SMEs
“ซะป๊ะน้ำพริก” เริ่มต้นจากความต้องการที่จะทำให้คนทั่วไปได้รู้จักกับอาหารพื้นบ้านของ จ.แพร่ เนื่องจากเราเล็งเห็นว่าใน จ.แพร่ มีสินค้าดีๆ และอาหารอร่อยๆ อยู่มากมายไม่แพ้จังหวัดอื่น และชอบที่จะเป็นแม่ค้าขายของ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณพิชญาภา สำเนียง เจ้าของเพจ ซะป๊ะน้ำพริก และเจ้าของโรงงานทำน้ำพริกที่จังหวัดแพร่ วัยเพียง 26 ปี เธอเล่าให้ฟังว่า “เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เคยทำงานบริษัทอยู่ที่กรุงเทพฯ ในตำแหน่งฝ่ายขาย การตลาด ช่วงที่ทำงานประจำก็กลับบ้านเกิดที่จังหวัดแพร่บ้าง เลยอยากนำเอาของดีของจังหวัดแพร่ คือ น้ำพริกน้ำย้อย มาขาย โดยอาศัยเพื่อนสนิทช่วยจัดส่งของให้ และตัวเราเองก็ทำการตลาดอยู่ที่กรุงเทพฯ เราเริ่มจากการรับน้ำพริกของชาวบ้านมาแบ่งบรรจุลงแพ็กเกจให้น่ารักสวยงาม ถ่ายภาพลงโซเชียลและโปรโมตขาย ช่วงแรกๆ ค่อนข้างยากเนื่องจากคนไม่รู้จักน้ำพริกที่เราขาย เน้นขายเฉพาะคนรู้จัก กลายเป็นความอร่อยที่บอกต่อกันแบบปากต่อปาก ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี เราทำให้คนรู้จัก น้ำพริกน้ำย้อย และน้ำพริกหมูกระจก เป็นที่รู้จัก ขายไปขายมา มันเกิดขายดี คนชอบ แต่ก็มีปัญหาเรื่องการผลิต เพราะน้ำพริกที่เราเอามาขาย เป็นน
“บ้านคำปุน” คือ แหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่แห่งนี้ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหม ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดอุบลฯ ความพิเศษของ “บ้านคำปุน” นี้ คือ การเปิดให้เข้าชมแค่ปีละ 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่เกิน 3 วัน ในช่วงเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลฯ ทุกปี เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านส่วนตัว โดยมีการเก็บค่าเข้าชม 100 บาท รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปทำบุญตามแต่จะกำหนดไว้ในแต่ละปี สำหรับชื่อเรียกขานบ้านทรงไทย บนที่ดินร่มรื่นแห่งนี้ มีที่มาจากชื่อของ คุณคำปุน ศรีใส เจ้าของผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์-ถักทอ พ.ศ. 2537 และมี คุณเถ่า-มีชัย แต้สุจริยา ทายาทของเธอ เป็นผู้ดูแล คุณเถ่า กับผลงานผ้าทอผืนงาม ที่เผยได้เพียงว่า ราคาหลาละ 6 หลัก ธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ทรุด หันทำผ้าทอสืบทอดบรรพบุรุษ คุณเถ่า-มีชัย แต้สุจริยา แห่ง “บ้านคำปุน” ปัจจุบันอายุ 59 ปี ผู้ชายคนนี้ มีรางวัลการันตีความสามารถด้านผ้าทอมาแล้วมากมาย และมีผลงานโดดเด่นจนได้รับการยกย่องในฐานะ “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” เขาเป็นผู้คิดค้
“…การเลี้ยงโคนม ก็เป็นอาชีพที่ดีสำหรับคนไทย เหมาะกับประเทศ และถ้าใช้หลักวิชาที่เหมาะสม ก็จะทำให้มีความเจริญและมีรายได้ดี…” พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ………….. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวถึงเป้าหมายในการสานต่อโครงการตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า อาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคนม ถือเป็นอาชีพพระราชทาน จากพระองค์ท่าน อ.ส.