SMEs
เปิดต้นแบบร้านโชห่วย พร้อมเคล็ดลับ ทำยังไงให้อยู่รอด ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วที่คนไทยเริ่มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า นำผักปลามาวางขายกันอย่างเรียบง่าย ไม่ได้มีหน้าร้านชัดเจน เพียงตั้งขายเป็นครั้งคราวบนโต๊ะไม้ธรรมดา แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนรูปแบบร้านได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ให้ครบวงจรมากขึ้น จำหน่ายสินค้าสารพัดสิ่ง ที่เราให้คำจำกัดความกันว่า “ร้านโชห่วย” มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า ร้านขายของชำ หรือร้านสะดวกซื้อ นั่นเอง แต่เพราะร้านโชห่วยในปัจจุบันไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงอีก ทำให้จำนวนร้านโชห่วยที่เคยเปิดหนาแน่นเหลือเพียงไม่กี่ร้าน อั้ยยะ มาร์เก็ต (I-YA MARKET) ร้านโชห่วยจากจังหวัดสุรินทร์ ต้นแบบร้านโชห่วย 4.0 ครบวงจร จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาร้านค้าปลีกทายาทโชห่วย…โชว์เสน่ห์ ปี 2561 ที่บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น โดยมี คุณยะ-วัชระ แพ่งศรีสาร เป็นเจ้าของร้าน “ร้านนี้เปิดมาได้เพียงหนึ่งปี แต่ก่อนผมเป็นพนักงานบริษัท ทำงานจนไม่มีเวลาดูแลครอบครัว พี่ชายเลยชวนกลับบ้าน เสนอไอเดียให้เปิดร้านที่จังหวัดสุรินทร์ เพราะจะได้ดูแลร้านและดูแ
เกษตรกรใจสู้วัย 48 ปี แถมมีลูกสาวที่น่ารักวัยเพียง 5 ขวบ อดีตจากที่เคยยึดอาชีพรับจ้างไร้ความมั่นคงในชีวิต จับมือภรรยากัดฟันสู้ลองทำเกษตรผสมผสานที่จังหวัดชัยนาท ปลูกข้าว เพาะเห็ด เลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงเป็ด เก็บผลผิตขาย ได้เงินแน่ๆ วันละ 500 บาท ยังไม่รวยแต่ภูมิใจ เก็บเงินไว้ส่งลูกเรียน เศรษฐกิจพอเพียงระดับเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจเพื่อการเกษตรที่เน้นการพึ่งพาตนเอง เกษตรกรจะใช้ความรู้ ความสามารถ ในการบริหารจัดการที่ดินโดยเฉพาะแหล่งน้ำ และกิจกรรมการเกษตรได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของเกษตรกรเอง โดยพึ่งพาอาศัยทรัพยากรในไร่นาและทรัพยากรธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ให้มีความหลากหลายของกิจกรรมการเกษตรในไร่นา มีกิจกรรมที่ไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคแก่กัน กิจกรรมเสริมรายได้ ใช้แรงงานในครอบครัวทำงานอย่างเต็มที่ ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการผสมผสานการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง ในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณอุดม ดอกแดง คุณวัลย์นภัส เอี่ยมชื่น และ ด.ญ.อภิญญา ดอกแดง กับโรงเรือนผักสวนครัว พี่ปู กล่าวถึงการดำเนินงานการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงว่า หลังจากใช้ชีวิตด้วยการยึดอาชีพรับจ้างมาโด
หากเอ่ยถึง “บึงกาฬ” นอกจากยางพาราพืชเศรษฐกิจเลื่องชื่อแล้ว จังหวัดนี้ยังมีอะไรดีๆ อีกมากที่เรายังไม่รู้ ในฤดูท่องเที่ยวนี้ลองหาเวลามาสัมผัสเสน่ห์สักครั้งจะรู้เลยว่า…จังหวัดที่ 77 เหนือสุดแดนอีสานไทยแห่งนี้มีดีกว่าที่คิด เพราะมากด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตชุมชนจากชาวบ้านท้องถิ่นที่มีแต่รอยยิ้มพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ห่างจากตัวเมืองจังหวัดบึงกาฬราว 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่นานถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้ บ้านสุขสาคร อำเภอพรเจริญ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2510 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในหมู่บ้านวัตวิถี มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจคือ ทุ่งบัวแดงหนองเลิง ซึ่งดอกบัวแดงจะบานเป็นสีชมพูเข้มสุดลูกหูลูกตาในฤดูท่องเที่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ยามว่างของชาวบ้านสุขสาครนอกจากทำไร่นา ประมงน้ำจืด ตามวิถีชีวิตแล้ว ยังรวมกลุ่มต่อยอดไอเดียนำดอกบัวแดง ที่นอกจากจะมีความสวยงามและมากด้วยสรรพคุณแล้ว มาแปรรูปเป็น ชาดอกบัว และสบู่ดอกบัว สร้างรายได้เข้าชุมชนอีกด้วย คุณสกาวเดือน วงศ์วิจิตร อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่ประสานงานสมาชิกกลุ่มแม่บ้านสุขสาคร คุณสกาวเดือน วงศ์วิจิ
ท่ามกลางกระแสดิจิตอล ธนาคารส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทำให้ธุรกรรมผ่านสาขามีปริมาณลดลง 27% (ค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ) ผลวิจัยของธนาคารยูโอบี (ไทย) ระบุว่า 99% ของลูกค้า 3 กลุ่ม มักมีการเข้าไปใช้บริการที่สาขาอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มเจ้าของกิจการ โดยจะเป็นการไปเพื่อขอคำปรึกษาด้านการเงิน และกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานและกลุ่มสตาร์ตอัพ ที่มีการทำธุรกรรมผ่านทางช่องทางดิจิตอลมากขึ้น แต่ยังต้องการคำปรึกษาทางด้านการเงินจากสาขาของธนาคารเช่นกัน ธนาคารยูโอบี (ไทย) จึงพลิกโฉมธนาคารรูปแบบใหม่ให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ปรับตัวสวนกระแสการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิตอลในปัจจุบัน คุณเจมส์-รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการจัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี(ไทย) กล่าวว่า “กลุ่มเป้าหมายของเรา คือ กลุ่มที่เป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์มากกว่า 100,000 บาท ภายใต้การดูแลของธนาคารยูโอบี และกลุ่มบุคคลที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคาร ที่มีรายได้มากกว่า 15,000 บาทต่อเดือน “ สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มเจ้าของกิจการ หรือ ผู้ที่มีความมั
ผู้ประกอบการได้เฮ รัฐผุดระบบพิเศษส่งปลากัด หนุนธุรกิจสัตว์น้ำสวยงาม กรมประมง สสว. และ ไปรษณีย์ไทย จับมือเปิดตัวระบบส่งพิเศษ สำหรับธุรกิจสัตว์น้ำสวยงาม จากผู้เลี้ยงสู่ผู้ซื้อ นำร่องให้บริการสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง ตั้งจุดบริการฝากส่งปณ.ทั่วประเทศ พร้อมแนะนำขั้นตอนการบรรจุส่งอย่างปลอดภัย ส่งวันเดียวถึง เทียบเท่าอีเอ็มเอส ทุกวันนี้ อะไรๆ ก็ค้าขายกันผ่านระบบอีคอมเมิิร์ซ (E-Commerce) กันเสียหมด เสื้อผ้าขายส่งผ่านออนไลน์ อาหารก็สั่งซื้อจากทางออนไลน์ แม้กระทั่งธุรกิจที่ไม่น่าจะซื้อขายผ่านออนไลน์ได้ อย่าง “ธุรกิจสัตว์น้ำสวยงาม” ก็มีการซื้อขายทางออนไลน์กับเขาด้วย ในพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างกรมประมง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้เปิดตัว “การขนส่งสัตว์น้ำสวยงาม ด้วยระบบขนส่งพิเศษ” ซึ่งเป็นการบริการจัดส่งปลากัดจากผู้ประกอบการสู่ผู้ซื้อโดยตรง คุณมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการนครหลวง ปณท กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย พร้อมร่วมสนับสนุนธุรกิจสัตว์น้ำสวยงาม โดยเริ่มจาก “ปลากัด” เป็นอย่างแรก ซึ่งเป็นอุ
แม่ค้า ป.4 ดีใจ “บิ๊บบี้” ขายดี มีลูกค้าเป็นถึง “คุณป้าหมอ” สั่งซื้อไปแจกคนไข้นับร้อยตัว ย้อนไปราวปลายปีที่แล้ว หลายคนอาจยังพอจำได้ เกี่ยวกับเรื่องราวน่ารัก ของเด็กหญิงวัยแปดขวบ นักเรียนชั้น ป.3 ที่ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอม ลุกขึ้นมาช่วยคุณแม่และคุณป้าของเธอ ประดิษฐ์ ตุ๊กตา หน้าตาแปลกๆ ทำจากลูกโป่งบรรจุแป้ง เมื่อนำไปบีบเล่น จะช่วยคลายเมื่อยมือได้ดีทีเดียว และเพื่อให้ผลงานมีเอกลักษณ์ พวกเขาจึงตั้งชื่อตุ๊กตาบีบแก้เมื่อยมือดังกล่าวว่า “บิ๊บบี้” โดยมีสโลแกนพ่วงท้ายด้วยว่า “บีบดิ แก้เมื่อย” ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม่ค้า ป.3 ทำ “ตุ๊กตาบิ๊บบี้-บีบดิ แก้เมื่อย” ขาย หาเงินออมช่วงปิดเทอม และล่าสุด แม้เจ้าของ “บิ๊บบี้” หรือ “ปุ๊กกี้-ด.ญ.วิชญาดา เลิศญาณนันท์ เลื่อนชั้นเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต แล้ว แต่หนูน้อยคนนี้ ก็ยังใช้เวลาว่างช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วยครอบครัวหารายได้อยู่เหมือนเดิม “หนูอยากมีเงินออมค่ะ แม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนักหาเงินมาซื้อของให้หนู” ปุ๊กกี้ ยังยืนยันความคิดเหมือนเดิม ก่อนเล่าให้ฟังต่อ หลังจาก “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำเสนอเรื่องราวของเธอไปแล้ว ปราก
ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ และบางรายเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งที่ใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องสูบน้ำแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น คุณวิไล นาลา อยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ปลูกพืชผักอายุสั้นหลายชนิด เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว แตงร้าน แตงกวา แตงไทย แตงโม ถั่วฝักยาว เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ย้ายไปปลูกแปลงใหม่ต่อไปเรื่อย เป็นการนำปุ๋ยไปใส่นาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัว วันละ 200-300 บาท โดยสูบน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ จำนวน 2 บ่อ แต่เนื่องจากที่นาของตนเองไม่มีระบบชลประทาน ไม่มีไฟฟ้า แต่จำเป็นต้องใช้น้ำ จึงคิดหาวิธีทุ่นแรงในการรดน้ำแทนการต
การปลูกพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะได้อาหารสะอาด ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่าย แถมได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย เริ่มแรก ควรเลือกพืชผักที่ปลูกง่าย ได้ผลเร็ว เช่น ผักบุ้ง ผักชี กะเพรา โหระพา ผักกาด กวางตุ้ง เป็นตัวอย่าง ถ้าในช่วงฤดูหนาว อาจเป็นผักกาดขาว หรือผักสลัดก็ได้ เมล็ดพันธุ์ที่นำมาปลูกต้องใหม่ มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูง ภาชนะปลูกมีให้เลือกได้หลายแบบ ถ้าต้องการให้สวยงาม ทำรางยกระดับเป็นชั้นด้วยไม้เนื้อแข็ง หรือแคร่ไม้ไผ่กรุภายในด้วยผ้าพลาสติกสีดำ ทะลวงก้นให้ระบายน้ำได้ดี หรือปลูกในกระถาง หรือกะละมังเจาะก้น เลือกได้ตามความต้องการ ดินปลูกต้องร่วนซุย เก็บความชื้นได้พอเหมาะ และระบายน้ำได้ดี ตัวอย่าง ใช้ดินร่วน กาบมะพร้าวสับหรือแกลบดิบ และปุ๋ยคอกเก่า ในอัตรา 3 : 1 : 0.5 ทั้งนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้หากสามารถหาวัสดุอื่นๆ ได้ง่าย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงในภาชนะปลูก ปรับผิวให้เรียบ หว่านเมล็ดบางๆ ให้ทั่ว กลบด้วยวัสดุปลูกชนิดเดียวกัน ให้กลบเมล็ดแล้วรดน้ำตาม พืชผักบางชนิดอาจจำเป็นต้องเพาะให้งอกก่อน โตพอประมาณแล้วจึงย้ายปลูก เช่น ผักกาดชนิดต่างๆ ในกรณีที่บริเวณบ้านมีหอยทาก หรื
เปลี่ยนเครื่องตัดหญ้าเป็นเครื่องสูบน้ำ ปลูกพืชผัก ผันเงินเข้ากระเป๋า ในฤดูแล้ง ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ และบางรายเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งที่ใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องสูบน้ำแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น คุณวิไล นาลา อยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ปลูกพืชผักอายุสั้นหลายชนิด เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว แตงร้าน แตงกวา แตงไทย แตงโม ถั่วฝักยาว เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ย้ายไปปลูกแปลงใหม่ต่อไปเรื่อย เป็นการนำปุ๋ยไปใส่นาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัว วันละ 200-300 บาท โดยสูบน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ จำนวน 2 บ่อ เปลี่ยนชุดตัดหญ้า เป็นหัวปั๊มสู
จากอดีตที่ผ่านมา ชาวปากพนังส่วนใหญ่ประกอบอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือการทำนา แต่มีรายได้น้อย จึงเปลี่ยนมาทำนากุ้ง ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ทุกพื้นที่ของอำเภอปากพนัง มองไปทางไหนก็จะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง แต่ไม่นานก็มีอันล่มสลายเพราะสภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ส่งผลให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง พื้นที่ หมู่ที่ ๓ บ้านบางพระ ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกษตรกรหันมาทำนากุ้งกันเป็นจำนวนมาก ต่อมาเจอปัญหาโรคกุ้งและสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง ทำให้เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน ต้องหยุดเลี้ยงกุ้งในที่สุด ภายหลังจากการก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ (ประตูน้ำปากพนัง) เสร็จสมบูรณ์ บ่อกุ้งที่เคยปล่อยทิ้งร้างจึงถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เข้ามาส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด กศน.อำเภอปากพนังช่วยพลิกฟื้นนากุ้งร้าง คุณสุรศักดิ์ อนันต์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอปากพนัง ได้ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นนากุ้งร้าง จึงมอบหมายให้นางโศภิษฐา มาศแสวง ครูกศน.ตำบลปากแพรก จัดทำเวทีประชาคมเพื่
