SMEs
ร้านอาหาร ถ้าอร่อย-ไม่แพง-บรรยากาศดี ไกลแค่ไหนก็ต้องมีคนไปกิน ผมยังมีความเชื่อว่า…ร้านอาหาร ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหน ถ้าอร่อย ราคาไม่แพง และบรรยากาศดี อย่างไรก็ต้องมีคนไปกินทั้งนั้น เพราะตลอดชีวิตผ่านมา ผมอาจเดินทางไปทั่ว ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด จึงมักพบเห็นร้านอาหารเหล่านี้ซุกซ่อนอยู่ตามชานเมืองต่างๆ ทั้งๆ ที่อยู่ไกล แต่ยังมีคนเดินทางไปรับประทาน ยิ่งถ้าร้านอาหารนั้นๆ มีคอนเซ็ปต์ของตัวเองชัดเจน มีสไตล์การตกแต่งร้านที่ไม่เหมือนใคร แถมยังมีเมนูซิกเนเจอร์ที่มิควรพลาดด้วยประการใดๆ ทั้งปวง ร้านอาหารนั้นๆ ก็จะได้รับความนิยม เพราะต้องโท.รสั่งจองล่วงหน้าถึงจะมีโต๊ะรับประทาน ประเภทวอล์กอินเดินดุ่มๆ เข้าไปคงต้องรอนานเสียหน่อย ดีไม่ดีอาจไม่มีที่นั่งก็ได้ ผมกำลังพูดถึงร้านอาหารในสวนของหลายๆ แห่งในต่างจังหวัดครับ อย่างร้านแรกที่ผมอยากแนะนำให้ท่านผู้อ่านรับรู้คือ “Little Tree Garden” ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เพราะอยู่ลึกเข้าไปในซอยวัดนักบุญเปโตร ตรงข้ามกับซอยหมอศรี ใกล้ๆ กับโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ร้านนี้อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่กว่
หลายจังหวัดในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ติดกับทะเล ไม่ว่าจะเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย หรือทะเลอันดามัน ล้วนแต่มีความน่าอิจฉาในความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารที่ขึ้นชื่อหลายเมนูที่มนุษย์อย่างเราๆ ชื่นชอบ จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดต้นๆ ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้วต้องนึกถึงเมนูอาหารทะเลและที่ขาดเสียไม่ได้ คือ อาหารทะเลแปรรูป ที่สามารถเก็บเอาไว้รับประทานได้นานๆ เพราะคนจันทบุรีคือผู้ผลิตสินค้าบริโภคในหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นผู้แปรรูปสินค้าอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย และหากจะพูดถึงอาหารทะเลแปรรูป ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค หรือบรรดากุ๊ก เชฟ ผู้เลือกสรรวัตถุดิบในการประกอบอาหารแล้วละก็ จะต้องพูดถึง กุ้งแห้ง ของดีเมืองจันทบุรี ที่ได้รับการบอกต่อว่า อร่อย มีรสชาติเค็มกำลังดี ที่สำคัญ สะอาด เก็บได้นานไม่เหม็นหรือขึ้นราง่าย คุณวิไล บัวหลวง ผู้ผลิตสินค้ากุ้ง กุ้งแห้ง ของดีเมืองจันท์ ติดอันดับสินค้าแปรรูปโอท็อป กับฝีมือการผลิตอย่างเชี่ยวชาญ ตราบที่มีมนุษย์อยู่คู่กับทะเลเลยก็ว่าได้ หนึ่งในผู้ผลิตสินค้า “กุ้งแห้ง” ของดีเมืองจันทบุรี ได้ให้ข้อมูลว่า อาชีพการทำกุ้งแห้งนี้ ถือเป็นอาชีพแห่งวิถีชีวิตของประชาชน ชาวอำเภอแหลมสิงห์ จังห
