SMEs
“ มะพร้าว” เป็นพืชที่ปลูกกันทั่วไปทุกภาคของไทย มีผลผลิตตลอดทั้งปี นำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของมะพร้าว เช่น เนื้อมะพร้าว ใช้ทำอาหารทั้งคาวและหวาน น้ำมะพร้าวอ่อนใช้ดื่มแก้กระหาย ใบมะพร้าวใช้ห่อขนม จักสาน หลังคา ต้นมะพร้าวใช้แทนไม้ในการก่อสร้าง กะลาใช้ทำเครื่องดนตรีและถ่านที่มีคุณภาพ รากใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ หรืออมบ้วนแก้เจ็บคอ น้ำมันมะพร้าวใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจใช้ทาบำรุงผม น้ำมะพร้าวใช้เป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้อาเจียนเป็นโลหิตและบวมน้ำ ทำเป็นน้ำส้มสายชู อีกหนึ่งแนวทางเพิ่มมูลค่ามะพร้าวที่น่าสนใจ คือ การทำไวน์มะพร้าว โดยทั่วไป ผลไม้ที่นำมาผลิตเป็นไวน์ส่วนใหญ่ นิยมใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น กระเจี๊ยบ หม่อน สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น ฯลฯ เพราะทำได้ง่าย แต่การทำไวน์จากมะพร้าว ซึ่งมีความหวานและกลิ่นหอม จึงทำได้ยากกว่าผลไม้อื่น เพราะต้องใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อให้ได้ไวน์ที่มีคุณภาพ และมีรสชาติอร่อย จึงขอนำเสนอเทคนิคการทำไวน์มะพร้าวใน 2 รูปแบบ จากภูมิปัญญาชาวบ้านและผลงานวิจัยของ ม.แม่โจ้ การผลิตไวน์มะพร้าวน้ำหอมบนต้น จากภูมิปัญญาชาวบ้าน จ.ขอนแก่น นายสมร ไชโยธา อยู่บ้
อีกหนึ่งตัวอย่างชีวิตลูกจ้าง ที่ผันตัวเองออกมา ทำอาชีพอิสระ สุจริต มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย รวมทั้ง พร้อมที่จะให้ผู้สนใจ นำไอเดียดีๆ ไปต่อยอด คุณพงศกร พลบูรณ์ อายุ 27 ปี และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย คุณพงศกร หรือคุณกอล์ฟ เดิมเคยทำงานเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ ส่วนภรรยา คุณนุชจรีภรณ์ ทำงานที่ สวนป่านาปอ อ.นาแห้ว จ.เลย แต่เมื่อปี 2559 เขาทั้งคู่ ลาออกมาเลี้ยงไก่ !! แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า เขาปุบปับลาออก แล้วมาเริ่มนับหนึ่งใหม่กับอาชีพใหม่ หากแต่ เขาเริ่มเลี้ยงมาบ้างแล้วระหว่างที่ทำงานเป็นลูกจ้าง เริ่มต้นที่ 100 ตัว ลองผิด ลองถูก ศึกษาการเลี้ยงเอง จากอินเตอร์เน็ท เมื่อเห็นว่ามีลู่ทางดี ไก่ออกไข่ให้ทุกวันไม่เบี้ยวกัน (ไม่ใช่กินแต่อาหาร แต่ไม่ออกไข่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็น่าจะเปลี่ยนไปทำอาชีพไก่ย่าง ส้มตำ ) จึงเพิ่มปริมาณการเลี้ยงเป็น 500 ตัวเศษ พร้อมกับลาออกจากงาน มาเลี้ยงไก่เต็มตัว เก็บไข่ขายได้ทุกวัน ไก่ 500 ตัว เขาเก็บไข่ได้ราว 450 ฟองต่อวัน ขายเป็นแผง (30ฟอง ) ได้ 15 แผง ๆ ละ 90-100 บาท ได้เงินราว 1500 บาท ทุกวัน (หักค่าอาหาร วันละ
เมนูปูนิ่มเป็นอาหารทะเลยอดนิยมมาหลายสิบปี สนนราคาค่อนข้างแพง จานหนึ่งตามร้านอาหารอย่างน้อยต้องราคาจานละ 100 บาทขึ้นไป และเป็นอาหารที่หากินได้ไม่ยากนัก เมนูฮิตติดลมบนคือ ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย หลายคนคงเคยกินแต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักว่าปูนิ่มคืออะไร บ้างครั้งเข้าใจผิดว่าปูนิ่มเป็นปูพันธุ์ใหม่ที่มีเปลือกนิ่มโดยธรรมชาติ แท้จริงแล้วปูนิ่มคือปูธรรมดานี่แหละครับ แต่ในช่วงการเจริญเติบโตจะมีการลอกคราบเหมือนกุ้ง งู เมื่อลอกครบแล้วตัวจะโตขึ้นกว่าเดิม ในช่วงชีวิตการเจริญเติบโตของปูจะลอกคราบหลายสิบครั้ง หลังลอกคราบตัวจะนิ่มทั้งหมดรวมถึงกระดองด้วย และค่อยๆ แข็งขึ้นเหมือนปูธรรมดาที่เห็นๆ กันอยู่ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังลอกคราบ ในการลอกคราบตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาลอกคราบปูก็จะต้องหาที่หลบซ่อนเพื่อให้พ้นจากศัตรูหรือแม้แต่พวกเดียวกันเอง เพราะในช่วงจังหวะนั้นปูจะไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีศัตรูได้ มีแต่ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่นอย่างเดียว ในสมัยก่อนหากินได้ในธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีองค์ความรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของปูนิ่ม จึงสามารถนำมาเลี้ยงจนเป็นธุรกิจแพร่หลายไปทั่วประเทศ ในพื้นที่ที่ติดกับทะเ
คุณศิวพร นราสดใส หรือคุณเกรซ วัย24 ปี เพิ่งจบการศึกษาจากคณะศิลปศาสตรบัณฑิต (ศาสนศึกษา) มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้น เข้าทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ทำอยู่ได้ไม่นาน สถานที่ทำงาน ก็จะย้ายออกไป อยู่ย่านถนนรัชดาภิเษก ซึ่งไกลจากบ้านพอสมควร และนั่นมีส่วนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงาน แม้ว่า อาจจะได้บรรจุเข้ารับราชการในอนาคตก็ตาม คุณเกรซ เล่าว่า เงินเดือนระดับปริญญาตรี 15,000 บาท ถ้าทำงานใกล้บ้าน ก็ไม่มีปัญหานัก แต่ถ้า ต้องเดินทางไกล รถติด หรือต้องไปเช่าหอพัก เงินเดือนขนาดนี้ไม่คุ้มแน่ อีกทั้ง พื้นฐานทางบ้านมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด คุณปู่(ปัจจุบันอายุ 84 ปี) คุณพ่อ จนมาถึงตัวเอง ขณะนี้ก็ 100 กว่านี้แล้ว จึงคิดกลับมาปรับปรุงร้าน ทำร้านก๋วยเตี๋ยว ขายในชุมชน ขายนักท่องเที่ยวดีกว่า อีกทั้งได้ทำงานอยู่กับบ้าน ดูแลคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า ไปในตัวด้วย ต้องบอกก่อนนิดนึงว่า ที่ร้านคุณเกรซ เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงเกษตร คลองมหาสวัสดิ์ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่พอสมควร ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ เดิมไม่มี
“เสื้อผ้าอาภรณ์” ใครว่าเป็นแค่ปัจจัยสี่ขั้นพื้นฐานสำหรับมนุษย์เท่านั้น เพราะความเป็นจริงในปัจจุบัน สำหรับกลุ่มคนรัก “น้องหมา-น้องแมว” แล้วหล่ะก็ ร้อยละ 99.99 จะมีหน้าที่ประจำ คือ เสาะหาเครื่องแต่งตัวสารพัดแบบ มาสวมใส่ให้กับเหล่าลูกรักสี่ขาของพวกเขาทั้งหลาย เพื่อเพิ่มความ“น่ารัก-น่าชัง”มากขึ้นไปอีก เรียกว่าถ้าแบรนด์ไหนมีดีไซน์เก๋ไก๋ ออกมาเมื่อไหร่ แทบทุกคนยอมควักกระเป๋าจ่ายแบบไม่อั้นกันเลยทีเดียว “ทุกวันนี้เสื้อผ้าสุนัขแบรนด์ไทยจริงๆมีน้อยมาก ที่เห็นชายกันอยู่ส่วนใหญ่มาจากจีน เลยมีแนวคิดอยากเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสุนัข มีหน้าร้าน มีชุดสวยๆ แขวนขาย และมีลูกค้ามาซื้อหาให้น้องหมาใส่กัน”คุณแหม่ม – สุจิตรา โหมบังลี่ อายุ 28 ปี เจ้าของเพจ “สอนตัดเสื้อผ้าสุนัข Dogsbydoo” เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง เรียนจบมาทางด้านสถาปัตย์ เคยทำงานประจำอยู่ได้พักหนึ่ง จึงลาออกมารับงานเป็นฟรีแลนซ์ สอนความรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ให้กับบรรดาผู้ประกอบการด้าน อี-คอมเมิร์ช ส่วนงานอดิเรกแสนรัก ซึ่งทำมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนั้น คือ เลี้ยงน้องหมา และด้วยความชื่นชอบในงานฝีมือ ช่วงไ
ย้อนหลังไปสิบกว่าปีที่แล้ว “ตลาดเทียน”ในบ้านเรา จัดอยู่ในสภาวะคึกคักมาก เรียกว่า มีผู้ประกอบการน้อยใหญ่ กระโดดเข้ามาเป็นผู้ผลิต-จำหน่าย กันมากหน้าหลายตา แทบทุกจังหวัดจะต้องมีสินค้าเด่นเป็นงานเทียน รูปทรงแตกต่างกันไปตามแต่ไอเดียของใครจะสร้างสรรค์ออกมา แต่ทว่าช่วง 4-5 ปีมานี้ ต้องยอมรับเป็นช่วง “ขาลง”ของสินค้าหมวดดังกล่าว อาจเพราะมีคนทำกันเยอะจนเกิดภาวะ “โอเวอร์ซัพพลาย” แถมยังคล้ายเป็นสินค้าหมวดฟุ่มเฟือย เมื่อเศรษฐกิจฝืดเคือง เรื่องที่จะทำให้ขายดีเหมือนเดิมจึงเป็นไปได้ยาก หากใครที่ยันหยัดมาถึงวันนี้ได้ คงต้องยอมรับให้เป็น “ตัวจริง”ของวงการกันไปเลย “เทียนบุราณ” เทียนหอมแกะสลักทรงงานศิลป์โบราณ งานโอท็อป 4 ดาว ของจังหวัดปทุมธานี รายนี้ นับว่ามีดีกรีความเก๋าพอตัว เพราะชิ้นงานล้วนมีเอกลักษณ์ มองเผินๆอาจคิดว่าเป็นโบราณวัตถุล้ำค่าหาคู่แข่งทำเหมือนได้ยากแล้ว เขาว่ายังขายดิบขายดีมาต่อเนื่องกว่า 12 ปี ปัจจุบัน เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง มีผลงานวางจำหน่ายที่ร้านนารายณ์ภัณฑ์ทุกสาขาทั่วประเทศ, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา, ร้านศักดิ์สิทธิ์ สนามบินสุวรรณภูมิ ฯล
เกษตรกร ผู้ปลูก ว่านหางจระเข้ จำนวน 20 ไร่ รายนี้ ที่อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีคุณลุงประยงค์ สุขสว่าง เป็นเจ้าของแต่ดั้งเดิม สวนแห่งนี้ เคยปลูกแตงกวา กล้วยหอม หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วฝักยาว แต่พืชเหล่านี้ ต้องลงทุนกับยาฆ่าแมลง และแรงงานมาก เลยหันมาปลูกว่านหางจระเข้ ที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย และขายได้แน่นอน ที่ว่าขาย ได้แน่นอน เพราะมีกลุ่มแม่บ้านมารับซื้อ ไปทำน้ำว่านหางจระเข้ วันละ 2,500 กก.ๆละ 4 บาท หรือมีรายได้ 1 หมื่นบาท ทุกวัน จะว่าไปแล้ว ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และไม่มีโรค เพียงแต่ต้องหมั่นแซะหน่อ เพื่อเป็นขยายพันธุ์ต่อ หรือขายเป็นต้นพันธุ์ไปก็ได้ นี่เป็นพืชอีกตัวที่น่าสนใจ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีตลาดรองรับที่แน่นอน สนใจ ติดต่อ คุณสุทธิพงศ์ สุขสว่าง โทร. 081-8215242 ชมคลิป
ออกตัวเป็นพัลวัน ว่ายังไม่เข้าขั้นเศรษฐี และสินค้าเตะตาน่าสนใจนี้ เพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน ยังอยู่เพียง “ก้าวแรก””เท่านั้น แต่ยินดีสละเวลาให้ข้อมูล…ด้วยความเต็มใจ คุณปุ๊ก – มณฑิรา เพชรอุไร อายุ 44 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ กระเป๋าลายผ้าปาเต๊ะ แบรนด์ “ตันหยงปาตานี” เริ่มต้นนะนำตัว ให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ นับหนึ่งจากการสมัครเป็นสต๊าฟบริษัททัวร์ ทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำ ยกกระเป๋า ฯลฯ ก่อนจะเติบโตมาตามลำดับ จนได้ใบอนุญาตไกด์ และรับงานสัมมนาใหญ่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง อยู่กรุงเทพฯ ทำงานในแวดวงการท่องเที่ยวมายาวนานถึง 22 ปีเต็ม จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด ที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ด้วยเหตุผลบุพการี อายุมากขึ้นจึงต้องกลับไปช่วยน้องชายอีกแรงหนึ่ง ในฐานะพี่สาวคนโต ช่วงแรก ไม่รู้จะทำอะไร เลยใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ เปิดเพจขายของ ประเภทเสื้อชั้นในสตรี ระหว่างนั้นจึงเริ่มศึกษาการค้าขายออนไลน์อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งราวสองปีก่อนนี้ บรรยากาศคึกคักมาก กลับไปบ้านได้ปีหนึ่ง จึงเปิดเคาน์เตอร์กาแฟเล็กๆหน้าบ้าน ด้วยความที่ชอบชงกาแฟ แ
