SMEs
เปิดประวัติ คุณสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ชายผู้ก่อตั้ง Hungry Hub แพลตฟอร์มทางรอดร้านอาหารยุคโควิด หากใครยังจำได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ Hungry Hub แพลตฟอร์มหนึ่ง ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการช่วยเหลือบรรดาร้านอาหาร ทั้งในโรงแรมหรือร้านเล็กๆในการเรียกลูกค้า ทำยอดขาย ส่วนทางด้านลูกค้าก็จะได้โปรโมชั่นสุดพิเศษ หากทำการจองร้านอาหารผ่านแพลตฟอร์ม (อ่านเรื่องราวก่อนหน้า คลิก)วันนี้ เราจะมาเปิดโปรไฟล์ของ คุณสิทธิ์ ผู้คิดค้นแพลตฟอร์มนี้กัน คุณสิทธิ์ หรือ คุณสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ CEO และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Hungry Hub วัย 31 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขา Business Information Systems จาก University of Wollongong ประเทศออสเตรเลีย และ ปริญญาโทบริหารธุรกิจสาขาการเป็นผู้ประกอบการและการเงินจาก สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) อีกทั้งเคยไปแลกเปลี่ยนที่ Wharton Business School ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น คุณสิทธิ์ยังเป็น 1 ใน 4 ตัวแทนของประเทศไทย ในการประชุมสุดยอดผู้ประกอบการระดับโลกที่ซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งประธานาธิบดีโอบามา เป็นเจ้าภาพในปี
9 เทรนด์มาแรง ปี 2564 ขายแบบไหน ถึงจะได้ ถึงจะโดน ปี 2563 นับเป็นปีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่สุดในภาคธุรกิจ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และหลายเรื่องมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2564 เว็บไซต์ brandminds รวบรวม 9 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ในปี 2563-2564 ที่น่าสนใจ เริ่มจาก Shopstreaming ที่ผสมระหว่างการไลฟ์สด (Livestreaming) บวกกับการช็อปปิ้ง (Shopping) ตัวอย่างของเทรนด์นี้ คือ “วิย่า” นักขายตัวแม่ชาวจีน ที่โด่งดังจากการไลฟ์สดขายสินค้าทุกอย่างบนโลกใบนี้ ตั้งแต่เครื่องสำอาง เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ บ้าน ไปจนถึงจรวด วิย่า มียอดผู้ชมไลฟ์มากกว่า 37 ล้านคน โดยเธอผสมผสานการไลฟ์สด การใช้สื่อโซเชียล การขาย และการเป็นอินฟลูเอนเซอร์เข้าด้วยกัน จนสามารถทำยอดขายได้หลายล้านดอลลาร์ในแต่ละวันที่ไลฟ์สด 2. ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ทุกวันนี้ราว 76% ของประชากรโลกอาศัยในชุมชนเมือง จึงต้องการเข้าถึงแหล่งผลิตอาหารมากขึ้น และการระบาดของไวรัสยิ่งทำให้เทรนด์นี้ชัดขึ้น ผู้คนจึงหันมาทำฟาร์มในคอนโดฯ และบ้านมากขึ้น สตาร์ตอัพสัญชาติฝรั่งเศส “Agricool” ผุดไอเดียธุรกิจจากการปลูกผักและสตรอว์เบอร์รี่ในตู้คอนเทนเนอร
พ่อค้าหมึกย่าง ครวญ ไปซื้อของที่มหาชัย กลัวสิครับ แต่ทำยังไงได้ มหาชัย สมุทรสาคร คือ ตลาดค้าอาหารทะเลทั้งปลีก-ส่ง แหล่งใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศไทย พ่อค้าคนกลางน้อยใหญ่จากทั่วสารทิศ ต่างพากันไปซื้อหามาจำหน่ายต่อในรูปแบบตามถนัด หลังเกิดเหตุการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ กระทั่งมีการล็อกดาวน์ ตลาดกลางกุ้ง รวมถึงมีการตรวจเข้ม ตลาดค้าอาหารทะเลในพื้นที่อีก 2-3 แห่งนั้น