ฟังเรื่องน้อยใจของยายจำปี! แม่ค้าวัย 78 ขึ้นล่องขายของ นครสวรรค์-กรุงเทพฯ ไม่มีวันหยุด ได้ข้อมูลแนะนำจากแหล่งข่าวท่านหนึ่ง อยากให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพูดคุยกับแม่ค้าวัยเกือบแปดสิบ ที่ยังกระฉับกระเฉงมีเรี่ยวแรงมาตั้งแผงขายของแถวซอยอารีย์ ริมถนนพหลโยธินขาออก ก่อนสิบเอ็ดโมงวันก่อน จึงไปตามเบาะแสที่แจ้งมา เดินวนมองหาอยู่หลายเที่ยว ยังไม่เห็นวี่แวว เลยเปิดภาพในไลน์กลุ่มให้พ่อค้ารถเข็นขายผลไม้ในละแวกดู ก่อนถามไถ่… รู้จักคุณยายคนนี้มั้ย “รู้สิ ขายของอยู่แถวนี้แหละ แต่ยังมาไม่ถึง….เอ๊า นั่นไง นั่นไงมาแล้ว แหมมม! ยายนี่มีแฟนคลับมาตามหาด้วยนะ” คู่สนทนาท่านเดิม ให้ข้อมูลด้วยน้ำเสียงร่าเริง มองตามรถตุ๊กๆ ที่คุณยายโดยสารมา คะเนด้วยสายตาคร่าวๆ บรรดาสัมภาระ ซึ่งประกอบด้วย พืชผัก ผลไม้ ถุงใหญ่หลายถุง น้ำหนักรวมๆ กันแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 กิโล ใช้เวลาขนของลงจากรถ ตั้งเก้าอี้ วางกระจาด จัดสินค้าบนแผงอยู่พักใหญ่ โดยมีพ่อค้าแม่ขายร้านค้าใกล้ๆกัน มาช่วยจัดอีกแรง นั่งพักแหนื่อยอยู่ครู่หนึ่ง คุณยาย จึงสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มใจดี “ชื่อ จำปี นามสกุลตัว-บุญรักษา นามสกุลแฟน-เปรมปรีดิ์ ปัจจุบั
“ไฉไล เฉาก๊วย” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กำลังตีตลาดเฉาก๊วย กับสโลแกน เนื้อหนึบ น้ำอร่อย ด้วยการผลิตแบบโฮมเมด มี คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 32 เป็นเจ้าของ เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า แต่ก่อนยึดอาชีพเป็นครูสอนชั้นประถม ภายหลังลาออกมาช่วยกิจการค้าขายของที่บ้านแถวพระประแดง ด้วยเป็นร้านของครอบครัวจึงอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองวางจำหน่าย ซึ่งเมนูที่คิดได้คือ เฉาก๊วย หลังได้ไอเดีย สิ่งแรกที่คุณจิ๊กเริ่มทำ คือเนื้อเฉาก๊วย เธอเฟ้นหาวัตถุดิบจากหลายแห่ง ทำทิ้งอยู่หลายรอบที่สุดก็พบแหล่งเฉาก๊วยคุณภาพดีจากเวียดนาม ใช้กระบวนการต้ม ตี และคั้น เพื่อเอาน้ำยางจากใบจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบคล้ายกับเนื้อไข่มุกเมนูยอดนิยม เมื่อได้เนื้อเฉาก๊วย สิ่งที่ทำต่อมา คือน้ำชาสำหรับทานคู่กับเฉาก๊วย ด้วยความที่คุณจิ๊กเป็นคนชอบทานชาไทย ชาเขียวอยู่แล้ว จึงลงมือคิดสูตรเอง ฝึกฝีมือชงน้ำอยู่นาน นำใบชาจากหลายๆ ที่มาชงเพื่อหารสชาติที่ดีที่สุด “เพื่อดึงรสชาติของชาให้โดดเด่นและแตกต่าง จิ๊กผสมคาราเมลกับโอวทึ้งลงไปในน้ำชาด้วย กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย ใช้เวลาคิดอยู่นาน เพราะต้องดูเรื่องอัตราส่วนให้รสชาติโอเคท
“ห่อข้าวหอม” ร้านข้าวกะเพราไก่ของหนุ่มใจดีวัย20 “ขายไม่หวังกำไร ช่วยคนไม่มีเงินให้กินอิ่ม ก็พอแล้ว” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเจอเข้ากับกระทู้พันทิปกระทู้หนึ่ง โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 5086108 ไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ว่า “เพื่อนๆชาวพันทิป โปรดแชร์เพื่อช่วยน้อง ก่อนที่สังคมจะขาดเด็กดีๆ” จึงกดเข้าไปอ่าน กระทู้เป็นเรื่องราวของเจ้าของโพสต์ที่ไปทำธุระแถวสำโรง ไปเจอเข้ากับร้านขายอาหารราคาถูกมาก แต่ใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ ชื่อร้านว่า “ห่อข้าวหอม” มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น อีกทั้งพ่อค้าเป็นวัยรุ่น อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ไม่รอช้า ติดต่อขอสัมภาษณ์พ่อค้าวัยทีนคนนี้ทันที ทราบชื่อ คือ คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก พ่อค้าและพ่อครัววัย 20 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาขีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เ
