SMEs
ปลาสังกะวาด หรือที่คนภาคอีสานรู้จักกันในชื่อ ปลายอน เป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ชอบอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม ว่ายน้ำได้รวดเร็ว สามารถกินได้ทั้งซากพืชและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย ปลาสังกะวาด แพร่พันธุ์กระจายอยู่ตั้งแต่แม่น้ำโขง ตลอดจนแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในประเทศไทยจะมีชุกชุมในเขื่อนเก็บน้ำบางแห่ง เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เป็นต้น คุณปรีชา ชะเอม อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังอยู่เหนือจากเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้เขามีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญปลาที่เลี้ยงเจริญเติบโตได้ดีเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งปลาสังกะวาดด้วย จากพนักงานธนาคาร ผู้มีใจรักการเลี้ยงปลา คุณปรีชา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเมื่อช่วงชีวิตเข้าสู่วัยทำงาน ได้เลือกอาชีพเป็นพนักงานธนาคาร เมื่อทำมาได้จนอายุ 52 ปี จึงรู้สึกอิ่มตัวกับงานทางด้านนี้ จึงมีความคิดว่าอยากออกจากงานก่อนเกษียณ แต่ต้องมีอาชีพอื่นที่รองรับในการมีรายได้ เพื่อมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย “ช่วงแรกที่คิดจะออกจากงานที่ทำ ในใจคิดเสมอว่าต้องออกก่อนอายุ 60 ปี เพราะว่าถ้ามาอยู่บ้านอยู่เฉยๆ เดี๋ยวกำ
เห็ด เป็นพืชชั้นต่ำจำพวกเชื้อรา เป็นอาหารประเภทผักที่ไม่มีไขมัน มีการเจริญเติบโตเป็นสายใย มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไป และเห็ดก็เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามิน จึงให้คุณค่าทางโภชนาการ และมีสรรพคุณทางยา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น ในปัจจุบันยังพบว่า เห็ด ให้คุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย มีผู้เพาะเห็ดขาย สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยเลยทีเดียว คุณคมสันต์ แสนทวีสุข หนุ่มโสด ชาวไร่ วัย 30 ปีเศษๆ แห่งเมืองอุบลราชธานี เป็นอีกผู้หนึ่งที่หันมาเพาะเห็ดขาย จนมีรายได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งเมื่อก่อนคุณคมสันต์ได้ผ่านการประกอบอาชีพต่างๆ มานับไม่ถ้วน ทั้งเป็นช่าง ทั้งทำนา ทำไร่มัน ค้าขาย ทำค่ายมวย แต่ก็ไม่รวยสักที จนกระทั่ง ต้นปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา จึงได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดขอน เพื่อเพาะเห็ดขาย รายได้จึงทะลักเข้ามาอย่างน่าพอใจ จากที่เคยตระเวนขายไปเรื่อยๆ ด้วยตัวเอง ก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งขายอยู่ที่ฟาร์ม หรือบางทีมีลูกค้าสั่งเป็นจำนวนมา
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ คำขวัญเมืองโพธาราม ที่กล่าวว่า “ คนสวยโพธาราม งดงามน้ำใจ ค่ายหลวงบ้านไร่ หนังใหญ่วัดขนอน ที่นอนนุ่มชั้นนำ ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน งามตุ๊กตาน่าพิศ จิตกรรมฝาผนัง หนองโพดังนมสด เลิศรสผักกาดหวาน ” แต่ความจริงแล้ว เมืองโพธารามยังมีของดีอีกอย่างที่อยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักก็คือ ข้าวโพดแปดแถว อยู่ในกลุ่มข้าวโพดข้าวเหนียว มีลักษณะพิเศษคือ ขนาดฝักเล็ก เมล็ดข้าวโพดสีขาวมีจำนวนแปดแถว รสชาติหวาน เนื้อเหนียวนุ่ม ไม่ติดฟัน สามารถปลูกได้ตลอดปี แค่ชิมครั้งแรก มีตกหลุมรักรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้เสียแล้ว เพราะมีรสอร่อย นุ่มและหวาน ไม่เหมือนข้าวโพดต้มที่เคยกินในพื้นที่อื่นเลย จุดเริ่มต้นของการปลูกข้าวโพดแปดแถว ชาวบ้านในชุมชนตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่มีอาชีพปลูกข้าวโพดแปดเล่าให้ฟังว่า “คุณดำรง มินทนนท์” หรือ ลุงดำเป็นคนแรกที่นำมาปลูก เมื่อ 30 ปีก่อน โดยได้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดแปดแถวมาจากเพื่อนคนหนึ่ง จึงนำมาปลูกครั้งแรกในพื้นที่อำเภอโพธาราม และนำออกต้มขายที่หน้าวัดโบสถ์ ปรากฎว่า ชาวบ้านชอบใจในรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้ จึงหันมาปลูกเป็นพ
คุณพันธ์ศักดิ์ เผื่อนพงศ์ หรือ ครูเป้ แห่ง “บ้านสวนชวนชม-เมล่อน พิจิตร” เลขที่ 2 หมู่ที่ 6 บ้านยางคอยเกลือ ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 702-6391, (084) 080-8152 อดีตข้าราชการครูเกษียณ ซึ่งถ้าในวงการปลูกเลี้ยงชวนชมคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะครูเป้ปลูกเลี้ยงชวนชมมานานกว่า 20 ปี สะสมชวนชมเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากวงการไม้ประดับก็จะมีกระแสเป็นบางช่วงเวลา ประกอบกับเรื่องของอายุที่มากขึ้น จึงมองหาพืชใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่สร้างรายได้ งานไม่หนักมากนัก ก็มาลงตัวที่การปลูกเมล่อนในโรงเรือน “เมล่อน” พืชอายุสั้น ที่สร้างรายได้ดี คุณพันธ์ศักดิ์ เผื่อนพงศ์ หรือ ครูเป้ เล่าว่า สำหรับการปลูกเมล่อนก็ศึกษามาสักระยะหนึ่งก่อนจะตัดสินใจปลูก เพราะเห็นว่าเป็นพืชอายุสั้น เพียง 65-80 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้แล้ว ใช้พื้นที่น้อย ปลูกในโรงเรือนที่มีมุ้งตาข่าย ก็จะตัดปัญหาเรื่องแมลงศัตรูได้ และประกอบกับราคาขายเมล่อนค่อนข้างดี เฉลี่ยขายกิโลกรัมละ 90-150 บาท (ซึ่งราคาจะอยู่กับราคาเมล็ดพันธุ์และกลุ่มลูกค้า) ที่สำคัญการทำงานไม่หนักสำหรับคนที่อายุมาก ซึ่งตอนนี้ก็ใช้แรงงานแค่คนในครอบครัว คื
ในยุคข้าวยากหมากแพง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ที่เป็นปัญหาที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการกินอยู่ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย โดยเฉพาะท่านที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หรือเป็นพนักงานบริษัทรับเงินเดือนแล้วไม่สามารถเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง และคนในครอบครัวได้ และปัญหาเหล่านี้ได้ลามไปถึงบัณฑิตจบใหม่ที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เงินเดือนเริ่มต้นก็น้อยนิด ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ อายุน้อยเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จุดเริ่มต้นสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ คุณศิริขวัญ ดุเหว่าดำ หรือ คุณกิ๊ฟ เกษตรกรสาวไฟแรง อายุเพียง 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 19 บ้านโนนอารีย์ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เรียนจบ ชั้น ปวส. แผนกบัญชี จากวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา คุณศิริขวัญ ดุเหว่าดำ และคุณแม่ คุณกิ๊ฟ เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบมาตนได้ทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่ร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ทำไปทำมาเงินเดือนไม่พอใช้ ส่งให้พ่อแม่ก็ไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งพื้นฐานเดิมพ่อและแม่คุณกิ๊ฟมีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้วคือ ปลูกข้าวโพด แต่ด้วยคว
