SMEs
หลายคนอาจรู้จักกันดี สำหรับ ท๊อฟฟี่ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร เจ้าของฉายา “นางฟ้าไอที”คนล่าสุด ผู้ก่อตั้ง เพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่มียอดไลก์นับแสน และเขายังเป็นเจ้าของเอกลักษณ์แต่งกายภายใต้คอสเพลย์ชุดนักเรียนสาวมัธยมฯญี่ปุ่น ไว้ผมบ๊อบหน้าม้า ทว่าหนวดเครารุงรัง กระทั่ง “ลุคส์”ดังว่า เข้าตาเจ้าของสินค้าหลายราย จนมีการว่าจ้างให้เป็นเป็น “พริตตี้”ของแบรนด์ ค่าตัววันละหลักหมื่นเลยทีเดียว ความน่าสนใจของ “นางฟ้าไอที” คนนี้ ไม่ได้อยู่แค่ที่ รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่เหมือนใคร แต่สาระสำคัญบนเพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” นั้น ยังมีประโยชน์ต่อคนทั่วไป โดย ท๊อฟฟี่ เคยบอกไว้ “หัวใจหลัก” ของเพจนี้ อยากให้คน ทุกเพศ ทุกวัย มองว่า คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หรือเข้าถึงยาก อย่างที่คิด เนื้อหาที่นำเสนอเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในเบื้องต้น เวลามีปัญหา ไม่ต้องคอยแต่ส่งร้านซ่อมอย่างเดียว เป็นเหมือนการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้กับคนทั่วไป โดยนำเรื่องในชีวิตการทำงานของตัวเขา เอง มาสร้างเนื้อหาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ด้วยความน่าสนใจของบุคลิกภาย
“การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อ ไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ”คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นจึงย้ายกลับมาประจำโรงงานในเมืองไทย ตำแห่งหัวหน้าฝ่ายผลิตต่ออีก 3 ปี “ตอนเรีย
เห็ดนางฟ้าดำ หรือเห็ดนางฟ้าภูฐานดำ เห็ดเศรษฐกิจขายดี คนทั่วๆ ไปรู้จักกันดี ปรุงอาหารได้หลายเมนู มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การเพาะเห็ดชนิดนี้ก็ไม่ยุ่งยาก สามารถซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะเองได้ หรือถ้าเก่งแล้วก็สามารถทำก้อนเชื้อเห็ดขายได้ด้วย คุณจิระศักดิ์ นนตะพันธ์ เจ้าของโรงเพาะเห็ด เลขที่ 424 หมู่ 1 ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เขาเพาะเห็ดมานานกว่า 13 ปี ปัจจุบันเพาะเห็ดนางฟ้าดำ 1 ไร่ ขนาดโรงเรือน 4X6 เมตร คุณจิระศักดิ์ บอกว่า คนที่สนใจเพาะเห็ด สามารถซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่ขายกันทั่วไป (ราคากลาง ณ เดือนมกราคม 2560) ราคาก้อนละ 10 บาท นำมาเลี้ยงต่อ โดยรดน้ำทุกวัน น้ำต้องเป็นน้ำสะอาด หากเป็นน้ำประปาต้องพักไว้จนไม่มีกลิ่นคลอรีน น้ำคลองรดไม่ได้เพราะมีจุลินทรีย์ น้ำบาดาลใช้รดเห็ดได้ การรดน้ำเห็ด ให้รดวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น หากอากาศร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้น ควรเก็บก้อนเชื้อเห็ดไว้ที่เย็นและชื้น อุณหภูมิ 24-28 องศาเซลเซียส สำหรับระยะเวลาการออกดอก คุณจิระศักดิ์ บอกว่า 3-7 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก ก้อนเชื้อเห็ด 1 ก้อนจะให้ผลผลิต 3-4 รุ่น ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า 1,000 ก้อน จะให้ผลผลิต 40 กิโลกรัม
