SMEs
ส่องชีวิตเรียบง่ายของ ‘จตุรงค์ มกจ๊ก’ กับอาณาจักรฟาร์ม ‘ครัวลุงรงค์’ ที่โพธาราม เปิดอาณาจักรฟาร์ม ครัวลุงรงค์ ของตลกรุ่นใหญ่ จตุรงค์ มกจ๊ก หรือ จตุรงค์ พลบูรณ์ ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พร้อมพูดคุยถึงวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ในรายการ “THE GUEST (เดอะเกสท์) ตีสนิทคนดัง” โดยจตุรงค์เปิดใจถึงฟาร์มแห่งนี้ว่า นี่คือบ้านเกิดของเราเอง ทุกคนอยู่ที่นี่หมดพ่อแม่ พร้อมหน้าพร้อมตา บ้านที่เราพักอยู่ออกแบบเองหมดเลยนะ ใช้อุปกรณ์ วัสดุเหลือใช้ต่างๆ “ที่ชอบที่สุดคือชั้นบนดาดฟ้าที่สามารถชมวิว 360 องศา ล้อมรอบด้วยทุ่งนาได้” ก่อนจะเล่าให้ฟังว่าตอนแรกเลี้ยงวัวนม แต่แล้วก็เจ๊ง เลยเปลี่ยนมาเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ผสมผสานหลายๆ อย่าง “สุดท้ายก็มาเป็นครัวลุงรงค์หรือจตุรงค์ฟาร์ม” และด้วยความที่เป็นคนชอบเลี้ยงไก่อยู่แล้ว ก่อนที่จะมาเป็นฟาร์มไก่ชน ก็เลี้ยงปลาดุก แต่ไปไม่รอด ที่ฟาร์มนี้ไม่มีอะไรเลยนะ คนมาก็บอกว่าไม่มีอะไรเลย ก็เลยเปิดเป็นร้านอาหาร “ที่นี่ของเด็ดเลยคือหมูหัน สูตรเด็ดจากเชฟป้อม วันละ 50 ตัวเท่านั้น หมูหันเราใช้มือหมุนเพราะหมูแต่ละส่วนใช้เวลาสุกไม่เท่ากัน อยากให้ลองมาชิม” ทำที่นี่ตอนแรกเราไม่หวังผ
ผ่านไปทำงานที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเย็นแถวตลาดโต้รุ่งแล้ว ก็เดินเล่นเตร็ดเตร่ก่อนเข้าที่พัก “ตราดเซ็นเตอร์” เห็นป้ายไฟตรงทางเข้าโรงแรม สว่างไสวไม่แพ้กัน เขียนตัวหนังสือเด่นชัด “บัวลอยไข่หวาน” แถมมีลูกศรชี้ทาง เลยเดินไปมองหาเหมือนโดนมนต์สะกด พร้อมนึกในใจ “ร้านนี้ต้องไม่ธรรมดา” ถัดมาจากป้ายไฟแรก ไม่ถึงร้อยเมตร เห็นอีกป้ายดักอยู่ตรงตรอกขวามือ จึงเลี้ยวเข้าไปด้วยความสนใจ ไม่ไกลจากนั้นมองเห็นตึกแถวสามชั้นคูหาใหญ่เปิดไฟสว่าง มีคนยืนอออยู่หน้าร้านหลายชีวิต มีทั้งขับรถเก๋ง ขี่มอเตอร์ไซค์ จักรยาน เลยคิดว่าคงมาถูกทางแล้ว เห็นป้ายหน้าร้าน บ่งบอกข้อความสินค้าเด่น “บัวลอยไข่หวานสมุนไพร ธัญพืช หลากสีธรรมชาติ ใส่มะพร้าวอ่อน” แค่นั้นก็น้ำลายไหลแล้ว คณะจากกรุงเทพฯ สั่งเลยแบบไม่รีรอคนละถ้วย ไม่ต้องถามไถ่ราคา “ใส่ไข่ถ้วยละ 30 บาท ไม่ใส่ไข่ถ้วยละ 25 บาท จ๊ะ” เจ้าของร้านอาวุโสสุดในร้าน ส่งยิ้มใจดี ก่อนก้มหน้าก้มตาทำขนมตามออร์เดอร์ ระหว่างยืนดูการทำงานของเธอด้วยความเพลิดเพลิน จึงชวนคุยไปพลาง ได้ความว่า ขายบัวลอยไข่หวานมาได้กว่า 20 ปีแล้ว แต่ก่อนขายอยู่ในตลาด สมั
เพจ “ศุภชัย เสมอมิตร โหน่งโชว์” มีเนื้อหาหลักนำเสนอเกี่ยวกับการทำอาหารสารพัดเมนู ดูง่ายๆ แต่น่าอร่อย โดยคนปรุงเป็นผู้ชายไว้หนวดเข้ม พูดจาฉะฉาน ลีลาเป็นเอกลักษณ์ และแม้เพิ่งจะเปิดเพจดังว่ามาได้ไม่ถึงปี แต่มีคนติดตามเกือบเก้าแสนแล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณโหน่ง –ศุภชัย เสมอมิตร อายุสี่สิบปีเศษ เจ้าของเพจต้นเรื่องครั้งนี้ สละเวลามาพูดคุยด้วย ย้อนความเป็นมาว่าพื้นเพเป็นคนอำเภอแกลง จังหวัดระยอง จบการศึกษาระดับปวส.ก่อสร้าง จากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รับทำหน้าที่โฟร์แมน ตระเวนไปตามไซต์ก่อสร้างถนนหนทางต่างๆ “มีภรรยา 1 ลูก 4 เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน สาเหตุที่เป็นคนชอบทำอาหาร เพราะปกติจะใช้ชีวิตในแคมป์ก่อสร้างต้องอยู่คนเดียว ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ช่วงที่ต้องอาศัยอยู่ในแคมป์ตอนเย็นหลังเลิกงาน มักมีกิจกรรมบันเทิงกับลูกน้อง พักผ่อนหย่อนใจกันด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งผมจะอยู่แผนกทำกับแกล้ม คอยสรรหาเมนูมาทำกินกันเรื่อยๆ เลยได้ฝึกวิชาการทำอาหารอย่างสม่ำเสมอ” คุณโหน่ง เล่ามาอย่างนั้น และว่า ก่อนหน้านี้ กิจกรรมยามว่าง คือ ถ่ายรูปอาหารจาน
ไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเดินทางไปเมืองอังวะ เมืองหลวงเก่า ของประเทศเมียนมา ที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมัณฑะเลย์เท่าไหร่นัก นั่งรถบัสประมาณสี่สิบนาที ก็ถึงท่าเรือข้ามฟาก ซึ่งยังถูกใช้งานเป็นประจำสำหรับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เมื่อรถบัสแล่นเข้าที่จอด บรรยากาศบริเวณท่าเรือมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที บรรดาพ่อค้าแม่ขายของที่ระลึก สังเกตเห็นส่วนใหญ่เป็นเด็กสาววัยรุ่น ปะแป้ง “ทานาคา” หน้าแฉล้ม มายืนออกันหลายสิบชีวิต ที่แขนข้างหนึ่งของพวกเธอจะคล้องตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆ ภายในบรรจุของที่ระลึก อย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ที่พวกเธอบอกทำมาจากหยก กระดิ่งทองเหลือง หมวก พัด ฯลฯ เมื่อคณะนักท่องเที่ยวลงจากรถบัส พวกเธอจะเข้าประกบแบบค่อนข้างประชิดตัว ร้องขายของเป็นภาษา เมียนมาบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทยแบบกระท่อนกระแท่นบ้าง แต่ทัวร์ลิสต์ไทยหลายคน ยังไม่สนใจเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะเพิ่งเดินทางมาถึงจึงอยากชมวิวรอบๆ ก่อน ของที่ระะลึก วางขายแถวท่าเรือข้ามฟากไปเมืองอังวะ นั่งเรือข้ามฟากลำละสิบกว่าคน ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ก็ถึงท่าเรือเมืองอังวะ ขณะเรือกำลังเทียบท่า มองเห็นพ่อค้าแม
เมื่อวันก่อน ตอนไปเดินเล่นในอีเวนต์กลางห้างดัง เห็น “พ่อค้าหน้าหนวด” บุคลิกแบบฉบับเด็กรุ่นใหม่ กำลังขมีขมันปั่นเครื่องบดปลาหมึกย่าง เลยปรี่เข้าไปสั่งเมนูโปรด ระหว่างรอจึงชวนคุยฆ่าเวลา ได้ความมาว่า พ่อค้า “เด็กแนว” ผู้ที่อยู่ตรงหน้ามีชื่อว่า คุณเบียร์ – ศาสตรา ถนอมลาภ อายุยี่สิบกว่าๆ ส่วนอาชีพนี้ เริ่มต้นมาได้สองปีกว่าแล้ว ปัจจุบันขายประจำอยู่ที่ตลาดนัดมะลิ เมืองทองธานี แต่ก่อนหน้านี้เคยขายที่ตลาดนัดหัวมุม ย่านเกษตร-นวมินทน์ มาก่อน สำหรับประวัติความเป็นมาส่วนตัว คุณเบียร์ เล่าพลางบดปลาหมึกไปด้วย สรุปความได้ว่า จบปวช.ช่างยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง หลังเรียนจบตอนอายุได้ 18 ปี เคยทำงานเป็นพนักงานที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอยู่ได้ประมาณ 5 ปี พออายุ 23 ปี ลาออกมาขายของรองเท้ามือสอง “ตอนทำงานในร้านอาหาร เกือบได้เป็นผู้จัดการแล้ว แต่รู้สึกเบื่อ ต้องอยู่กับที่ ไม่สนุกกับงาน เลยลาออกมาขายของตามตลาดนัด ไปมาหมดแล้วตั้งแต่ รัชดาไนท์ ตลาดรถไฟ จตุจักรกรีน ”คุณเบียร์ เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ก่อนบอกต่อ สินค้าก่อนหน้านี้ เป็นพวกรองเท้า-เสื้อผ้ามือสอง ส่วน “ปลาหมึกบด”นี้ เพิ่งเริ่มขายเมื
