SMEs
อะโวกาโด (Avocado) หรือ ลูกเนย หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วในไทยก็ปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกง่าย แทบจะไม่ต้องดูแลมาก ก็ปลูกขึ้น สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นก็ได้ เพาะเมล็ด 3 – 4 ปี ให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้ และจะให้ผลผลิตมากขึ้น ต่อเมื่อ อะโวกาโดอายุ 5-6 ปี เกษตรกรภาคเหนือตอนบนและตอนล่างนิยมปลูกกันมาก โจ้ – ยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ เด็กหนุ่มอนาคตไกลวัยเพียง 25 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันสวมบทบาททั้งเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกอะโวกาโด เพราะนอกจากจะขายผลสด ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ความงามบำรุงผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “อะโวคาโด้ ไร่ยังคอย”ขยายตลาดด้วยตัวแทนจำหน่าย รวมถึงส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนหลักล้านบาทเลยทีเดียว โจ้ เผยกับเส้นทางออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบ ป.ตรี ไปเพาะพันธุ์ไก่ชนหายาก ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของ แม่ฮ่องสอน มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ส่งจีน ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีทั้งส่งตรงและส่งผ่านพ่อค้าคนกลาง ทว่าระยะหลังเศรษฐกิจเริ่มไ
พื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีสภาพดินปนทรายและขาดแคลนน้ำ ได้ชื่อว่าเป็นอำเภอที่มีสภาพแห้งแล้ง เกษตรกรมักปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น มันแกว มันสำปะหลัง แต่ระยะหลังประสบปัญหาขาดทุน หลายครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนมาเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงกว่า ละออง โสจันทร์ เกษตรกรบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 11 ตำบลบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ เป็นอีกรายที่ประสบความสำเร็จ หลังปรับเปลี่ยนจากการปลูกมันสำปะหลังตามแนวทางของพ่อแม่ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก มาทำสวนมะม่วงตามคำชักชวนของสามีชาวนครปฐม ในปี 2550 ระยะแรกลงทุนขุดบ่อบาดาลทำระบบน้ำหยด และลงพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น มะยงชิด ลำไย แต่พืชสวนหลักๆ คือ มะม่วง 1,500 ต้น ทั้งมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้มัน เขียวเสวยสามรส และมหาชนก ลองผิดลองถูกมานาน กระทั่งประสบความสำเร็จโดยเฉพาะมะม่วงผลใหญ่ ผิวสวย “ด้านการตลาด จะขายส่งพ่อค้าคนกลางที่ตลาดไท และส่งขายห้างใหญ่ โดยเป็นผลผลิตเกรดพรีเมียม ขายในตลาดบน ผู้ซื้อมีกำลังซื้อสูงทำให้ขายสินค้าได้ราคาเพิ่มขึ้น อีกทั้งมะม่วงที่สวนผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP (การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี) จากกรมวิชาการเกษตร ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเป
