SMEs
ทำเลนั้นสำคัญไฉน! ตั้งร้านในป่าช้าลูกค้าก็ไม่หวั่น “โจ๊กดังเมืองกาญจน์” ขายดีเช้ายันค่ำ เป็นที่ทราบกันดีว่า ภายในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ “สุสานทหารสัมพันธมิตร” ซึ่งปัจจุบันได้การยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแวะเวียนมาเยี่ยมชมแทบจะตลอดทั้งปี และเมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ออกสำรวจบรรยากาศค้าขายโดยรอบสถานที่สำคัญดังกล่าว พบมีร้านค้าทำการค้าขายเปิดอยู่ใกล้เคียงอย่างคึกคัก หลักๆ แล้วจะเป็นแผงผลไม้สด ถัดไปอีกฟากถนนฝั่งเดียวกับสุสานดัง มีร้านโจ๊ก-ต้มเลือดหมู ตั้งขายกันแต่เช้าอยู่ถึงสองเจ้า แต่เจ้าที่สะดุดตาและดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าหนาตากว่า น่าจะเป็นร้านที่ชื่อว่า “โจ๊กหลังป่าช้า ตั้ม สาขา 8 “ เพราะกำลังง่วนกับชั่วโมงทำเงิน คุณตั้ม เจ้าของกิจการ “โจ๊กหลังป่าช้า” จึงไม่มีเวลามาพูดคุยด้วย แต่แฟนสาวของเขา กรุณาเจียดเวลามาให้ข้อมูลคร่าวๆ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนหน้านี้เปิดร้านขายโจ๊กอยู่หลังสุสานทหารสัมพันธมิตร ซึ่งชาวบ้านที่นี่เรียกกันติดปากว่า “ป่าช้าฝรั่ง” ร้านเราเลยกลายเป็นโจ๊กหลังป่าช้า แต่ป
หนุ่มนิเทศฯ ทุ่มเทอาชีพที่รัก ปักหลักทำธุรกิจด้วยทุนหลักพัน ปัจจุบัน “บาร์เบอร์” โตวัน-โตคืน แม้เปิดมาได้ไม่นาน แถมมีร้านเริ่มต้นเป็นแค่เต็นท์เล็กๆ แทรกตัวอยู่ในตลาดนัดกลางคืนย่านชานกรุง แต่กลับมีลูกค้าทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ ให้ความสนใจ จนล่าสุดขยับขยายกลายเป็นมีหน้าร้าน ให้บริการเป็นเรื่องเป็นราว รองรับลูกค้าได้ถึง 6 วัน ต่อสัปดาห์ คุณนุ๊ก – ภูมินทร์ รอดโพธิ์ทอง วัยยี่สิบปลายปี เจ้าของกิจการ The Clipper Barbershop (เดอะ คลิปเปอร์ บาร์เบอร์ช็อป) ที่เกริ่นถึง เล่าที่มาที่ไป จบการศึกษาปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยทำงานประจำในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งหนึ่ง อยู่ราว 2 ปี ก่อนลาออกมามองหางานทำที่ใหม่ ระหว่างนั้น มีเวลาว่าง จึงไปสมัครเรียนตัดผมกับทางโรงเรียนฝึกอาชีพ ดินแดง เพราะเป็นอาชีพที่ชื่นชอบมานานแล้ว เรียนตัดผมแค่สองอาทิตย์ ที่ทำงานใหม่โทรศัพท์มาตามให้ไปเริ่มงานได้ แต่ปฏิเสธไป เพราะอยากเรียนวิชาช่างตัดผมให้จบคอร์ส ซึ่งต้องใช้เวลาราว 3 เดือน “ตอนนั้นบอกที่บ้านว่าจะไม่ทำงานแล้ว แต่จะไปเรียนตัดผม เขาก็ตามใจ อยากทำอะไรทำ แต่ลึกๆ คงไม่เข้าใจว่าผมคิดอะไรอยู่ และไ
พนักงานบัญชี ลาออกมาทำของชำร่วยแฮนด์เมด “เก๋ & กรีน” ขายดีผลิตแทบไม่ทัน ของชำร่วย ของที่ระลึกในงานมงคล โดยเฉพาะงานแต่ง เจ้าภาพร้อยทั้งร้อย เป็นต้องพิถีพิถันกับตัวแทนความรักของบ่าว-สาว เรียกได้ว่า กว่าจะตัดสินใจเลือกใช้วัตถุแบบไหน มามอบแด่แขกเหรื่อที่เชื้อเชิญมานั้น ต้องเฟ้นแล้วเฟ้นอีกกันแบบสุดๆ กันเลยทีเดียว Love Ozone (เลิฟ โอโซน) ของชำร่วยทำมือจากต้นไม้มงคลและวัสดุธรรมชาติ ของขายดีมีความกิ๊บเก๋สไตล์รักษ์ธรรมชาติ รายนี้ อาจเป็นที่ถูกอกถูกใจของใครหลายคนซึ่งกำลังมองหาของชำร่วยแบบไม่ซ้ำใคร มีแหล่งผลิตอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เป็นผลงานของสาวบัญชี จากรั้วพ่อขุน วัยสามสิบเศษ นามว่า คุณศุ-ศุพิดา ชัยประเศียร ย้อนความเป็นมาให้ฟัง ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัท หลังจากแต่งงานได้ 3 ปี มีพยานรัก จึงลาออกมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก และทำอาชีพขายเครื่องสำอางทางออนไลน์ แต่มีคนทำกันเยอะ เลยมองหาสินค้าอื่น ก่อนถามตัวเองว่าชอบอยู่กับอะไร ได้คำตอบว่ากลับมาว่า “ต้นไม้” จึงถามไถ่ญาติที่ทำธุรกิจขายต้นไม้อยู่ก่อนหน้าซึ่งไม่ได้ปลูกเอง แต่ใช้วิธี “รับมา-ขายไป” โดยขอให้ช่วยซื้อต้นไม้มงคลขนาดเล็ก เช่น ช้อนเงิน ช้อน
