SMEs
ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึง สปป.ลาว ส่งผลให้หน่อกล้วยหอมทองขายดี ชาวบ้านทั้งไทยและลาว แห่ซื้อไปปลูกในพื้นที่ของตัวเอง จากการที่มีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงใน สปป.ลาว นอกจากจะส่งผลดีกับเกษตรกรที่ทำการเกษตรแล้ว ยังส่งผลดีกับพ่อค้า-แม่ค้า ที่จำหน่ายกล้วย และหน่อกล้วยหอมทอง ริมถนนหนองคาย-โพนพิสัย บริเวณบ้านภูกระแต ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ที่หน่อกล้วยหอมทองขายดีขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว สวนทางกับกล้วยที่มียอดขายลดลงเล็กน้อย ซึ่งลูกค้ามีทั้งลูกค้าในจังหวัดหนองคาย และจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน เช่นบึงกาฬ , ชัยภูมิ , โคราช , อุดรฯ และขอนแก่น เป็นต้น รวมไปถึงลูกค้าชาวลาว ที่ส่วนใหญ่จะซื้อไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง เป็นการปลูกไว้เพื่อรับประทานในครอบครัว ไม่ได้ปลูกเพื่อขาย จำนวนที่ซื้อก็จะมีตั้งแต่ไม่กี่ต้น จนถึงหลักร้อยต้น โดยราคาหน่อกล้วยจะอยู่ที่หน่อละ 35 บาท แต่ถ้าซื้อ 3 หน่อจะลดให้เหลือ 100 บาท ถือว่าราคาเท่ากับปีที่ผ่านมา ส่วนราคาจำหน่ายกล้วยนั้น จะมีตั้งแต่หวีละ 25 บาท ถึงหวีละ 80 บาท อยู่ที่ขนาดของกล้วยและหวีกล้วย
เกษตรกรชาว ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก รับซื้อพันธุ์สับปะรดฉีกตาจากภาคใต้มาปลูก ได้ผลผลิตดี เปิดขายในโลกโซเซียล กลับได้รับความสนใจ คนสั่งจองซื้อจนผลิตส่งให้กับลูกค้าไม่ทัน นายเยี่ยม ตาเห็น อายุ 70 ปี เกษตรกรที่แบ่งผืนนาปลูกข้าว และไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริเกษตรกรพอเพียง ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อไว้รับประทานในครัวเรือน ส่วนที่เหลือ ก็จะนำไปขายเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว แต่ที่น่าสนใจ คือการปลูกสับปะรดพันธุ์ฉีกตาของคุณลุงเยี่ยม ที่ไม่มาก แต่สามารถนำไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัวเป็นอย่างดี คุณลุงเยี่ยม เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองได้ทำนาและปลูกพืชผักสวนครัว ตามแนวทางพระราชดำริ เมื่อปีที่ผ่านมาตนก็ทดลองซื้อกล้าพันธุ์สับปะรดพันธุ์ฉีกตามาจากภาคใต้เพียง 100 ต้นเท่านั้น และนำมาปลูกในพื้นที่ไร่นาสวนผสมเหตุที่ตนทดลองปลูก ก็เพราะเพื่อนแนะนำมา เนื่องจากมีความหวาน ไม่กัดลิ้น และที่สำคัญเพียงผ่าผลครึ่งลูกแล้วก็สามารถฉีกที่ตานำมารับประทานได้ง่ายดาย ไม่ต้องปลอกผิวให้ยุ่งยาก เหมือนสับปะรดทั่วไป แต่ถ้าหากต้องการปลอกผิวธรรมดาก็สามารถทำได้ คุณลุงเยี่ยม เล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากระยะผ่านไป 1ปีสับปะรดออกผล
ในยุคแห่งการแข่งขัน และผู้คนให้ความสำคัญต่อสุขภาพ สินค้าถูก อาจไม่ใช่คำตอบเพียงหนึ่งเดียวของเขาเหล่านั้น แต่ทว่าต้องคุณภาพดีด้วย จากความใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภค รวมไปถึงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เทสโก้ โลตัส จึงตั้งมั่นกับการยกระดับคุณภาพอาหารสด โดยประกาศเดินหน้าลงทุนยกระดับแผนกอาหารสดทั้งในด้านคุณภาพและราคา ไปพร้อมๆ กับการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้ และคุณภาพชีวิตอันดี มร.จอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ว่า “23 ปีมาแล้วที่เทสโก้ โลตัส ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราได้ริเริ่มแผนงานด้านอาหารสด ซึ่งในปีนี้ก็ยังคงสานต่อ โดยจะมุ่งเน้นปรับปรุงอาหารสด ตลอดเส้นทางซัพพลายเชน เรียกว่าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้นในราคาที่ถูกลง” ซึ่งแผนงานดังกล่าว นอกจากจะส่งผลต่อลูกค้าที่จะได้อาหารสดคุณภาพดีในราคาจับต้องง่ายแล้ว ยังส่งผลไปถึงผู้ผลิต นั่นก็คือ เกษตรกรไทยจะสามารถยืนหยัดได้ด้วยความเข้มแข็