คุณภคพล กิจประภาศิริ วัย 28 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ปัจจุบันหันมาสร้างกิจการของตัวเอง ด้วยอาหารญี่ปุ่น เมนู เทมปุระ คุณภคพล เผยแนวคิดเบื้องหลังว่า เทมปุระ น่าจะนำมาทำเป็นของกินเล่นได้ เนื่องจากตัวเองชอบกินเทมปุระมาก “ผมเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ชอบกินเทมปุระ ไปนั่งกินที่ร้านอาหาร แต่อยากกินแค่เทมปุระไง ก็เลยเกิดไอเดียว่า ทำไมไม่ทำเป็นสแน็ก กุ้ง หอย ปู ปลา ผัก นำมาทอดได้หมด” ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก็เนื่องจาก เบื่อการเดินทาง และคิดว่าน่าจะทำอะไรเป็นของตัวเองดีกว่า ด้วยความรู้ที่เคยมี ทางด้านการทำอาหาร เนื่องจากเคยเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่โรงแรมแมริออท ทำให้คุณภคพล ตัดสินใจพัฒนาสูตรเทมปุระให้เป็นของตัวเอง โดยไม่แพง แต่เป็นของทอดแบบญี่ปุ่น ยังทาด้วยซอสเผ็ด และราดชีสเยิ้ม ถูกใจผู้บริโภคยุค 4G “ตอนแรกไปขายที่ เอแบค บางนา นั่งขายอยู่หลายชั่วโมงได้ 2 กล่อง รับงานถัดมา ก็ขายได้ประมาณนี้ ผมก็ท้อนะ แต่ไม่เลิก จนกระทั่งมาได้ที่ขายอาร์ตบ๊อค เกิดเลย ขายได้เกือบ 400 กล่อง กล่องละ 99 บาท ได้เงินเกือบ 40,000 บาท ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว คือเราต้องหาทำเลที่ลูกค้าเราอยู่ตรงนั้
จากกระแสฮือฮาในวงการ “ปลาร้า” ภายหลังที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศช่วงราวกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 โดยมีการระบุ ตั้งแต่คำอธิบาย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบและเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะทางกายภาพที่ต้องคลุกเคล้ากันพอดี ไม่แห้งหรือเละเกินไป เนื้อปลานุ่ม หนังไม่ฉีกขาด มีสีตามลักษณะเฉพาะของเนื้อปลา กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นคาว เหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว นั้น คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล ผู้จัดการโรงหมัก “ปลาร้าป้าสาย” และผู้ผลิตปลาร้าแปรรูปพาสเจอไรซ์ แบรนด์ “ปลายจวัก” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า หลังข่าวประกาศราชกิจจาฯ ออกเรื่อง “การควบคุมมาตรฐานปลาร้า” มาไม่นานนี้ ปรากฏมีประชาชนติดต่อสอบถามกันเข้ามา อย่างมากมาย ส่วนใหญ่สอบถาม ปลาร้าต้องทำยังไงให้ผ่านมาตรฐาน ทำยังไงถึงจะสะอาดน่ารับประทาน ทางเราหวงวิชาหรือไม่ เพราะอยากรู้เคล็ดลับอื่นๆ บ้าง คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล (สวมแว่น) “ทางเราไม่หวงวิชาการทำปลาร้าครับ สามารถอธิบายเป็นขั้นตอนใ
กุ้งก้ามกราม โดยธรรมชาติสามารถพบเห็นได้ตามแม่น้ำลำคลอง แทบทุกจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งสมัยก่อนนั้นกุ้งชนิดนี้ค่อนข้างชุกชุมจับได้ง่ายเพื่อนำมาประกอบอาหารตามครัวเรือน หรืออาจจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านทั่วไปที่ไปจับหา แต่ด้วยสภาพแวดล้อมอย่างในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้กุ้งก้ามกรามที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้ปริมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงทำให้ได้เกิดการเลี้ยงเป็นเชิงการค้ามากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งกุ้งก้ามกรามสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งที่ขึ้นชื่อลือชาไปถึงต่างแดน