ในเมนูอาหารญี่ปุ่น เรามักจะเห็นผักประดับที่เสิร์ฟมาในจานอาหารประเภทปลาดิบ แต่รู้หรือไม่ว่า มันคือใบอะไร มีคุณประโยชน์หรือมีโทษอย่างไรบ้าง ใบไม้เขียวสด รูปสามเหลี่ยม ขอบใบหยักๆ รูปทรงแปลกตา ที่เห็นนี้หลายคนคงอาจไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นคออาหารญี่ปุ่นจะคุ้นเคยดี เพราะเป็นใบไม้ที่ตกแต่งมาในจานอาหาร ที่ส่วนใหญ่เป็นอาหารญี่ปุ่น มีชื่อว่า ใบโอบะ หรือ ชิโซะ ต้นโอบะ เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับกะเพรา โหระพา และสะระแหน่ กระจายพันธุ์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน แต่ที่นิยมคือ ใบที่มีรูปทรงกลมปลายแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย กลิ่นหอมฉุน สำหรับในประเทศไทย เริ่มมีการนำเมล็ดพันธุ์เข้ามาปลูกในเขตพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ แต่ด้วยเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ทุกที่ของประเทศไทย จึงเริ่มมีการนำมาปลูกบริเวณภาคกลางของประเทศ ดังเช่นที่สวน คุณชาลี คำรักษ์ เกษตรกรผู้ปลูกใบโอบะ จำนวน 5 ไร่ ที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี คุณชาลี บอกว่า เริ่มปลูกต้นโอบะมาตั้งแต่ราวปี 2547-2548 ปีแล้ว โดยในปีแรกๆ จะเริ่มนำเมล็ดเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น มาทดลองปลูกก่อน 100 เมล็ด ไปพร้อมกับการปลูกพืชผ
คง จะไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ทุกๆ ธุรกิจต้องการไอเดีย แม้แต่ธุรกิจงานศพที่ผู้คนก็มักปฏิบัติตามขนบประเพณีดั้งเดิม เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติบุคคลอันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย หลายๆ คนก็พยายามหลีกหนีความจำเจที่มักพบเจอในงานศพ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาของชำร่วยแบบแปลกใหม่ หรือพวงหรีดสุดสร้างสรรค์ แทนที่จะใช้ดอกไม้ก็เปลี่ยนเป็นหนังสือ ผ้าห่ม รวมไปถึงพัดลม เพื่อจะได้ถวายวัดให้ใช้ประโยชน์หลังงานศพเสร็จสิ้น กระทั่งงานศพที่ออกแบบธีมเฮลโล คิตตี้ เพื่อหนูน้อยที่จากไปก่อนวัยอันควร หรืองานศพสไตล์คาวบอยที่ภรรยาจัดให้สามีที่สั่งเสียไว้ก่อนตาย ก็มีให้เห็นในบ้านเรา งานศพแปลกแหวกขนบเดิมๆ กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในอังกฤษเช่นกัน เพราะเริ่มมีลูกหลานที่อยากจัดงานศพให้สอดคล้องกับความปรารถนาสุดท้ายของผู้วายชนม์มากขึ้น แทนที่จะเหมือนๆ กันไปหมด บีบีซี หยิบยกกรณีของ “โรซี่ แกรนต์” ที่จัดงานศพแบบมีเอกลักษณ์และเติมเต็มความปรารถนาของผู้เป็นแม่ โดยแทนที่จะจัดในสไตล์วิกตอเรียนเหมือนคนอื่นๆ เธอกลับเลือกจัดงานที่โรงนา และฝังศพแม่ในป่า โดยปลูกต้นไม้ไว้บนหลุมศพด้วย เธอบอกว่า แม้งานศพครั้งนี้จะไม่ได้ดูเรียบหรู แต่ก็น่ารัก แล
