SMEs
เผยเคล็ดลับการดูแล ช่อดอกมะม่วงให้ติดผลดก ในการฉีดเปิดตาดอกมะม่วง เกษตรกรส่วนมากจะใช้ ไทโอยูเรีย ผสมกับโพแทสเซียม- ไนเตรต (13-0-46) ที่สวน คุณจรัญ อยู่คำ จะใช้ สูตรเปิดตาดอก ไทโอยูเรีย 1 กิโลกรัม+สาหร่าย-สกัด 300 ซีซี (ต่อน้ำ 200 ลิตร) ฉีดพ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน แล้วรอดูการเปลี่ยนแปลงของตายอด โดยปกติแล้ว ตาดอกจะเริ่มแทงหลังเปิดตาดอกครั้งแรก ประมาณ 10-15 วัน แต่ถ้าเริ่มแทงใน วันที่ 3-4 โอกาสเป็นใบอ่อนจะสูงมาก กรณีเปิดตาดอกแล้วเป็นใบ สามารถแก้ไขได้ แต่ใบอ่อนที่ออกมาต้องมีความยาวไม่เกิน 1 เซนติเมตร หรือยังไม่คลี่ใบ ให้ใช้ ครั้งที่ 1 – ปุ๋ย 10-52-17 500 กรัม – ไฮเฟต 500 ซีซี (ต่อน้ำ 200 ลิตร) ฉีดพ่นโดยห้ามใส่อาหารเสริม จำพวกสาหร่าย-สกัด หรือ จิ๊บ โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีปริมาณใบอ่อนออกมามาก จากนั้นเว้น 3 วัน แล้วซ้ำด้วย สูตรที่ 2 ครั้งที่ 2 – ปุ๋ย 10-52-17 500 กรัม – ไฮเฟต 300 ซีซี (ต่อน้ำ 200 ลิตร) หลังฉีด ครั้งที่ 2 เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของตาใบอย่างชัดเจน ใบจะหยุดนิ่งแล้วเริ่มเปลี่ยนเป็นตาดอก สูตรนี้เกษตรกรจำนวนมากใช้แล้วได้ผลดี แต่ต้องดูว่าควา
“กล้วยกรอบไร้มัน”สแน็กน้องใหม่แบรนด์ “ย่ามะลิ” วางขาย 2 ปี เตรียมโกอินเตอร์! คุณอาร์ต – ทรงพล ทรงประไพ วัย 26 ปี เจ้าของธุรกิจกล้วยกรอบไร้มัน แบรนด์ “ย่ามะลิ” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า พื้นเพเป็นคนสิงห์บุรี เรียนจบอาชีวะ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เคยทำงานที่กรมทางหลวงฯ มาประมาณ 2 ปีครึ่ง ตามบ้านต่างจังหวัด ชาวบ้านจะชอบปลูกพืชผลไม้อย่างพวกกล้วยไว้ทานเอง จึงคิดและนำกล้วยมาแปรรูปใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า สามารถยืดอายุให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ยังคงความหวานของกล้วยจากธรรมชาติ และทำให้กล้วยทอดของเขา “ไม่มีไขมัน” โดยการนำมาทอดโดยไม่ติดน้ำมัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกปีกว่าๆ จึงสำเร็จ และได้กล้วยทอดกรอบ ที่รสชาติเหมือนทานกล้วยแบบปกติ ที่ไม่มีการใส่น้ำตาล หรือ สารปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น จากนั้นจึงแจกจ่ายให้บรรดาเพื่อนๆ และญาติ ได้ลองชิม ผลตอบรับที่ได้ก็เป็นไปในทางที่ดี จึงลองผลิตเพื่อขาย และนำคุณลักษณะของกล้วยที่มีความกรอบแบบ “ไร้มัน เน้นธรรมชาติ” มาตั้งชื่อเป็น “กล้วยกรอบไร้มัน” โดยให้มีความเป็นไทยแต่ทันสมัยในชื่อ “ย่ามะลิ” ซึ่งเป็นชื่อของญาติ ที่เป็นทั้งบุคคลต้น
“หมอไทยราชสกุล” ออกโรงย้ำ “กัญชา รักษามะเร็งไม่ได้” แต่โรคซึมเศร้า บำรุงความจำ รับรองฉลุย จากการเสวนา ในหัวข้อ “กัญชา ทางการแพทย์แผนไทย” ซึ่งเป็นเวทีวิชาการ ในงานมหกรรมสมุนไพร แห่งชาติ จัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อไม่กี่วันก่อน อาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา วิทยากรรับเชิญจากคลินิกแพทย์แผนไทย ในฐานะหมอไทยในราชสกุลทินกร ลำดับที่ 6 ซึ่งเป็นราชสกุลแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่ลำดับชั้นที่ 1-7 ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์อย่างต่อเนื่องมิขาดสายจวบจนปัจจุบัน กล่าวตอนหนึ่งว่า กัญชาทางแพทย์แผนไทยเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะปรากฏมาตั้งแต่สมัยก่อน