SMEs
ผู้สื่อข่าวรายงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 ก.ค.นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ปีนี้จัดเร็วขึ้นกว่าทุกปี เนื่องจากครบ 100 ปี การสาธารณสุข โรงพยาบาล โดยทางเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมฉลองในวาระพิเศษนี้ โดยการแจกฟรีหนังสือ “ดอกสร้อยร้อยบุปผา” รวมสมุนไพร 100 ชนิดไว้ในเล่มเดียว นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ปีนี้มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “โลกมั่นใจ สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทย” โดยการจัดงานจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ เสมือนเป็นตลาดความรู้ให้กับประชาชน ประกอบด้วย โซนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โซนให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และโซนผลิตภัณฑ์มาตรฐาน การประชุมวิชาการ และการอบรมระยะสั้น ปีนี้พิเศษตรงที่มีบู๊ธกัญชา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาไปสู่การใช้ทางการแพทย์ ตามนโยบายของรัฐบาล นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ปีนี้จัดเป็นปีที่ 15 และมีความพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากเป็นวาระครบ 100 ปีการสาธารณสุขไทย ที่ได้ให้การดูแลสุขภาพพี่น้อง
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เปิดเผยว่า ตามที่ สสว.ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้ชื่อโครงการ “โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับ SMEs ” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาช่องทางการตลาด สร้างเครือข่าย สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการ ซึ่ง สสว. ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 3,000 ราย ในปีนี้ สสว. ยังคงเดินหน้าต่อในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน อีกทั้งยกระดับความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติ พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ SMEs 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ จึงเห็นว่าโครงการตลาดต่อยอด ฯ มีหลายมิติ ที่สอดคล้องกับการส่งเสริม SMEs ของ สสว. ซึ่งจะเป็น platform ทางการตลาดที่สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ประกอบการ การเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ การสร้างเครือข่ายการค้าด้วยการเชื่อมความต้องการซื้อทั้งในและต่างประเทศกับสินค้าเพื่อผลักดันยอดขายให้ SMEs ตลอดจนเป็นการให้บริการที่ครบวงจรในการสนับสนุนและแก้ปัญหาให้ SMEs คุ
เรื่องความใจร้อนของลูกค้า นับวันจะเป็นปัญหากับผู้ให้บริการมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่มาทางออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่องทาง “ออนไลน์” กลายเป็นช่องทางการขายที่นับวันจะทรงอานุภาพยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วของระบบออนไลน์ ทำให้มนุษย์กลายเป็นคนใจร้อนมากขึ้น อย่างไม่รู้ตัว หลายคนจึงหันมาเอาดีทางค้าขายออนไลน์ แต่…หลายคนมีสินค้าน่าสนใจ แต่กลับตายน้ำตื้น ด้วย “ความช้า” ของตัวเอง ช้าจนลูกค้า “เซ็ง” ต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกค้าบนโลกออนไลน์สักนิดว่า “ใจร้อน” เป็นพื้นฐาน ขี้เกียจออกไปแสวงหาสิ่งที่ต้องการให้เสียเวลา ไหนจะเสียเวลาออกไป ไหนจะหาที่จอดรถยาก ไหนจะมีตัวเลือกน้อย ฯลฯ ดังนั้น ซื้อบนเน็ตง่ายกว่า ลูกค้าออนไลน์ เชื่อคนทั้งโลก ยกเว้น “คนขาย” พวกเขาจึงชอบอ่านรีวิว คงประมาณว่า ถ้าจะโดนหลอก อย่างน้อยก็มีเพื่อนที่เคยโดนหลอกมาแล้วหลายราย จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่การสื่อสารกับลูกค้าออนไลน์ จึงต้องมาในแนวของ “การรีวิว” รีวิว ที่มีทั้งจริงบ้าง ปลอมบ้าง บางทีก็ปลอมเยอะกว่าจริง เพราะให้หน้าม้าของกิจการรีวิวเองบ้างไรบ้าง แต่ลูกค้าสบายใจ ก็ทำกันไป ดังนั้น ก่อนคิดเพิ่มช่องทาง หรือคิดหันไปเอาดีทางค้าขายออนไลน์
เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเวลาเรากินสับปะรดถึงแสบลิ้น แล้ววิธีการแก้ไขล่ะ ทำอย่างไร โดยเพจ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว เผยข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า หลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์กินสับปะรดแล้วลิ้นมีอาการเจ็บแสบแปลบปลาบรับรสแล้วผิดไปจากปกติ จนรู้สึกไม่อยากกินสับปะรดกัน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก และมีคนเสนอวิธีกันหลายอย่างมากมาย เจ็บแสบขึ้นมาเพราะอะไร ลิ้นรับรสเปลี่ยนเป็นเพราะอะไร ในสับปะรดมี 2 สิ่งที่ทำให้เราเกิดอาการนี้ได้ก็คือความเป็นกรด และเอนไซม์ Bromelain ซึ่งเจ้าเอนไซม์นี้สามารถย่อยโปรตีนได้ พออยู่ในปากก็จะช่วยทำหน้าที่ย่อยเนื้อเยื่อในช่องปากของเราจนแสบๆ เจ็บๆ ได้ และหากมันไปย่อยถึงบริเวณที่ทำหน้าที่รับรส เราก็จะรับรสเปลี่ยนไปได้ แล้วแก้ไขยังไง การแก้ไขก็ตั้งอยู่บนการจัดการกับเอนไซม์ Bromelain และความเป็นกรด ได้แก่ 1. แช่น้ำเกลือ : มีผลต่อรสชาติได้หลายปัจจัย ได้แก่ – จากงานวิจัยของนักวิจัยไทยเมื่อปี 2011 พบว่า w/v ในสับปะรดภูแลจะมีการทำงานลดน้อยลงเมื่อเจอเกลือ – นอกจากนี้แล้ว : การแช่ในน้ำเกลือยังทำให้ความเป็นกรดของสับปะรดลดลงเล็กน้อย คือปกติแล้วความเป็นกรดของสับปะรดอยู่ที
จากกรณีรัฐบาล เตรียมเดินหน้าผลักดัน วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับโลก เนื่องจากเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมากนั้น คุณพลชัย เพชรปลอด นักการตลาดอาวุโส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในประเด็นดังกล่าว ว่าทุกวิกฤตมักมีโอกาสด้วยเสมอ แต่ในทุกโอกาสก็พร้อมมีวิกฤตด้วยเช่นกัน เหตุการณ์กู้ภัยเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ในส่วนของการกู้ภัย และฟื้นฟูสภาพร่างกายจบลงไปแล้ว แต่ภาคต่อกำลังเริ่มขึ้น นั่นคือ การจะส่งเสริมให้ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมเชื้อเชิญผู้คนทั่วโลกมาเยี่ยมมาเยือน “ทั้งดีใจและหวาดหวั่นหัวใจในเวลาเดียวกัน ส่วนดีใจ คือ การท่องเที่ยวย่อมส่งผลให้เกิดเม็ดเงินมหาศาลไปสู่ชุมชนท้องถิ่น แบบที่อาชีพดั้งเดิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตร ไม่สามารถเทียบเท่าได้ เศรษฐกิจดีขึ้น คุณภาพชีวิตก็มีส่วนดีขึ้นในช่วงแรก แต่ระยะยาว ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของชุมชน ส่วนเสียใจ คือ การท่องเที่ยวที่มาเร็ว มักทำลายเร็วด้วยเช่นกัน คนมาเยอะ แปลว่ามีผลประโยชน์ที่เก็บเกี่ยวได้เยอะ คนนอกชุม