พ่อค้าปลาหมึกย่างรายหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ปกติตัวเขาจะเดินทางไปซื้อปลาหมึกที่มหาชัย เป็นประจำแทบทุกวัน โดยเมื่อได้รับออร์เดอร์ล่วงหน้า จะโทรศัพท์ไปสั่งร้านประจำไว้ พอรุ่งขึ้นก็เดินทางไปรับของ ซึ่งวันหนึ่งๆ จะปิ้งหมึกขายได้ราววันละ 70 กิโลกรัม และหลังจากทราบข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่มหาชัยแล้ว ก็รู้สึกกลัวพอสมควร เพราะวันรุ่งขึ้น ต้องเดินทางไปรับหมึกตามที่สั่งไว้ แต่มีมาตรการป้องกันตัวเองอยู่แล้ว ทั้งสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ขณะที่ทางตลาดอาหารทะเลในพื้นที่มหาชัย ก็มีมาตรการป้องกันลูกค้าที่จะเข้าไปซื้อของอยู่แล้ว “ไปซื้อหมึกที่มหาชัย กลัวสิครับ ทำไมจะไม่กลัว แต่ทำยั
ลูกค้าติดงอมแงม! เค้กสก๊อตไบรท์ ราดน้ำผึ้ง-ฟองนม คาเฟ่เชียงใหม่ ทำขายยาวๆ ถึงสิ้นปี หากได้เล่นเฟซบุ๊กบ่อยๆ จะเห็นว่า หน้าฟีดของคุณ มีเค้กที่หน้าตาเหมือนสก๊อตช์-ไบรต์มากๆ ถึงกับต้องหยุดดูกันเลยทีเดียว โดยผู้ที่สร้างกระแสเค้กสก๊อตไบรท์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คือ คาเฟ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทำเค้กชนิดนี้มาเพื่อสร้างความสนุกให้กับลูกค้า และดูเหมือนว่าตอนนี้จะต้องทำเค้กสก๊อตไบรท์ยาวไปจนถึงสิ้นปี คุณขิม-สารินทร์ ชนะวรรณ์ เจ้าของร้าน Into The Woods คาเฟ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า เปิดคาเฟ่มานาน 7 ปี ปัจจุบันมี 2 สาขา ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ (ใกล้กับประตูช้างเผือก) และพญาไท (กรุงเทพฯ) มีหลากหลายเมนูให้เลือกทาน ทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ สำหรับเมนูยอดฮิตของทางร้าน คือ เค้กสก๊อตไบรท์ คุณขิม เผยว่า มียูทูบเบอร์ หรือคนอื่นๆ ทำเค้กสก๊อตไบรท์ กันมาบ้างแล้ว แต่ว่าแต่ละสูตรไม่เหมือนกัน เห็นว่าน่ารักดี เป็นอะไรที่แปลกใหม่ และอยากสร้างความสนุกให้กับลูกค้า จึงนำมาทำบ้าง โดยดัดแปลงใช้สูตรบัตเตอร์เลม่อนเค้กของร้านในการทำ “เริ่มทำเค้กสก๊อตไบรท์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ตอนแรกกะว่าจะทำแค่เดื
พายขายมา 20 กว่าปี ก๋วยเตี๋ยวเรือ พี่เอ๋ เตี๋ยวเรือเจ้าสุดท้ายในคลองมหาสวัสดิ์ รู้ไหมว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือ ถือเป็นอาหารที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน สมัยก่อน อาหารประเภทนี้เราจะเห็นมีขายในเรือไม้ โดยพ่อค้าแม่ค้าจะพายเรือขายไปตามลำคลองที่มีคนอาศัยอยู่ ด้วยเหตุนี้ จึงกลายเป็นที่มาชื่ออาหารนั่นเอง เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของก๋วยเตี๋ยวเรือคือ ชามที่ใส่จะมีลักษณะเล็ก แต่ในปัจจุบัน ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เหล่าพ่อค้าแม่ขายที่ขายก๋วยเตี๋ยวเรือ หันมาเปิดร้านในอาคารพาณิชย์แทนกันมากขึ้น แต่ยังไม่ละทิ้งความเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือไปอย่างสิ้นเชิง จึงมีการนำเรือมาตั้งไว้ที่หน้าร้าน อีกทั้งยังมีการใช้ชามเล็กๆ อยู่ด้วย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้มาแถวคลองมหาสวัสดิ์ บังเอิ๊ญบังเอิญได้ยินเสียงเครื่องยนต์แว่วมาตามคลอง เห็นไกลๆ เป็นเรือไม้ลำเล็ก ที่มีคุณน้าผู้หญิงท่านหนึ่งกำลังบังคับหางเสือเรืออยู่ โดยข้างหน้านั้นมีหม้อลวกและถังน้ำแข็งอยู่บนเรือ จึงโบกเรียกให้จอดเทียบท่าเสียหน่อย แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเรือท่านนี้ชื่อ คุณเอ๋ วัย 49 ปี เธอเล่าว่า เธอยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเรือมาได้ 20 กว่าปีแล้ว ร้านน้อยๆ