ความรู้สึกของแพทย์แผนไทยอย่างตน กัญชา จึงเปรียบเสมือนต้นหญ้าข้างทางที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป สำหรับความเชื่อเรื่องกัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น อาจารย์คมสัน บอก เป็นความเชื่อผิดๆ กัญชาไม่สามารถรักษามะเร็งได้ เพราะ ไม่เคยปรากฏให้เห็นเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ หรือถูกอ้างอิงถึงในตำราการแพทย์แผนไทย และตามตำรับยา 16 ขนาน มีการสมมติฐานว่า มะเร็งไม่ใช่โรค แต่เป็นฝี คือ สิ่งที่เกินกว่าส่วนปกติในร่างกาย เกิดขึ้นบริเวณ ก้น ท้อง อย่างไรก็ตาม จ
“ไม่เห็นพรรคไหนพูดนโยบายเพื่อคนทำมาทำไค้าขาย มีแต่ประชานิยมกับด่าพรรคอื่น” ใกล้โค้งสุดท้ายเข้ามาทุกขณะ สำหรับวันเลือกตั้งครั้งประวัติศาสต์ “24 มีนาคม 2562” ยามนี้หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่นโยบายหาเสียงจากพรรคการเมืองน้อยใหญ่ ซึ่งอาจมีทั้งถูกใจ-ไม่ถูกใจ ว่ากันไปตามความรักความชอบของแต่ละคน ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามความเห็นไปยัง “ผู้มีสิทธิ” ชี้ชะตาว่าบรรดานักเลือกตั้งท่านใด จะได้รับเกียรติเดินเข้าสู่สภาฯตามวิถีระบอบประชาธิปไตย เกี่ยวกับ “นโยบายเพื่อคนทำมาค้าขาย” น้อยใหญ่ ว่ามีพรรคไหน “ขายไอเดีย” ให้ได้โดนใจมากน้อยแค่ไหน คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริกหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ “ไม่เห็นพรรคไหนพูดถึงนโยบายเพื่อคนค้าขายเลย มีแต่ประชานิยม กับด่าพรรคอื่น ควรเลิกด่า แล้วหันมาบอกนโยบายชัดๆ พร้อมวิธีรูปธรรมคร่าวๆ ให้เห็นว่าจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร ด้วยวิธีไหน โดยเฉพาะแนวประชานิยมใช้เงินทั้งหลาย เงินจะเอามาจากไหน จะขึ้นภาษีมั้ย คือ พูดแต่ใช้เงิน ไม่เห็นวิธีได้เงิน ขณะเดียวกัน แหล่งเงินรัฐนั้น มาจากภาษีเป็นหลัก รัฐไม่ใช่ร้านค้า เงินที่มีจึงควรใช้กับสิ
ผ่านมาสารพัดอาชีพ แต่รุ่งเพราะ “ลูกชิ้นปิ้ง” พร้อมผุดแฟรนไชส์-ทุนหลักพันขายได้ สังเกตไหมคะ ไปไหนก็เจอ ลูกชิ้นแบรนด์นี้ “ลูกชิ้นทิพย์” ซึ่งเป็นเจ้าตลาดลูกชิ้นหมูปิ้ง “เบอร์หนึ่ง” ของบ้านเราอยู่เวลานี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10-15 ตัน ต่อวัน หรือราววันละ 7 แสนไม้ ส่วนยอดขายเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เดือนละ 60-70 ล้านบาท คุณศราลี พรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พงษ์-ศรา ดิสทิบิวชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ลูกชิ้นหมูปิ้ง ตรา “ลูกชิ้นทิพย์” เล่าว่า พื้นเพเป็นคนอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี อาชีพดั้งเดิมของคุณพ่อ-คุณแม่ คือ ทำไร่อ้อยส่งโรงงานน้ำตาลทราย แต่ตัวเธอเองไม่มีโอกาสช่วยมากนัก เพราะอายุยังน้อย คุณศราลีเคยทำงานมาแล้วสารพัด ทั้งรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า เปิดโต๊ะสนุ๊กเกอร์ ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามตลาดนัด ซึ่งอาชีพหลังนี้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอพอมีทุน “ลืมตา อ้าปาก” ได้ “ชอบค้าขาย แต่ไม่มีทุนรอนมากมาย อะไรที่พอทำได้ก็ทำไปก่อน เห็นใครทำอะไรดีก็อยากทำบ้าง อย่าง ตอนขายเสื้อผ้า จะไปรับมาจากย่านประตูน้ำหรือสวนจตุจักร ก่อนใส่รถตระเวนไปกับสามีสองคน เปิดแผงขายตามตลาดต่างจัง
จากกระแสบนโลกโซเชียล ที่มีการแชร์ภาพร้านข้าวต้มแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่งตลาดในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดสระบุรี ทีี่มีแนวคิดของร้านความแหวกแนวไม่เหมือนใคร ยกทั้งโลง พวงหรีด ดอกไม้จันทน์มาแต่งร้าน บรรยากาศชวนหลอนปนขนลุก แต่งร้านในธีมงานศพ “ข้าวต้มปลง” คือ ชื่อของร้านแห่งนี้ คุณมณฑล ทองคำ เจ้าของร้านวัย 37 ปี เล่าที่มาที่ไปของร้านข้าวต้มงานศพแห่งนี้ ไว้บนเพจของทางร้านว่า ตนชื่อ มณฑล ทองคำ เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากหมดตัวจากการเล่นการพนัน เงินหมดไปหลายล้าน สูญเสียทุกอย่างในชีวิต ทั้งเพื่อน คนรัก และอาชีพ จนกระทั่งกลับมาเริ่มใหม่ได้ จากการทำ “ร้านย่างให้” ที่เปิดขายแฟรนไชส์ กระทั่งสามารถใช้หนี้จนหมด เลี้ยงครอบครัวได้ “ข้าวต้มปลง” เกิดมาจากความคิดที่ว่า ตนเองอยากกินข้าวต้มงานศพ แต่ในปัจจุบัน ตามงานศพได้เปลี่ยนมาแจกเป็นนมกับขนมปังให้แขกแทน อีกทั้งคุณยายที่ตนดูแลอยู่ ท่านชอบทานข้าวต้ม และตนก็อยากหารายได้เสริมให้พนักงานที่อยู่ในความดูแลได้มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดเป็นร้านข้าวต้มแห่งนี้ขึ้นนั่นเอง “มันจึงไม่ผิดที่เราจะแต่งร้านแบบนี้ ดีซะอีกเราจะได้ไม่ก้าวอย่
อย่าติดกับดัก “คิดต่าง-คิดการใหญ่” เพราะโอกาสธุรกิจอยู่รอบตัวเราเสมอ เห็นข่าวชิ้นเล็กๆ ในเซกชั่นการตลาด หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ พาดหัวข่าวว่า “สะดวกซักมาเลเซีย บุก 24 ชม. ผนึกแอลจีลุยขายแฟรนไชส์” แล้วทำให้คิดว่าบางทีคนที่ทำธุรกิจมักจะติดกับดักตัวเอง หมายความว่าเรามัวแต่คิดการใหญ่ คิดแต่จะทำอะไรที่แตกต่างเสียจนเกินไป จนลืมไปว่าบางทีธุรกิจเล็กๆ ที่เห็นดาษๆ มานานหลายปี บางทีอาจทำธุรกิจได้เช่นกัน ยิ่งเฉพาะในตอนนี้ที่คอนโดมิเนียม ผุดกันราวกับดอกเห็ดบริเวณรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ไม่นับคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ตามต่างจังหวัดอีกมากมาย เพราะอย่างที่ทราบๆ ทุกครั้งที่มีหอพัก, อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม เกิดขึ้นตามชุมชนต่างๆ เรามักจะเห็นร้านซัก-อบ-รีด เกิดขึ้นตามมา เพียงแต่ระยะหลังๆ เราอาจเห็นเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเริ่มเข้ามาแจมบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เป็นเจ้าของหอพัก อพาร์ตเมนต์ มักทำธุรกิจเสียเอง ด้วยการไปซื้อเครื่องซักผ้ามา 4-5 เครื่อง จากนั้นก็ติดตั้งเครื่องหยอดเหรียญคอยให้บริการผู้ที่อยู่อาศัยภายในอาคารเหล่านั้น ถามว่าคุณภาพดีไหม? ก็แล้วแต่การบริหารจัดการของเจ้าของสถานที่ต่างๆ แต่เท่าที่ประสบกา
ไม่สนใครว่าบ้า เป็นหนี้-เมียด่า ก็ไม่เลิก มั่นใจ “ถั่งปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้นใน 5 นาที” ขายดีแน่ คุณประดิษฐ์ ฮกชุน อายุห้าสิบปลาย เจ้าของผลิตภัณฑ์ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้น ภายใน 5 นาที เจ้าเดียวในไทย แบรนด์ MAGIC COOLS (เมจิกคูลส์) ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้ฟังว่าพื้นเพ เป็นคนจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมาย ก่อนหน้าเคยทำงานประจำ ทำหน้าที่อยู่ฝ่ายบุคคลได้ 5 ปีเศษ จึงลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มจากขายเสื้อผ้าเก่าตามตลาดนัดเปิดท้าย