ขนมปลากริมไข่เต่า เป็นขนมหม้อแบบไทยโบราณที่ยังอยู่ยืนยงมาถึงทุกวันนี้ แม้จะออกหากินยากขึ้น เมื่อก่อนตามตลาด หรือหน้าโรงเรียนมีแม่ค้าหาบขนมปลากริมไข่เต่าใส่หม้อดินมาขาย 2 หม้อ หม้อหนึ่งเป็นปลากริมตัวยาวๆ ใส่อยู่ในกะทิสีน้ำตาลเพราะน้ำตาลปี๊บ มีรสหวาน กับอีกหม้อหนึ่งบอกว่าเป็นไข่เต่า ตัวยาวๆ เหมือนกัน แต่สีขาว อยู่ในกะทิขาว มีรสเค็ม เวลาขายแม่ค้าถึงตักขนมสองหม้อผสมกัน กินรวมๆ ได้รสชาติเค็ม หวาน มัน สูตรของขนมปลากริมไข่เต่ายุคใหม่ มีการปรับปรุงขึ้นจากเดิมมากโข ผสมแป้งหลายชนิดให้ขนมเหนียวนุ่มนวลขึ้นมากกว่าใช้แป้งข้าวเหนียวอย่างเดียว วิธีการทำ กะทิปลากริม ก็มีการเคี่ยวน้ำตาลให้เป็นคาราเมลแบบฝรั่งเพื่อให้สีน้ำกะทิเป็นน้ำตาลเข้มสวยขึ้น บางคนใช้น้ำตาลอ้อย น้ำตาลมะพร้าวหอมๆ บางคนใส่สีเขียว กลายเป็นปลากริมเขียวเลย ขนมปลากริมไข่เต่า ส่วนผสมแป้ง แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม แป้งมันสำปะหลัง 50 กรัม น้ำเดือดจัด 275 กรัม (1 1/4 ถ้วย) เอาแป้งใส่อ่าง คนให้เข้ากัน แล้วตั้งน้ำให้เดือดจัด เทลงไป ใช้ไม้พายคนเร็วๆ (อย่าเผลอเอามือคนเด็ดขาด) แป้งจะสุกใสขึ้น ถ้า
หลายวันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสพูดคุยกับ พ่อค้าข้าวมันไก่ท่านหนึ่ง ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีจิตอาสา ทำข้าวมันไก่หลายสิบห่อ ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวงฯ เลยถือโอกาสถามไถ่ถึงประวัติความเป็นมา คุณตีตี้ – ฐิติภัทร ง่วนหอม ออกตัวยิ้มๆ เรื่องราวของเขาไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอ ขอให้ถ่ายทอดประสบการณ์ จึงยินดีเล่าให้ฟังแบบกันเองด้วยการย้อนประวัติ ครอบครัวเป็นคนไทยเชื้อสายมอญ พื้นเพอยู่ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เรียนจบม.ปลายที่โรงเรียนบวรนิเวศฯ กรุงเทพฯ จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ก่อนหน้านี้ เคยผ่านงานมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานบริการในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ชื่อดังย่านสุขุมวิท ทำอยู่หลายปี รู้สึกเบื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือน เลยเบนเข็มสู่เส้นทางธุรกิจส่วนตัว ด้วยการลงหุ้นเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างกับเพื่อนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่อาจเพราะประสบการณ์น้อย บวกกับ เงินทุนไม่หนา ประกอบกับช่วงเวลานั้น ราวพ.ศ.2540 เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ธุรกิจจึงไปไม่รอด เขาเลยกลับเข้า
ประโยคที่บอก “ยุคนี้ อาชีพเดียวไม่พอ” หลายคนคงเห็นด้วย พร้อมยกมือสนับสนุนกันพรึ่บพรั่บ แต่ครั้นจะให้บรรดาหนุ่มสาวชาวออฟฟิศไปเริ่มต้นอาชีพสำรอง ที่สองที่สาม อาจไม่ง่ายนัก เพราะถ้าไม่ถนัดหรือมีใจรักใจชอบจริงๆ แล้วหล่ะก็ จะเริ่มต้นแบบไหนอาจไม่รู้ทิศทาง คุณต้อม-พงศ์นริศร์ น่วมภุมรินทร์ เจ้าของกิจการ “Kub Meuk – กับหมึก” ร้านขายปลาหมึกสดย่าง สไตล์เก๋ไก๋ ตั้งอยู่ภายในโครงการ “ช่างชุ่ย” บริเวณตรอกลูกชุ่ย 1 ใช้เวลาหลังเตาถ่าน หันมาพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นแนะนำตัว ปัจจุบันอายุ อายุ 28 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดอุทัยธานี เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำงานเป็นสถาปนิกประจำบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มา 5 ปี ปัจจุบันลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์รับงานออกแบบ สำหรับกิจการ “กับหมึก” ของเขานี้ มีที่มาที่ไปน่าสนใจทีเดียว “ในความคิดผม คนเราต้องมีมากกว่าหนึ่งอาชีพ ยิ่งยุคปัจจุบันอะไรไม่แน่นอน อย่างผมเป็นพนักงานบริษัทมา 5 ปี หวังรอเงินเดือนอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมีรายได้เข้ามามากกว่าหนึ่งทาง เพราะความมั่นคงในชีวิตไม่ควรมีแค่ทางเดียว ถ้าเห็นโอกาสควรรีบคว้าไว้ พอโครงการช่างชุ่ย ม
ใช้แล้วก็ซักตาก ขาดก็ซ่อมได้…นิยามไอเท็มสำหรับวันนั้นของเดือนของสาวๆ ที่ไม่ใช่แค่ใช้แล้วทิ้ง แต่ใช้แล้วซักได้ต่างหาก เพราะผ้าอนามัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสาวๆ วัยเจริญพันธ์ที่มีประจำเดือน หากจะใช้แล้วทิ้งคงสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกนี้ไม่น้อย ถ้าอย่างนั้นเราลองกลับมาใช้ผ้าอนามัยแบบซักได้กันดูบ้างจะดีกว่า คุณเก๋-เกศินี จิรวณิชชากร เจ้าของผ้าอนามัยซักได้แบรนด์ Sunny Cotton – menstrual pad อายุ 36 ปี เล่าให้ฟังถึงที่มาของผ้าอนามัยซักได้ว่า เมื่อครั้งที่ไปเรียนประเทศญี่ปุ่นอยู่นาน 7 ปี ได้คลุกคลีและเรียนรู้วิถีชีวิตของสาวๆ ญี่ปุ่นจนได้รู้ว่าที่นั่นมีการใช้ผ้าอนามัยซักได้กันอย่างแพร่หลาย เพราะสาวญี่ปุ่นมองว่าผ้าอนามัยแบบซักได้ช่วยให้ความอบอุ่น คุณเก๋จึงทดลองใช้ดูบ้าง “เก๋เริ่มทดลองใช้เองปี 2012 ใช้แล้วชอบมากใช้นาน 5 ปีเลยค่ะ พอกลับมาไทยยังไม่ค่อยมีใครใช้แบบเราเลย เก๋เลยรู้สึกว่าอยากให้ผู้หญิงไทยลองใช้ดูบ้าง จึงเริ่มสร้างแบรนด์ Sunny Cotton – menstrual pad ผ้าอนามัยซักง่ายในปี 2017 ขึ้นมา” การใช้ผ้าอนามัยซักได้ทำให้คุณเก๋เข้าใจว่าจริงๆ แล้วประจำเดือนของผู้หญิงไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอย่างที่
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดบริการใหม่ล่าสุด ตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่าน “ตู้ตรวจเครดิตบูโร” รองรับกระแสโลกยุคดิจิทัลโดยเฉพาะกลุ่มเจนวาย เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว รอรับรายงานได้ทันที เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนของตนเอง สามารถเลือกประเภทรายงานข้อมูลเครดิตได้ตามต้องการ ได้แก่ รายงานข้อมูลเครดิตแบบย่อ แบบสรุป ฉบับเต็ม และใบคำขอตรวจสอบแก้ไขข้อมูลอีกด้วย เริ่มเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ภายใน “เครดิตบูโรคาเฟ่” ชั้น 3 อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น. (หยุดวันนักขัตฤกษ์) กับบรรยากาศชิลๆ เป็นกันเอง พร้อมดื่มกาแฟฟรี แก่ผู้มาใช้บริการ ซึ่งการตรวจเครดิตบูโรนอกจากจะช่วยตรวจสอบสุขภาพการเงินของตนเองแล้ว ยังช่วยวางแผนการเงินก่อนไป ยื่นเอกสารขออนุมัติสินเชื่อ ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของตนเอง ทั้งนี้ เครดิตบูโรตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างวินัยทางการเงินด้วยตนเองเป็นจุดเริ่มต้นของการลดโอกาสเกิดหนี้ที่ง่ายและยั่งยืน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือเจนวาย เช่น การรู้จักออม การใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดกา
