SMEs
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สืบทอดนับพันปี ล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี-พระพุทธรูปมีชีวิต” หากใครมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เชื่อว่าต้องไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเมียนมา จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ระบุไว้ “พระมหามัยมุนี” เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางมารวิชัยทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยพระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์แห่งเมืองธรรมวดี แคว้นยะไข่ ซึ่งทรงศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ขึ้น เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึง พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุง ซึ่งเป็นกษัตริย์พม่าได้ไปตีเมืองยะไข่ และอัญเชิญพระพุทธมหามัยมุนี ข้ามแม่น้ำอิรวดีมาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ ปัจจุบันองค์พระประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” ในเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวสำหรับความเชื่อของชาวเมียนมานั้น เชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทาน “ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์”เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของ “พิธีล้างพระพั
เกษตรกรคนขยันเลิกทำนา หันมาปลูกเฟื่องฟ้า สร้างความแปลกใหม่ให้ไม้ดอกสีสวย จนลูกค้าต้องร้องว้าว ด้วยรูปทรงที่หลากหลาย อยากซื้อไปไว้ประดับตกแต่ง คุณชวน คูทำนา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรผู้ปลูกเฟื่องฟ้ามาอย่างชำนาญ โดยได้นำเทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิต เพื่อให้ไม้ที่ปลูกตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดมามากกว่า 20 ปีกันเลยทีเดียว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นอาชีพที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณชวน ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มน้อย ขี้อาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อมาได้ย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิดมายังอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เพื่อมายึดอาชีพทางการเกษตรเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับจำพวกต้นเฟื่องฟ้า “ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 30 ปีแล้ว ช่วงที่มาทำใหม่ๆ ก็คิดแค่จะทำเป็นอาชีพเสริมหลังจากว่างทำนา โดยเริ่มจากทีละเล็กทีละน้อยก่อน พอเริ่มมีความชำนาญจำหน่ายได้มากขึ้น ก็คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จจากการทำไม้ชนิดนี้ ก็ค่อยๆ ขยับขยายเรื่อยๆ โดยตอนนี้ก็ทำเฟื่องฟ้าอย่างเดียวบนเนื้อที่ประมาณ 10 กว่าไร่ เรียกว่าทำมา
“จังหวัดกาญจนบุรี” ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนอีสานแห่งภาคตะวันตก เพราะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงและอากาศร้อนอบอ้าวมากในฤดูร้อน ด้านตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นเขตแดนไทย-พม่า อิทธิพลจากเทือกเขานี้ทำให้พื้นที่ราบทางด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นเขตพื้นที่อับฝน มีฝนน้อย ปริมาณฝนรวมตลอดปีน้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับตอนกลางของจังหวัด ที่มีฝนรวมตลอดปี ประมาณ 1,200-1,600 มิลลิเมตร “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพราะทนร้อน ทนแล้งได้ดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 500-700 กิโลกรัม ราคาขายส่ง ประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท ปลูกมะขามเทศ 1 ไร่ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-60,000 บาท ต่อปี “มะขามเทศฝักสีชมพู” ไม้ผลทำเงิน “ไร่สวนขวัญ” คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต พนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง (อบต. วังด้ง) ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดทำสวนมะขามเทศเป็นรายได้เสริม ชื่อ “ไร่สวนขวัญ” บนเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่บ้านหนองสามพราน หมู่ที่ 9 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โทร. (086) 162-0365 คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต (ซ้าย ) กับคุณพ่อ คุณไพฑูรย์ เริ่มสนใจทำสวนมะขาม
อีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาดคือ “เมนูหอยหวาน” หรือที่บางท้องถิ่นเรียกว่า “หอยตุ๊กแก” เมื่อนำมาเผา เนื้อหอยจะมีรสหวาน อร่อยสุดยอด เนื้อหอยหวานราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบ กินอร่อยจนหยุดไม่ได้ หอยหวานผัดฉ่า “หอยหวาน” เป็นสินค้าขายดีประจำร้านซีฟู้ด เพราะหอยหวานมีรสชาติหวานล้ำ อร่อย จนต้องสั่งซ้ำเป็นจานที่สอง…สาม…สี่ แต่เมนูหอยหวานจะอร่อยเลิศได้ จะต้องใช้หอยหวานสดที่ยังมีชีวิตมาปรุงเป็นอาหารเท่านั้น หากปล่อยให้หอยหวานตาย เนื้อหอยจะเน่าทันทีภายในระยะเวลา 1-2 ชั่วโมง เท่านั้น ทุกวันนี้กระแสความต้องการบริโภคหอยหวานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ปริมาณหอยหวานที่จับจากชายทะเลตามธรรมชาติกลับมีจำนวนลดลง เพราะหอยหวานเติบโตไม่ทันกับความต้องการของมนุษย์ โดยปกติชาวประมงจะจับหอยหวานออกขายปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วงต้นฝน จึงมีหอยหวานจากธรรมชาติเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในระยะนี้ ช่วงปลายฤดูหนาว ชาวประมงจับหอยหวานส่งขายตลาดบ้างแต่มีปริมาณน้อย ทำให้หอยหวานในระยะนี้ขายได้ราคาสูง หลายคนจึงสนใจทำฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยหวานเชิงการค้า แต่การทำฟาร์มหอยหวานให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการเรียนรู้และเงินลงทุนที่มากพอสมควร เทค
ปกติเนื้อที่ 17 ไร่ที่เป็นทุ่งทานตะวันได้ใช้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหลักพอเก็บข้าวโพดขาย ก็ประมาณเดือนกันยายนของทุกเขาไม่อยากให้มีช่วงว่าง เพราะการปล่อยที่ดินไว้เฉยๆ จะไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา จึงลงต้นทานตะวัน เพราะเท่ากับจะทำให้มีรายได้จากการขายเมล็ด กิโลกรัมละประมาณ 10 บาท ผลผลิต 180 กิโลกรัม ต่อไร่ จึงทำรายได้จากเมล็ดทานตะวัน 17 ไร่ ทำเงินได้เกือบ 40,000 บาท หน้าหนาวผมได้ไปชมทุ่งทานตะวันที่หลักกิโลเมตรที่ 7 บนถนนตากฟ้า-พุนกยูง ถนนหมายเลข 1145 ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ เป็นการได้ไปชม ไปถ่ายรูปทุ่งทานตะวันโดยไม่ได้ตั้งใจมาก่อน เพราะความตั้งใจนั้นต้องการไปเที่ยวที่ตัวเมืองนครสวรรค์และพิจิตร เพียงแต่ได้นั่งรถผ่านไปเห็นโดยบังเอิญ เพราะเห็นร้านขายกาแฟโดดเด่นอยู่ริมทาง พอได้เข้าไปจิบกาแฟ จึงได้มองเห็นทุ่งทานตะวันชัดเจน มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจจอดรถริมทาง แล้วเดินเข้าไปชมทุ่งทานตะวันที่กำลังบานเต็มที่กันเป็นหลายสิบคน ผมมารู้ตอนหลังว่า ดอกทานตะวันบานเต็มที่แค่ 10 วันเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ คอตกก้มหน้าลงดิน แล้วก็เหี่ยวไปตามกาลเวลา แสดงว่าผมโชคดีที่ได้มาพบหน้าตาของดอกทาน
เปิดเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกุหลาบจิ๋ว มีลักษณะดอกคล้ายๆ ดอกมะลิ ดอกไม้ชนิดนี้ไม่ล้นตลาด ลูกค้าชอบสีขาว ขายดีตลอดทั้งปี การผลิตกุหลาบจิ๋ว คือการนำกุหลาบในกลุ่มกุหลาบหนู (miniature rose) ที่มีการจำหน่ายในตลาดการค้าทั่วไป มาคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้มีทรงพุ่มกะทัดรัด ออกดอกสวยงาม มาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (plant tissue culture) ซึ่งวิธีนี้เป็นการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีหนึ่ง ทำให้ได้ต้นกุหลาบหนูมีความสูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร สามารถนำไปปลูกเลี้ยงในภาชนะขนาดเล็กและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ออกดอกสวยงามเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิมทุกประการ ต่างกันที่ต้นกุหลาบหนูที่ผลิตโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะมีขนาดต้นที่เล็กลง จึงมักเรียกกุหลาบเหล่านี้ว่า กุหลาบจิ๋ว หรือ เบบี้โรส คุณวรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 4 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความชำนาญในการพัฒนาและขยายพันธุ์กุหลาบจิ๋วได้เป็นอย่างดี และมีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ พร้อมทั้งมีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้กุหลาบตอบโจทย์กับความสนใจของลูกค้า จึงเกิดเป็นงานสร้างรายได้อย่าง
