SMEs
“กุยช่าย” เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกจำพวกผัก มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นพืชวงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม ลำต้นของกุยช่ายมีความสูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร มีเหง้าเล็กและแตกกอ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย หน้าดินหนา มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ระหว่าง 6.5-6.8 โดยทั่วไปกุยช่ายมี 2 ประเภท คือ กุยช่ายขาว และกุยช่ายเขียว กุยช่ายเขียว เกิดจากการปลูกและดูแลรักษาเพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดตามปกติ ใบกุยช่ายจะมีสีเขียวเข้ม ทั้งนี้ เมนูอาหารที่คุ้นกัน อย่างเช่น ผัดไทย ขนมกุยช่าย ผักดอง ฯลฯ ส่วน กุยช่ายขาว เกิดจากการปลูกเพื่อไม่ให้ต้นโดนแสงแดด (ใช้ภาชนะหรือกระบอกไม้ไผ่ครอบไว้) ทำให้ใบกุยช่ายจะมีสีขาวซีด อวบ กรอบ และหวาน นิยมนำไปทำเป็นเมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้หมูสับ ขณะเดียวกัน ถ้าปลูกตามธรรมชาติ ต้นกุยช่ายก็จะออกดอกแล้วมักเรียกติดปากกันว่า “ดอกไม้กวาด” ซึ่งนิยมนำมาทำเป็นอาหาร อย่าง ผัดดอกกุยช่ายใส่หมู หรือเครื่องใน ได้ตามความชอบ การปลูกกุยช่ายทำได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก ปุ๋ย/ยาใช้น้อย ลงทุนไม่มาก ผลตอบแทนดี ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตและมีรายได้ถึง 3 อย่าง (ใบเขียว, ใบขาว และดอก) แล
เพาะเลี้ยงปลาช่อนอะเมซอนส่งขายทั่วโลก ได้เพียงที่เดียวในประเทศ ปลาอะราไพม่า หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาไทยว่า ปลาช่อนยักษ์อะเมซอน (อังกฤษ : Arapaima; ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arapaima gigas) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ ในวงศ์ปลาอะราไพม่า (Arapaimidae) เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่มาก เกล็ดมีขนาดใหญ่ สีดำเงาเป็นมัน มีแถบสีแดง–ส้ม ตัดกับพื้นสีดำ พบได้ในแม่น้ำอะเมซอนและลุ่มน้ำสาขาในทวีปอเมริกาใต้ โดยชาวพื้นเมืองจะเรียกว่า พิรารูคู (Pirarucu) ขณะที่ชาวพื้นเมืองที่ประเทศเปรูจะเรียกว่า ไพชี่ (Phiche) โดยปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ชาวพื้นเมืองใช้บริโภคกันในท้องถิ่น ในบางท้องที่มีการเพาะเลี้ยงกันเป็นปลาเศรษฐกิจ ปลาอะราไพม่า เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในแง่ของการเป็นปลาสวยงาม ซึ่งมีจุดเด่นคือ ความใหญ่โตในรูปร่าง และสีสันของเกล็ดมีแถบแดงจัด จัดได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดความยาวที่สุดในโลก ในประเทศไทยปลาชนิดนี้ถูกนำเข้ามาครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2529 และได้รับความนิยมสูงสุดในปี พ.ศ. 2530 จนปัจจุบัน หลายท่านคงคิดว่าปลาอะราไพม่าเป็นปลาที่มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ดุร้าย แต่คุณศิริวรรณ เจ้าของฟาร์มกลับบอกว่า เมื่อนำมาเลี้ยงในสถานที่เลี้ยงแ