ค. จึงต้องพัฒนาองค์ความรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง ส่งเสริมและสนับสนุนทุกวิถีทาง ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงและยั่งยืน ที่ผ่านมา อ.ส.ค. จึงมีแผนยุทธศาสตร์หลายรูปแบบ นับตั้งแต่ โครงการสร้าง “นักส่งเสริม” รุ่นใหม่ เพื่อออกไปทำหน้าที่ให้ความรู้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงในเรื่องของการบริหารจัดการ โครงการให้บริการด้านวิชาการ เพื่อฝึกอบรม ให้ความรู้เกษตรกรรุ่นใหม่ และเกษตรกรรายเดิม ให้มีความรู้อย่างต่อเนื่อง ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. และเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาด ล่าสุดจึงร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า วิธีการเลี้ยงไส้เดือนที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นการนำเสนอที่ได้มาจากตัวเธอ คุณนิรัชพร ธรรมศิริ หรือ “ต่าย” บ้านเลขที่ 167 ถนนเทศา 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เธอบอกว่า “การเลี้ยงไส้เดือนนั้นไม่ได้มีรูปแบบที่กำหนดลงไปชัดเจน เพราะเราจะสามารถหาสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเราหรือวัสดุบางชิ้นที่เราคิดว่าน่าจะนำมาประยุกต์นำมาเลี้ยงน้องเดือนเป็นใช้ได้ทั้งสิ้น ขอเพียงมีขั้นตอนและวิธีการเท่านั้นเป็นพอ” เมื่อเป็นเช่นนี้หากท่านใดจะนำไส้เดือนไปเลี้ยงด้วยวิธีอื่นก็ได้ตามสะดวกนะครับ ไม่ผิดกติกาใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับไส้เดือนที่เธอแนะนำให้แฟนๆ เลี้ยงนี้เป็นสายพันธุ์อัฟริกันไนต์ครอเลอร์ (AF) ข้อดีคือ ไส้เดือนสายพันธุ์นี้สามารถกินอาหารเก่งมากโดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง ขยายพันธุ์ได้เร็ว มีลูกดก แถมตัวโต เป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำไปใช้เป็นอาหารโปรตีนสำหรับเลี้ยงกบ นก และปลาได้ ส่วนมูลไส้เดือนนั้นเป็นปุ๋ยที่นำไปใส่ต้นไม้ หรือพืชผักได้อย่างดีอีกด้วย อาหารของไส้เดือน 1. มูลสัตว์ เช่น มูลวัวทั้งหลาย จะเป็นวัวบ้าน วัวนม โคขุนหรือมูลควาย ได้ทั้งนั้น ต้องนำมาแช่ในวงบ่อหรื
ในวงการประกวดไก่แจ้ เป็นที่รู้กันดีว่า ไก่ที่ขึ้นแท่นประกวดหรือผ่านการประกวด ยิ่งได้รับรางวัลจากการประกวด ค่าตัวของไก่หรือมูลค่าเมื่อได้ลูกไก่จากไก่นั้นๆ จะสูงขึ้น ส่วนหนึ่งไก่ถูกเปลี่ยนมือทันทีหลังการประกวดสิ้นสุดลง อีกส่วนหนึ่งเจ้าของเดิมนำกลับไปพัฒนาสายพันธุ์ และอีกส่วนนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพื่อผลิตลูกไว้จำหน่าย คุณวิชัย สิงห์เทียน เจ้าของ Lena Farm ฟาร์มไก่ย่านคลองสิบ คนรักไก่เช่นเดียวกับนักเลี้ยงไก่ หรือนักประกวดอีกหลายๆ ท่าน คุณวิชัย เปิดฟาร์มให้ชมทุกซอกทุกมุม สังเกตได้ว่า พื้นที่ที่คุณวิชัยเรียกว่าฟาร์ม ไม่ได้กว้างขวางหรือใหญ่โตมากนัก จัดอยู่ในพื้นที่กะทัดรัด แต่แบ่งเป็นสัดส่วน ระหว่างไก่สวยงามและไก่แจ้ Lena Farm ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี คุณวิชัย สิงห์เทียน กับ ไก่แจ้สีเบญจรงค์ สายอุดมทัศนีย์ คุณวิชัย เป็นเจ้าของฟาร์มที่อยู่ในวัยทำงาน เพราะก่อนหน้านี้ทำงานประจำ แต่สนใจไก่สวยงาม จึงลองศึกษาข้อมูล และที่สุดก็ได้ไก่แจ้สวยงามมา 1 คู่ คุณวิชัยเลือกไก่แจ้ไทยและเลือกสีเบญจรงค์ เพราะเป็นสีที่เขาเองรู้สึกว่า มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ที่สุดในกลุ่มไก่แจ