หลายคนมีร้านโปรดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางร้านโปรด ร้านของหวานเจ้าประจำในห้าง ร้านอาหารที่มักไปผูกปิ่นโตด้วย หรือ ร้านขายเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านขวัญใจในรั้วมหาวิทยาลัย “ร้านมุมอร่อย” ร้านคีออสเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณตึก 8 ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำหน่ายน้ำ ขนม และอาหารราคาถูกให้บรรดานักศึกษา อาจารย์และบุคคลทั่วไป โดยมีเหล่าคุณลุง คุณป้า ท่าทางคุยเก่ง เป็นมิตรกับลูกค้า และ ลูกมืออีกหนึ่งคน อยู่ประจำร้าน ลุงจี๊ด – กิตติพัฒน์ แสงอุทัย วัย 60 ปี กับ ลุงเล็ก – นันทพงศ์ สิงหราไช วัย 59 ปี มือชงเครื่องดื่มประจำร้าน ป้าเล็ก – สุรัมภา ปิยวชิรานนท์ วัย 59 ปี กับ พี่นิ่ม – มณี สุวรรณวงศ์ วัย 53 ปี รับผิดชอบในการจำหน่ายอาหารและขนมต่างๆ และ ป้าจ๋อม – ภารดี ทองสง่า วัย 58 ปี ทำหน้าที่รับออร์เดอร์และคิดเงิน ป้าจ๋อม ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมารวมตัวกันทำร้านคีออสเล็กๆ ภายในมหาวทิยาลัยแห่งนี้ แต่ละคนทำอืชีพอื่นกันมาก่อน ส่วนตนเอง เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ขายผ้าม่าน พอมีคนรู้จักเขาประมูลพื้นที่ขายของในมหาวิทยาลัยได้ ก็มาไถ่ถาม ตนเลยชักชวนคนอื
สาย ภาษาท้องถิ่นภาคใต้ฝั่งอันดามัน หมายถึง สาหร่าย มีคุณประโยชน์นานัปการ ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลเก็บบริโภคมาช้านาน โดยสามารถนำมาบริโภคสดจิ้มกับน้ำพริกกะปิ หรือน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือจะนำมายำกับหมึกหรือกุ้งก็เข้ากันได้ดี ทุกคนที่ได้รับประทานต่างติดใจในรสชาติและเนื้อสัมผัสเมื่อเคี้ยวโดนเม็ดสาหร่ายจะกรุบกรอบทำให้รับประทานได้ไม่เบื่อ ในต่างประเทศ สาหร่ายทะเล ก็เป็นอาหารที่นิยมบริโภคมาเป็นเวลานาน ประเทศที่นิยมบริโภคสาหร่ายทะเล ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ เป็นต้น นอกจากนี้ สาหร่ายทะเลยังมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ปุ๋ย ยารักษาโรค อาหารสัตว์ เป็นต้น ในปัจจุบัน มีการนิยมบริโภคสาหร่ายทะเลมากขึ้น เนื่องจากสาหร่ายทะเลมีคุณประโยชน์มากมาย จัดเป็นอาหารสุขภาพ ประเทศที่มีการเลี้ยงและส่งออกสาหร่ายมีหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน เวียดนาม แคนาดา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ในประเทศไทยนั้นมีการบริโภคสาหร่ายทะเลในจังหวัดทางภาคใต้และภาคตะวันออก โดยรับประทานแทนผัก ในปัจจุบันกรมประมงสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลได้หลายชนิด เจ้าหน้าที่เข้าไปเยี่ยมเยือน โดยหนึ่งใ
แบบนี้ก็มี! เห็นหรือยัง ‘ต่างหูสลากกินแบ่ง’ ไอเดียเก๋ เอาใจคอหวย ชาวเน็ตก็ต่างแชร์ ภาพของต่างหู ไอเท็มใหม่เอาใจคอหวย ที่ออกแบบเป็นรูปสลากกินแบ่งอันจิ๋ว อย่างสวยงาม ให้ได้เสี่ยงโชค ทำเอาชาวเน็ตฮือฮา กับไอเดียนี้ไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมีต่างหูรูปแบบต่างๆ ที่ทำออกมาเอาใจคนไทย อย่าง ชานมไข่มุก หนังสือแบบเรียน ถังสังฆทาน มาลัย กระป๋องมาม่า ไปจนถึงคุ้กกี้ และขนมห่อขบเคี้ยวต่างๆ และปาท่องโก๋ อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก Nattakan Baikheaw
เปิดต้นแบบชุมชน “บ้านแม่ปาน-สันเกี๋ยง” พัฒนาแหล่งน้ำ สู่การสร้างอาชีพแบบยั่งยืน เดินทางขึ้นเหนือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่แห่งนี้ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา มีชาวบ้านอาศัยอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน แบ่งเป็นหลายชนเผ่า ยึดอาชีพหลักคือทำเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยวมานานนับสิบปี ย้อนหลังไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน อำเภอแม่แจ่มประสบปัญหาหมอกควันและไฟป่า สาเหตุเกิดจากการเผาซังข้าวโพดที่ชาวบ้านนิยมปลูกไว้เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ป่าหายไปมาก ดินแห้งแล้ง ชาวบ้านขาดรายได้ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน และลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดบนภูเขาในเขตพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม (บ้านแม่ปาน-สันเกี๋ยง) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง พัฒนาพื้นที่ดังกล่าวภายใต้โครงการธรรมชาติปลอดภัยแม่แจ่ม : แม่ปาน-สันเกี๋ยง โมเดล ด้วยการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เพราะน้ำคือจุดกำเนิดของทุกสิ่งในวิสาหกิจชุมชน ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำ ตามแนวพระราชดำริ จนวันนี้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างชุมชนที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ป่าน-สันเกี๋ยง” &nbs
