถึงมีนาคม และถ้าผลผลิ
จากร้านอาหาร ต่อยอด เปิด ร้านกาแฟ The Summer Coffee Company ทำเอง คั่วเอง แลนด์มาร์ก อยุธยา ใครไปใครมาก็ต้องแวะ! เป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้ว ที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อหลายๆ อย่าง รวมถึงภาคธุรกิจ ที่ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ เรียกว่าได้รับผลกระทบกันทั้งสิ้น แต่ก็มีธุรกิจอีกไม่น้อย ที่เติบโตได้ ซึ่ง The Summer Coffee Company เอง ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ยังไปได้สวยแม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น คุณโน๊ต-ชุติมา อนันรยา Co-founder ร้าน The Summer Coffee Company วัย 33 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำร้านกาแฟ แรกเริ่มเดิมทีธุรกิจตั้งต้นก็คือ ร้านอาหาร ที่สร้างขึ้นบนบ้านพักตากอากาศในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้ชื่อว่า The Summer House ซึ่งเปิดมาได้ 5 ปีแล้ว กระทั่ง 2-3 ปีให้หลังจากที่ทำร้านอาหาร คุณโน๊ตเริ่มมีความสนใจในเรื่องของกาแฟและการทำโรงคั่ว จึงมีการศึกษาหาข้อมูล โดยตั้งทีมขึ้นมาอย่างจริงจัง และมีการติดต่อรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรโดยตรง จนไปเจอกับเมล็ดพันธุ์กาแฟดีๆ มากมาย จึงตัดสินใจเปิด The Summer Coffee Company ขึ้น เพื่อนำมาคั่วและผลิตส่งเข้าร้าน รวมถึงผลิตป้อนร
“ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” สินค้าโฮมเมดจากสมุนไพร แค่ชื่อก็กินขาด แถมใช้ดีจนคนยอมรอซื้อกันข้ามเดือน! ยาหม่อง ถือเป็นยาสามัญประจำบ้านของชาวไทย ที่ทำมาจากสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ ลักษณะเป็นขี้ผึ้งเนื้อเหลวอ่อน กลิ่นหอม สรรพคุณหลากหลาย ทั้งใช้ทา ถู นวด บรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย หน้ามืดวิงเวียน คัดจมูกเนื่องจากหวัด หน้ามืดตาลาย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ฟกช้ำดำเขียว และอื่นๆ อีกมากมาย ในเมืองไทยมีผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้หลากหลาย มีตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่แบรนด์ดังคุ้นหูที่จำหน่ายทั่วประเทศ ไปจนถึงผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย ซึ่ง “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” ก็เป็นยาหม่องอีกแบรนด์ที่ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต วัย 54 ปี และ น้องดรีม-ชัสมา ไตรสุริยธรรมา วัย 22 ปี ได้ผลิตออกมาจำหน่าย ทั้งคู่ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงที่มาที่ไปของแบรนด์ยาหม่องชื่อเก๋นี้ว่า ก่อนที่สองป้าหลานจะมาทำธุรกิจยาหม่องร่วมกันนั้น ป้าจิบเป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา ส่วนน้องดรีมที่เป็นลูกหลานก็กำลังเรียนอยู่ “ตอนนั้นป้าจิบเป
อายุน้อย ร้อยอาชีพ สู่ เจ้าของ ข้าวซอยสุดป๊อป เชียงใหม่ ใครๆ ก็ต่อคิวกิน หากพูดถึง เชียงใหม่ นอกจากอากาศเย็นสบายเหมาะกับการไปเที่ยวพักผ่อนแล้ว ร้านของกินเจ้าอร่อย ก็มีให้ไปตะลุยกินกันเพียบ โดยเฉพาะ ร้าน Khao-Sō-I (ข้าว-โซ-อิ) ร้านข้าวซอยพรีเมียมเจ้าดังที่ฮอตฮิตมาอย่างต่อเนื่องปีกว่าแล้ว! คุณวิน ศรีนวกุล วัย 35 ปี เจ้าของร้าน และผู้ก่อตั้ง Khao-Sō-I (ข้าว-โซ-อิ) ร้านข้าวซอยเจ้าดัง บนถนนเจริญราษฎร์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณวิน เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ร้าน Khao-Sō-I (ข้าว-โซ-อิ) เปิดมาได้ 1 ปีกว่าแล้ว