SMEs
ไก่ย่างยอดกตัญญู ของทหารชั้นผู้น้อย ขายดีวันละ 100 กว่าโล “ผมยังไม่ได้รวยนะครับ แค่มีรายได้เพิ่ม พอรอดไปวันๆ” สิบเอกปิยะ ศรีสัมพันธุ์ วัย 26 ปีเศษ ออกตัวเขินๆ เมื่อทราบว่า เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อยากขอสัมภาษณ์เรื่องราว หมู่ยะ ไก่ย่าง กิจการของเขา ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น พื้นเพเป็นคนสุพรรณบุรี สมัครเข้ารับราชการทหารตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยย้ายมาอยู่จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันประจำกอง ร.9 พัน.1 ส่วนความเป็นมาของกิจการ หมู่ยะ ไก่ย่าง ที่กำลังไปได้ด้วยดี สิบเอกปิยะ ที่อนุญาตให้เรียกแบบกันเองว่า หมู่ยะ ย้อนความเป็นมาให้ฟัง เดิมพ่อ-แม่ อยู่ที่สุพรรณบุรี แต่มีปัญหาเรื่องหนี้สินมากพอสมควร เลยชวนให้ท่านมาอยู่ด้วยกันที่เมืองกาญจน์ เพราะเขามีบ้านพักข้าราชการ “ตอนนั้นรู้สึกสงสารแม่ เห็นแม่หน้าดำคร่ำเครียด ไปรับจ้างวันละ 300 ต้องผ่อนหนี้เยอะแยะ เลยนอนคิดทำยังไงจะช่วยแม่ได้ คิดอย่างเดียวเราต้องรอด” หมู่ยะ เล่าจริงจัง เมื่อพ่อ-แม่มาพักอยู่ด้วย ลูกชายคนเดียวของบ้าน จึงชวนกันทำมาค้าขาย เริ่มจากเปิดแผงขายกับข้าวในตลาด เพราะแม่ของเขามีฝีมือทำอาหารเป็นทุนอยู่แล้ว แต่มาเจอโควิดระลอ
ถูกใจสายแซ่บ! แม่ค้ามะม่วงน้ำปลาหวาน ผุด บุฟเฟ่ต์ผลไม้ 50 บาท ขายพีกสุด 3 วัน 1 พันแก้ว แม้อาชีพที่ทำอยู่ จะมีเพื่อนร่วมอาชีพมากมาย แต่หากเราคิดทำต่างเพียงเล็กน้อย ก็กลายเป็นจุดขายที่ทำให้เราเด่นกว่าได้ เช่นเดียวกันกับ คุณเนเน่-อาริษา วระภักดี วัย 29 ปี เจ้าของร้าน เนเน่ บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ที่ใช้เวลาคิดเตรียมตัวเพียง 2 วัน ก็เปิดร้านขึ้นมาเลย แถมขายราคา 50 บาท แต่ตักได้ไม่อั้น มีน้ำจิ้มให้เลือกจิ้มหลากหลาย ทำให้ขายดิบขายดี พีกสุดๆ 3 วัน 1 พันแก้วเลยทีเดียว! โดยคุณเนเน่ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนจะมาเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เธอเป็นแม่ค้าขายมะม่วงน้ำปลาหวานมาก่อน โดยเอกลักษณ์ของเธอคือ มีเครื่องจิ้มมะม่วงน้ำปลาหวานให้ลูกค้าได้เลือกจิ้มถึง 7 อย่าง ทำมาได้สักพัก ลูกค้าเริ่มแสวงหาความแปลกใหม่ ถามหาผลไม้อื่นๆ นอกเหนือจากที่ขายอยู่ จึงเป็นไอเดียจุดประกายให้คุณเนเน่คิดต่อยอดธุรกิจนั่นเอง “เมื่อก่อนขายมะม่วงน้ำปลาหวานค่ะ ร้านเราก็จะมีน้ำจิ้มให้ลูกค้าเลือกเยอะ ขายไปขายมา ลูกค้าก็ถามหาของดองบ้าง ผลไม้อันนั้น ผลไม้อันนี้บ้าง ก็เลยมานั่งคิดว่า เราลองเปลี่ยนแนวการขายดีไหม ก็นั่งคิด แล้วบั