พูดถึงบ๊ะจ่าง คนรุ่นใหม่คงไม่คุ้นเคย แต่สำหรับคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีนแล้ว ต้องถือว่าบ๊ะจ่าง เป็นอาหารครบรสที่อิ่มท้องได้ทั้งคาวและหวานในชิ้นเดียวกัน บ๊ะจ่าง ในเมืองไทยมีหลายเจ้าที่อร่อย ขายทั้งในโรงแรมดัง ร้านตลาด ย่านเยาวราช หรือตลาดน้ำทั่วไป โดยปกติจะสามารถหากินได้เมื่อใกล้เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ซึ่งเทศกาลบ๊ะจ่างถือเป็น 1 ใน 3 เทศกาลสำคัญของชาวจีน คือ เทศกาลตรุษจีน,เทศกาลไหว้พระจันทร์,เทศกาลบ๊ะจ่าง ซึ่งชาวจีนทั้งแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเทศกาลสำคัญเหล่านี้เป็นอย่างมาก บ๊ะจ่างหรือขนมจ้าง ภาษาจีน เรียก จ้งจื่อ เป็นข้าวห่อด้วยใบไผ่ เป็นอาหารจีนทำด้วยข้าวเหนียวใส่หมูหรือหมูแดง กับถั่วหรือเม็ดบัวและเครื่องปรุงต่างๆ ผัดแล้วห่อด้วยใบไผ่มัดเป็นทรง ปิรามิดสามเหลี่ยม บางทีก็เป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้เชือกมัดแล้วนึ่งให้สุก ซึ่งแต่ละท้องถิ่นจะทำไส้แตกต่างกันไป ปกติบ๊ะจ่างจะมีการทำกันมากในเทศกาล วันไหว้ขนมจ้าง คือ วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ และเรื่องราวนับจากนี้ นับเป็นอีกหนึ่งตำนานบ๊ะจ่างเจ้าดังแห่งเมืองมหาชัย จ.สมุทรสาคร ที่ถือเป็น “เมกกะ”ด
ก่อนอื่นต้องเรียนให้แฟนๆ ทุกท่านทราบเป็นเบื้องต้นก่อนนะครับว่า วิธีการเลี้ยงไส้เดือนที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นการนำเสนอที่ได้มาจากตัวเธอ คุณนิรัชพร ธรรมศิริ หรือ “ต่าย” บ้านเลขที่ 167 ถนนเทศา 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สำหรับตัวเธอบอกกับผมเช่นนี้ครับแฟนๆ “การเลี้ยงไส้เดือนนั้นไม่ได้มีรูปแบบที่กำหนดลงไปชัดเจน เพราะเราจะสามารถหาสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเราหรือวัสดุบางชิ้นที่เราคิดว่าน่าจะนำมาประยุกต์นำมาเลี้ยงน้องเดือนเป็นใช้ได้ทั้งสิ้น ขอเพียงมีขั้นตอนและวิธีการเท่านั้นเป็นพอ” เมื่อเป็นเช่นนี้หากแฟนๆ ท่านใดจะนำคุณเดือนไปเลี้ยงด้วยวิธีอื่นก็ได้ตามสะดวกนะครับ ไม่ผิดกติกาใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับไส้เดือนที่เธอแนะนำให้แฟนๆ เลี้ยงนี้เป็นสายพันธุ์อัฟริกันไนต์ครอเลอร์ (AF) ข้อดีคือ ไส้เดือนสายพันธุ์นี้สามารถกินอาหารเก่งมากโดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง ขยายพันธุ์ได้เร็ว มีลูกดก แถมตัวโต เป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำไปใช้เป็นอาหารโปรตีนสำหรับเลี้ยงกบ นก และปลาได้ ส่วนมูลไส้เดือนนั้นเป็นปุ๋ยที่นำไปใส่ต้นไม้ หรือพืชผักได้อย่างดีอีกด้วย ก่อนอื่นจะทำความเข้าใจกับมือใหม่หัดเลี้ยงน้องเดือนเป็นเบื้องต้นเส
คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารจีนและฝึกฝีมือการทำอาหารเหลามาตลอดทั้งชีวิต สำหรับคุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัยปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านไต๋ตง เลิศรส พุทธมณฑลสาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 ที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามให้ว่า เขาคือเจ้าของร้านอาหารเหลามือวางลำดับต้นๆ ที่ใส่ใจและพิถีพิถันปรุงอาหารด้วยตัวเองทุกจาน ไม่มีผู้ช่วย นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของสโลแกน “อาหารเหลา รสชาติขั้นเทพ ราคาตลาดนัด” และเมนูหนึ่งเดียวในไทย เมนูฟิวชั่น กระเพาะปลาน้ำแดงต้มยำเจ้าสมุทร หลากเมนู เอาใจทุกวัย วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือเฮียชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านไต๋ตง สาขาแรกตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 46 หรือข้างโรบินสันบางรัก สาขานี้เปิดมา 60 ปี ตั้งแต่รุ่นอากง เมนูเลื่องชื่อที่ใครมาต้องสั่งมีหูฉลาม กระเพาะปลา ข้าวผัดปู ผัดหมี่ฮ่องกง จุดเด่นอยู่ที่รสชาติกลมกล่อม ราคาไม่แพง แต่ด้วยความที่อยากให้ลูกค้าย่านพุทธมณฑล สาย 2 ได้มีอาหารจีนอร่อยๆ รับประทาน อีกทั้งใกล้บ้าน เลยแยกตัวออกมาเปิดอีกสาขาที่พุทธมณฑล สาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 สำหรับร้านนี้ เฮียชัยทุ่มทุนเกือบ 5 แสนบาท เพื่อเปิด
ร้านของฝากของที่ระลึก “พรทิพย์” นับว่าได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติ ยามนี้หากใครไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ตแล้วไม่แวะหาซื้อสินค้าติดไม้ติดมือไป อาจถูกคนที่บ้านถามไถ่ถึงขั้นต่อว่าต่อขานกันได้เลยทีเดียว ปัจจุบันบริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด มีผลิตภัณฑ์ตราพรทิพย์ วางจำหน่ายใน MODERN TRADE ชั้นนำของไทย และยังส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมา บริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต)จำกัด เคยได้รับรางวัลด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติมาแล้ว โดยในปี 2554 ได้รับ รางวัลชนะเลิศ Asiastar Packaging Awards 2011 ณ ประเทศบังคลาเทศ จากบรรจุภัณฑ์ 2 รายการ คือ บรรจุภัณฑ์ขนมโบราณเมืองภูเก็ตในกล่องชิโน-โปรตุกีส และบรรจุภัณฑ์ชุด Andaman Gift Set “เริ่มธุรกิจครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2534 มีหลายคนบอกจะไปได้หรือ ความจริงกว่าที่จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ไม่ง่ายหรอก ต้องมีการปรับปรุง ปรับตัวกันอยู่ตลอดเวลา และกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เข้าถึงใจผู้บริโภค”คุณวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ประธานบริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ กิจ
“เส้นทาง” ของอดีต “รั้วของชาติ” หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ ปลูกมะคาเดเมีย กล้วย มะนาว ฯลฯ บนที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขนาด 5 ไร่ ถัดจากนั้นไม่นาน ช่วยกัน 2 คนกับภรรยา เลี้ยงตัวด้วยเงินบำนาญ ก่อนจะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ขายกาแฟสด-อาหารเช้า ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้เกือบ 20 ปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ ในวัย 50 ปีเศษ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทางและงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ อดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง ถึงที่มาของคำว่า “ธุรกิจเพื่อการพัฒนา” ในแบบของเขา “ที่ผ่านมามีโอกาสเรียนรู้แนวทางเกษตร