หลังศึกษาจบด้านสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาวผู้มีใจรักการ “ให้” ก็ใช้ชีวิตทำงานเพื่อสังคมกับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ โดยย้ายถิ่นฐานมาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ และนี่จึงเป็นจุดหักเหให้สาวเมืองหนองคายผู้ใช้ชีวิตเผชิญอยู่ในกรุงเทพฯ นานหลายปี กลายเป็นคนเชียงใหม่ ลงหลักปักฐานสร้างอาชีพในพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านมีรายได้ องค์กรอยู่ได้ด้วย ด้วยหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยการ “ให้” เธอจึงไม่ได้ยืนหยัดในพื้นที่นี้เพียงลำพัง แต่ได้ชักชวนเพื่อนๆ ร่วมทางฝัน จนบัดนี้บ้านของเธอกลายเป็นชุมชนคนสร้างอาชีพ อยู่ร่วมกันในอาณาจักรเล็กๆ ชื่อ “เวิ้งมาลัย” คุณมาลัย สัญกาย หรือ คุณกุ้ง คือหญิงสาวเจ้าของ เวิ้งมาลัย ที่เรากล่าวถึง โดยเธอเล่าว่า หลังจากทำงานให้กับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ บวกกับคลุกคลีอยู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยย้ายมาอยู่ตั้งแต่ปี 2541 ต่อมาจึงเลือกซื้อที่ดินในซอยวัดอุโมงค์ อำเภอเมือง ขนาด 136 ตารางวา ปลูกบ้านหลังขนาดพอเหมาะ ต่อมา ทางมูลนิธิมีโครงการผลิตสินค้า ซึ่งหัวใจสำคัญข้อหนึ่งเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีงานทำ ซึ่งจากการพูดคุยจึงเห็นพ้องต้องกันว่าสินค้านำมาจำหน่ายไม่ควรจงใจหรือบังคับให้ผู้ซื้อซื้อด้วยความจำใจ
แวนด้า (Vanda) เป็นชื่อของกล้วยไม้สกุลหนึ่ง ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มากที่สุดก็ว่าได้ เป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในประเภท โมโนโพเดี้ยล คือ กล้วยไม้ที่ไม่แตกกอ การเจริญเติบโตไปทางยอด รากเป็นรากอากาศ ใบมีลักษณะกลม แบนหรือร่อง ใบจะเรียงตัวซ้อนสลับกัน ช่อดอกจะออกด้านข้างของลำต้นสลับกับใบ ช่อดอกของแวนด้าจะยาวและแข็ง ส่วนกลีบดอกนอกและกลีบในมีรูปร่างคล้ายคลึงกัน สีดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้ที่พบเห็นมากที่สุดคือ สีน้ำเงินเข้ม สีครามอ่อน สีชมพู สีเหลือง ดอกสามารถออกได้ตลอดทั้งปี หากปลูกรวมกันมากๆ จะเห็นถึงความสวยงามของสีที่สลับกัน ดูสวยงามหลากหลายสีสันน่าชวนมอง ดอกมีอายุการปักแจกันได้ 5-7 วัน คุณดารารัตน์ มณีจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 9 ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ปลูกเลี้ยงแวนด้าเป็นอาชีพเสริม โดยเธอใช้เวลาว่างหลังจากงานประจำมาทำการดูแล นอกจากจะเป็นการใช้เวลาในช่วงวันหยุดแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณดารารัตน์ มณีจันทร์ รับราชการงานประจำ ปลูกแวนด้าเป็นอาชีพเสริม คุณดารารัตน์ สาวผู้มากด้วยรอยยิ้มเล่าให้ฟังว่า เธอเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ แต่
จะบอกว่าการที่อยู่ๆ ดาราอย่าง “แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช” หันมาทำธุรกิจทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มีเหตุผลมาจากลูกๆ ก็คงไม่ผิด เพราะเจ้าตัวบอกเลย เมื่อก่อนไม่เคยจะคิด เพราะแค่งานแม่บ้าน ที่ต้องคอยดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน “แมค สิริ, คิน สยาม, เนซซี่ สิรินทร์” งานการแสดง รวมถึงช่วยดูแลธุรกิจรีสอร์ตของสามีนั้น