ก่อนหันมาทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ และ ปลาเรซิ่นใส่ตู้ปลา “แต่ละอาชีพที่ผ่านมาไม่เหมือนกันสักอย่าง อาจเพราะชอบอิสระ และใช้จินตนาการ ไม่เหมือนคนอื่น” คุณประดิษฐ์ เผยถึงบุคลิกประจำตัว ซึ่งเป็นที่มาของความคิดประดิษฐ์ ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้น ก่อนอธิบายถึงที่มาของแนวคิด “ผมรู้สึกทึ่งกับถังปั่นไอศกรีมหลอดของสมัยโบราณ ที่แค่ใส่น้ำอัดลมหรือน้ำหวานลงในหลอดอะลูมิเนียม แล้วใช้มือหมุนไม่กี่นาทีกลายเป็นไอศกรีมแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มเบียร์เป็นวุ้น เลยลองนำขวดเบียร์ มาแช่ในถังทำไอศกรีมหลอดดู ปรากฏเบียร์เย็นเร็วกว่าเดิมแถมเป็นวุ้น ทำให้เกิดความ
ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมด 34,022 ไร่ ชาวบ้านมีอาชีพทำไร่ ทำนา มีพื้นที่ปลูกอ้อย 2.8 หมื่นไร่ ปลูกข้าวเกือบหมื่นไร่ ที่นี่ขาดแคลนแหล่งน้ำชลประทาน ปลูกข้าวได้แค่ปีละครั้ง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้น้อยและฐานะยากจน หมดฤดูทำนา หนุ่มสาวมักอพยพไปรับจ้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท เพื่อนำรายได้มาเลี้ยงครอบครัว ทิ้งเด็กเล็กคนแก่ไว้เฝ้าบ้าน ปลูกเมล่อน “แก้จน” ปี 2549 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงร่วมมือกับ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ดำเนิน “โครงการนำร่องภาคธุรกิจ ช่วยเหลือคนจน จังหวัดสุพรรณบุรี” โดยส่งเสริมชาวบ้านปลูกเมล่อนเป็นรายได้เสริมเลี้ยงดูครอบครัว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อำเภอหนองหญ้าไซ สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อลงทุนให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รายละ 450,000 บาท ป้าเกษร มหาพล คัดผลและแขวนลูกเมล่อน เจียไต๋สนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการปลูกเมล่อน และรับซื้อผลผลิตคืนจากเกษตรกรในราคาประกัน และส่งนักวิชาการเจียไต๋มาให้คำแนะนำการผลิตตั้งแต่เริ่มเพาะต้นกล้า การใส่ปุ๋ย การกำจัดแมลงศัตรูพืช แล
อย่าเพิ่ง ทำท่า “หยะแหยง” กันนะคะ เพราะ “ของเหลือทิ้ง” ที่ว่านี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่มีคนกินเหลือ แต่เป็น พืช ผัก ผลไม้ ขนมปัง ของสด หรือของอะไรก็ตามแต่ที่สามารถกินได้นี่แหละที่ทางร้านอาหาร ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นว่าไม่สดใหม่ หรือใกล้จะหมดอายุ แล้วเตรียมจะเอาไปทิ้งลงถังขยะ แต่มีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังนี่ล่ะ ไป “ขอรับบริจาค” พืชผักเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร โดยอาหารทุกจานไม่มีการตั้งราคา แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้า จ่ายเท่าไรก็ได้ตามต้องการ หรือตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า คราวนี้ก็ “เข้าใจตรงพอยต์” กันแล้วนะคะ สำหรับร้านอาหารไอเดียดี๊…ดี ที่ว่านี้ ชื่อว่า “The Real Junk Food Project (เดอะ เรียล จั๊งก์ ฟู้ด โปรเจ็กต์)” เป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. สำหรับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. เนื่องจาก แก๊บบี้ โฮล์มส์ และ นาตาลี ครีน สองสาววัย 23 ที่ร่วมมือกันก่อตั้งร้านนี้ ต่างมีงานประจำเป็น “สาวเสิร์ฟ” ด้วยกันทั้งคู่ แต่เจียดเวลา 2 วันมาทำร้านนี้ เ
