SMEs
แม้สวน “ผลอำไพ” ของ คุณชัยวัฒน์ ปริ่มผล เกษตรกรดีเด่นสาขาทำสวนระดับจังหวัดของตราด และระดับภาคตะวันออก จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก เพราะมีพื้นที่ 26 ไร่ อยู่ที่ตำบลทุ่งนนทรี อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด แต่เป็นสวนผลไม้ที่ผู้คนจากทั่วประเทศมักไปเที่ยวชมและไปศึกษาดูงานกันเป็นประจำ เพราะเขาผู้นี้ใช่จะเป็นเกษตรกรตัวอย่างในเรื่องการปลูกพืชผักผลไม้แบบอินทรีย์เท่านั้น แต่ยังแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วย โดยเจ้าตัวยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการดำเนินชีวิตและในอาชีพการทำเกษตรมาหลายปีแล้ว เต็มอิ่มกับผลไม้ปลอดสาร ปัจจุบันเขาผู้นี้ต่อยอดนำผลไม้สดจากสวนมาแปรรูป เป็นผลไม้อบแห้ง แบรนด์ “พีเอฟที” (PFT) ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนอบแห้ง สับปะรดอบแห้ง กล้วยอบแห้ง เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศด้วย และยังแปรรูปเป็นน้ำพริกแกงป่าอบแห้ง และแกงส้มสับปะรดกุ้ง ที่เป็นแกงส้มกึ่งสำเร็จรูป ก่อนหน้านี้คุณชัยวัฒน์ก็ได้รับเลือกให้เป็นสมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ของจังหวัดตราด ต้นแบบ สาขามังคุด เนื่องจากเป็นผู้พัฒนาและผลิตมังคุดแบบครบวงจร โดยแปรรูปมังคุดสดเป็นน้ำมังคุ
ช่วงหลายปีมานี้ได้ไปทำข่าวจังหวัดอุดรธานีนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยรู้ว่าที่นี่มีสปาเกลือสินเธาว์แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยอยู่ พอมีพรรคพวกแนะนำเลยหาโอกาสไปใช้บริการสักครั้ง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะ “คุณกุญณภัทร วัฒนกูล” เจ้าของสปาเกลือสินเธาว์ อยู่ที่ตรอกบ้านดุง ซอยมหาราช ตำบลบ้านดุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้อธิบายความเป็นมาของสปาแห่งนี้อย่างละเอียด และยังได้ให้ลองแช่ตัวแช่เท้าเพื่อทดสอบว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้จริงหรือไม่ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย อุดรธานีนั้นเป็นหนึ่งในหลายจังหวัดของภาคอีสานที่ผลิตเกลือสินเธาว์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยมีพื้นที่ผลิตเกลือ ประมาณ 3,000 ไร่ อยู่ใน 4 พื้นที่คือ พื้นที่ทำนาเกลือบ้านทุ่ง ตำบลบ้านชัย พื้นที่บ้านฝาง บ้านโพนสูงเหนือ-บ้านโพนสูงใต้ ตำบลโพนสูง พื้นที่บ้านดุงน้อย บ้านศรีสุทโธ ตำบลศรีสุทโธ และ บ้านดุงเหนือ ตำบลบ้านดุง ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการทำนาเกลือนำมาจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางโดยตรง สมัยก่อนราคาเกลือสินเธาว์ขายได้ราคาดี แต่สองสามปีมานี้ราคาตกต่ำลงเรื่อยๆ จากราคาตันละ 450-500 บาท เหลือตันละ 300 บาท จนเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการทำนาเกลือสินเธาว์เรียก
ได้ยินได้ฟังมานานแล้วเรื่องกาแฟชะมด แต่ด้วยความที่ไม่ใช่คอกาแฟ เลยไม่ได้เสาะหาที่จะดื่ม อีกอย่างรู้กันอยู่ว่าแพง ผู้เขียนได้รับเกียรติจาก “คุณกลิ่นศักดิ์ ปิติวงษ์” หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ชวนให้ไปดูขั้นตอนการทำกาแฟชะมด ทำให้ได้รู้ได้เข้าใจกาแฟดังกล่าวมากขึ้น อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าอีเห็นกับชะมดเป็นสัตว์ในวงศ์เดียวกัน และกาแฟชะมดที่พูดๆ กันในเมืองไทยนั้น หากจะเรียกให้ถูกต้องน่าจะเป็นกาแฟอีเห็นเสียมากกว่า คุยอร่อยกว่าของเวียดนาม คุณกลิ่นศักดิ์ บรรยายสรรพคุณของกาแฟชะมดแม่ฟ้าหลวงว่า แม้กาแฟชะมดที่แม่ฟ้าหลวงอยู่ในช่วงเริ่มต้นได้เพียง 3 ปี แต่เป็นที่ยอมรับของลูกค้าที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ จุดเด่นของกาแฟชะมดบนดอยตุงจะมีรสชาตินุ่มหอมหวาน มีลักษณะกลิ่นเฉพาะตัว หวานที่ปลายลิ้น ชุ่มที่คอ กาเฟอีนลดลง พูดถึงกาแฟชะมด เชื่อว่ายังมีบางคนสงสัยอยู่ว่ากาแฟชะมดหรือกาแฟอีเห็น เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร คุณกลิ่นศักดิ์ อธิบายว่า ในสภาพความเป็นจริงชะมดกับอีเห็นธรรมดาหรืออีเห็นข้างลาย เป็นสัตว์ในวงศ์ชะมดและอีเห็น มีสถานภาพไม่จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งสัตว์ที่กินกา
เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้คนในบ้านเรานิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น โดยเฉพาะสุนัข-แมว ฉะนั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่หน้าเก่าทั้งหลายจึงเข้าสู่ตลาดนี้กันอย่างคึกคัก ซึ่งถ้าไปในงานอีเวนท์เกี่ยวกับเจ้าตูบ-เจ้าเหมียว ไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรืออิมแพค เมืองทองธานี รวมทั้งในห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะเห็นชัดเลยว่าธุรกิจนี้ยังไปได้ดี อนาคตยังแจ่มใสเพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เป็นชนชั้นกลาง-สูง มีกำลังซื้อสูง สังเกตุได้ว่าผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เริ่มต้นจากการเป็นเจ้าของสัตว์น่ารักเหล่านั้น กระทั่งพัฒนามาเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่างคุณระวิวรรณ ฌายีเนตร หรือคุณนุ่น กับคุณ เบญวรรณ ตานนท์ หรือคุณแหม่ม สองสาววัย 30 ต้นๆ ซึ่งมาร่วมกันทำสินค้าแฮนด์เมดของสุนัขและแมว มีทั้งกระโจม, เปลแมว และผ้าพันคอ ฯลฯ ชื่อแบรนด์ วิฬาร์มาลิน โดยมักจะออกบูธขายตามงานอีเว้นท์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เริ่มจากขายผ่านเฟซบุ๊ค สำหรับคุณนุ่นนั้น จบปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีและการจัดการด้านการขุดเจาะปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ส่วนค
“ทีมอล” (www.Tmall.com) เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแบบ B2C (Business to Customer) เป็นตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆ ของประเทศจีน ซึ่งเป็นเว็บในเครือของอาลีบาบากรุ๊ป และมีผลไม้ไทยไปขายในนั้นด้วย นั่นคือ บริษัท ไทยฟรุ๊ต 1975 จำกัด ผู้ทำธุรกิจซื้อ-ขายผลไม้ไทยส่งออกประเทศจีน ที่มี คุณนพพร สวัสดิ์ธนพิศุทธิ์ นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟรุ๊ต 1975 จำกัด โดยร่วมมือกับ บริษัท สยามกวางสีเทคโนโลยีการเกษตร จำกัด ประเทศจีน ยอดขายพุ่งกระฉูด คุณนพพร เกริ่นให้ฟังว่า เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์สินค้าไอทีพวกโทรศัพท์มือถือ แต่เมื่อเห็นช่องทางการทำธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยผ่านการขายในออนไลน์ จึงมาเน้นธุรกิจนี้เพราะมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่และมีความต้องการมาก ซึ่งจากการส่งออกมาเกือบ 2 ปีแล้วผลตอบรับดีมาก โดยในช่วง 3 เดือนแรกที่ขายผ่านช่องทางทีมอล บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 50,000-100,000 หยวน และตอนนี้รายได้เฉลี่ยเดือนละ 600,000 หยวน อย่างเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาขายได้ถึง 700,000 หยวน ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ประมาณปีละ 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปีที่แล้วบริษัทมีรายได้ถึง 48 ล้านบาท คุณนพพร เล่าว่า ปัจจุบัน
เป็นอีกงานที่บรรดาผู้ประกอบการหน้าใหม่และหน้าเก่าและผู้สนใจทำธุรกิจไม่ควรพลาด นั่นคือ งาน “Thailand Tech Show ภูมิภาค ครั้งที่ 2/2559 จังหวัดสงขลา” ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายนนี้ จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) งานนี้ทางสวทช.ป่าวประกาศว่าผู้ร่วมงานจะได้พบกับตลาดเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาจาก สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ที่พร้อมให้ต่อยอดเชิงพาณิชย์ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและจำหน่ายได้ ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ การเกษตรและประมง วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร เภสัชภัณฑ์และเครื่องสำอาง และการแพทย์ ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี! ได้ที่ https://www.thailandtechshow.com หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2564 8000 สำหรับงานวิจัยที่น่าสนใจอาทิสบู่สมุนไพรมะม่วงขมิ้นของผศ. รักฤดี สารธิมา และ ผศ. ศรัณยู คำเมือง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผลิตภัณฑ์นี้ผู้วิจัยค้นพบว่า มะม่วงนอกจากจะมีสรรพคุณทางยา ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ดี มีศักยภาพ