“ขนมปังรสพระทำ” วัดดังเมืองพิษณุโลก สร้างงาน สร้างอาชีพ สงเคราะห์ชุมชน ที่วัดโพธิ์ญาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีพระภิกษุสงฆ์ ร่วมกันผลิตขนมปังขึ้นมา เพื่อจำหน่ายให้แก่คนที่มาทำบุญเลี้ยงอาหารปลา บริเวณวังปลาหน้าวัด ติดกับแม่น้ำน่าน ได้เริ่มทำการผลิตตั้งแต่เช้า โดยมีพระภิกษุสงฆ์ ช่วยกันปั่นผสมแป้งและส่วนประกอบ เพื่อทำขนมปังนำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนซื้อหาไปรับประทาน หรือนำไปใช้เป็นอาหารปลา โดยตั้งชื่อว่า “ขนมปังรสพระทำ” พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ญาณ เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ว่า แนวคิดเกิดจากตัวอาตมาเอง เริ่มจาก แต่เดิมทางวัดสั่งขนมปังจากตลาด มาขายเป็น “ขนมปังปลา”หน้าวัด แต่หลังจากนั้นไม่นานเกิดปัญหา การส่งไม่สม่ำเสมอ บางครั้งนำของหมดอายุมา ขึ้นราบ่อย ไม่มีมาตรฐาน เลยเกิดความคิดจะทำขนมปัง กันเอง แต่ก่อนลงมือ ลงทุน ได้ไปศึกษาข้อปฏิบัติแล้วว่าเข้ากับระบบงานของคณะสงฆ์ ระเบียบของมหาเถรสมาคม หรือไม่ อย่างไร กระทั่งพบระเบียบคณะสงฆ์ ระบุไว้ วัดใดก็ตามที่อบรมประชาชน ต้องสนองงานคณะสงฆ์ ใน 8 หัวข้อ อาทิ ศีลธรรม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ ศึกษาสงเคราะห์ ศาสนสงเคราะห์ เ
อ้อย เป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรไทยหลายพื้นที่นิยมปลูก ขั้นตอนการดูแลไม่มีอะไรยุ่งยากในช่วงที่รอผลผลิตเจริญเติบโต แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการเก็บเกี่ยวบ้างในระยะหลังมานี้ เพราะขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อยส่งขายให้กับโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวรวมกลุ่มทำเป็นอ้อยแปลงใหญ่ เพื่อให้สมาชิกภายในกลุ่มได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องของแรงงานและการแก้ปัญหาต่างๆ ส่งผลให้ชาวไร่อ้อยเกิดความเข้มแข็งส่งต่อเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปยังลูกหลาน คุณวีนัด สำราญวงศ์ เกษตรกรไร่อ้อย อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ที่ 13 ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ยึดอาชีพทำไร่อ้อยเป็นงานหลักสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้ตออ้อยเดิมมาเป็น 10 กว่าปี พร้อมทั้งเน้นตัดอ้อยแบบต้นสดจำหน่าย ทำให้ใบอ้อยที่เหลือจากการตัดนำมาเป็นปุ๋ยอยู่ภายในแปลง สามารถลดต้นทุนการผลิตจำหน่ายอ้อยได้ผลกำไรงามทีเดียว คุณวีนัด สำราญวงศ์ คุณวีนัด เล่าให้ฟังว่า กว่าที่จะมาเป็นเกษตรกรไร่อ้อยเหมือนเช่นทุกวันนี้ ในสมัยก่อนได้ไปเป็นลูกจ้างใช้แรงงานอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาถึง 10 ปี เมื่อมีโอกาสกลับมาอยู่ประเทศไทยก็ได้มีครอบครัว ซ