บางคนทอดได้ ก๊อบกรอบ แต่กรอบได้แป๊บเดียว ก็นิ่มแล้ว มันเกิดจากอะไร และจะมีวิธีแก้อย่างไร เฟซบุ๊ก เพจ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหารและสิ่งรอบตัว ได้เผยเทคนิคไว้อย่างน่าสนใจ โดยสรุปก็คือ การเติมแป้งข้าวโพด และเหล้าวอดก้า (หรือเหล้าขาวไทย) ลงไปนั่นเอง ซึ่งการเติมแป้งข้าวโพด จะช่วยลดกลูเตนลงได้ (กลูเตนจะเป็นตัวดูดน้ำเข้าแป้ง ทำให้ไก่ไม่กรอบ) ส่วนวอดก้า หรือเหล้าขาว เป็นเอธานอล ที่จะช่วยให้น้ำรอบตัวมันระเหยออกไปได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ลงอ่านรายละเอียด จากข้อความที่โพสต์ดังนี้ “หลายๆคนคงเคยมีปัญหาในการทำไก่ทอดแล้วพบว่า ตั้งอุณหภูมิทอดพอดีก็แล้ว เปลี่ยนเป็นน้ำมันปาล์มทอดก็แล้ว ปรากฏว่าได้ไก่ทอดกรอบเช่นกัน แต่ว่าทิ้งสักพักแล้วดันนิ่มป๋อยจากการที่ไอน้ำจากชิ้นไก่นั้นออกมารบกวนแป้งที่เคลือบซะงั้น 😅 ซึ่งปกติการ #ทอดไก่แล้วกรอบไม่นาน นั้นจัดว่าเป็น #ปัญหาระดับชาติ กันเลยทีเดียว เนื่องจากว่าการเกิดไอน้ำและความชุ่มฉ่ำในชิ้นไก่นั้นดันย้อนคืนกลับมาทำลายความกรอบของแป้งไปซะงั้น 😂 ดังนั้นวันนี้แอดก็จะมาเล่าถึง #เกร็ดความรู้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ถึง #เทคนิคทำให้ไก่ทอดนั้นมีความกรอบที่คงทนยาวนาน กันน
จากการสำรวจประชากร “หมา-แมว”ในประเทศไทย พบตัวเลขล่าสุดมีจำนวนรวมกันนับสิบล้านตัว สำหรับส่วนพฤติกรรมของ “ผู้เลี้ยง”ส่วนหนึ่ง อาจมองพวกมัน เป็นแค่สัตว์เลี้ยง ไม่ต้องประคบประหงมดูแลมากนัก แค่มีอาหารให้ไม่อดอยากน่าจะเพียงพอ แต่ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เลี้ยงอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทุ่มเทความรักความเอาใจใส่ให้ราวกับเป็นสมาชิกสำคัญในครอบครัว เรียกว่าหากมีผลิตภัณฑ์ดีๆที่เหมาะกับ “เพื่อนสี่ขา”ของพวกเขาแล้ว เป็นต้องเสาะหาไว้ในครอบครองแบบไม่รอช้า จึงอาจกล่าวได้ว่า พฤติกรรมของ “ผู้เลี้ยง”กลุ่มหลังนี้นี่เอง ที่ส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของบ้านเราในปัจจุบัน เติบโตจนมีมูลค่าสูงถึงกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท! “condoแมว” ที่เป็นได้ทั้งของเล่นให้แมวเหมียวปีนป่าย-ลับเล็บ-นอนเล่น เป็นได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในกลุ่มคนรักแมวอยู่ขณะนี้ มีชายหนุ่ม วัยสามสิบกว่า “จิรภัทร แตงน้อย” หรือ คุณต่าย เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ส่วนความเป็นมาของธุรกิจส่วนตัวนี้ คุณต่าย ยินดีย้อนให้ฟังว่า ก่อนหน้าเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง กระทั่งอายุได้ 20 ปลายๆ เกิดความคิดอยากทำธุรกิจแต่ย
ใครที่รู้สึกว่าตัวเองเป็น “คนเหงา 2018” ไม่ต้องมัวเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้านอีกต่อไป ลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเติมพลังกันดีกว่า ไปมันคนเดียวนี่ละ ไม่ต้องง้อใครไปด้วย เพราะกว่าจะรอเดอะแก๊งรวมตัวกันได้ก็หมดความอยากไปแล้ว แถมตอนนี้เขามีบริการ “เพื่อนเช่า” ที่พร้อมพาเราไปสนุกสนานได้ในสไตล์คนท้องถิ่น ไม่ต้องกลัวโดดเดี่ยวเดียวดายอีกแล้ว ในเกาหลีใต้มีธุรกิจทัวร์ที่ชื่อว่า “โอ้ มาย โอปป้า” (Oh My Oppas) เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้ เอาใจติ่งซีรีส์เกาหลีที่อยากจะมี “พี่ชาย” คอยดูแล ธุรกิจนี้จับเอา “โอปป้า” ซึ่งเป็นคำฮิตในซีรีส์ที่บรรดาสาวๆ ใช้เรียกผู้ชายที่อายุมากกว่า หรือหนุ่มๆ ที่พวกเธอปลาบปลื้ม มาเป็นจุดขายในการทำทัวร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เว็บไซต์โอ้ มาย โอปป้า จัดหาหนุ่มๆ น่าหยิก 8 คน ที่มีความสามารถเฉพาะคนละแบบมาเป็นไกด์ส่วนตัวให้ลูกค้าที่จองคิวไว้ โดยพาเที่ยวในสไตล์ที่แตกต่างกันไป ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ และช่วยสอนให้ทำกิจกรรมต่างๆ แบบเดียวกับคนท้องถิ่น อย่าง “ไรอัน โอปป้า” มีความเชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ก็จะพาสาวๆ สวมชุดฮันบกเที่ยวในย่านที่มีกลิ่นอายแบบโบ
