SMEs
ไก่พื้นเมือง เป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย มีความต้านทานโรคสูง หากผู้ที่เลี้ยงได้ทำการศึกษาถึงอุปนิสัยและวิธีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้ถ่องแท้ การเลี้ยงไก่พื้นเมืองก็จะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะหาอาหารกินเองได้ โดยเฉพาะแมลง ไก่พื้นเมืองก็กินได้ จึงทำให้สามารถปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติได้ ในเรื่องของการตลาดนั้นผู้บริโภคยังมีความต้องการ เพราะเนื้อไก่พื้นเมืองมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อนำมาประกอบอาหารมีความอร่อย แต่เมื่อเทียบจำนวนผู้เลี้ยงเพื่อจำหน่ายแล้ว ยังถือว่ามีอยู่จำนวนน้อยและตลาดยังมีความต้องการ จึงทำให้ราคาจำหน่ายของไก่พื้นเมืองมีราคาที่ดีตามไปด้วย ผู้ใหญ่ณรงค์ กิ่งแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 14 ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม โดยที่การเลี้ยงไม่ได้ลงทุนอะไรมาก จึงทำให้การจำหน่ายมีกำไรและสามารถมีรายได้ใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ผู้ใหญ่ณรงค์ กิ่งแก้ว อาชีพหลักเลี้ยงโคนม เลี้ยงไก่พื้นเมืองเสริมรายได้ ผู้ใหญ่ณรงค์ เล่าให้ฟังว่า มีโอกาสได้มาอยู่ในจังหวัดสระบุรี เพราะเมื่อประมาณปี 2530 ทางรัฐบาลได้เปิดรับสมัครนักศึกษาที่จบทางด้านการเกษต
เจ้าของฟาร์มนกยูง และไก่ฟ้า วัยเจนวาย ไอเดียดีนำขนนกยูงในช่วงที่สลัดขนมาเพิ่มมูลค่าเป็นต่างหู ใช้วัสดุล้ำค่ามาประยุกต์ อาทิ ทองคำ พลอย นาค ลูกค้าคนไทยและต่างชาติชื่นชอบ เพราะเป็นงานแฮนด์เมดชิ้นเดียวในโลกที่สวยแปลกตา รายได้ช่วยค่าเลี้ยงดูนกยูงในฟาร์ม ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ยุพาภรณ์ แก้วคำ หรือ เจี๊ยบ อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.3 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ในวัย 23 ปี เล่าว่า ที่บ้านเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ป่าถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ โดยสัตว์ที่เลี้ยงนั้นมีไก่ฟ้า และนกยูง 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไทยและพันธุ์อินเดีย วัตถุประสงค์ที่เลี้ยงก็เพื่อดูเล่น จำหน่าย และส่วนหนึ่งปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่ที่ปลอดภัย เพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมในธรรมชาติ สำหรับการเพิ่มมูลค่าขนนกยูงนั้น เจ้าของฟาร์ม ให้ข้อมูลว่า ในช่วงฤดูฝน หรือราวเดือนพฤษภาคมของทุกปี นกยูงจะผลัดขน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้เห็นคุณค่ากระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทดลองเก็บขนนกยูงมาทำเป็นต่างหู ปรากฏว่าได้การตอบรับดี เริ่มมีคนสนใจสั่งซื้อ จากงานอดิเรกเลยกลายเป็นธุรกิจขึ้นมา “เจี๊ยบทดลองนำขนนกยูงมาทำต่างหู ปรากฏว่าคนรอบข้างชื่นชอบ
เมื่อเจ็ดสิบปีก่อน คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักสบู่หอม และนิยมใช้ “สบู่กรด”เพื่ออาบน้ำล้างตัวและซักผ้าในก้อนเดียวกัน จนเมื่อ พ.ศ. 2490 นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์ นามว่า “วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์” ผู้จัดการ บริษัท เบอร์รี่ยุคเกอร์ แอนด์ โก ในประเทศไทย เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและคุณค่าของดอกไม้พื้นเมือง จึงตัดสินใจทำ “สบู่หอม”ออกมาขายเป็นเจ้าแรก ส่วนแรงบันดาลใจ ในการตั้งชื่อตราสินค้านั้น มาจากสีสันสวยงามของนกชนิดหนึ่งในป่าของบ้านเราเลยใช้ชื่อแบรนด์สบู่หอมยุคบุกเบิก ยี่ห้อแรกของไทยนี้ ว่า “นกแก้ว” ซึ่งการผลิตสมัยนั้น ทำกันในโรงงานเล็กๆเป็นห้องแถวย่านกล้วยน้ำไท มีพนักงานไม่ถึง 20 คนระหว่างขั้นตอนการกวนเนื้อสบู่ กลิ่นน้ำหอมจากดอกไม้ไทยนานาพันธุ์ มักฟุ้งกระจายไปทั่วคุ้ง ทำให้ชาวบ้านมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก และด้วยเอกลักษณ์ของกลิ่น เนื้อสบู่ที่แข็งไม่ละลายง่าย และ เปิดราคาขายระดับชาวบ้านทำให้ “นกแก้ว”เป็นที่นิยมแพร่หลายได้ไม่ยาก ภายในเวลาอันรวดเร็ว ขึ้นแท่นเป็นรายเดียวในตลาดได้ไม่นาน การแข่งขันทางธุรกิจก็เริ่มต้นขึ้น คู่แข่งหลายรายพากันนำเข้าสบู่ แบรนด์นอกเข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ขณะเดียว
ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “วัดใหญ่” สถานที่สำคัญของชาวพุทธ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก “วัดใหญ่” แห่งนี้ เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” ซึ่งนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปงดงามที่สุดในโลกองค์หนึ่ง ปัจจุบันวัดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งของคนไทยและต่างชาติ วันหนึ่งๆ มีผู้คนพากันไปกราบสักการะพระพุทธชินราช และเยี่ยมชมวัดกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้ประกอบการสินค้านานาชนิด มารวมตัวกันอย่างคึกคัก กระทั่งทัศนียภาพโดยรอบวิหารอาจไม่เป็นระเบียบสวยงามไปบ้าง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางคณะกรรมการวัดฯ จึงเห็นชอบให้มีการจัดระเบียบแผงค้ากันใหม่ โดยใช้งบฯ ลงทุนก่อสร้างอาคารหลังใหม่ไว้ด้านหลังวัด จากนั้นจึงแจ้งให้บรรดาพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย ขึ้นไปตั้งแผงค้าของตัวเองบนอาคารดังกล่าวได้ แต่อาจเป็นเพราะหลายคนยังไม่ทราบหรืออาจไม่เคยชิน จึงไม่ค่อยพากันเดินไปซื้อหาสินค้าบนอาคารดังกล่าว เดือดร้อนถึงคนขายของหลายราย ที่ขายของไม่ค่อยได้ เพราะลูกค้าเดินมาไม่ถึง
นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่คนหนุ่ม-สาว หันมาสนใจทำเกษตรกรรม ด้วยการนำความรู้ด้านบริหาร เทคโนโลยี รวมถึงแนวคิดการตลาดมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้กิจกรรมการเกษตรเกิดความก้าวหน้าทันยุคสมัย เสมือนหนึ่งเป็นฟันเฟืองรุ่นใหม่ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพการเกษตรของประเทศให้รุ่งโรจน์ในอนาคต จนได้รับการขนานนามว่า Young Smart Farmer ปัจจุบันนโยบายภาครัฐให้การสนับสนุนและส่งเสริมการก้าวเข้ามาเป็น Young Smart Farmer ของคนรุ่นใหม่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีกระบวนการคัดเลือกเกษตรกรรุ่นใหม่ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายในทุกระดับของจังหวัด แล้วขยายผลไปทั่วประเทศ ภายใต้หลักคิด Young Smart Farmer เป็นผู้นำทางการเกษตรสมัยใหม่ พึ่งพาตนเองได้และเป็นที่พึ่งแก่เพื่อนเกษตรกร คุณกรวิชญ์ มาระเสนา คุณกรวิชญ์ มาระเสนา หรือ คุณหมู เป็นอีกหนึ่งของ Young Smart Farmer จังหวัดสงขลา ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะเดียวกัน ยังได้ใช้ความรู้ ความมีทักษะ ถ่ายทอดให้แก่เพื่อนสมาชิกเพื่อเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจต่อความมุ่งหวังกิจกรรมเกษตรของแต่ละคน แต่กว่าชายผู้นี้จะก้าวมาสู่แถวหน้าของ Young Smart Farmer เขากลับต้องพ
จบวิศวะ แต่ไปปลูกผัก จะทำได้จริงหรือ…? ปลูกผักอินทรีย์ยากนะ จะไหวหรือ…? จะไปกันรอดหรือเปล่า…? ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำถามที่ท้าทายเหล่านี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จากคนใกล้ชิดและเพื่อนๆ ทั้งของ คุณอภิชาต ศุภจรรยารักษ์ หรือ คุณเน และ คุณศิริพรรณ คำแน่น หรือ คุณฝน สองสามี-ภรรยา เจ้าของไร่ “บ้านสวนศุภรักษ์” ป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต่างจบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์ด้วยกันทั้งคู่ แต่เลือกที่จะลัดวงจรชีวิตหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง หันมาเอาดีด้านการทำเกษตรอินทรีย์แทนการเป็นมนุษย์เงินเดือน 2 ปีที่ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะพากันข้ามผ่านอุปสรรคไม่ง่ายเลย แต่ด้วยพลังแห่งฝันบวกกับไฟแห่งความมุ่งมั่น เป็นแรงผลักดันให้พวกเขาได้ค้นพบความสุขชีวิตบนทางสายอาชีพที่เลือกเดิน ทันทีที่สำเร็จการศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คุณอภิชาต หรือ คุณเน ชายหนุ่มในวัย 30 ปีเศษ เลือกที่จะไม่กรอกใบสมัครงานบริษัทใดๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่สะดวกใจที่จะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ทั้งที่เขาเองเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ คุณพ่อเป็นนักวิศวกร คุณแม่เป็นครู ขณะที่ คุณฝน หญ
ปลาม้า เป็นปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในวงศ์ปลาจวดครับ เป็นปลาพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงมากชนิดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันในแหล่งน้ำธรรมชาติปลาชนิดนี้มีเหลืออยู่น้อยมากครับ ทำให้กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาน้ำจืดสุพรรณบุรี ได้ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ปลาม้าแบบครบวงจร ที่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ให้ออกไข่ได้ตลอดทั้งปี การเพาะเลี้ยงพ่อแม่ปลาม้าจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้ออกไข่ตลอดทั้งปีนั้น ต้องมีระบบเพาะเลี้ยงที่ดี ระบบบำบัดน้ำที่เหมาะสมกับขนาดบ่อเลี้ยง สำหรับขนาดบ่อเพาะขยายพันธุ์ จะเป็นบ่อคอนกรีต กว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร และสูง 1 เมตร มีการควบคุมระดับน้ำสูง 70 ซม. มีการควบคุมอัตราการไหลเวียนของน้ำ 200-300 ลิตร/นาที กำหนดค่าพีเอชอยู่ระหว่าง 7-8 และค่าออกซิเจนต้องมากกว่า 3 สำหรับบ่ออนุบาลปลาม้า จะใช้บ่อคอนกรีตทรงกลมขนาดความจุ 7 ตัน โดยในช่วง 1 เดือนแรกจะถ่ายน้ำวันเว้นวันเนื่องจากใช้น้ำจากบ่อดิน ซึ่งมีแพลงก์ตอนและธาตุอาหารที่ลูกปลาต้องการ แต่หลังจากย้ายบ่อและปรับมาเลี้ยงในน้ำใส จะเปลี่ยนน้ำทุกวัน อายุ 3 วันแรก เริ่มให้อาร์ทีเมียวัยอ่อน วันละ 5 มื้อ // อายุ 15 วัน ให้ไรแดง // อายุ 25 วัน ให้ไร
คุณนพดล อรุณ อยู่บ้านเลขที่ 75/1 ถนนโพธิ์ทอง ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกษตรกรที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นอาชีพมามากกว่า 20 ปี ซึ่งไม้ประดับที่ปลูกภายในสวนส่วนใหญ่จะเป็นลิ้นมังกร ฮาโวเทีย และเกลียวสวรรค์ คุณนพดล เล่าถึงที่มาของต้นเกลียวสวรรค์ให้ฟังว่า เกิดจากการกลายพันธุ์ของไม้ที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งไม้ต้นเดิมนั้นเกิดจากเพื่อนๆ ที่ปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านเลี้ยงไปได้สักระยะไม้ชนิดนี้ก็กลายพันธุ์มีลักษณะที่สวยแปลกไปกว่าเดิม (ขวา) คุณนพดล อรุณ “ช่วงนั้นประมาณปี 2555 ที่เราได้ไม้ตัวนี้มา เราก็ได้เอามาปลูกที่สวน ซึ่งวิธีการขยายพันธุ์ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ตัดยอด จากนั้นก็นำยอดที่เราตัดมาปักชำลงในวัสดุปลูก ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ รากก็จะเริ่มออกมา จากนั้นเราก็ดูแลไปอีกประมาณ 1 เดือน ต้นของเกลียวสวรรค์ก็พร้อมที่จะขายได้ เพราะยอดที่เราเอามาปักชำจะเจริญเติบโตเต็มกระถางพอดี” คุณนพดล กล่าว ซึ่งวัสดุที่ใช้ปลูกจะมีส่วนผสมของกาบมะพร้าวและดิน ที่ผสมกันในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 โดยที่ก้นกระถางจะใส่ปุ๋ยละลายช้าลงไปด้วยเล็กน้อย ในส่วนของลูกค้าที่ชื่นชอบซื้อเกลียวสวรรค์ไปปลูกเลี้ยงนั้น คุณนพดล บอกว่า จะเ
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกรากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆ หากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
“ความล้มเหลวไม่ใช่ทางเลือก” คติประจำใจของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณบุญเฮือง ลิดดัง หรือคุณแครอล นักธุรกิจสาว ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่มบริษัท ดาวเฮืองกรุ๊ป จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้แบรนด์ “ดาวคอฟฟี่” บอกถึงแรงบันดาลใจที่มาจากคุณหมอฮาว ลิดดัง ซึ่งเป็นคุณพ่อของเธอ “หากเราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตั้งใจตั้งแต่แรก งานนั้นๆ ก็จะล้มเหลว ดังนั้น ทางเลือกของเราคือ เลือกที่จะตั้งใจทำหรือไม่ตั้งใจทำ ถ้าเราตั้งใจทำ ถึงแม้มันจะไม่เกิดผลในตอนแรก แต่ถ้าตั้งใจ เราจะทำมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมาย ฉะนั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความตั้งใจของเราว่าจะสู้หรือจะไม่สู้ ถ้าเราเลือกว่าเราตั้งใจที่จะทำ ความล้มเหลวก็ไม่ใช่ทางเลือกของเราอีกต่อไป” คุณบุญเฮือง บอกว่า “คนไทยยังบริโภคกาแฟอยู่ในระดับน้อยกว่าคนลาว คือ ประเทศไทยมีการบริโภคกาแฟอยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ประเทศลาวอยู่ที่ระดับ 1.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือ ข้อมูลสำรวจอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยของคนไทย อยู่ที่ 200 แก้ว/คน/ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศที่นิยมการบริโภคกาแฟ เช่น นอร์เวย์ 1 พันแก้ว/คน/ปี และญี่ปุ่น 400 แก้ว