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลาง ที่สภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศในแต่ละอำเภอมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่จัดว่าเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเนื้อดินและมีแหล่งน้ำธรรมชาติค่อนข้างมากพอกับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ กลางฤดูฝนในเดือนกรกฎาคมของอำเภอบ่อพลอย สภาพอากาศยังคงร้อนมากพอเรียกเหงื่อเต็มหลัง ยิ่งเดินอยู่กลางไร่อินทผลัมด้วยแล้ว คิดจะอาศัยใบหลบร้อนคงไม่ได้ เดินในไร่อินทผลัมอยู่พักใหญ่ นั่งรถไฟฟ้าก็แล้ว วนอยู่หลายรอบก็มองไม่เห็นเขตสุดขอบของไร่อินทผลัมแห่งนี้ คุณประวิทย์ เชาวน์วาณิชย์กุล ประธานกลุ่มอินทผลัมภาคตะวันตก หรือ WDP เปิดไร่อินทผลัมเกือบ 140 ไร่ ในตำบลช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ให้ได้ชม ภาพที่เห็นคือ ต้นอินทผลัมอายุ 2.7-3 ปี 800 ต้น หรือประมาณ 40 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด นอกจากนั้นเป็นต้นอินทผลัมอายุน้อยกว่า ซึ่งคาดว่าจะให้ผลผลิตได้ในอีกไม่ช้า แต่หากนับรวมในจำนวนเกือบ 140 ไร่แล้ว มีต้นอินทผลัมราว 2,700 ต้น กลุ่มอินทผลัมตะวันตก หรือ WDP เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมในหลายจังหวัด ทั้งภาคกลางและภาคตะวันตก อาทิ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ราชบุ
นายหลาง วงษ์ราช อายุ 65 ปี อดีต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.บ้านกลับ อ.หนองโดน จ.สระบุรี จากเดิม ตนเคยเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไร่”ยาสูบ” แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าควร ต่อมาตนเองได้หันมา ปลูกต้นดอกรัก ทำสวนรัก รวมกับญาติๆ 3 ราย ที่บ้านดงสัก รวมพื้นที่ที่ปลูกต้นดอกรัก กว่า 10 ไร่ ปัจจุบัน เก็บดอกรักส่งขายทุกวัน ทั้งมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวนรัก ในราคากิโลกรัม ละ 80 -100 บาท ขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง และ สำหรับกิ่งพันธุ์ยังขายได้อีก กิ่งละ 5 บาท หนึ่งปี เกษตรกร รวมทั้ง 3 รายที่ปลูก ใน 1 ปี มีรายได้กว่า 300,000 บาท สำหรับกิ่งพันธ์ที่นำมาปลูกมี 4 สายพันธุ์ พันธุ์รักแก้ว , พันธุ์แก่นจันทร์, พันธุ์รัก ตุ้มเล็ก, พันธุ์รักตุ้มใหญ่, แต่ที่ชาวบ้านนิยม นำมาปลูกคือ พันธุ์รักแก้ว มี ดอกดกมาก ดอกอ้วนป้อม และมีน้ำหนักน้อย เหมาะสำหรับนำไปร้อยเป็นพวงมาลัย นายหลาง วงษ์ราช อดีต ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่ามีข้อควรระวัง ….. การเก็บดอกรัก ต้องระวังยาง ถูกผิวหนังทำให้ระคายเคือง แสบคัน หากถูกศีรษะ จะทำให้ผมร่วงได้ หากกระเด็นเข้าตา จะทำให้ตาพร่ามัว หรือบอดได้ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง
