SMEs
คริสต์มาส ไม่ต้องคิดมาก ทุกอย่างเช่าได้ เฉลิมฉลองยุคข้าวยากหมากแพง ธันวาคม เป็นเดือนแห่งเทศกาลรื่นเริง ตั้งแต่ “คริสต์มาส” ต่อเนื่องไปถึงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของผู้คนทั่วโลก แต่ความสุขในช่วงเทศกาลปลายปีนี้อาจจะไม่เต็มที่นัก เพราะสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง จะควักจ่ายแต่ละทีก็คิดแล้วคิดอีก เดอะ การ์เดี้ยน หยิบยกเรื่องราวของภาคธุรกิจในอังกฤษ ที่มีไอเดียเหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองคริสต์มาส ในช่วงข้าวยากหมากแพง แทนที่จะซื้อต้นคริสต์มาสหรือเสื้อผ้าธีมซานตาคลอสที่ใช้งานได้ปีละครั้ง รวมถึงของเล่นที่นานๆ เจ้าตัวเล็กจะหยิบมาเล่นสักครั้ง ก็หันมาใช้บริการเช่าสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ต้นคริสต์มาส เสื้อผ้า ไปจนถึงของเล่น ซึ่งก็ทำให้มีความสุขได้แบบประหยัด แถมไม่เพิ่มขยะทำร้ายโลกอีกด้วย “เวอร์ลี” (Whirli) บริษัทให้เช่าของเล่น เป็นตัวอย่างของทางเลือกใหม่ในการหาของเล่นให้เด็กๆ แบบไม่เปลืองเงินทอง เพราะเด็กๆ มักตื่นเต้นตอนแกะของขวัญ และอาจหมดความสนใจของเล่นที่ได้รับในเวลาเพียงไม่นาน ข้อมูลของมูลนิธิบริติช ฮาร์ต ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วเด็กๆ มักจะหมดความสนใจของเล่นที่ได้รับภายใ
หยิบ เปลือกมะนาวเหลือทิ้ง มาทำ น้ำหอมจากน้ำมันเปลือกมะนาว แก้ปัญหาราคาตก-ผลผลิตล้นตลาด ขับเคลื่อน BCG Economy Model กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย นางศิรินันท์ ทับทิมเทศ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) ดร.ขนิษฐา ชวนะนรเศรษฐ์ นักวิจัย ศนส. และทีมงานวิจัย ประสบผลสำเร็จในการปรุงน้ำหอมจากน้ำมันเปลือกมะนาวเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมะนาว ภายใต้กลิ่น Cool 3 ซึ่ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เลมอนโกลด์ (แอล.เอ็ม.จี) จังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการด้านการผลิตน้ำมะนาวแช่แข็งและน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกมะนาว ได้มอบโจทย์การผลิตให้ ศนส. วว. โดยให้มีองค์ประกอบหลักของน้ำหอมที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี 3 ประการ ได้แก่ 1) มะนาว 2) น้ำตาลโตนด และ 3) น้ำทะเล ทั้งนี้ น้ำหอมจากน้ำมันเปลือกมะนาวเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมะนาว ที่ วว. ปรุงสำเร็จนั้น มีองค์ประกอบของสารสกัดขนแพะที่ช่วยทำให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานและมีความหอมซับซ้อน โดยได้รับการยอมรับและถูกนำเสนอให้เป็นผลงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งที่เติมเต็ม
ไอเดียจากจีน แต่ฮิตที่ไทย! “สุกี้จินดา” ร้านอาหารของอดีตมัคคุเทศก์ ที่ตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบ ราคาเริ่มต้นไม้ละ 5 บาท สร้างรายได้เดือนละ 6 หลัก อยากทานน้ำซุปหม่าล่า สูตรจีนแท้ๆ ไม่ต้องบินไกลถึงประเทศจีน เพราะมีเสิร์ฟที่ไทยมานานกว่า 3 ปี ในร้าน “สุกี้จินดา” ที่เริ่มต้นโดย คุณดา-นพรดา วาวีเจริญสิน อดีตมัคคุเทศก์นำเที่ยว เจอวิกฤตโควิดเล่นงานจนกรุ๊ปทัวร์หาย ต้องเริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยร้านสุกี้หม่าล่าสายพานร่วมกับพี่น้อง โดยนำชื่อพี่สาวมาตั้งชื่อร้าน เพราะในภาษาจีน คำว่า จิน แปลว่า ทอง เสน่ห์ของร้านสุกี้จินดาที่ทำให้ลูกค้าแวะมากินไม่ขาดสาย และยอมต่อคิวยาว นอกจากน้ำซุปตำรับจีนแท้ๆ มีให้เลือกสั่งถึง 7 รสชาติแล้ว ยังมีเมนูให้เลือกทานมากถึง 50 รายการ ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นไม้ละ 5 บาท อีกทั้งน้ำจิ้มกับน้ำซุปก็เติมได้ไม่อั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น ย้อนไปเมื่อ 7 ปีก่อน คุณดาเคยทำงานเป็นมัคคุเทศก์นำนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ทว่าเกิดโควิดระบาด ส่งผลให้กรุ๊ปทัวร์หาย ทำให้เธอต้องหันหลังกลับต่างจังหวัดและคิดหาอาชีพใหม่ โดยนึกได้ว่า เคยเห็นร้านสุกี้หม่าล่าสายพานที่ประเทศจีน ซึ่งร้า
‘บอย ยัมมี่เฮาส์’ บุกเวที ‘SMEs Hero Fest’ บอกเล่าเรื่องราว จากผู้ชายไม่ดื่ม สู่ฟันเฟืองขับเคลื่อนกระแสคราฟต์เบียร์ไทย “ในอนาคตผมมองว่า เราจะมีคราฟต์เบียร์ไทยรสชาติใหม่ๆ ผลิตออกมาเพิ่มขึ้น และมีพื้นที่ให้คนได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป รวมถึงสามารถผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไปในทุกกระบวนการผลิต จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า คราฟต์เบียร์ฝีมือคนไทย ได้อย่างภาคภูมิใจ” นี่คือประโยคหนึ่งที่ เอนก มงคลวุฒิเดช หรือชื่อเรียกขานในแวดวงคนรักคราฟต์เบียร์ไทยว่า ‘บอย ยัมมี่เฮาส์’ ที่มาบอกเล่าในงาน ‘SMEs Hero Fest’ จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์-เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2565 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ต้องการเข้าสู่วงการคราฟต์เบียร์ และเพื่อเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนให้คราฟต์เบียร์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับทั่วโลก จากคนไม่ดื่มเบียร์ แต่ต้องผันตัวเป็นคนขายเบียร์ บอย ยัมมี่เฮาส์ เล่าย้อนไปในอดีตว่า แต่ก่อนเป็นคนปฏิเสธของมึนเมา และกลุ่มเพื่อนรอบตัวก็ไม่มีใครเป็นสายดื่มเลย ต่อมาได้นัดรวมกลุ่มเพื่อนเก่ามาสังสรรค์กัน แต่ปรากฏกลุ่มเพื่อนที่มาไม่มีใ
บอนไซ ปลูกยากแต่ดูแลไม่ยาก ยิ่งนาน ราคายิ่งสูง ไม่ต้องห่วงจะขาดทุน บอนไซ ในที่นี้หมายถึง การปลูกต้นไม้แบบควบคุมและบังคับไม่ให้ต้นไม้ได้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น นำต้นโพธิ์มาปลูกในกระถาง ถ้าปล่อยให้ต้นโพธิ์เติบโตได้ตามธรรมชาติก็จะต้องมีลำต้นสูงกว่า 10 เมตร แต่คนปลูกสามารถทำให้ต้นโพธิ์สูงไม่ถึงเมตร อีกทั้งยังมีทรวดทรงสวยงามอีกต่างหาก ตอนที่ผมได้ไปเที่ยวชมงานบ้านและสวน ซึ่งจัดที่ไบเทค บางนา ได้ไปเห็นต้นโพธิ์ที่ว่านี้ คุณบุญส่ง ยังประเสริฐ บอกว่า ต้นที่เห็นราคา 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท) มีคนจองแล้ว หลังงานต้องยกไปให้ถึงที่ โดยค่าขนส่งผู้ซื้อเป็นคนออก บอนไซ เป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมนำไปตกแต่งบ้านของคนมีสตางค์ คือ คนรวยนั่นแหละ คนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นมะม่วงหรือต้นไม้ผลอื่นๆ ในบริเวณบ้าน มากกว่าต้นบอนไซ เพราะมีราคาถูกกว่า ภัตตาคารจีนก็นิยมนำต้นบอนไซไปประดับร้าน บอนไซ ปลูกยากแต่ดูแลไม่ยาก ให้ถูกแดดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ก็พอ และไม่ต้องรดน้ำทุกวัน ต้นก็ไม่ตาย ที่ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับบอนไซข้างต้น ผมไม่ได้รู้เอง คุณบุญส่งเจ้าของสวนบอนไซบอกให้รู้ คุณบุญส่ง ยังบอกต่อว่า ถ้าอยากดูต
ไลฟ์ขายของ ทำไม่เป็น เขินอาย ไม่ใช่ข้ออ้าง โลกโซเชียลโหดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ในงาน SMEs Hero Fest ช่วง SMEs Hero Talk ไฮไลต์ของวัน ภายใต้หัวข้อ TikTok ช่องทางการขายทรงพลัง ที่คนค้าขายต้องรู้ โดย ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจ การตลาดดิจิทัล กล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนที่ผู้ประกอบการจะเลือกใช้แพลตฟอร์มอะไรก็แล้วแต่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าของเราคือใคร และจะใช้แพลตฟอร์มนั้นด้วยวัตถุประสงค์อะไร “เครื่องมือสำคัญตอนนี้ ไม่ว่าจะเลือกใช้กับแพลตฟอร์มไหน ก็คือ ชอร์ตวิดีโอ แต่หลายคนอาจบอก ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะถ่ายยังไง ก็เขิน ก็อาย จึงอยากแนะนำว่า ทุกวันนี้มีแอพ ที่ทำให้ภาพนิ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ ในราคาประมาณ 10-15 เหรียญสหรัฐ เมื่อก่อนถ้าอยากทำคลิปต้องจ้างคนทำในราคาแพงมาก แต่ยุคนี้ซื้อแอพทีเดียวจบ” ดร.ไอซ์ บอกอย่างนั้น และว่า ปัจจุบัน การไลฟ์ในรูปแบบต่างๆ แพร่หลาย การที่จะบอก ทำไม่เป็น อายุมาก ไม่ใช่ข้ออ้างอีกต่อไปแล้ว ถ้าใครมีโอกาสไปดูของที่ประเทศจีน จะเห็นว่าพวกเขาไลฟ์กันแบบจริงจังมาก “โอกาสมีแวด
ฮือฮา “ผัวสี่ บะหมี่เสียว” ส่งต่ออาชีพให้คนสนใจ ย่างให้ ชวนคนดังร่วมหุ้น เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ในงาน SMEs Hero Fest ช่วง SMEs Hero Talk ไฮไลต์ของวัน ภายใต้หัวข้อ “เรียนรู้ความล้มเหลว ข้อผิดพลาด เริ่มจากติดลบ 10 ล้าน สู่ 400 สาขา” ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงของ คุณมณฑล ทองคำ เจ้าของกิจการ “ย่างให้” หมูกระทะพร้อมทานชื่อดัง คุณมณฑล เล่าให้ฟังถึงความเป็นมากว่าจะมีวันนี้ ว่า ก่อนหน้านี้เคยหลงผิดไปพัวพันกับการพนัน จนธุรกิจหลายอย่างที่ทำอยู่ล้มละลาย เป็นหนี้เป็นสินอีกกว่า 6 ล้านบาท หมดตัวไร้หนทาง เคยคิดฆ่าตัวตาย ช่วงกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดจังหวัดสระบุรี มีแม่ และตา-ยาย คอยดูแล กระทั่งทราบว่าตัวเองกำลังจะมีลูกกับผู้หญิงคนหนึ่ง เลยตั้งสติ ลุกขึ้นมาหาความรู้ในโทรศัพท์ คิดทำธุรกิจอะไรขึ้นมาสักอย่าง กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านขายหมูกระทะย่างพร้อมทาน ที่หน้าบ้านตัวเอง เพราะเป็นคนชอบกินหมูกระทะแกล้มเบียร์อยู่แล้ว ประกอบกับเห็นว่ามีคนชอบทานกันมาก แต่มักขี้เกียจย่างเอง เพราะทำให้ผมเหม็น เลยคิดทำหมูกระทะ แบบที่คนทานไม่ต้องย่างเองออกมาซะเลย “ร้านแรกใช้เงินประมาณ 7,000 บ
