SMEs
แม้สังขารจะลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับตัวเขายังถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการต่อสู้ดิ้นรนทำมาหากิน หลังจาก “ชีวิตดารา” สมัยรุ่งโรจน์สุดขีดได้ผ่านพ้นไปอย่างไม่สวยงามนัก เหตุเพราะพฤติกรรมเป็น “นักดื่ม” ของเขา สำหรับ “โอ-วรุฒ วรธรรม” เพราะด้วยความที่เป็นนักดื่มตัวยง หลายต่อหลายครั้งทำให้เขาเสียงานเสียการ สุขภาพทรุดโทรม จนกระทั่งงานในวงการบันเทิงหดหาย แต่ถึงกระนั้นพระเอกหนุ่มท่านนี้ก็ไม่ย่อท้อ ขอตั้งหลักชีวิตใหม่ ด้วยการหันหลังให้แอลกอฮอล์เด็ดขาด ก่อนรับเชิญจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) “เดินสาย” เป็นวิทยากรบรรยายถึงผลกระทบจากการดื่มสุรา และยังหารายได้เลี้ยงตัวด้วยการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในบ้านพักของตัวเองที่จังหวัดเชียงใหม่ ขายอาหาร-เครื่องดื่ม แบบง่ายๆ สไตล์เป็นกันเอง และนอกจากจะรับเชิญเป็นวิทยากร เปิดร้านอาหาร ดังกล่าวแล้ว “โอ วรุฒ” ยังผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายอีกหนึ่งตัว ชื่อแบรนด์ “วรุฒ ซุปเปอร์คิล” โดยพระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับ เคยโพสต์ไว้ในเพจ Varut Woratham เมื่อราวปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมาว่า “เนื่องจากโอ มีภาระต้องรับผิดชอบในการดูแลคุณพ่อ คุณแม
เดินตลาดวันนี้ไม่ไปไกล ไม่ไปแปลก ไปแบบใกล้ๆ คุ้นๆ นี่แหละ แต่ก็มีคนไม่เคยไปอีกมากล่ะน่า พวกหนึ่งคือ พวกขี้เกียจตื่นเช้า พวกนี้จะพลาดทั้งใส่บาตรข้าวเหนียวและเดินตลาดเช้าหลวงพระบาง หลวงพระบาง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ซึ่งไหลมาบรรจบกันบริเวณนั้นเรียกว่า ปากคาน เป็นเมืองมรดกโลก คือเขาได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกตรงถนนกลางเมืองสายเดียวนะ ที่มีอาคารบ้านเรือนสมัยโคโลเนียล มีวัดวาอารามสวยงาม รวมทั้งวัดเชียงทองนั่นล่ะ คือ สภาพแบบนี้ถูกจริตยูเนสโกที่เป็นองค์กรตะวันตก เขาชอบให้มีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไว้ ยิ่งเก่ายิ่งดี แต่ถ้าย้อนไปได้แค่สมัยโคโลเนียลคือร้อยกว่าปีมานี่ เขาก็พอใจ ป้องปากนินทากันว่า อนุรักษ์ไว้ให้คนตะวันตกมาเดินเล่นนั่นแล อันนี้ฉันว่ามีมูล คนที่เข้าใจว่าหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกทั้งเมืองนั้น จึงเข้าใจเสียใหม่ยังไม่สาย พื้นที่อื่นนอกเหนือจากสองข้างถนนเส้นกลางเมืองแล้ว หาใช่เป็นมรดกโลกไม่ อาคารบ้านเรือนไม่ได้ถูกควบคุมโดยยูเนสโก หากแต่ถูกควบคุมโดยรัฐ ส่วนอาคารบ้านเรือนบนถนนสายกลางที่พาดผ่านใจกลางย่านริมโขงของหลวงพระบาง จะถูกควบคุมโดยยูเนสโก ใครจะใช้จะปรับแต่งบ้านเรือนอย่างไ
นักเรียนทำอาหารคนจีนแต่อยู่เมืองฝรั่ง “รีเควสท์” มา ขอกุ้งมังกรตัวโตๆ สดๆ ให้เอามาทำอาหารผัดๆ แบบไทยๆ เพราะเขาถนัดแต่อาหารจีน อาหารไทยไม่ถนัด เดือดร้อนผมเลยต้องหาข้อมูลกุ้งมังกร มันขายที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ผมเคยเห็นขายที่ อ.ต.ก. เป็นแบบว่ายน้ำเป็นๆ สุดท้ายสั่งออนไลน์แต่ได้เป็นกุ้งล็อบสเตอร์แทน เจ้าล็อบสเตอร์กับกุ้งมังกรนี่จริงๆ เป็นคนละตัวกัน กุ้งมังกรมีอยู่มากในมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย ในอ่าวไทย ก็มี ที่นิยมกันคือกุ้งมังกรเจ็ดสี กุ้งอย่างนี้ไม่มีก้ามมีหนวดยาวๆ ขายาวๆ เปลือกตอนสดๆ มีเจ็ดสี เวลาฝรั่งไปเที่ยวภูเก็ต มักจะซื้อเปลือกกุ้งมังกรสตัฟฟ์ไปติดฝาบ้าน สวยดี อย่างนี้เรียกกุ้งมังกร แต่พอแปลเป็นภาษาฝรั่งแล้ว ใช้คำว่า ล็อบสเตอร์ มันเลยไปสับสนกับ ล็อบสเตอร์ ตัวจริง ล็อบสเตอร์ เป็นกุ้งใหญ่เปลือกสีน้ำตาล หรือดำ พอสุกแล้วเป็นสีส้ม มีก้ามใหญ่ๆ น่ากลัว อยู่แถวทะเลในยุโรป อเมริกา ที่สำคัญมันเพาะเลี้ยงไม่ได้ ต้องจับจากธรรมชาติเท่านั้น ผิดกับกุ้งมังกร ทำฟาร์มเพาะเลี้ยงได้ ทั้ง 2 ตัวมีที่เหมือนกันคือ โคตรแพง กุ้งมังกรถูกกว่าล็อบสเตอร์ แล้วแต่ตัวเล็กตัวโต เริ่มตั้งแต่กิโลกรัมละ 400 บาท ไปถึง
เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และผู้บริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกันทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์หมอไทย (หมื่นชำนาญแพทยา) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ “ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ” ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเดชะ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมี ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นผู้นำชมสถานที่ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย มีแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 – 2564 เพื่อให้เกิดการนำสมุนไพรและภูมิปัญญาไทยไปใช้ในการดูแลสุขภาพ สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) แก่ประชาชนในการใช้สมุนไพรรักษาโรคเบื้องต้น ลดการพึ่งพิงสถานพยาบาล สร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลักดันสมุนไพรไทยเป็นอัตลักษณ์ประเทศ ภายใต้แนวคิด พึ่งตนเอง อนุรักษ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยได้กำหนดให้เกิดเมืองสมุนไพรในทุกเขตสุขภาพ เพื่อให้มีก
“สายกิน” ต้องตามรอย! เผย 20 ทริปกินเมืองรอง…สุดว้าว … สืบเนื่องจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Hotel Quickly, Air Asia, Major Cineplex และ Plan B ได้เปิดโครงการ Locallicious หรือโครงการจัดประกวด Thailand Food Tourism Challenge เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ทั้ง นักศึกษา กลุ่มบล็อกเกอร์ สตาร์ตอัพ ผู้ประกอบการ และสาขาอาชีพต่างๆ ส่งทริปกินสุดว้าวที่ทุกคนต้องตามรอย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้ส่งประกวดเกือบ 200 เส้นทาง และ ณ ขณะนี้ก็ได้คัดกรองเหลือ 20 เส้นทางสุดเจ๋ง เอาใจสายกินใน 55 เมืองรองจากการโหวตโดยมหาชน และมีการประกาศผลเผยโฉมผู้เข้ารอบไปเมื่อเร็วๆ นี้ที่ M academy ถนนราชดำริ ซึ่งทั้ง 20 ทริป ที่เข้ารอบประกอบด้วย เส้นทางท่องกิน ถิ่นใต้ นครศรีธรรมราช Eat Green Meet Local ปราจีนบุรี Taste of Uthai Thani อุทัยธานี หนองบัวลำภู เมืองที่ถูกลืม…แต่คุณจะต้องจำ หนองบัวลำภู The Hidden Cuisine ตอน อาหาร ขุนเขา และไอหมอกที่ผาหมี เชียงราย เที่ยวสุพรรณฯ หรรษากว่าที่คิด สุพรรณบุรี กินแม่สอด เที่ยวพบพระ ตาก เชียงราย “นอนกลางดิน กินกลางด
12เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะม่วง – มะม่วงเป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในประเทศไทยมีมะม่วงหลากหลายพันธุ์ และเราก็นิยมนำผลไม้ชนิดนี้มากินทั้งแบบดิบ สุก และแบบแปรรูป อีกทั้งยังใช้ทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน บีบีซีชวนอ่านเรื่องน่ารู้ 12 ประการเกี่ยวกับผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้ที่คุณรู้จักมายาวนานแต่อาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับมัน 1. มะม่วงมีสายพันธุ์หลากหลายไม่ต่างจากแอปเปิลและลูกพลัม เทศกาลมะม่วงในกรุงนิวเดลีของอินเดีย มีมะม่วงกว่า 500 พันธุ์ให้คนรักมะม่วงได้ลิ้มลอง / Getty Imagesในโลกมีมะม่วงหลายร้อยชนิด บางชนิดมีอยู่เฉพาะในบางภูมิภาค บางชนิดมีรสชาติหวานมัน บางชนิดมีรสเปรี้ยว และบางชนิดมีรสชาติคล้ายสับปะรด ส่วนใครชอบทานมะม่วงสุก ควรลิ้มลองมะม่วงพันธุ์ต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นคือ มะม่วง “อัลฟองโซ” (Alphonso) ซึ่งผลสุกมีรสชาติหอมหวานจนชาวอินเดียยกให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้” 2. มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติของ 3 ประเทศ หลายประเทศยกมะม่วงเป็นพืชสำคัญ / Getty Images 3 ประเทศที่จัดให้มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บังกลาเทศยังจัดให้มะม่วงเป็นต้นไม้ประจำชาติด้วย 3.