เกษตรกรหนุ่ม พ่วงตำแหน่งเลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ปิ๊งไอเดียจากนายกลุงตู่ ปลูกกล้วยหอมทองพันธุ์ปทุม แซมในสวนยางพารา ครั้งแรก 1,250 ต้น พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสช่วงยางพาราราคาตก ผลตอบรับดีเกินคาด ส่งขายเซเว่นแทบไม่พอ สร้างรายได้ 2 แสน ติดใจเมื่อเดือนเมษายน ปลูกกล้วยอีกรอบ คราวนี้เพิ่มเป็น 1,600 ต้น คุณจรูญศักดิ์ กลับส่ง หรือคุณศักดิ์ ปัจจุบันอายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 ม.8 ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า นอกจากรับราชการแล้ว ยังเป็นเกษตรกร เดิมทีปลูกปาล์มน้ำมัน และยางพารา พื้นที่ 65 ไร่ แต่ละเดือนมีรายได้จากการปลูกพืช 2 ชนิดนี้ ราว 3 หมื่นบาท จนกระทั่งราคาพืชเศรษฐกิจดังกล่าวมีความผันผวนตามสภาพอากาศ ราคาขึ้นลงตามตลาด เลยมองหาพืชทำเงินชนิดอื่น ระหว่างที่มองหาพืชตัวอื่น คุณศักดิ์ บอกว่า ได้ไอเดียจากขณะที่ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาดูสวนกล้วยหอมทองของเพื่อนที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 59 ท่านแนะนำว่า หากยางพารา และปาล์มน้ำมัน ราคาตก ลองหันไปปลูกกล้วยดีไหม ราคาดี ตลาดมีความต้องการสูง จากคำแนะนำของท่านนา
บัณฑิตสาวคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทายาทเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์พรีเมี่ยม ตราปลามังกร จังหวัดกาญจนบุรี ไอเดียเก๋ สร้างโรงเพาะเห็ดไซซ์มินิ ขนาดกว้าง 1.70 เมตร ยาว 1.70 เมตร สูง 2.10 เมตร โครงสร้างทำด้วยเหล็กทาสีกันสนิม หลังคาผ้าใบเต็นท์ ด้านข้างคลุมด้วยสแลนกันแดด โยกย้ายเคลื่อนที่ได้สะดวกสบาย อายุการใช้งาน 4 – 5 ปี 1 โรงสามารถเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานดำได้ 504 ก้อน หลังเห็ดเปิดดอกเพียง 3 วัน ก็สามารถทำเงินได้ยาวๆ สนนราคาโรงละ 10,000 บาท คุณสาธนี สกุลวัฒนะ หรือคุณนุ่น หญิงสาวอัธยาศัยดีวัย 26 ปี พี่สาวคนโตในบบรดาพี่น้อง 3 คน ทายาทเจ้าของบริษัท ปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรไทย หรือเคทีเอฟ จำกัด และเจ้าของออร์แกนิก แลนด์ ริม ถ.กำแพงแสน-พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งคุณนุ่น คือ เจ้าของไอเดีย โรงเพาะเห็ดมินิ หรือ บ้านเห็ด คุณนุ่น เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า จบคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทางครอบครัว ทำธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์พรีเมี่ยม มานานกว่า 20 ปี จำหน่ายตามสหกรณ์ และร้านค้าทั่วไป จุดเด่น มีแร่ธาตุอาหารสูง ใช้ได้กับทุกพืช ผัก ผลไม้ และต้นไม้ทุกชนิด มีส่วนผสมของไม้ยางยูคาลิปตัส ท
จังหวัดปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นแหล่งปลูกยางใหม่ที่เกษตรกรหันมาปลูกยางในยุคที่ยางมีราคาแพง มีเนื้อที่ปลูกยางรวมทั้งหมด ประมาณ 30,000 ไร่ ต่อมาเมื่อสถานการณ์ราคายางอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการขายยางไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาสระแก้ว (กยท. สาขาสระแก้ว) ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี จึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะปลูกพืชแซมในสวนยาง หรือปลูกพืชร่วมยาง ในช่วงที่ต้นยางยังเล็กเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการ กยท. สาขาสระแก้ว สละเวลาพาผู้เขียนไปเยี่ยมชมกิจการสวนยางผสมผสานของเกษตรกรคนเก่ง คือ คุณลักษณ์-คุณจอม ฤทธิ์ภักดี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 6 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โทร. (086) 091-9800, (080) 076-7021 คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการ กยท. สาขาสระแก้ว ครอบครัวฤทธิ์ภักดี ทำสวนยางควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานจนประสบความสำเร็จทางอาชีพและรายได้ กยท. สาขาสระแก้ว จึงประกาศยกย่องให้สวนยางแห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพี
หลายคนมีความฝันถึงอนาคตว่าต้องการมีชีวิตแบบบ้านไร่ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยึดอาชีพเป็นเกษตรกร สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ สร้างรายได้ยั่งยืนและมีความสุข บนพื้นที่ของตัวเอง คุณสายสุนีย์ สุวรรณดี หรือ ป้าน้อย เจ้าของฟาร์มสายทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนสด ปลอดสารเคมี พร้อมการแปรรูปครบวงจร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จ ป้าน้อย เล่าว่า เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตร อยู่กรุงเทพฯ ก็ทำอาศัยเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจค้าขาย แต่ความฝันของป้าน้อยคืออยากเป็นคาวเกิร์ล เพราะชอบดูหนังคาวบอยของตะวันตก เมื่อ 30 ปีก่อน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน แถวจังหวัดสระบุรี ก่อนจะย้ายมาทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาปลูกมัลเบอร์รี่ ปลอดสารเคมีแบบนี้ พื้นที่นี้ก็เคยผ่านการปลูกกระถิ่น การเลี้ยงโคนม มาก่อน แต่การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่เหนื่อยมากซึ่งก็ทำมาหลายปีกว่าจะหยุดลง แล้วหันมาปลูกมัลเบอร์รี่แทน โดยเริ่มจากมีต้นแม่พันธุ์อยู่แค่เพียง 2 ต้นเท่านั้น ซึ่งลูกสาวซื้อมาให้จากเชียงใหม่ เอามาป
แนะนำเข้ามาว่ามีสินค้าใหม่นำเสนอ สำหรับครูออส-กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ เจ้าของกิจการมานี มี กาแฟ ร้านดังแห่งเมืองพิษณุโลก “ขนมปุยฝ้ายอกแตก By มานี ชื่อ อกแตก นี้ มาจากชื่อเก่าของเมืองพิษณุโลก คือ อกแตก หรือเมืองสองแคว นั้น ลักษณะคล้ายๆกัน คือ มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง”ครูออส เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนบอกถึงที่มาที่ไป ทำไมต้องเป็น “ปุยฝ้าย” “ช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี มักซื้อขนมปุยฝ้ายมาไหว้ แต่รสชาติไม่เคยถูกใจซักร้าน เลยคิดทำเอง เมื่อทำเอง จึงต้องแตกต่างและต่อยอดงอกเงยเป็นธุรกิจได้ด้วย ช่วงแรกลองขายเล่นๆวันแรก 50 แพ็ค หมดในพริบตา ต่อมาแม่ค้าคนกลาง เห็นว่านำไปขายต่อได้ เลยออร์เดอร์เข้ามาเยอะมาก” คุณออส บอกด้วยว่า ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหนก็ตาม ต่างต้องมีการจัดที่แตกต่าง หรือการนำเสนอที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้ามาเลือกซื้อให้ได้ ขนมปุยฝ้ายอกแตก ในแบบของเขา จึงทำออกมาเป็นรูปทรงส้ม แตงโม แก้วมังกร ที่สีสันสวยงาม น่ารัก สดใส เอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และว่า ปุยฝ้ายอกแตก ของเขานี้ แม้เพิ่งเปิดตัวมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ปรากฎมีออร์เดอร์เข้ามาตลอด วันละประมาณ 500 กล่อง จากแม่ค้าคนกลางจากในพื้น