“ไม่มีใครแก่เกินเที่ยว” บริษัททัวร์จับกลุ่มผู้สูงอายุ ตลาดนี้กำลังมา ทำก่อนได้เปรียบ จากข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของประเทศไทยและโลก พบว่าปัจจุบันมีประชากรที่เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้เราจะได้เห็นธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงวัยเติบโตอย่างมหาศาล อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ชาวต่างชาติในวัยเกษียณเลือกเข้ามาพำนักในระยะยาวเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลทางภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และอัธยาศัยของคนไทย ปัจจัยเหล่านี้ย่อมสร้างโอกาสธุรกิจผู้สูงวัยได้หลากหลายประเภท ธุรกิจไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น อย่าง บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด ก่อตั้งโดยคุณเก็ต-ชฎารัตน ภู่วิจิตร ได้เล็งเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจผู้สูงวัย แต่เดิมเป็นพนักงานบริษัททั่วไป เกิดแนวคิดจากประสบการณ์ที่ได้เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศกับครอบครัว ซึ่งพ่อแม่อยู่ในวัยเกษียณ แต่ละทัวร์ที่ไปนั้นยังไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจได้ สังเกตได้ว่าทัวร์ทั่วไปเที่ยวเสร็จไม่รู้จักใคร จึงอยากสร้างสังคมของผู้สูงวัยให้มากขึ้น ถ้ามีโอกาสรู้จักกันเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสังคมให้น่าอยู่ เพราะลูกหลานไปทำ
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (berry) เป็นผลไม้ลูกเล็กๆ สีสันสดใส มีรสเปรี้ยวหรือหวาน เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ ฯลฯ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีคุณค่ามากมาย ยังอุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จนหลายคนเชื่อว่า “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” เป็นยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติกันเลยทีเดียว เมืองไทยก็มีผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เช่นกัน โดยเบอร์รี่สายพันธุ์ไทยที่รู้จักกันดี ได้แก่ ลูกหว้า มะเกี๋ยง มะเม่า มะขามป้อม ลูกหม่อน มะยม เชอร์รี่ไทย โทงเทงฝรั่ง ตะขบ เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดสามารถพบได้ในแต่ละภาคของประเทศ มัลเบอร์รี่ หรือผลหม่อนสด “ลูกหม่อน” หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “มัลเบอร์รี่” เป็นหนึ่งในไม้ผลทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ เพราะ มัลเบอร์รี่ มีสารพฤกษเคมี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กลุ่มแทนนิน ฟลาโวนอยด์ เทอร์ปีน แอนโทไซยานิน ซึ่งช่วยให้ภูมิร่างกายแข็งแรง ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อไวรัส ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง ป้องกันความเสื่อมของร่างกาย มีใยอาหาร (ไฟเบอร์) ที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น มีวิตามินสูง เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตา
“แกงบะหนุน” อาหารปีใหม่ชาวล้านนา เพื่อโชคลาภและการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน อาหาร คือ สิ่งหนึ่งในเทศกาลที่พิเศษออกไปจากวันธรรมดา ฉันเคยเขียนเรื่องข้าวแช่และกะละแมของชาวมอญไปแล้วในปีก่อนๆ คราวนี้ขอเขียนเรื่องในอาหารของไทยกันบ้าง เทศกาลปี๋ใหม่เมืองของชาวล้านนาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนเช่นเดียวกับชาวไทยในภูมิภาคอื่น เว้นเสียแต่ชาวมอญที่จะล่ากว่าชุมชนอื่น วันนี้เป็นวันสังขานต์ล่อง เป็นวันเตรียมเก็บกวาดบ้านช่องให้พร้อม วันที่ 14 เมษายนเป็นวันเน่าหรือวันเนาว์ เป็นวันเตรียมของทำบุญ และขนทรายเข้าวัด วันที่ 15 เมษายน เป็นวันพระยาวัน ซึ่งเป็นวันเถลิงศกเข้าปีใหม่ เป็นวันทำบุญและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ วันที่ 16 เมษายน เป็นวันปากปี ซึ่งวันนี้แหละที่ทุกบ้านจะแกงบะหนุน หรือแกงขนุนกัน นัยว่าเพื่อให้มีโชคลาภ และได้รับการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน แกงขนุนนี้จะใช้ขนุนอ่อน ใช้วัตถุดิบธรรมดาๆ ได้แก่ ซี่โครงหมู มะเขือส้ม ชะอม และใบชะพลู แล้วจัดแจงโขลกน้ำพริกหรือจะซื้อสำเร็จรูปก็ตามสะดวก ประกอบด้วยพริกแห้ง หอม กระเทียม และกะปิ หนักหอมแดงเข้าไว้ จากนั้นนำหม้อใส่น้ำตั้งไฟใส่น้ำพริกลงไปละลาย ตามด้วยซี่โครงหมู และขนุนอ่อน ต
“ข้าวตังแม่บ้านยี่ล้น” ร่วม “เทสโก้ สำรับไทย” ยกมาตรฐานเอสเอ็มอีไทย จากโลคอลสู่โกลบอล เมื่อพูดถึงอาหารไทยในเวทีโลก มักจะมีชื่อติดโผ ว่าเป็นอาหารที่ถูกปากชาวโลกจนขึ้นอันดับอาหารแนะนำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากอาหารจานเด่น อย่างต้มยำกุ้ง มัสมั่น ส้มตำ หรือผัดไทย อันเป็นที่เชิดหน้าชูตาแล้ว แต่ละท้องถิ่นของไทย ยังมีอาหารคาวหวานเลื่องชื่อประจำถิ่นมากมาย ซึ่งเอกลักษณ์ต่างออกไปตามแต่พื้นที่ ตามแต่วัตถุดิบประจำถิ่นนั้นๆ ที่นำมาพัฒนา แปรรูปเป็นอาหารสารพัด กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หนึ่งในกลุ่มแม่บ้านที่ร่วมกันผลิตแผ่นข้าวตังดิบ มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มจากปลายข้าวหอมมะลิที่ไม่ได้มาตรฐานและถูกคัดทิ้ง ไม่ให้สูญค่าเปล่า สร้างรายได้ให้งอกเงย จากต้นทุนปลายข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 17 บาท เมื่อแปรรูปมาเป็นแผ่นข้าวตังดิบสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 75 บาท หลังเริ่มเป็นที่รู้จักจากสื่อ ได้ร่วมออกงานแสดงสินค้ามายาวนาน กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น ได้รับการติดต่อจากเทสโก้ โลตัส ให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ “เทสโก้ สำรับ
เนรมิตที่ดิน 1 ไร่ ทำเกษตร ปลูกผัก ทำนา เลี้ยงปลา ได้เงินเดือนเป็นแสน ที่บ้าน คุณภีรพร หอมสมบัติ ชาวบ้านบ่อใหญ่ หมู่ 2 ต.บ่อใหญ่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และภรรยา คือคุณทัศนีวรรณ์ หอมสมบัติ โทร. (088) 036-2139 เจ้าของพื้นที่ทำการเกษตร 1 ไร่ ได้แสน โดย คุณภีรพร กล่าวว่า แปลง 1 ไร่ ได้แสน เน้นการปลูกข้าวอินทรีย์เคมี ใช้มูลโค มูลกระบือ มูลไก่ รองพื้น ตามด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-8 จำนวน 5-10 กิโลกรัม ต่อไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 7-10 กิโลกรัม ต่อไร่ ช่วงปลูกในเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม การดูแลรักษา ทำโดยการสูบน้ำเข้านา ประมาณต้นเดือนกันยายน ให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 จำนวน 10 กิโลกรัม ต่อไร่ ได้ผลผลิตต่อฤดูกาล 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาข้าว ขายตามราคาจำนำ เกวียนละ 15,000 บาท “ผมเลี้ยงปลาดุกในนาข้าว จำนวน 20,000 ตัว ขายได้ปีละกว่า 20,000 บาท ปลูกมะนาว พันธุ์พิจิตร 1 จำนวน 20 ต้น ในวงบ่อซีเมนต์ รอบแปลงและรอบบ่อปลา ได้ผลผลิตนอกฤดูกาล มีรายได้วงบ่อละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท ขยายพันธุ์มะนาวด้วยวิธีการตอนกิ่งจำหน่ายภายในชุมชน ปีละ 100-200 ราคากิ่งละ 100 บาท ปลูกพืชฤดูแล้ง ถั่วลิสง จำนวน 1
“ปิ้ง ย่าง ทอด ถาดยักษ์” ของกินขายดี ถูกใจวัยรุ่น แชร์กันกิน แชร์กันจ่าย สมัยนี้ของกินขายดีต้องยักษ์ๆ ใหญ่ๆ ไล่มาตั้งแต่ ส้มตำถาดยักษ์ พิซซ่ายักษ์ แฮมเบอร์เกอร์ยักษ์ ซีฟู้ดถาดยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ล่าสุดเห็นมีขนมโตเกียวยักษ์ ของยักษ์ๆ ถูกจริตวัยรุ่น ไปกันหลายคน แชร์กันกิน แชร์กันหาร เลยสุดคุ้ม และเป็นความท้าทายคนกินที่ต้องกำจัดให้หมด และเป็นจุดขายของหลายร้าน ถ้ากินหมดได้กินฟรี กินไม่หมดต้องจ่ายตังค์ ตามงานแสดงอาหาร มักจะมีการปรุงอาหารกระทะยักษ์ ให้มาช่วยกันทำหลายๆ คน มีทั้งงานในประเทศและนอกประเทศ เช่น ข้าวผัดกระทะยักษ์ ไข่เจียวยักษ์ เมื่อปี 2536 กว่า 25 ปีมาแล้ว อาจารย์พลศรี คชาชีวะ แห่งโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอยู่ มีแรงอยากจะทำงานมหกรรมอาหารขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เลยไปหาท่านเสรี วังส์ไพจิตร ซึ่งหล่อและหนุ่มกว่าอาจารย์พลศรี ตอนนั้นท่านเป็นรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นดีด้วย พอมีผู้สนับสนุนเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานเลยเป็นรูปเป็นร่าง แม่บ้านทันสมัยยังจับมือกับบริษัทน้ำมันพืชมรกตในยุคนั้นมี คุณศุภลักษณ์ อัศวานนท์ เป็นผู้บริหาร
“เส้นทางเศรษฐี” บังเอิญเห็นขนมเข่งหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโซเชียล โดยใช้ชื่อว่า “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ชุดห้าราชวงศ์” เป็นขนมเข่งที่มี 5 สีใน 1 กล่อง แหล่งผลิตอยู่ที่ “ร้านเจริญพร” ตลาดบางบัวทอง คุณนรินทร์ วัย 72 ปี และ คุณเงินยวง รัตนรงคาภรณ์ วัย 60 ปี ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการทำขนมเข่งสีสันแปลกตานี้ให้ฟังว่า ที่มาที่ไปเริ่มมาจาก “ทำไหว้ ทำกิน ทำแจก แล้วจึงมาทำขาย” ก่อนที่จะมาทำขนมเข่งขาย อาชีพหลักของคุณนรินทร์กับคุณเงินยวง คือการขายเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนมาก่อน ด้วยความเป็นครอบครัวเชื้อสายจีน เมื่อถึงเทศกาลไหว้เจ้า มักจะทำอาหารอย่าง ผัดหมี่ซั่ว บ๊ะจ่าง ขนมเข่ง ไหว้เจ้ากันเอง พอไหว้เสร็จก็นำไปแจกจ่ายให้คนรอบข้าง ให้ลูกชายนำของไหว้เจ้าไปแบ่งให้คนที่ทำงานบ้าง คนที่ทำงานชมว่าขนมเข่งอร่อย ให้ลองทำขายดู ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดทำขาย จนเมื่อปี 2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่หลายเดือน ผนวกกับเศรษฐกิจซบเซาและมีห้างร้านต่างๆ มากขึ้น จึงทยอยปิดกิจการร้านเสื้อผ้ารองเท้านักเรียนไป จนปี 2555 เริ่มหันมาทำขนมเข่งขาย กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวมากว่า 7 ปีแล้ว โดยสูตรที่เริ่มทำออกมาขายในช่