สวนพลูของนายมาโนช สูญกลาง เกษตรกรชาว ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นพลูสายพันธุ์เขียวและเหลืองที่ขึ้นอย่างสมบูรณ์ในร่องสวนบนพื้นที่ 4 ไร่ เป็นรายได้หลักของครอบครัวนี้มาแล้วกว่า 4 ปี จนสามารถหมดหนี้สิน และส่งลูก 3 คน เรียนในระดับปริญญาตรี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปลูกฝรั่ง ชมพู่ และองุ่นพันธุ์ไวท์มะละกา นายมาโนช กล่าวว่า จากการศึกษาข้อมูลพบว่าพลูเป็นพืชที่น่าสนใจ การดูแลไม่ยุ่งยากปลูกครั้งเดียวก็สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องได้เรื่อยๆ จึงได้ทดลองนำพลูมาปลูกจำนวน 400 หลัก ปัจจุบันได้มีการขยายการปลูกพลู จำนวน 1,200 หลัก แบ่งเป็นพลูเขียว 800 หลัก ลักษณะใบจะบาง ขนาดใหญ่คล้ายใบโพธิ์ มีสีเขียวเข้ม รสเผ็ด นิยมนำไปในงานเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม และพลูเหลือง 400 หลัก ลักษณะใบจะมีขนาดเล็ก ปลายใบเรียว รสไม่เผ็ดมากจึงนิยมนำมาบริโภค นายมาโนช กล่าวต่อว่า พลูเป็นพืชที่ชอบแสงแดดและความชื้น จึงเลือกปลูกพลูแบบร่องสวน และใช้แสลนขึงเพื่อให้เกิดร่มเงา จากนั้นจึงเตรียมเสาสำหรับทำค้างให้พลูเลื้อย สูงจากระดับพื้นดิน 3 เมตร โดยเสา 1 หลัก จะใช้ต้นพันธุ์จำนวน 3 ต้น ปลูกลงในหลุม รดน้ำเช้า-เย็น ต้องหมั่นสังเกตด
อาชีพเกษตรกรรมยังคงเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างรายนี้ แต่ก่อนเคยทำงานในกรุงเทพฯ ไม่นานเริ่มอิ่มตัว เธอเลือกผันชีวิตมาทำเกษตรเปิดฟาร์มด้วง เริ่มต้นจากเลี้ยงแค่ 50 กะละมัง ปัจจุบันมีมากถึง 500 กะละมัง คุณทิติยา คำเถื่อน หรือ คุณญา วัย 29 ปี เจ้าของธุรกิจด้วงสาคูฟาร์มมาดี เล่าให้ฟังว่า หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ยึดอาชีพขายหมูกระทะอยู่นานถึง 8 ปี ด้วยระยะเวลาขนาดนี้ ตนรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อยากลองหาสิ่งใหม่ๆ ทำดูบ้าง คุณญา เล่าต่อว่า ตอนนั้นตนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี กระทั่งมีโอกาสลงไปเที่ยวภาคใต้ ได้ทานด้วงสาคู เกิดติดใจในรสชาติ เห็นว่าน่าจะนำมาทำเป็นธุรกิจได้ จึงซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเพาะขาย “วิธีการเลี้ยงด้วงสาคูเรียนรู้จากคนที่เลี้ยงด้วงทางภาคใต้ ช่วงแรกเลี้ยงด้วยต้นสาคู จากนั้นปรับสูตรอาหารเองให้เหมาะกับวัตถุดิบในพื้นที่” โดยเริ่มแรกคุณญาเลี้ยงแค่ 50 กะละมังเท่านั้น ผลผลิตที่ได้ออกมาตามต้องการ จาก 50 กะละมัง ก็ขยายมาเรื่อยๆ เปิดเป็นฟาร์ม เพิ่มจำนวนเป็น 500 กะละมัง วิธีการเพาะพันธุ์ด้วงสาคูฟาร์มมาดี คุณญาจะใช้กะล