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจึงนิยมนำมาจัดตกแต่งบนพานพุ่มหรือร้อยเป็นมาลัยนำไปกราบแม่เพื่อขอรับพรที่เป็นมงคลชีวิต หรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ด้วย การปลูกผลิตดอกมะลิขายในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจึงเป็นทางเลือกสร้างเสริมรายได้ให้ครอบครัวมีวิถีมั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง มะลิ…ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ของชาวสวน มาบอกเล่าสู่กัน คุณสมชาย ทองชื่น เกษตรอำเภอธัญบุรี เล่าให้ฟังว่า มะลิเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ปลูกง่าย มีความสูง 1-2 เมตร ลำต้น เล็กกลม แตกกิ่งก้านสาขารอบลำต้น ลำต้นสีขาวนวล ใบ เป็นใบเดี่ยว แตกใบเรียงกันเป็นคู่ตามกิ่งก้าน ใบมนป้อม โคนใบสอบเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ใบกว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามส่วนยอดหรือง่ามใบ ขนาดเล็กสีขาวนวล มี 6-8 กลีบ เรียงกันเป็นวงกลมหรือซ้อนกันเป็นชั้นแล้วแต่พันธุ์ ดอกบานเต็มที่ 2-3 เซนติเมตร ผล เป็นรูปกลมรีเล็ก สุกมีสีดำ ภายในมีเมล็ด เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคง จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการผลิตในแบบผสมผสาน หรือผลิตในระบบเกษตรดีที่เหม
ณ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 2 ตำบลพระงาม อำเภอพรหม จังหวัดสิงห์บุรี อดีตพนักงานเกษียณ บริษัท การบินไทย จำกัด คุณบำรุง พงษ์พุฒ ผันตัวจับจอบ จับเสียม เป็นเกษตรกรปลูกบวบเหลี่ยม ระบบน้ำหยด 5 ไร่ เก็บผลผลิตขายรับทรัพย์ได้ทุกวัน วันละ 2,000 บาท อนาคตเตรียมขุดบ่อน้ำกลางนา ขยายพื้นที่ปลูกผักเพิ่ม หวังสร้างรายได้ยั่งยืน คุณบำรุง พงษ์พุฒ อดีตรองผู้จัดการ แผนกแคเทอริ่ง บริษัท การบินไทย จำกัด เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 63 ปี หลังเกษียณอายุกลับมาทำนาที่บ้านเกิด จังหวัดสิงห์บุรี 30 ไร่ ลงทุนเกือบ 200,000 บาท ทว่าผลตอบแทนไม่เป็นที่พอใจ เลยตัดสินใจปล่อยพื้นที่นาร้าง แล้วหันมาใช้พื้นที่ว่างใกล้บ้าน ประมาณ 2 งาน ปลูกแตงกวา มะระจีน และตามด้วยบวบเหลี่ยม ซึ่งผลผลิตเป็นที่น่าพอใจมาก เก็บขายได้ทุกวัน รายได้ดีกว่าตอนทำนา “ผมทดลองปลูกบวบเหลี่ยมครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2559 บนพื้นที่ 5 ไร่ เงินลงทุนปลูกบวบเหลี่ยมครั้งแรกราว 10,000 บาท เป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ระบบน้ำหยด” สำหรับเทคนิคที่ทำให้เมล็ดพันธุ์บวบเหลี่ยมงอกได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ คุณบำรุง ระบุว่า ต้องเพาะกล้าลงในถาดและดินสำหรับเพาะก
หลายคนทำงานมาครึ่งค่อนชีวิต เพื่อเก็บเงินเติมเต็มความฝันว่าอยากมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง จะทำธุรกิจประเภทไหน อีกทั้งไม่รู้ว่าทำไปแล้วจะเจ๊ง หรือจะเจ๋ง ทำแล้วจะรุ่งหรือร่วง บางคนทำแล้วไม่รุ่งก็มีถมไป แต่บางท่านก็ทำแล้วรุ่งก็มีมาก แต่สำหรับบางคน ที่เริ่มต้นการทำธุรกิจด้วยความไม่ได้คาดหวังอะไร จนกระทั่งทำแล้วสำเร็จ กลายเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างเงินได้ และธุรกิจก็สามารถเติบโตขึ้นมาได้เรื่อยๆ จากโลกธุรกิจออนไลน์ที่มีบทบาทมากขึ้นในสังคม อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อคนในสังคมปัจจุบัน และส่งผลต่อการตลาดของเจ้าของธุรกิจในยุคปัจจุบันอย่างมาก เลิกเป็นพนักงานออฟฟิศ หันเปิดเพจขายผ้าออนไลน์ คุณมัทนี วงศ์ศิริ เจ้าของเพจผ้าฝ้ายมัดหมี่ by Mattanee ซึ่งขายผ้าฝ้ายมัดหมี่ ออนไลน์ เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงกิจการว่า “เมื่อก่อนก็เป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ช่วงก่อนที่จะเปิดขายผ้าออนไลน์อย่างจริงจังแบบทุกวันนี้นั้น มันเริ่มต้นมาจากการที่ไปเดินตลาดแล้วเห็นผ้าที่วางขายอยู่ ก็นึกสนใจ แล้วถ่ายรูปโพสต์ลงขายในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏว่าก็มีคนสนใจ เพราะว่าผ้าฝ้ายมัดหมี่ หรือพวกผ้าพื้นเ
จากข่าวฮือฮาชวนตาลุกวาวที่ว่ามีการซื้อ-ขายกุ้งราคาตัวละล้าน นำมาสู่ความสงสัยอยากรู้อยากเห็นว่ากุ้งอะไร ทำไมราคาแพงขนาดนั้น เจ้ากุ้งราคาหลักล้านตัวนั้นเป็นที่รู้จักในวงการว่า “กุ้งโกสต์” เป็นกุ้งสองหรือสามสี ที่มนุษย์ทำการผสมพัฒนาสายพันธุ์ ขึ้นมาจนสายพันธุ์นิ่งแล้ว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Procambarus Clakii Ghost” ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของกุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) กุ้งโกสต์มีลักษณะรูปแบบที่จำเพาะเจาะจง คือ หนวด ขา แถบข้างลำตัว และส่วนหาง จะต้องเป็นสีขาว ลักษณะเด่นของโกสต์ คือ บนหลังมีสามสี น้ำเงิน ขาว แดง ตัดขวางคล้ายธงชาติไทย ตลาดซื้อ-ขาย กุ้งโกสต์เริ่มขึ้นทางออนไลน์ ในกลุ่มเฟซบุ๊กต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่ม “ประมูลกุ้งเครฟิชทุกสายพันธุ์” มีสมาชิกอยู่ 2.7 แสนคน กลุ่ม “ประมูลกุ้งเครฟิชแห่งประเทศไทย” มีสมาชิกอยู่ 1 แสนกว่าคน จากนั้นเมื่อมีกระแสความนิยมพุ่งสูงจึงเกิดตลาดนัดรวมตัวกันเปิดขึ้นมาใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ตลาดเจเจกรีน ในวันพุธ และบริเวณโดยรอบโซนตลาดสัตว์น้ำในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าสัตว์น้ำเดิมอยู่แล้วที่หันมาขายกุ้งโกสต์ตามความนิยมของตลาด นอกจากนั้นยัง
ขึ้นชื่อลือชามานานวัน สำหรับ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยใครที่ผ่านไปผ่านมาเป็นต้องแวะเข้าไปชิม จากนั้นก็โพสต์ลงโซเชียล ให้ชาวเน็ตร่ำร้องอยากจะกินบ้าง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ สูตรเด็ดชาวแปดริ้ว ที่”เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพบมานี้ เป็นของคุณบุญวีร์ สาสมจิตร หรือคุณนัน วัย 53 คุณนัน เล่าว่า ได้สูตรมาจากพี่สาว ทำกินกันเองภายในครอบครัว จากนั้น ก็ขยับขยายทำขายอยู่ที่แปดริ้ว กระทั่งปัจจุบัน รับออกอีเว้นต์ ออกงานนอกสถานที่อย่างเดียว ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ง่าย ๆ เลยก็คือ ใส่น้ำซุปกระดูกหมูเหมือนก๋วยเตี๋ยวทั่วไป แต่เปลี่ยนจากเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เป็น ตัวข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ข้าวเกรียบปากหม้อที่นำมาทำก๋วยเตี๋ยว นี้ สูตรจะไม่เหมือนกับ ข้าวเกรียบปากหม้อ ที่กินเป็นของว่าง แบบนั้นตัวแป้งจะมีกะทิเป็นส่วนผสม แต่ตัวที่ใช้ทำก๋วยเตี๋ยวนี้ ไม่มีกะทิ สำหรับไส้ ก็มีไส้กุยช่าย หน่อไม้ ไส้หวาน (ใส่ไชโป๊หวานเหมือนสาคูไส้หมู) ไส้ถั่วงอก ไส้เต้าหู้ และไส้วุ้นเส้น ส่วนน้ำซุปมีกระดูกหมู (เล้ง) เป็นหลักช่วยให้น้ำซุปหอมหวานแล้ว ก็ยังมี ลูกชิ้น ขาไก่ เลือดไก่ เป็นต้น ส่วนผักโรยหน้าเปลี่ย