เกษตรกรนครราชสีมาปลูกเลี้ยงเฟื่องฟ้า ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ดี คุณชวน คูทำนา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรผู้ปลูกเฟื่องฟ้ามาอย่างชำนาญ โดยได้นำเทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิต เพื่อให้ไม้ที่ปลูกตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดมามากกว่า 20 ปีกันเลยทีเดียว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นอาชีพที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณชวน ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มน้อย ขี้อาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อมาได้ย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิดมายังอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เพื่อมายึดอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับจำพวกต้นเฟื่องฟ้า “ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 30 ปีแล้ว ช่วงที่มาทำใหม่ๆ ก็คิดแค่จะทำเป็นอาชีพเสริมหลังจากว่างทำนา โดยเริ่มจากทีละเล็กทีละน้อยก่อน พอเริ่มมีความชำนาญจำหน่ายได้มากขึ้น ก็คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จจากการทำไม้ชนิดนี้ ก็ค่อยๆ ขยับขยายเรื่อยๆ โดยตอนนี้ก็ทำเฟื่องฟ้าอย่างเดียวบนเนื้อที่ประมาณ 10 กว่าไร่ เรียกว่าทำมานานยืนหยัดสู้มาจนถึงทุกวันนี้” คุณชวน เล่าถึงที่มา โครงลวดดัดทำเป
อร่อยลืมโลก! “บุ๊นรีลกัว” ขนมจีนปูนา เมนูเด็ดเพื่อนบ้าน ในบรรดากลวิธีในการกินขนมจีนของประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว ฉันขอยกนิ้วให้ชาวเวียด แต่ก่อนแต่ไรมาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชาวเวียดจะกินขนมจีนกันมากมายและหลากหลายเช่นนี้ เข้าใจเอาเองว่าชาวไทยเราน่าจะเป็นแชมป์กินขนมจีนในอาเซียน เรามีทั้งน้ำพริก น้ำยา และแกงสารพัด แต่แล้วฉันก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชาวเวียดนามจะกินขนมจีนทั้งแห้งและน้ำ กินกับหม้อไฟ และยังนำมาห่อผักกินกับอาหารต่างๆ ถูกใจคนรักขนมจีนอย่างฉันมาก ขนมจีนชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉันคือ ขนมจีนปูนา ที่ชาวเวียดเรียกว่า “บุ๊นรีลกัว” (Bún riêu cua) ถ้าใส่หอยโข่งด้วยก็เรียกว่า “บุ๊นรีลกัวอ๊ก” (Bún riêu cua ốc) ขนมจีนปูนา เป็นขนมจีนที่ทำมาจากปูนา โดยนำปูนาไปโขลก เอาน้ำปูมาผสมไข่แล้ว นำไปต้มก็จะเป็นก้อนลอยเหมือนฟองน้ำ ความสำคัญของบุ๊นรีลกัวอยู่ที่น้ำซุป โดยเริ่มจากการต้มกระดูกหมูไว้เป็นน้ำสต๊อก ระหว่างนั้นก็นำหม้ออีกใบ ใส่น้ำมันลงไปผัดกับหอมแดงและกระเทียมสับ ตามด้วยมะเขือเทศเยอะๆ ผัดจนหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลทรายนิดหน่อย เมื่อมะเขือนุ่มดีก็นำน้ำสต๊อกมาเทใส่ ใส่เต้าหู้ทอด
ตลาดสิงคโปร์ โดดเด่นมากเรื่องศูนย์อาหารหาบเร่ และไม่ได้มีแต่ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี่ยมเยียนปีละเกื