หรือจะเป็นกุ้งเผาที่รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็อร่อยเผ็ดร้อนเข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียว จากเมนูอาหารที่กุ้งก้ามกรามสามารถทำได้หลากหลาย จึงเป็นอีกสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบันนี้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันอย่างกว้างขวางในหลายจังหวัด เช่น นครปฐม ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ฯลฯ รวมไปถึงทางภาคอีสาน อย่าง จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้มีการเลี้ยงก
ในอดีตผู้คนอาจจะรู้จัก ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ลูกชายของ “อาภัสรา หงสกุล” นางงามจักรวาลคนแรกของเมืองไทย กับอดีตสามี “ม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร” ในภาพลักษณ์บุคคลที่อยู่ในสังคมไฮโซ แต่หลายปีมานี้ เจ้าตัวซึ่งเคยบวชพระสายวัดป่ามาหลายพรรษา ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว นอกจากนี้ ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ยังเป็นคุณพ่อที่มีหนุ่มน้อย ด.ช.กัสสป วัย 6 ขวบ อยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยภรรยาสุดสวย “กิ๊บ-บุรีรัตน์ พรมดาว” ที่อายุอ่อนกว่าเกือบ 20 ปี โดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สวน “Roong Organic” แถวปากช่อง มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 45 ไร่ และปลูกผลหมากรากไม้หลากหลายชนิด ซึ่งตอนนี้เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว โดยเฉพาะมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ที่เป็นอินทรีย์ ใช้ชื่อแบรนด์ “Roong Organic” สวนนี้เป็นสมาชิกของโครงการสามพรานโมเดลด้วย และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คุณกิ๊บจะไปทำหน้าที่ขายมะละกอที่ตลาดสุขใจ ซึ่งมีลูกค้าประจำมาอุดหนุนตลอด ชี้ทำเกษตรอินทรีย์ไม่ยาก หม่อมโจ้ แจกแจงให้ฟังว่า ผลไม้หลักๆ ที่ออกปริมาณเยอะเลยคือ มะละกอฮอลแลนด์ ประมาณ 30% นอกนั้นก็มีกล้วย มีมะม่วง กล้วย 3 ชนิด มีกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า อีกแปลงเ
คงไม่มีกรอบหรือข้อจำกัดใดๆ สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการมาทำเกษตรอินทรีย์ว่าจะต้องมีความรู้ ร่ำเรียนมาเฉพาะสายเกษตร เดี๋ยวนี้หากสนใจสามารถหาข้อมูล ทั้งเนื้อหา ภาพ เสียง จากสื่อออนไลน์จำนวนมาก ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีความรู้ระดับไหน ก็สามารถเข้าถึงวงการเกษตรได้ไม่ยาก ขอเพียงใส่ใจให้เต็มที่เท่านั้น อย่างเรื่องราวการทำเกษตรอินทรีย์ของหญิงสาวชาวราชบุรีท่านนี้ ที่ร่ำเรียนจนมีดีกรีปริญญาตรี ด้านบัญชีแล้วเบื่ออยู่กับตัวเลขที่นั่งทำงานในห้องแอร์ แต่กลับมาชอบเข้าสวนตากแดดปลูกผักอินทรีย์ ส่งขายกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพในชุมชนท้องถิ่น พร้อมจับมือกับกลุ่มสมาชิกขยายผลส่งพืชผักผลไม้เข้าโมเดิร์นเทรด คุณผกามาศ เพิ่มแสงสุวรรณ หรือ คุณนก เจ้าของไร่ทรงสุวรรณ อยู่เลขที่ 48/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เล่าที่มาของความชอบทำเกษตรว่า แต่เดิมทำงานด้านบัญชีอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยนิสัยที่ชื่นชอบปลูกต้นไม้ จึงใช้เวลาในวันหยุดกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด แล้วทำสวนปลูกพืชไว้เป็นงานอดิเรก เนื่องจากที่บ้านมีพื้นที่ในการเลี้ยงวัวนมอยู่ คุณผกามาศ เพิ่มแสงสุวรรณ หรือคุณนก ภายหลังลงมือปลูกพืชผักหลายชนิดจนประส
