SMEs
สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์วิทยาลัยชุมชนปัตตานี ทำให้มีความรู้ขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับของทานเล่นของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้ตอนล่าง มีชื่อเรียกแปลกหูว่า “กือโป๊ะ” จะว่าไปแล้วของว่างชนิดนี้มีชื่อท้องถิ่นเรียกกันหลากหลาย ทั้ง กือโป๊ะ กะโป๊ะ หรือ กรือโป๊ะ แต่มีความหมายเดียวกัน คือ ข้าวเกรียบสด หรือ บางคนอาจเรียกว่า หัวข้าวเกรียบ สำหรับประวัติความเป็นมา มีข้อมูลบันทึกไว้ว่า ว่าหลังจากประเทศมาเลเซีย ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ มีชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่ง อพยพมาตั้งรกรากประเทศไทยบริเวณบ้านดาโต๊ะ ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี จากนั้นมีคนนำต้นสาคูมาทำแป้งเป็นอาหารเช้ากินกับน้ำชา และเพราะเป็นยุคข้าวยากหมากแพง จึงมีการนำแป้งสาคูมาผสมกับปลาและเกลือเท่าที่ชาวบ้านในหมู่บ้านประมงจะหามาได้โดยปั้นเป็นแท่งกลมยาว แล้วนำมาตัดเป็นชิ้นๆ ก่อนนำไปย่างหรือทอดในน้ำมันใช้เป็นอาหารรับประทาน ต่อมาไม่นาน แทบทุกครัวเรือนในหมู่บ้านมักทำอาหารชนิดนี้บริโภคกัน กระทั่งแปรผันเป็นภูมิปัญญาสืบทอดมาเป็นขุมทรัพย์ จากการที่บรรพบุรุษของชาวดาโต๊ะ รู้จักวิธีทำข้าวเกรียบกือโป๊ะมาแต่อดีตและ ได้สืบทอดภูมิปัญญานี้ส่งผ่านมา
มีงานวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนไม่น้อย ระบุถึงคุณค่าทางอาหารมหาศาล ที่มีอยู่ในผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน และชื่อเรียกขานแสนเลอค่าอย่าง “ทับทิม” อาจเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ผลไม้ชนิดดังว่า ได้รับการเพาะปลูกอย่างแพร่หลาย นอกจากนั้นยังถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆสารพัดยี่ห้อ “สรร” น้ำทับทิม ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและปราศจากสารกันบูด อาจไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในท้องตลาด แต่ถ้าใครมีโอกาสได้เห็นหน้าตาแพคเกจจิ้ง และได้ฟังความตั้งใจของผู้ผลิตรายนี้แล้วหล่ะก็ รับรองต้องรู้สึกได้ถึง “ความไม่ธรรมดา” คุณเอ๊ดดี้ – นิภาพร เตียงทอง เริ่มต้นย้อนความเป็นมา กิจการ “สรร”น้ำทับทิม มีหุ้นส่วน 4 คน ได้แก่ ตัวเธอ ดูแลงานด้านการตลาด , คุณพิษณุ สังข์ทอง เป็นหัวหน้าทีม ,คุณสาธิต บุษราคัม ดูแลกลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ และ คุณชาติชาย ทองจรัส เป็นผู้ร่วมพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งหุ้นส่วนทั้งสี่คนนี้ มีงานประจำทำอยู่แล้ว ขณะเดียวกันคุณพ่อของคุณชาติชาย มีสวนทับทิม อยู่ที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อมีเวลาว่าง เพื่อนๆจึงมักพากันไปเที่ยว จนทราบว่าสวนของเพื่อนแห่งนี้ มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้ทับทิม
รศ. ธัญพิสิฐ พวงจิก อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานชมรมคนรักไผ่ ร่วมกับ คุณนิมิตร สื่อเจริญสม เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แบ่งปันข้อมูลด้านวิชาการและประสบการณ์ตรงจากการปลูกไผ่เชิงการค้า กล่าวว่า ไม้ไผ่เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงมาก และคนไทยได้ใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่มาตั้งแต่อดีตหลายร้อยปี ปัจจุบันมีการพัฒนาการใช้ไม้ไผ่ให้มีประโยชน์กว้างขวางยิ่งขึ้น ได้แก่ ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และยังใช้ในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ การแก้ปัญหาโลกร้อน ใช้เป็นไม้ทดแทนไม้จริงในการก่อสร้างบ้านเรือน ทำเฟอร์นิเจอร์ได้ รศ. ธัญพิสิฐ พวงจิก กับไผ่ยักษ์ไจแอ้น ในอนาคตไม้จริงจะหายากขึ้นและมีราคาแพงมาก ใช้ทำเส้นใยเสื้อผ้าคุณภาพดี เป็นพลังงานทดแทนได้ดี ให้ถ่านไม้ไผ่ที่มีคุณภาพสูง อีกทั้งหน่อไม้ก็เป็นอาหารที่มีรสชาติดี มีราคาถูก เป็นอาหารที่สำคัญของชาวชนบท ซึ่งไม้ไผ่ในประเทศไทยกำลังถูกทำลายอย่างมาก ไม้ไผ่ที่อยู่ในธรรมชาติก็ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร พื้นที่ปลูกลดลงอย่างรวด
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิดที่คนไทยรู้จักและนิยมรับประทานกันดี ทุกๆบ้านจะใช้พื้นที่ว่างตามรั้วบ้านปลูกชะอมเพียงไม่กี่ต้นเพื่อเก็บไว้รับประทานกันเองในครอบครัวจนถึงปัจจุบัน ความต้องการบริโภคชะอมที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ปัจจุบันชะอมกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดที่เกษตรกรหันมาปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครนายก ทำให้มีเงินสะพัดปีละหลายล้านบาทจากการปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายและตอนกิ่งขายในชุมชนรองจากข้าวและไม้ผลอย่างมะยงชิด คุณบุญเรือง ปิ่นเกตุ หนึ่งในเกษตรกรที่หันมาให้ความสนใจปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยใช้พื้นที่บริเวณรอบบ้านปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ปลูกชะอม คุณบุญเรือง ปิ่นเกตุ พื้นที่ว่างตามริ่มรั่วหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถูกปรับปรุงเพื่อใช้ปลูกชะอม ปลูกผสมผสานในสวนผลไม้ ซึ่งผลผลิตที่ใด้ส่งจำหน่ายออกไปในรูปแบบมัดกำ ราคากำละ 2-6 บาท สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงที่รอเก็บเกี่ยวข้าวที่เป็นอาชีพหลัก “ชะอม เราปลูกประมาณ 2 เดือนขึ้นไป ยอดจะแตกออกมาให้เก็บผลผลิต ยิ่งมีการดูแลที่ถูกวิธีและให้น้ำอย่างสม่ำเสมอสามารถเก็บยอดได
“มะพร้าว” ได้รับการขนานนามว่า เป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) มาตั้งแต่สมัยอดีต ประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียและแปซิฟิกต่างใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร ทำยา เครื่องสำอาง มาเป็นเวลานาน เรียกได้ว่า “น้ำมันมะพร้าว” เป็นน้ำมันพืชเก่าแก่ที่สุดในโลก ตามตำราอายุรเวทของอินเดีย ระบุว่า มนุษย์ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องสำอาง มานานกว่า 6,000 ปี เมืองไทยมีการปลูกมะพร้าวมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง ยาวนานกว่า 700 ปี คนไทยได้ใช้ประโยชน์จากมะพร้าวกะทิ และสกัดน้ำมันมะพร้าวมาใช้ปรุงอาหารหวานคาวอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกนี้ ที่มีการผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และคุณภาพน้ำมันมะพร้าวของไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ขณะนี้มีการสั่งซื้อน้ำมันมะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามามาก จนโรงงานที่มีอยู่ผลิตไม่ทัน โดยเฉพาะเมื่อผลมะพร้าวของไทยขาดตลาดและมีราคาแพงมาก “น้ำมะพร้าว” เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ตามธรรมชาติ ทำให้เกิดกระแสโลกตื่นตัวดื่ม ทำให้ “น้ำมะพร้าว” เพื่อบำรุงสุขภาพเพิ่มมากขึ้นทั้งในทวีปอเ
กะเพรา – โหระพา ผักสวนครัว เหมือนจะเป็นผักที่หาได้ทั่วไป ไม่มีราคาค่างวดอะไร เพราะซื้อที่ตลาดก็ไม่แพง แต่ภายใต้สิ่งเหล่านี้ กลับพบว่า ใครที่ปลูกขาย มักจะได้เงินกับผักสองชนิดนี้เสมอ เพราะจัดเป็นผักคู่ครัวคนไทยมานานแสนนาน เช่นเดียวกับ คุณวินัย ศรีบัวทิม วัย 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/4 หมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ที่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก และการทำนา ก็จะมีช่วงว่างเป็นระยะๆ และใช้เวลาว่างปลูกกะเพรา โหระพา ไว้ราว100 ร้อยต้น รอบๆบ้าน สามารถขายเป็นรายได้เสริม เป็นค่ากับข้าว ได้ทุกวัน ตกวันละ 300 บาท เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ แต่หากไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร คุณวินัย เล่าให้ฟังว่า ทั้งกะเพรา และโหระพา เป็นพืชดูแลง่าย ไม่ค่อยเป็นโรค เก็บขายได้ทั้งปี แต่เพื่อให้เจริญงอกงามดี ก็แค่ใส่ปุ๋ยให้ 20 วัน ต่อครั้ง อาจจะใช้สูตร เสมอ หรือสูตร 46-0-0 ก็ได้ ถ้าต้นไหนแก่จัด ก็ตัดทิ้ง และการที่ตัดกิ่งมาเด็ดใบขาย ก็เท่ากับเป็นการตัดแต่งกิ่งไปในตัว อีกไม่นานก็แตกกิ่งใหม่ เมื่อตัดมาแล้ว ล้างน้ำ 1 ครั้ง จากนั้น เด็ดใบ เด็ดช่อ ใส่ฝาชี (หงาย) ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ทำให้ใบผักไม่เน่า ราคารับซื้อ (เด็ดใบแ
หากใครได้มีโอกาสได้เข้าไปร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูที่ต้องเห็นอยู่เสมอในรายการอาหาร คงจะหนีไม่พ้นข้าวหน้าปลาไหล หรือจะเป็นเมนูปลาไหลย่างราดซอสถั่วเหลือง ที่ชวนทานนึกถึงแล้วน้ำลายสอไม่น้อยทีเดียว จากความนิยมของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น ในเรื่องของราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะปลาไหลชนิดนี้ไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ จะต้องมีการจับจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติเท่านั้น เมื่อเห็นถึงวงจรชีวิตของปลาไหลแล้ว จะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีราคาแพง วงจรชีวิตของปลาไหลสองน้ำ หรือ Catadromous eels เป็นปลาไหลที่มีวงจรชีวิตวนเวียนอยู่ทั้งในทะเลและแหล่งน้ำจืด ซึ่งเมื่อเจริญเติบโตเต็มวัยจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด เช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ และเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ จะอพยพไปยังทะเลลึกเพื่อสืบพันธุ์และวางไข่ ตัวอ่อนของปลาไหลที่ฟักออกมาจากไข่ (ระยะ leptocephalus) จะมีรูปร่างคล้ายใบไม้เรียวยาว ลำตัวใส ไม่มีเม็ดสีและจะค่อยๆ พัฒนาจนเข้าสู่การเจริญเติบโตระยะ glass eel ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาไหลตัวเต็มวัยมากขึ้น จากนั้นจึงเริ่มอพยพกลับเข้าสู่แหล่งน้ำจืด และค่อยๆ พัฒนาเข้าสู่ระยะ elver , yellow eel และ silver eel ตามลำดับ จนกระทังเป็นตัวโตเต็มว
ถ้าหากถามถึง พริก คงไม่มีใครบอกว่าไม่รู้จัก เพราะพริกเป็นพืชที่นำมาประกอบอาหารหลายอย่าง ทั้งต้มยำ ผัดเผ็ด น้ำพริก สารพัดอย่าง และพริกมีรสชาติที่เผ็ด มีสีเขียว สีแดง รูปทรงเรียวยาวหรืออวบ ต่างกันไปตามสายพันธุ์ อย่างพริกขี้หนูมีขนาดอ้วน ป้อม รสชาติเผ็ด แตกต่างกับพริกหยวกที่มีขนาดใหญ่ เผ็ดน้อยกว่าพริกขี้หนู แต่วันนี้เราจะมานำเสนอ พริกตุ้ม พริกที่หลายๆ คนยังไม่เคยรู้จัก และเป็นผักพื้นบ้านของจังหวัดระยอง คุณปรานี จิตติรบำรุง เจ้าของสวนผสมผสาน บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ที่ 8 ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ตำแหน่งเลขานายกเทศมนตรีตำบลทับมา และยังเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสะพานหิน ครอบครัวเริ่มทำอาชีพเกษตรกรรมมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ และได้มีโอกาสเข้ามารับใช้ประชาชนในตำบลทับมา แต่ก็ยังทำสวนต่อมาเรื่อยๆ ในสวนผสมผสานของคุณปรานีปลูกยางพารา เงาะ ทุเรียน ดาวเรือง ทานตะวัน พืชล้มลุก พืชผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน และผักพื้นบ้านที่น่าสนใจ นั้นคือ พริกตุ้ม คุณปรานี จิตติรบำรุง คุณปรานี บอกว่า พริกตุ้ม สำหรับตำบลทับมา มีมานาน เป็นพันธุ์ที่เราปลูกไว้เป็นไม้ประดับ ไว้รับประทาน หรือตกแต่งจาน พริกตุ้มเรียกได้ว่าเ
ไก่พื้นเมืองเป็นทรัพยากรของชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายทั่วไปแทบทุกครัวเรือนเกษตรกร และนับเป็นการสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวชนบทไทย การเลี้ยงไก่พื้นเมืองส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม โดยในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยจะมีการเลี้ยง ไก่ประจำถิ่น ทั้งนี้ไก่ประจำถิ่นหลายแห่งอาจมีประวัติที่มาในอดีตหลายร้อยปี จนสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ ในปัจจุบันไก่พื้นเมืองดั้งเดิมในหลายท้องถิ่นลดน้อยลง บางแห่งสูญหายไป หรืออาจถูกนำไปผสมพันธุ์กับไก่จากท้องถิ่นอื่นจนทำให้ไก่พื้นเมืองประจำถิ่นนั้นกลายพันธุ์ไปก็มี ด้วยเหตุของความหวงแหนจึงทำให้ชาวบ้านและภาคราชการหันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองเพิ่มมากขึ้น นายกิตติพงษ์ บุญบุตร หรือ คุณแจ๊ค อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 7 ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการอนุรักษ์พันธุ์ไก่พื้นเมืองประจำถิ่นของจังหวัดอุตรดิตถ์ นั่นคือ “ไก่เขียวพาลี” นายกิตติพงษ์ บุญบุตร หรือคุณแจ๊ค เดิมคุณแจ๊คมีมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหัวบึง ตำบลท่ามะเฟือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เลี้ยงไก่ชนพื้นเมืองทั่วไป จะเพาะพันธุ์
ไม่ว่ายุคใดสมัยใดราคาของกล้วยหอมก็ไม่เคยตกเลย บางช่วงที่ขาดแคลนตกหวีละเป็นร้อยก็มี สมัยก่อนการซื้อกล้วยหอมนั้นต้องซื้อเป็นหวี แต่เดี๋ยวนี้สะดวกขึ้น สามารถหาซื้อเป็นลูกได้ตามร้านสะดวกซื้อ อย่างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แต่จะมีเฉพาะในกทม.และปริมณฑลเท่านั้น ”คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางไปยังสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี อันเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่ปลูกกล้วยหอมทองป้อนเซเว่นฯ และยังพาไปลุยสวนเพื่อพูดคุยกับเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงเกี่ยวกับวิธีการปลูกกล้วยหอมทองให้ได้ลูกสวยน้ำหนักดี คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว(กลาง) ขายได้วันละแสนลูก ก่อนอื่นคุณสุวิทย์ให้ข้อมูลคร่าวๆว่าสหกรณ์ฯท่ายางเป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมขนาดใหญ่สามารถผลิตกล้วยหอมทองได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นความสะดวก รับประทานครั้งละ 1 ลูก และชอบที่สุกกำลังพอดี เปลือกมีสีเหลืองมากกว่าเขียว การจำหน่ายกล้วยลูกเดี่ยวจึงกลายเป็นกระแสนิยมของคนไทย สังเกตุได้จากปริมาณกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านเซเว่นฯที่มียอดขายเ