คาถาผู้ประกอบการ ตั้งใจ อดทน ทำดีที่สุด ดราม่า ถ้าไม่จริง ก็ปล่อยผ่าน วันที่ 11 ธ.ค. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ในงาน SMEs Hero Fest ช่วง SMEs Hero Talk ไฮไลต์ของวัน ภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัส 2 ร้านดัง เจมส์ บูลองเจอรี x คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ขายอย่างไรให้คิวแน่นตลอดปี” โดย เชฟเจมส์-พชร เถกิงเกียรติ ฉายา “เทพครัวซองต์” ในฐานะเจ้าของกิจการ เจมส์ บูลองเจอรี ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสชื่อดัง โดยเฉพาะ ครัวซองต์ ผลงานเด่นของเขานั้น เคยสร้างปรากฏการณ์ คิวแน่นเอี๊ยดตั้งแต่เช้ามืด ขายดีจนร้านแตก มาแล้ว กล่าวตอนหนึ่งว่า เปิดร้านสาขาแรกได้ 2 เดือน ก็เจอโควิดเลย ตอนนั้นลงทุนเกือบหมดหน้าตักไปแล้ว ช่วงแรกๆ ทำออกมาร้อยชิ้นวันหนึ่งยังขายไม่หมด แต่พอมีรายการมาถ่ายทำ มีบล็อกเกอร์มารีวิว หลังจากนั้นอาทิตย์เดียวร้านแตกเลย จึงพลิกวิกฤตโควิดให้เป็นโอกาส ยกเลิกการนั่งทานที่ร้าน และรับสินค้าแบบไดรฟ์ทรู กระทั่งกลายเป็นไวรัลดังในโลกโซเชียล “จุดเปลี่ยนของร้าน น่าจะมาจากการรีวิว ประกอบกับคนไม่เคยเห็นครัวซองต์ ที่หน้าตาเปลี่ยนไป เห็นแล้วอยากซื้อ ลูกค้าซื้อฝากต่อๆ กัน ส่วนราคาขาย ยอมรับว่ามีคนบ่นเยอะว่าราคาสูง แต่ต้องบอกว่า
บ้าบิ่น คู่แข่งเยอะ แต่ของกินยังขายได้ ใครสนใจ “สมดุ๋ย” มีแป้งสำเร็จให้ลอง คุณดุ๋ย-สิรภพ โพธิ์เย็น เจ้าของกิจการ “บ้าบิ่นสมดุ๋ย” วัยยี่สิบเศษ ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ระหว่างมาร่วมออกบู๊ธในงาน SMEs Hero Fest ที่ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ว่า แต่เดิมขายขนมไทยมาก่อน กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แตกไลน์มาขายขนมบ้าบิ่น ช่วงที่ขนมบ้าบิ่นมีกระแสบูมๆ ขายดีมาก แต่ช่วงนี้ยอมรับว่าค่อนข้างซาลงบ้าง อาจเพราะมีคนทำขายกันหลายเจ้ามาก เขาจึงต้องปรับตัวจากขายแค่หน้าร้าน มาขายส่ง “แป้งขนมบ้าบิ่น” เป็นแป้งข้าวเหนียวล้วนๆ ปรุงรสชาติได้หวานหอมกลมกล่อม ให้กับผู้สนใจไปทำขายบ้าง โดยแป้ง 1 ถุง มีน้ำหนัก 8 กิโลกรัม ขายราคา 1,000 บาท ส่วนมะพร้าว ลูกค้าอาจไปซื้อหาเอง หรือถ้าอยากให้ทางร้านติดต่อซื้อเนื้อมะพร้าวกับชาวสวนโดยตรงก็ได้ เป็นมะพร้าวคัดเนื้อชั้นครึ่งถึง 2 ชั้น จากสวน อ.สามพราน จ.นครปฐม และ อ.บ้านแพ้ว จ.ราชบุรี กิโลละประมาณ 130 บาท ซึ่งแป้งบ้าบิ่น 1 ถุง 8 กิโลกรัม นั้น ทำขนมบ้าบิ่นขายได้ 70 แผ่น ขายแผ่นละ 65 บาท (ตัดได้ 9 ชิ้นเล็ก) ทั้งนี้ แป้งที่นำมาผสมกับเนื้อมะพร้าว
ครอฟเฟิล ธุรกิจลงทุนน้อย ตอบโจทย์คนเรียน นำไปต่อยอดเวิร์ก! คุณบีเค วัย 28 ปี หนึ่งในผู้ที่ร่วม Workshop ครอฟเฟิล เมนูฮิต ลงทุนไม่เยอะ ทำขายไม่ยาก มือใหม่ทำได้แน่นอน กับ คุณณัฐ-ณัฐชา ปัทธิสามะ กล่าวว่า ปกติเธอทำซอฟต์คุกกี้ขายเด็กๆ อยู่แล้วแต่เริ่มเห็นว่าเด็กๆ เริ่มเบื่อ จึงอยากหาขนมอย่างอื่นมาขายเพิ่มเติม ซึ่ง ครอฟเฟิล ก็มาแรงมาก ในช่วงที่ผ่านมาและก็ยังได้รับความนิยมอยู่ อีกทั้งเป็นขนมที่อบออกมาแล้ว สามารถส่งจากที่ไกลๆ อย่าง พุทธมณฑล สาย 3 มา มาบุญครองได้ ขนมยังไม่แห้งหรือหมดความอร่อย ซึ่งเป็นขนมที่ตอบโจทย์มาก เมื่อมาเรียนกับคุณณัฐ ที่ทำครอฟเฟิลขายจริงๆ ก็ได้ความรู้กลับไปมากมาย ทั้งการเลือกแป้ง การแต่งหน้าครอฟเฟิล การคิดต้นทุน การทำการตลาด จึงถือเป็นคอร์สที่ตอบโจทย์ความต้องการเป็นอย่างมาก