ข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรไทยบำรุงกำลัง ช่วยท่านชาย “โล้สำเภา”ให้ได้เหมือน “พี่หมื่น”ของน้อง”การะเกด” เปิดเผยจาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย ว่าสมัยโบราณยุคปู่ย่าตาทวด เป็นสังคมเกษตรกรรม ต้องใช้เรี่ยวแรงในการทำไร่ไถนา และที่สำคัญต้องมีเรี่ยวมีแรงในการให้กำเนิดลูกหลานเพื่อมาช่วยกิจการ และกิจกรรมในครัวเรือนด้วย ดังนั้นเมื่อศึกษาตำรายาไทยสมัยก่อน จะพบกลุ่มยาที่ช่วยในด้านบำรุงกำลังวังชา ระบุสรรพคุณในด้านเสริมสมรรถภาพท่านชายไว้มากมาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมิติด้านของความสัมพันธ์ทางเพศกำลังถูกคุกคามจากปัญหาด้านสุขภาพของผู้ชาย 2 ประการ คือ การมีบุตรยากเนื่องจากจำนวนอสุจิลดลง และการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คู่สมรสประมาณร้อยละ 10 ถึง 15 ทั่วโลกประสบปัญหามีบุตรยาก และมีหลักฐานหลายประการ บ่งชี้ว่าปัญหาการมีจำนวนอสุจิลดลงกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะเดียวกันอุบัติการณ์ของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ(erectile dysfunction) หรือโรคอีดี ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสภาพการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด สารมลพิษที่หลากหลาย ยาบาง
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า หลังจากลิ้นจี่บางขุนเทียน ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ของกรุงเทพมหานคร ที่ปลูกในพื้นที่เขตจอมทองและเขตราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเกษตรกรได้รับข่าวดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดต้นลิ้นจี่ในพื้นที่ออกผลผลิตเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตที่ได้มีจำกัด เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ 500 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับผลผลิตในภาพรวมเพียง 10% เท่านั้น ทำให้ลิ้นจี่บางขุนเทียนกลายเป็นที่ต้องการของตลาด โดยผลผลิตที่มีคุณภาพดี เนื้อแห้ง รสชาติหวานอร่อย ได้มาตรฐานสินค้าจีไอ จึงส่งผลให้สินค้าลิ้นจี่บางขุนเทียนขาดตลาด และราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 500-1,000 บาท เนื่องจากเกษตรกรต้องดูแลทะนุถนอมผลผลิตเป็นอย่างดี เพื่อควบคุมคุณภาพและรสชาติให้ได้ตามมาตรฐานของสินค้าจีไอ นางสาวพรทิพย์ เทียนทรัพย์ เกษตรกรเจ้าของสวนภูมิใจการ์เด้น เปิดเผยว่า ลักษณะเด่นของลิ้นจี่บางขุนเทียนที่ได้รับขึ้นทะเบียนจีไอ จะมีผลขนาดกลางรูปทรงคล้ายหัวใจ บ่าไม่สูง หนามแหลมสั้
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยถึงการเปิดตัว 4 โครงการของ สสว. ที่หวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 3,000 ล้านบาท และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีได้เข้าถึงบริการจากหน่วยงานต่างๆ ได้รับองค์ความรู้ สร้างต้นแบบเอสเอ็มอีและสหกรณ์ ผลิตโค้ช ตลอดจนสร้างเครือข่ายสังคมผู้ประกอบการ เพื่อช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ทั่วถึง สำหรับ 4 โครงการดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ในการก้าวสู่ Thailand 4.0 เป็นโครงการสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และเป็นกำลังสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะเปิดรับสมัครเอสเอ็มอีในกลุ่มที่เพิ่งดำเนินธุรกิจ (Start up) เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการตลาด (Rising Star) และกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (Turn Around) โดยตั้งเป้าหมายจะจัดอบรมให้ความรู้แก่เอสเอ็มอี พัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับสถานประกอบการให้ได้อย่างน้อย 462 รายหรือผลิตภัณฑ์หรือสถานประกอบการ รวมถึงจะพาเข้าร่วมงานแสดงและจำ