เลี้ยงจิ้งหรีด กำไรดี จากขันละ 100 แค่ 45 วัน ตักขายได้ช้อนละ 10 บาท ผมเชื่อว่า ผู้อ่านทุกคนรู้จักจิ้งหรีด ในอดีตนานมาแล้ว คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักจิ้งหรีดตรงที่ว่า มีเสียงร้องดังมาก เหตุที่จิ้งหรีดร้องเสียงดัง ก็เพราะพวกมันอาศัยอยู่ในป่าที่มีแต่เสียงลมเป็นหลัก ถ้าลมไม่พัด ป่าก็จะเงียบสงบ ที่คนจะได้ยินเสียงชัดที่สุดก็คือเสียงร้องของจิ้งหรีด มาถึงปัจจุบัน ที่จริงหลายสิบปีมาแล้ว คนรู้จักจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะไม่ได้คอยแต่ฟังเสียงจิ้งหรีดเท่านั้น แต่ตามจับค้นหาพวกมันมากิน นำจิ้งหรีดมาทอดหรือคั่วโรยเกลือผงเล็กน้อย อร่อยอย่าบอกใคร จิ้งหรีดไม่ได้อร่อยอย่างเดียว แต่ยังมีคุณค่าทางอาหารด้วย กินจิ้งหรีด สะดวกมาก เพราะสามารถเอาจิ้งหรีดเข้าปากได้ทั้งตัว ต่อจากนั้นก็เคี้ยวแล้วกลืนโดยไม่ต้องทำอะไรมากกว่านี้ ระยะหลังๆ มานี้ ชาวบ้านจะไม่จับจิ้งหรีดจากธรรมชาติมากิน ทั้งนี้ก็เพราะกินจิ้งหรีดแล้วอาจตายได้ ที่ตายก็เพราะตัวเจ้าจิ้งหรีด อาจมียาปราบศัตรูพืชติดมาด้วย แต่ที่สำคัญกว่าอย่างอื่นหมดก็ตรงที่ หาเจ้าจิ้งหรีดตามธรรมชาติมากินยากขึ้น หรือแทบไม่มีเลย เพราะป่าลดน้อยลง ผลที่สุดจึงมีคนคิดเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยง
คนละครึ่ง มีทั้งปลื้ม-ไม่ปลื้ม ฟากหนึ่งชมช่วยประหยัด อีกฟากชี้นโยบายไร้สาระ เว็บไซต์โครงการ คนละครึ่ง เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ในระยะที่ 2 เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ปรากฏมีประชาชนให้ความสนใจและเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์จากโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก กระทั่ง 5 ล้านสิทธิ์หมดภายในสองชั่วโมงนั้น ว่ากันว่า โครงการดังกล่าว ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด ตั้งแต่ประเทศไทยมีนายกฯ ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีความเห็นจากประชาชนคนตัวเล็กๆ ที่มีทั้งทีมปลื้ม และ ทีมไม่ปลื้ม ตัวแทน…ทีมปลื้ม “…คนละครึ่ง ช่วยประหยัดได้เยอะ เอาเงินไปใช้ซื้อของอุปโภค-บริโภค วันละ 300 บาท แต่เราจ่ายแค่ 150 บาท และในวงเงิน 7,000 บาท เราจ่ายแค่ 3,500 บาท แค่ข้อนี้ก็โอแล้ว ไหนยังจะมีเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก คนเอาเงินออกมาใช้กันมากขึ้น ร้านค้าหลายรูปแบบที่รับ ร้านยำวุ้นเส้น หน้าปากซอยที่กินประจำยังรับ ตลาดนัดโหลดแอพรับทุกร้าน ทุกสินค้า ผลไม้รถเข็นยังจ่ายคนละครึ่งได้เลย” ตัวแทน…ทีมไม่ปลื้ม “…คนละครึ่ง เป็นนโย
ไม่แฟร์ คนละครึ่งเฟสสอง ลงทะเบียนตอนตีห้าได้เฉย 8 โมงเช้า สิทธิเหลือศูนย์แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 16 ธ.ค.