มีการใช้ใบจามจุรี หรือฉำฉา สำหรับปลูกพืชมานานแล้ว ยุคก่อนโน้นที่โป๊ยเซียนได้รับความนิยม ใบจามจุรีมีราคาสูง บางช่วงถึงกับขาดตลาด ใบจามจุรี มีคุณค่าทางอาหารสำหรับพืชสูง โดยเฉพาะไนโตรเจน เพราะเป็นพืชตระกูลถั่ว การใช้ก็ไม่ยุ่งยาก นำมาผสมวัสดุปลูก หรือจะใส่ต้นไม้ทั่วไปก็ได้ อย่าง มะม่วง ขนุน นำใบเทกองไว้โคนต้น เวลาผ่านไป ใบค่อยๆ ย่อยสลาย ต้นไม้โตเร็วกว่าปกติ โดยทั่วไปแล้ว จามจุรีขึ้นตามที่รกร้าง ที่สาธารณะ เมื่อใบร่วงหล่น คนก็ไปกวาดใส่ถุงปุ๋ย นำออกมาจำหน่าย แหล่งใหญ่ของใบจามจุรี พบอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี ในเขตภาคเหนือ จริงๆ แล้วเมื่อก่อนพบจามจุรีอยู่หนาแน่น แต่เพราะเขานิยมตัดโค่นไปแกะสลัก ประชากรของจามจุรีจึงลดลง คุณลุงชิน หรือ จ้อย และ คุณป้าวันทอง ศรีเนตร เป็นชาวตำบลหนองหว้า อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบอาชีพขยายพันธุ์ไม้ขายมานาน 30 ปีแล้ว เมื่อสมัยเป็นวัยรุ่นลุงจ้อยไปทำงานรับจ้างในค่ายทหารที่อู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี วิชาที่ได้ติดตัวมาคือการทำอาหารฝรั่ง รวมทั้งอาหารสากลอื่นๆ จากนั้นลุงไปทำงานตะวันออกกลาง อยู่หลายประเทศ ทำหน้าที่เป็นพ่อครัวให้กับคนสำคัญของประเทศนั้นๆ เมื่อมีสง
แม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้ไปดาลัต (DALAT) แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางภาคใต้ของเวียดนาม แต่ยังตื่นตาตื่นใจไม่ต่างจากครั้งแรกนัก เพราะการไปในแต่ละฤดูกาลก็ให้รสชาติและความประทับใจที่ไม่เหมือนกัน อย่างล่าสุดไปช่วงปลายฝนต้นหนาวเมื่อไม่นานมานี้ แต่ยังมีฝนตกประปรายอยู่บ้าง เลยทำให้อากาศไม่หนาวจัดเหมือนช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม แค่เย็นๆ ในตอนกลางคืนเท่านั้น ว่าไปแล้วเมื่อไม่กี่ปีมานี้จะเห็นกรุ๊ปทัวร์ไทยไปเที่ยวดาลัต (อยู่ในจังหวัดเลิมด่ง) กันหนาตาขึ้น สาเหตุสำคัญเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังทางภาคใต้ของเวียดนาม ถึงขนาดได้รับสมญานามว่า เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลินิรันดร หรือเมืองในหมอก บ้างก็ว่า เป็นปารีสน้อยแห่งอินโดจีน ซึ่งในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองเวียดนาม เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศของบรรดาผู้บริหารชาวฝรั่งเศส ซึ่งกษัตริย์องค์สุดท้าย กษัตริย์เบ๋าได๋ของเวียดนามก็มีพระราชวังตากอากาศอยู่ที่เมืองนี้ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร ทำไมถึงได้รับสมญานามปารีสน้อยแห่งอินโดจีน…ด้วยความที่ว่าดาลัตห้อมล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร ด้วยภูมิประเทศที่สวยงามและอากาศที่
Laemgate Infinite (แหลมเกต อินฟินิท) ร้านอาหารทะเล บุฟเฟ่ต์ อะลาคาร์ท ปรุงใหม่สดจานต่อจาน ที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเมื่อไม่กี่วันก่อน มีการออกโปรโมชั่น “คนอวดผัว” หากลูกค้าท่านใด พา “ผัว” ไม่ว่าจะเป็นผัวแม่ ผัวพี่ ผัวเพื่อน ฯลฯ มาอวด รับส่วนลดไปเลยทั้งโต๊ะ ล่าสุด คุณโค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ไอเดียกระฉูดอีกครั้ง ออกโปรโมชั่นสร้างสีสัน งัดกลยุทธ์เด็ดไม่เหมือนใคร นำแนวคิดการสำรองที่นั่งแบบสายการบิน มาใช้กับร้านอาหาร โดยเปลี่ยนการสำรองที่นั่งร้านอาหารแบบเดิมมาเป็นการสำรองที่นั่งแบบสายการบิน กล่าวคือ ลูกค้าสามารถเลือกสำรองที่นั่งทั้งแบบราคาถูกสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 444 บาท หรือเลือกรับการสำรองที่นั่งแบบเปลี่ยนรอบได้ในราคา 555 บาท และที่นั่งสุดพิเศษแบบ Frist class ในราคา 666 บาท “ราคาที่นั่ง 666 บาท จัดอยู่ในโซนริมหน้าต่าง ราคาที่นั่ง 555 บาท สามารถเปลี่ยนรอบได้ ส่วนราคาที่นั่ง 444 บาท เป็นโซนถัดมาจากริมหน้าต่างและไม่สามารถเปลี่ยนรอบได้ สำหรับเมนูอาหารและการบริการนั้น ไม่มีความแตกต่างยังเหมือนกันทุกอย่างครับ”คุณโค้ก ว่ามาอย่างนั้น สนใจอุดหนุน