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิต แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง เศรษฐกิจที่สามารถอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีความพอเพียงกับตัวเอง อยู่ได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น ซึ่งต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน มีความพอกินพอใช้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับตนเอง และสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย วันนี้ จะพาท่านผู้อ่านไปสัมผัสกับบรรยากาศอันสดชื่น เย็นสบายๆ ภายในบริเวณทุ่งนา (นาข้าว) ซึ่งแปรสภาพเป็นไร่นาสวนผสม ของ คุณคำปน จันทร์ชนะ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 10 ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันประกอบอาชีพรับราชการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านนาเดื่อ ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพ
หลังพ้นโทษออกจากคุกด้วยข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คุณสุพันธ์ ศรีภักดี อดีตนักโทษได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวเนื้อ หมู และปลานิล บนพื้นที่ 24 ไร่ ที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีลูกชาย2คนคอยช่วยเหลือ ในแต่ละปี ฟาร์มแห่งนี้จะมีรายได้หลังค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 6.6 ล้านบาท “ผมนั้นเคยติดคุกอยู่ที่บางขวาง 13 ปี ข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นความตั้งใจว่า หากได้พ้นโทษออกมาจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (087) 240-6827 บอกกล่าวถึงอดีตก่อนก้าวมาเป็นเกษตรกรในระดับ Smart Farmer ด้านปศุสัตว์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบญจลักษ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” จากที่ต้องถูกจองจำอยู่เป็นเวลา 13 ปี เมื่อพ้นโทษออกมา ในปี 2535 จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นชีวิต
เชื่อหรือไม่ว่าแค่ไอเดียปังๆ บวกกับพลังความคิดสร้างสรรค์ สติกเกอร์ของคุณอาจจะสร้างรายได้ให้คุณได้เป็นกอบเป็นกำ เหมือนครีเอเตอร์รุ่นก่อนๆหลายคน ที่สามารถพลิกชีวิตมีรายได้บางเดือนถึงหลักแสน หรือบางคนเหยียบๆหลักล้าน ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศไทยจึงได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวน ครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา รวมแล้วตอนนี้มีครีเอเตอร์คนไทยจำนวน 340,000 คน นั่นจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของ LINE ประเทศไทย ที่เดินหน้าผลักดันอย่าต่อเนื่อง ที่สำคัญอาชีพ “ครีเอเตอร์” แม้จะเป็นอาชีพใหม่ แต่มันสามารถจะทำให้ผลิกชีวิตใครอีกหลายคนให้มั่นคงไปแล้วอีกด้วย คุณกณพ ศุภมานพ ผู้อำนวยการฝ่ายกลุ่มธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ยอดดาวน์โหลดไลน์สติกเกอร์ในไทยของปีนี้เพิ่มสูงขึ้นถึง 52% เมือเทียบกับไตรมาสแรกแรกของปีที่แล้ว ทำให้ตลาดไทยมีอัตราเติบโตเป็นอันดับ 1 ของ LINE ทั่วโลก และสร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา รวมแล้วตอนนี้มีครีเอเตอร์คนไทยจำนวน 340,000 คน จากตัวเลขเหล่านี้ทำให้ LINE ประเทศไทย เดินหน้าที่จะพัฒนาและสนับสนุนให้
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