ที่แปลงเกษตรด้านหลังกองพันทหารช่างที่ 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี แม่บ้านทหาร ปลูกหัวไชเท้าปลอดสารพิษ เพื่อสร้างรายได้เสริม ซึ่งหัวไชเท้าเป็นพันธุ์จากประเทศเกาหลีใต้ ปลูกโดยใช้ระบบน้ำหยดซึม ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างเก็บผลผลิตเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าตามออร์เดอร์ นางเบญจมาศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สร้างโรงเรือนไว้เพื่อปลูกเมล่อนเกาหลี ต่อมาได้สร้างโรงเรือนเพิ่มขึ้นอีกขนาด 6×12 เมตร เพื่อทดลองปลูกหัวไชเท้าเกาหลีปลอดสารพิษ ตามออร์เดอร์ของลูกค้าที่จะมารับซื้อถึงแปลงเกษตร ซึ่งเมล็ดพันธุ์ก็เป็นของลูกค้าที่นำมาให้ปลูก โดยหัวไชเท้าเกาหลีนั้นสามารถปลูกได้ง่ายในทุกฤดู แต่ฤดูหนาวจะทำให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด สำหรับหัวไชเท้าเกาหลีนั้น จะมีรสชาติคล้ายกับมันแกว อีกทั้งยังเป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 60-65 วัน ก็สามารถถอนหัวไชเท้าไปขายได้ นางเบญจมาศ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทำการปลูกเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ซึ่งจะใช้ระบบน้ำหยดซึม 2 เวลา เช้าและเย็น ทำให้ประหยัดน้ำมาก ส่วนผลผลิตหัวไชเท้าเกาหลีนั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่หัวละ 1-2 กิโลกรัม และขายในราคากิโลกร
เก็บตกอีกเรื่องราวน่าสนใจจากสองข้างทาง สืบเนื่องจากเมื่อวันก่อน ตอน ทีมงาน“เส้นทางเศรษฐีอออนไลน์”กลับเข้ากรุงเทพฯจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี ขับรถมาเรื่อยๆจนถึงเขตตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ท้องเริ่มร้องตอนสิบโมงเศษ ด้วยความไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงไม่มีร้านเป้าหมายชัดเจน เลยอาศัยมองป้ายข้างทางไปเรื่อยๆ สะดุดตาป้าย “ครัวนายบ้าน อีก 500 เมตร” เลยชะลอความเร็ว ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าไปขอดรถหน้าร้านได้พอดิบพอดี ดูโหงวเฮ้งร้านเมื่อแรกพบ รู้สึกชอบใจในความโปร่งโล่งตา พอเดินขึ้นไปมองหาอาหาร เห็นหม้อแกง สแตนเลสสะอาดสะอ้านมันแวบเรียงรายอยู่หลายหม้อ ความหิวเลยเหมือนถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกรอบ เมื่อได้กับข้าวตามต้องการแล้ว ก็เดินไปหยิบ “ผักเหนาะ” กับน้ำพริกกะปิ ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ลูกค้าหยิบได้แบบบริการตนเอง เห็นแล้วนึกชอบใจในรูปแบบการจัดวาง ที่ใช้ตู้กระจกคล้ายตู้ใส่ผลไม้รถเข็น มาวางไว้บนโต๊ะกลางร้าน ใครต้องการผักอะไรก็ไปเปิดหยิบเอาเองตามชอบ สำหรับการจัดวาง “ผักเหนาะ” ของร้านอาหารใต้ ส่วนใหญ่ที่เคยเห็น มักเป็นถาดหรือกระจาดวางไว้ ตักครั้งหนึ่งอาจหกเรี่ยราด หากร้านไหนพิถีพิถันหน่อยก็จะนำผ้าข