ส้มตำ อาหารประจำชาติไทย ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วไทย-ทั่วโลก ล่าสุด มีผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญา หวังสร้างอาหารแปรรูปให้ง่ายต่อการบริโภคและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าปกติ ผุดเป็นไอเดีย “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” ส้มตำสำเร็จรูปในรูปแบบซอง ฉีกทานได้เลยทันที คุณตุ๊ก-สมคิด อินทรบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท M.T (เอ็มที) เกษตรแปรรูป จำกัด อายุ 50 ปี เจ้าของไอเดียส้มตำไทยอบกรอบบรรจุซอง ตราแม่ตุ๊ก แนะนำตัวให้รู้จักว่าไม่ได้จบการศึกษาระดับสูง แต่มีใจรักด้านเกษตร ที่ผ่านมาทำงานบุกเบิกอาชีพค้าขายผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่าง ปลาร้า หน่อไม้ ของหมักของดอง อาหารพื้นเมือง มาร่วม 20 ปี ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรใหญ่ๆ อย่าง ตลาดสี่มุมเมือง และด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์คลุกคลีสินค้าเกษตรมานาน ที่ผ่านมาจึงคิดสร้างผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปทางการเกษตรเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ เคยคิดทำ “ต้มยำกุ้งแบบซอง” ออกมาจำหน่าย แต่รสชาติยังไม่ลงตัว และล่าสุดต้นปีนี้เอง ได้เปิดตัวสินค้าแปรรูปน้องใหม่ ชื่อว่า “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” เป็นส้มตำซองสำเร็จรูปพร้อมทาน สามารถเก็บในอุณ
การทำเกษตรกรรมในยุคดิจิตอลดูจะแตกต่างจากยุคเก่าอย่างสิ้นเชิง ความมีอิทธิพลของเทคโนโลยีการสื่อสารที่อยู่เหนือขีดจำกัด จึงทำให้คนรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่าที่พยายามปรับตัวสามารถทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่ทันสมัยได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้จะไม่ได้ร่ำเรียนหรือสืบทอดสายเลือดที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรมาแบบแนวคิดสมัยก่อน แต่หากมีใจรักผนวกกับความใส่ใจหาข้อมูลอย่างละเอียด ไปศึกษาดูงานเกษตรตามแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร ความสำเร็จในการทำเกษตรกรรมก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างไม่ยาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดแล้วสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมทันที คงเป็นกรณีของ คุณไพบูลย์ นาคสีหราช บ้านเลขที่ 1233/45 ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ บุคคลท่านนี้ยึดอาชีพทนายความมายาวนานอยู่ในจังหวัดบ้านเกิด ชอบงานเกษตรเพราะเคยเรียนที่เชียงใหม่ จากนั้นหันเหชีวิตมาเรียนกฎหมายจนยึดอาชีพทนายความมาจนถึงวันนี้ คุณไพบูลย์ นาคสีหราช ทำเกษตรยุคใหม่ ต้องเน้นผสมผสาน คุณไพบูลย์ ชี้ว่า การทำเกษตรยุคใหม่ต่างจากยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง ทั้งสภาพพื้นที่ปลูก สภาพอากาศ และวัฒนธรรม ดังนั้น การทำเกษตรกรรมยุคให