กำลังเป็นหัวข้อ “เมนท์กระจาย” โดนใจสายสะพรึง สำหรับสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุด หมอนข้าง “ฮันตู โพคอง” หรือหมอนข้างขนาดเท่าคนจริง รูปร่างเหมือนศพที่ถูกห่อด้วยผ้าดับแถมด้วยการมัดตราสังตลาดตัว ที่หลายคนเห็นแล้วถึงกับขนหัวลุก ก่อนจะอุทานออกมาเบาๆแต่ได้ยินกันทั่ว …มันไม่จริงใช่มั๊ย!?! คุณซิน-สุพล คำใจ อายุสามสิบเศษ ผู้ผลิตและจำหน่าย “หมอนเหี้ย” หมอนข้างรูปสัตว์เลื้อยคลานหน้าตาน่ารักน่าชัง ที่ออกมาสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลไปเมื่อไม่นาน ล่าสุดมีผลงานตัวใหม่ ที่ใครเห็นแล้ว เป็นต้องร้องบรื๋อออออออ ออกมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า จากจุดเริ่มต้นขายหมอนเหี้ย จนถึงวันนี้ นับได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว ผลตอบรับดีต่อเนื่อง ลูกค้าบอกต่อกัน ยอดไลก์หน้าเพจ สูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ยังเป็นผู้หญิง วัยทำงาน อายุประมาณ 22-44 ปี เจ้าของกิจการท่านเดิมบอกต่อ ปัจจุบันมีสินค้า ที่พร้อมขายอยู่ 11 อย่าง ประกอบด้วย หมอนเหี้ย มีทั้งหมด 10 ขนาด ตั้งแต่ 15 เซน ถึง 2 เมตร หมอนทวดเหี้ย เมกะลาเนีย ขนาด 2.25 เมตร หมอนเพื่อนเหี้ย ได้แก่ ตะกวด / เห่าช้าง / มังกรดำ / แลนดอน / ตุ๊ดตู่ขนาด 1 เมตร หมอนดอกทอง หมอนกะหร
เมื่อวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสกลับบ้านที่อำเภอปากช่อง พี่สาวของผู้เขียนเห็นบ้านเพื่อนทำสวนผสม จึงแนะนำให้ลองลงพื้นที่ไปดูสวนแห่งนี้ พอไปถึงความรู้สึกแรกคือ ประทับใจในความเป็นกันเองของเจ้าของบ้าน และบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยไม้ผล ต้นไม้ให้ความสดชื่น เข้าไปแล้วรู้สึกอบอุ่น เจ้าของสวนคือ คุณลือชัย หวังสุวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 15 ตำบลขโนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คุณลือชัย หวังสุวรรณ คุณลือชัย เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายข้าวราดแกง อยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี แต่ได้มีโอกาสมาทำสวนกับรีสอร์ทที่เขาใหญ่ เพราะเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เพื่อนชวนมาเที่ยวที่เขาใหญ่ เกิดถูกใจที่ตรงนี้จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน เนื้อที่ 8 ไร่ เดิมทีเป็นไร่อ้อยมาก่อน จึงลงมือพัฒนา เริ่มแรกสร้างบ้านไว้พักผ่อนเพียงหลังเดียว แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบต้นไม้ ไปที่ไหนเห็นต้นไม้ต้นไหนดี ต้นไหนสวย ก็ซื้อมาปลูกไว้หมด ปลูกโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเลย มีแต่ความชอบและใจรักเท่านั้น ภายในสวนโล่งสะอาด พื้นที่ 8 ไร่ ปลูกอะไรได้บ้าง ที่สวนของคุณลือชัย มีพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ ด้วยกัน เขาไม่ได้ปลูกเพียงไม้ผ