เอี๊ยะแซ ร้านขายยาร้อยปี เจน 4 ผุดไอเดีย แปลงร่าง น้ำเก๊กฮวยตู้แช่ ใส่ซอง อัดเม็ด การยืนระยะได้ยาวนานนับร้อยปี ของ เอี๊ยะแซ ร้านขายยาเก่าแก่ย่านตลาดน้อย ถนนเจริญกรุง ซึ่งปัจจุบันมีทายาทรุ่นที่ 4 เข้ามาสืบทอดแล้วนั้น นับเป็นเรื่องน่าศึกษาสำหรับผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ที่ตั้งใจอยากนำพากิจการของตัวเอง ให้เจริญเติบโตได้ยาวนานและยั่งยืน คุณแตงโม-นพรัตน์ เฉลิมชัยกิจ ทายาทรุ่นที่ 4 ร้านขายยา เอี๊ยะแซ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูล เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง เริ่มต้นว่า ทวดของเธอ มีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นทุน ถ่อเรือจากเมืองจีน ก่อนมาเปิดร้านขายยาครั้งแรก ที่จังหวัดชลบุรี จากนั้นอากง (ลูกของทวด-ปู่ของเธอ) เวลานั้นอายุ 10 กว่าขวบ ตามมาสมทบ เมื่อมีวิชาสมุนไพรพอตัว จึงขอทุนจากทวด มาเปิดร้านยาที่ตลาดน้อย ซึ่งก็คือ ร้านเอี๊ยะแซ ในปัจจุบัน ส่วน ป๊าของเธอ เป็นลูกชายคนโตของอากง ได้รับการถ่ายทอดวิชาสมุนไพรจีนมาสะสมไว้พอตัว ก่อนจะไปเรียนต่อเป็นวิชายาแผนโบราณของไทย เพื่อให้มีใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ร้านดำเนินกิจการต่อมา ส่วนน้องชายคนถัดจากเธอ เรียนทางด้านแพทย์แผนจีน ขณะที่ตัวเธอเอง
ขออินเทรนด์หน่อย! ร้านขนมหวาน ผุดไอเดีย วุ้นกะทิชุดไหว้เจ้า ขนมาทั้งหมูทั้งไก่ ตอบโจทย์ ของแพง-รับเทศกาลตรุษจีน ราคาข้าวของปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หมู ไก่ ไข่ ยิ่งกว่าราคาหุ้นราคาทอง มีข่าวออกมาให้เห็นแทบทุกวันตั้งแต่ช่วงสิ้นปี ลากยาวมาจนปัจจุบัน ไหนจะเทศกาลสำคัญของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนอย่าง ตรุษจีน ที่ในการไหว้ ต้องซื้อบรรดาเนื้อสัตว์มาทำของไหว้อีก ทำให้ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงเนื้อสัตว์สำหรับประกอบอาหาร คนขาย และผู้บริโภค ได้รับผลกระทบเรื่องของราคาวัตถุดิบไปตามๆ กัน และหากใครยังจำได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยได้พูดคุยกับ คุณเนตร-ธนพัชร์ และ คุณโบ-วิราวรรณ มนตราประสิทธิ์ คู่สามีภรรยาเจ้าของร้าน น้ำใจ ร้านวุ้นกะทิ Homemade เจ้าของไอเดียวุ้นกะทิอาหารคาว อย่าง ส้มตำ-ผัดไทยกุ้งสด ที่เป็นที่ฮือฮาไปเมื่อหลายปีก่อน วันนี้ทั้งคู่กลับมาสร้างเสียงฮือฮาอีกครั้ง โดยการทำ วุ้นกะทิชุดไหว้เจ้า ที่ขนมาทั้งหัวหมู เป็ด-ไก่ทั้งตัว! อย่างเหมือน! วุ้นกะทิอาหารคาวสุดครีเอต ส้มตำ-ผัดไทยกุ้งสด ขายดีหลักหมื่น/เดือน โดยคุณเนตร เล่าว่า ปัจจุบัน กิจการร้านขนมหวานของเขากับภรรยา ย่างเข้าปีที่ 4 แล้ว จากวันนั้นก็
หมูแพง กระทบถ้วนหน้า ร้านดัง ปรับตัวยังไง ในยุคข้าวยากหมากแพง จากปัญหาหมูแพง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ต่อสายตรง ถึง เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง เจ้าของร้านหมูทอดชื่อดัง เพื่อสอบถามประเด็นดังกล่าว เจ๊จง เผยว่า ร้านหมูทอดเจ๊จง ได้รับผลกระทบเหมือนร้านทั่วๆ ไป โดยได้ปรับราคาอาหาร ใส่ถุงราดข้าว 1 อย่าง 26 บาท 2 อย่าง 36 บาท, ใส่ถ้วย 1 อย่าง 30 บาท 2 อย่าง 40 บาท, ใส่กล่องเวฟ 1 อย่าง 39 บาท 2 อย่าง 49 บาท, หมูทอด ขีดละ 30 บาท กิโลละ 300 บาท, ตับผัดกระเทียม ขีดละ 28 บาท กิโลละ 280 บาท, กับข้าว ถุงละ 30 บาท เจ๊จง เผยต่อ ใช้เนื้อหมูจากเบทาโกร หากว่าไม่พอขายจะซื้อเพิ่มจากตลาดคลองเตย ซึ่งพบว่ามีราคาสูง และไม่ใช่แค่เนื้อหมูแต่วัตถุดิบอย่างอื่น เช่น น้ำมัน เนื้อไก่ ก็ขึ้นราคาด้วย “เจ๊ปรับราคาอาหาร ลูกค้าทุกคนเข้าใจ เพราะเขาเห็นจากข่าวต่างๆ ว่าวัตถุดิบราคาสูงขึ้น ทุกคนเลยโอเค รับได้ แต่หากหมูราคายังพุ่งแรงกว่านี้ แล้วเจ๊ปรับราคาอาหารตามอีกลูกค้าคงไม่ซื้อ ไม่ต้องถอดเมนูออกหรอก ลูกค้าเลิกกินเองแน่นอน ในเมื่อของแพงจะกินทำไม เขาต้องกินอย่างอื่นแทนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินหมูเลย ไม่กินหมูเราก็ไม่ตาย บางคนไปกินผักก
https://www.facebook.com/khaosod/videos/2993263867357219/ เปิดเทคนิคเลี้ยงไส้เดือนยังไงให้ขายได้ กก.ละ 6,000 บาท ไม่ยาก ทำคู่งานประจำได้ หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มอดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริ
ตะวัน หมูปิ้ง 1.50 บาท พ้อ ทองยังไม่สวิงขนาดนี้ ถ้าของหมด หันขายอย่างอื่นแทนชั่วคราว คุณวาชิ-วชิราภรณ์ พงษ์วรัฎฐกุล เจ้าของร้าน ตะวัน หมูปิ้ง 1.50 บาท ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหมูพุ่งสูงว่า สถานการณ์หมูแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด ทุกวันนี้ที่ขายอยู่แทบไม่เหลือกำไรแล้ว แต่ก็กัดฟันขาย เพราะถ้าเลิกขายก็ต้องเลิกจ้างพวกเขา เลยเลือกที่จะรักษาลูกน้องไว้ให้ยังมีงานทำกันอยู่ นักธุรกิจสาว หนี้ท่วม 40 ล้าน เพียงข้ามคืน เพราะโควิด-19 ตั้งหลักใหม่ ปลดหนี้ได้ เพราะ หมูปิ้งไม้ละ 1.50 บาท รู้ไหมว่า กว่าจะออกมาเป็น หมูปิ้ง 1 ไม้ ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง? ดราม่าหมูปิ้ง 7 ไม้ 10 บาท! เพื่อนร่วมอาชีพ วอน มองหลายมุม บางทีอาจเพิ่งเริ่มทำ “หมูมันแพงมาก แพงที่สุด แพงกว่ารอบ 10 ปี ตอนที่ทำขายแรกๆ เรามีการนั่งดูย้อนหลัง 10 ปีเลยนะว่า หมูมันขึ้นลงถึงเท่าไหร่บ้าง เมื่อก่อน 70, 80 แต่ตอนนี้ขึ้นเกินเท่าตัวเลย แต่ก็กัดฟันขาย เพราะเรามีลูกน้อง ไหนจะคนอื่นที่ทำอาชีพนี้ ที่เขามารับเราไปขายต่ออีก แล้วปกติหมูมันจะชอบขึ้นราคาทุกวันพระ ถ้าขึ้นราคาแบบนั้น การตลาดเราก็เปลี่ยน ลูกค้าก็หายไป มัน
ปลูกผักอย่างไร ให้ได้เกรดพรีเมี่ยม เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ มีคำตอบ หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ ฟาร์มผักสุดพรีเมี่ยมจากแดนอีสาน เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ผู้ผลิตผักสดๆ ส่งร้านอาหารชั้นนำอย่าง ซิซซ์เล่อร์ มานานกว่า 4 ปี (อ่านเรื่องก่อนหน้า เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ฟาร์มผักสุดพรีเมี่ยมแดนอีสาน ส่งตรง ซิซซ์เล่อร์ กว่า 4 ปี) วันนี้เราจะมาเปิด วิธีการปลูกผักให้ได้เกรดพรีเมี่ยม ที่คุณปิยนุช บรีสเสอะเลอร์ส วัย 54 ปี เจ้าของฟาร์มผัก เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ได้ชี้แนะมาให้ได้อ่านกัน เมล็ดพันธุ์ : คุณปิยนุช กล่าวว่า การจะปลูกผักให้ได้เกรดดีๆ เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเมล็ดพันธุ์ดี ก็จะส่งผลต่อความแข็งแรงของผลิตผลและรสชาติ 2. น้ำ : นอกจากเมล็ดพันธุ์แล้ว น้ำที่ใช้ในการรดเลี้ยงผักก็ต้องสะอาด ไม่ใช่แค่สะอาดจากแหล่งกำเนิด แต่ รางหรือท่อน้ำ ที่ลำเลียงน้ำเข้ารางผักก็ต้องสะอาดด้วย เมื่อเก็บผักออกจากรางแล้ว ฟาร์มของเธอจะทำการล้างรางลำเลียงน้ำให้สะอาดในทันที ก่อนที่จะทำการปลูกผักล็อตใหม่ 3. ปุ๋ย : การใส่ปุ๋ย ก็คือการบำรุง ฉะนั้นจึงต้องเลือกปุ๋ยที่ดี มีแร่ธาตุสารอาหารครบ เพื่อบำรุงให
สุ่มไก่ ไม่ใช่ กล่องสุ่ม ใส่ไอเดียใหม่ ผลิตได้ ตามใจลูกค้า ขายดี ทำแทบไม่ทัน คุณหมู-สุภัสสร ดีเพิ่ม อายุ 46 ปี พื้นเพเป็นคนสุรินทร์ ปัจจุบันย้ายถิ่นฐาน มาอยู่กินกับพ่อของลูกที่จังหวัดปราจีนบุรี และด้วย คุณน้อย ผู้เป็นสามี ทำมาหากินอยู่ในแวดวงไก่ชน เลี้ยงไก่ชนไว้นับร้อยตัว บ้านพักอาศัยปัจจุบัน จึงย้ายเข้าไปอยู่ในพื้นที่สวน ของหมู่บ้านคลองคล้า ตำบลบ้านหอย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี “คนในหมู่บ้านคลองคล้า ถ้าหมดหน้าทำนา จะทำสุ่มไก่ขายกัน เพราะมีไม้ไผ่เยอะ ขณะที่สามีเลี้ยงไก่ชนหลายตัว เลยคิดว่าน่าจะทำสุ่มไก่ไว้ใช้เอง จึงไปศึกษาและหัด จนสามารถทำสุ่มไก่ไว้ใช้เองได้” คุณหมู ย้อนถึงจุดเริ่มในการทำสุ่มไก่ชน เมื่อราว 6 ปีที่แล้ว ทำสุ่มไก่ชน ให้สามีไว้ใช้งาน ได้ไม่นาน บรรดาพรรคพวกของสามี ที่อยู่ในวงการไก่ชนเหมือนกัน มาเห็นเข้า จึงติดต่อขอซื้อกันหลายราย จนทำให้คุณหมู ค้นพบว่า อาชีพทำสุ่มไก่ชนนั้น รายได้ดีเหมือนกัน “สุ่มไก่ชน ที่นิยมใช้กัน เป็น สุ่มกลาง เส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร สูง 45 เซนติเมตร ราคาขายตอนนั้น เถาละ 550 บาท เถาหนึ่งมีสุ่มไก่ 5 ลูก เดือนๆ หนึ่ง มีออร์เดอร์ 30-40 เถา ทำคนเ
ราคาหมู ทู เดอะ มูน พ่อค้าแหนม วอนผู้ใหญ่แก้ปัญหา แต่ไม่ใช่แนะให้กินอย่างอื่น จากกรณีราคาหมูสดในท้องตลาด มีการปรับราคาขายขยับสูงขึ้น ชนิดผู้ประกอบการหลายราย ต้องยกธงขาวยอมปิดร้าน เพราะหากฝืนขายต่อ คงไม่เหลือกำไร นั้น เมื่อวันที่ 5 ม.ค. คุณภาษ อินก่ำ อดีตนักดนตรีแคระพิการ ตระเวนเล่นเปิดหมวกตามสถานที่ต่างๆ แต่เมื่อเจอสถานการณ์โรคระบาด ต้องยุติอาชีพหลัก หันมาเป็นพ่อค้าขายแหนมกระดูกหมู แหนมข้อไก่ ผ่านเพจ แหนมคุณภาษ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า กระดูกหมู จากเคยซื้อกิโลละ 160 บาท ตอนนี้กิโลละ 250 บาท เลยต้องแก้ไขปัญหาด้วยการขึ้นราคาขายแหนม อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : คุณภาษ พ่อค้าแหนมออนไลน์ ตัวเล็กแต่ใจใหญ่ ได้ตั๋วชีวิตหนึ่งใบ ใช้ให้สุดเหวี่ยง ล่าสุด แหนมสันคอ 220 กรัม แหนมกระดูกอ่อน 220 กรัม และ แหนมหมูสับ 220 กรัม จากเดิม 80 บาท ขึ้นเป็น 100 บาท ส่วน แหนมเอ็นไก่ 220 กรัม ราคา 80 บาท แหนมปีกไก่ 500 กรัม ราคา 150 บาท เหมือนเดิม ซึ่งผลตอบรับก็ยังได้อยู่ ลูกค้ามีความเข้าใจในความจำเป็นที่ต้องขึ้นราคา “คิดไว้แล้วปัญหาแบบนี้ต้องเกิด จึงมีแหนม 2 เมนู หมูกับไก่ บางทีไก่เป็นโรค หมูก็เป็นโรคได้ เลย