ชีวิตแต่ละวันก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว ไร่ในจังหวัดเชียงรายที่มีอยู่ ด้วยสามี คือ “สงกรานต์ กระจ่างเนตร” ผู้ชอบลงทุนกับที่ดิน อีกทั้งยังชื่นชอบธรรมชาติ ชอบการเกษตร ซื้อเก็บไว้ 30 ไร่ ก่อนหน้านั้นจึงมีสภาพเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนของครอบครัว เป็นที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ อย่าง ชมพู่ ส้ม อะโวกาโด มะยงชิด ที่ลูกๆ ชื่นชอบ รวมถึงเป็นที่เลี้ยงสัตว์อย่างไก่ เป็ด รวมไปถึงวัว ซึ่งอย่างหลังนี้ได้มาเพราะความสงสารจึงไถ่ชีวิตมา แล้วก็นำไปเลี้ยงไว้ จนต่อมาเมื่อรู้สึกว่าควรจะต้องหาอาหารดีๆ ไว้ให้ลูกๆ ทานนั่นแหละ “สิรินทร์ฟาร์ม (SIRIN FARM)” จึงค่อยๆ ก่อรูปสานร่าง เพิ่มประเภทของสัตว์ที่เลี้ยงจนมีทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ หมู หมูคุโรบูตะ ทำให้ปัจจุบันมีผลผลิตทั้งข้าวสาร ไก่ ไข่ เนื้อหมู รวมไปถึงอาหารแปรรูปจากวัตถุดิบเหล่านั้น ทั้งลูกช
อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณใช้ทักษะและความชำนาญด้านฝีมือช่างและงานศิลป์ที่มีติดตัว รังสรรค์รากไม้ไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานสุดทึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม และประติมากรรม เรียกว่า “จินตนาการจากรากไม้” จำลองเป็นรีสอร์ตสุดเหมือน ฐานชุกชี และประติมากรรมธรรมชาติ ใช้ประดับตกแต่ง ถูกอกถูกใจต่างชาติรุมอุดหนุน สร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือน คุณนิพนธ์ หัสดี ในวัย 78 ปี เท้าความว่า จบ ปวช. ช่างก่อสร้างที่อุเทนถวาย จากนั้นต่อปริญญาตรี วิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ยึดอาชีพครูมายาวนาน 36 ปี ตำแหน่งสุดท้าย คือ อดีตรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว กระทั่งปี 2532 ลาออกมาดูแลบุพการี และรับบำนาญเลี้ยงตัวเอง ด้วยความที่คุณนิพนธ์ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เขา บอกว่า ไม่อยากอยู่ว่างๆ อยากหากิจกรรมที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวชอบงานไม้ เลยอยากสร้างชิ้นงานที่ทำจากไม้ เลยเป็นที่มาของไอเดีย “ผมเกิดไอเดียเพิ่มมูลค่ารากไม้ ให้กลายเป็นผลงานประติมากรรม จากการที่ได้นั่งมองรากไม้ไร้ค่า ที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป คิดว่าหากนำมาสร้างบ้าน หรือจำลองเป็นเป็นรีสอรต์ สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไ
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า เดอะ พรอมมานาด ย่านมีนบุรี จัดอีเวนต์รับวันปีใหม่ไทย โดยมีการออกบู๊ธของกิน-ของใช้ ไทยย้อนยุค เอาใจคนกรุงเทพฯที่ไม่ได้ออกไปเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ไฮไลต์ในงานครั้งนี้ ซึ่งดูเหมือนจะมีประชาชนให้ความสนใจกันไม่น้อย เห็นจะได้แก่ มุมนิทรรศการ “ ๙ ขนมไทย ตำรับโบราณ “ท้าวทองกีบม้า” ราชินีแห่งขนมไทย“ หนึ่งในบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ที่มีบทบาทเด่นใน “บุพเพสันนิวาส” ละครดังแห่งยุค สำหรับขนมไทย ตำรับโบราณ ทั้ง ๙ ชนิด ฝีมือรังสรรค์ของ “ท้าวทองกีบม้า”ดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย ทองหยิบ สัมปันนี ลูกชุบ สังขยา ทองม้วน ขนมผิง ฝอยทอง ทองหยอด และ กะหรี่ปั๊บ