นี้ นับเป็นดีเดย์ที่โครงการ คนละครึ่ง เฟสสอง เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. นั้น ปรากฏว่า ประชาชนจำนวนมาก ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย หลายคนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่-ตีห้า เพื่อเปิดโทรศัพท์ลงทะเบียนตามขั้นตอนที่ทางการแจ้งไว้ “ตื่นตั้งแต่ตี 5 ลงทะเบียน 6 โมงตรงยังลงไม่ได้เลย แต่เพื่อนอีกคนไลน์มาบอก เขาตื่นมาลงตอนตี 5 ได้เฉย เลยลองลงดูบ้าง แต่ยังไม่เปิดให้ลง แบบนี้ไม่แฟร์เลย” ประชาชนท่านหนึ่งย่านบางกะปิให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก่อนบอกต่อ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง แต่พอเห็นข่าวเปิดเฟสสอง เลยอยากสมัคร เพราะช่วยประหยัดได้ และร้านค้าหลายรูปแบบที่รับ ร้านยำวุ้นเส้นหน้าปากซอยที่กินประจำยังรับ ตลาดนัดทำทุกร้าน ทุกสินค้า ผลไม้รถเข็นยังจ่ายคนละครึ่งได้เลย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงทะเบียนผ่านแอพตามโครงการคนละครึ่ง เฟสสอง นี้ จะมีการระบุว่า ช่วงเวลานั้นเหลือสิทธิที่ให้ลงได้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งราว 06.45 น. แอพระบุเหลือสิทธิรา
ถนนข้าวสาร กลายเป็นเมืองร้าง ผปก.โฮสเทล สุดกลั้นน้ำตา ขายอาหาร พยุงธุรกิจ ใครๆ ก็มักขนานนามให้ ถนนข้าวสาร เป็นถนนแห่งความสุข แม้กลางวันยังมีผู้คนมากหน้าหลายตา ออกมานั่งทานอาหารจิบเบียร์เย็นๆ พอตกเย็น แสงไฟและเสียงเพลงถูกเปิดเพื่อดึงผู้คนจากทั่วสารทิศ ให้เดินทางมาเพื่อแสวงหาความสุข แต่เมื่อโควิด-19 แพร่ระบาด ถนนแห่งความสุขเส้นนี้ กลายเป็นเมืองร้าง ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีแสงสี ไม่มีแม้ผู้คน “ที่ผ่านมาจะรู้เลยว่า ข้าวสารตายจริงๆ เงียบมาก วันนี้ NapPark Hostel คือที่สุดท้ายที่ยังเปิดอยู่ในย่านนี้ โฮสเทลที่นี่ไม่ใช่แค่ปิดชั่วคราว มากกว่า 70% คือปิดกิจการ” คุณคริส-กัณณ์ปาณัฎฐ์ เกิดอรุณ ผู้จัดการทั่วไป NapPark Hostel บอกก่อนเริ่มบทสนทนา โฮสเทลที่เหลืออยู่บนถนนข้าวสาร NapPark Hostel เปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปี เป็นโฮสเทลที่ได้รับความนิยมมากบนถนนข้าวสาร และติดอันดับ 1 ใน 5 ของโฮสเทลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ “เราไม่เคยทำการตลาดในเมืองไทย ลูกค้า 100% คือฝรั่งทั้งหมด เรามีทั้งกิจกรรม พาไปเที่ยว ให้ความรู้ต่างๆ นานา เท่าที่เราจะให้ลูกค้าได้ ขณะเดียวกัน มีใครหลายคนบอกว่า NapPark Host
เปิดแค่ปีละ 3 รอบ! บุฟเฟ่ต์ขนมไทยโบราณสูตรลับจากคุณยาย อิ่มละ 79 บาท ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย หอมหวาน ต้องยกให้ขนมไทย ไม่ว่าจะชนิดไหนรสชาติก็ดีเยี่ยม แต่ถ้าอยากกินขนมไทยโบราณขนานแท้ต้องนึกถึงชื่อนี้ ร้านขนมไทย บ้านดารา เสิร์ฟขนมไทยโบราณสูตรลับจากคุณยาย 30 เมนู ในราคาบุฟเฟ่ต์ 79 บาท เปิดเมื่อไหร่คนเต็มเมื่อนั้น คุณนุ่น-ธัญพร คุณะดิเรก วัย 35 ปี เจ้าของร้านขนมไทย บ้านดารา เล่าให้ฟังว่า คุณยายทำขนมไทยขายมาตั้งแต่สมัยสาวๆ เมื่อก่อนยังไม่มีสื่อออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กไว้ขายของอย่างปัจจุบัน แต่คุณยายก็สามารถขายขนมได้ ด้วยการเคาะประตูบ้านถามคนนู้นคนนี้ว่าอยากกินอะไร แล้วจะทำมาขายให้ หรือว่าใครมีงานบุญก็มาสั่งขนมกับคุณยาย เปรียบได้กับการพรีออร์เดอร์สินค้าสมัยนี้ “พอมาถึงรุ่นเรามีร้านขายอาหารอยู่แล้วจึงให้คุณยายทำขนมมาวางขายในร้าน และเริ่มใช้สื่อออนไลน์มาช่วยขายได้ประมาณ 5 ปี ด้วยรสชาติที่อร่อยทำให้ลูกค้าเรียกร้องอยากให้เปิดหน้าร้าน เลยตัดสินใจเปิดหน้าร้านจริงจังมาได้ราวๆ 2 ปี” คุณนุ่น เล่า ปัจจุบันคุณยายเจ้าของสูตรขนมไทย บ้านดารา มีอายุ 74 ปี คุณนุ่น บอกว่า เธอโชคดีมาก เพราะได้ความรู้เรื