โดยได้รับความนิยม ไม่ใช่แค่เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ แต่คนรุ่นใหม่ทั้งไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ พากันปักหมุดตามมาลิ้มชิมรสกัน “ผมเรียนจบทางด้านไฟแนนซ์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส ที่อเมริกา แล้วเคยทำพาร์ตไทม์เป็น ซูชิเชฟ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งด้วย พอเรียนจบก็กลับมาไทย ก็มาทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนลาออกไปทำงานอีกหลายสายหลายแห่งเพื่อเป็นประสบการณ์ให้ตัวเอง ทั้งพนักงานเสิร์ฟ พนักงานที่ตู้คอนเทนเนอร์ที่ลาดกระบัง ผู้จัดการที่แหลมกระบัง ครูสอนภาษาอังกฤษ วิทยากร แล้วพอมีเงินก็มาทำ
รวมที่สุดแห่งความประทับใจ ไปกับ แรลลี่เส้นทางเศรษฐีสัญจร เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 7 ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับกิจกรรมดีๆ ที่จัดต่องเนื่องเป็นปีที่ 7 แรลลี่เส้นทางเศรษฐีสัญจร กรุงเทพฯ-พัทยา ซึ่งเริ่มต้นกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2566 โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมแรลลี่กว่า 30 คัน ทยอยเดินทางมายังจุดลงทะเบียน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและเป็นกันเอง เพื่อนัดแนะการทำกิจกรรม พร้อมรับประทานอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หมูปิ้งเฮียนพ ฮ่องเต้ กุยช่ายบางกรอบ Snack box จาก S&P จบด้วยกาแฟหอมๆ และชาไทย จาก All Cafe เมื่อถึงเวลาปล่อยตัว คณะแรลลี่เดินทางจุดนัดพบแรก มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท กม.145 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความน่ารักสดใสของน้องๆ ในมูลนิธิกว่า 650 ชีวิตมาคอยต้อนรับ พร้อมขับร้องบทเพลงขวานบิ่น เพลงกำลังใจ และเพลงแค่หลับตา จากนั้น คุณพ่อสุขุม ธนะสิงห์ ประธานมูลนิธิคุณพ่อเรย์ ได้กล่าวต้อนรับว่า “ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่เราสร้างมูลนิธินี้ขึ้นมา เราหาทุนให้น้องๆ ได้เรียนหน
อดีตพยาบาล ป่วยหนัก เลือกลาออก มาทำ “ตรีผลา เฮิร์บเบลล่า” น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เพราะป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ทำให้คุณแม่ อย่าง คุณฐิติวัลคุ์ โยธาวัง ต้องสูญเสียลูกน้อยไปถึงสองครั้งสองครา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอหมดหวังในการมีลูก กระทั่งเมื่อได้มีทายาทสมใจ เธอก็ต้องแบกรับความเจ็บป่วยจนต้องนอนห้องไอซียูอยู่เป็นเดือน ทำให้คุณฐิติวัลคุ์ต้องลาออกจากงานพยาบาลมารักษาตัว จนได้มาค้นพบคุณประโยชน์ของผลไม้ป่า อย่าง ตรีผลา จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มค้นคว้าและคิดนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ปรับปรุงสูตรจนสำเร็จออกมาเป็น ตรีผลา เฮิร์บเบลล่า ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร 3 ชนิด คุณฐิติวัลคุ์ โยธาวัง เจ้าของผลิตภัณฑ์ ตรีผลา เฮิร์บเบลล่า เล่าว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว เธอทำอาชีพเป็นพยาบาล และโดยส่วนตัวก็ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย หรือ โรคโลหิตจาง ที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้มีลูกยาก เมื่อตั้งครรภ์ 2 ครั้ง ก็ตกเลือดเสียลูกไปทั้ง 2 ครั้ง “พอตั้งครรภ์ครั้งที่ 3 คลอดน้องออกมาปลอดภัย แต่ตัวพี่เองป่วยหนักมากจนต้องนอนห้องไอซียูนานเป็นเดือน พอดีขึ้น ได้ออกจากโรงพยาบาล ก็ตัดสินใจไปลาออกจากงาน