มีหลายคนสงสัยว่า การปลูกมะนาวลงดิน ปลูกในบ่อซีเมนต์ และปลูกในกระถาง มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง คุณประเวศ แสงเพชร อดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร และที่ปรึกษานิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือบริษัทมติชน คุณประเวศ ได้ตอบข้อสงสัยมาดังนี้ การปลูกมะนาว แต่ละวีธีมีประโยชน์แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ปลูก เช่น 1.ถ้าปลูกลงดิน ข้อดีก็คือ ทำง่าย ประหยัดค่าลงทุน ต้นมะนาวเจริญเติบโตดี เพราะระบบรากเจริญเติบโตได้อย่างเสรี ทำให้ต้นมะนาวสมบูรณ์แข็งแรงและมีอายุยืนยาวกว่าวิธีการปลูกในบ่อซีเมนต์ แต่ข้อจำกัด คือ การควบคุมการให้น้ำ ทำได้ยากกว่า ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ ปลูกมะนาวลงดิน ภาพโดย นางสาวเสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน 2. การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์มีวัตถุประสงค์ หลัก คือ สะดวกในการควบคุมน้ำ เพื่อ บังคับให้มะนาวออกผลนอกฤดูกาล ให้เก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายน ซึ่งในช่วงดังกล่าวมะนาวจะมีราคาแพง อีกทั้งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เนื่องจากความต้องการมะนาวมีมากกว่าปกติ สำหรับเทคนิคการบังคับให้มะนาวออกนอกฤดู ทำได้เมื่อมะนาวมีอายุครบ 2 ปี โดยตัดแต่งทรงพุ่มแ
จากหนังสือ “ตำราเล่นกล้วยไม้” ของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ.2460 กล่าวไว้ว่า “เหตุใดจึงเรียกกล้วยไม้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเพราะไม่มีลำต้น เป็นแต่เพียงไม้เกาะอยู่กับต้นไม้ฤาหินแลแตกออกเป็นหน่อๆ มีใบบ้างทิ้งใบเสียบ้าง แลโดยมากชนิดพิศดูก็คล้ายผลกล้วยเสียจริงๆ เหตุฉนี้กระมังจึงเรียกว่า กล้วยไม้” สมัยก่อน กล้วยไม้เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเลี้ยงกันในบ้านของเจ้านาย หรือขุนนางที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ปลูกเลี้ยงกันเพื่อเพิ่มบารมีไว้ประกวดประขันกันว่า มีกล้วยไม้ดี พลโทวิสูตร คงอุทัยกุล เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพ่อเข้าป่าเอากล้วยไม้แปลกมาปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านอยู่เรื่อยๆ เช่น ไอยเรศ เอื้องเงินหลวง เพราะในเวลานั้นป่าที่จังหวัดชุมพรยังอุดมสมบูรณ์ ต่อมาได้ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ กับพี่ชายซึ่งก็ชอบปลูกกล้วยไม้ จึงเห็นดอกอยู่ตลอด ต่อมาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อย จปร.หลังจากเข้ารับราชการทหารก็ต้องเข้าป่าอยู่ตลอด เห็นกล้วยไม้ที่อยู่ในธรรมชาติมากมาย เช่น รองเท้านารีเหลืองกระบี่ที่ภูเก็ต ฟ้ามุ่ยที่เชียงใหม่ เมื่อมีโอกาสได้ไปสิงคโปร์ก็พบรีน่าโรเวลที่นั่น แต่ยังไม่มีโอ
ใครๆ ก็ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์เป็นธุรกิจอัสดงคต มองไม่เห็นความหวังว่าจะรุ่งเรืองอีกแล้ว เพราะคนอ่านลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ตามกระแสความนิยมของยุคสมัย หลังจากที่มีสื่อทางเลือกอื่นมาให้บริโภคมากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ประเภทต่างๆ ที่เริ่มตั้งแต่เว็บไซต์ข่าว เว็บบล็อก สื่อสังคมออนไลน์โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือแม้แต่แอพพลิเคชั่นในการรายงานข่าวสารเฉพาะกลุ่มหรือบุคคลในกลุ่มไลน์ เป็นต้น ครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือด้านวิชาชีพสื่อ ต่างก็ยอมรับกันว่า ความเป็น “สื่อ” หรือ ข่าวสาร นั้นไม่ได้หายไปไหนหรอก คนจะยังคงหิวกระหายเสพข่าวสารอยู่เรื่อยๆ ตราบเท่าที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีความอยากรู้อยากเห็นเช่นนี้ไม่สิ้นสุด เพียงแต่ยุครุ่งอรุณจนแดดกล้าของสื่อสิ่งพิมพ์นั้นหมดสิ้นลงไปแล้ว ในฐานะคนที่เคยทำสื่อสิ่งพิมพ์ และเป็นนักหนังสือพิมพ์มาตลอดชีวิตก็รู้สึกใจหายไม่น้อย อดนึกไม่ได้ว่าในอีกสี่สิบห้าสิบปีข้างหน้าจะยังมีหนังสือพิมพ์กระดาษเหลือให้อ่านอีกไหม หรือว่าเราจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมาบริโภคข่าวสารต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องมือสื่อสารที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคตอีกมากมายที่ยังไม่รู้จักแต
ปีนี้นับว่า “ดอกมะลิ” มีราคาค่อนข้างผันผวน เพราะอากาศที่ร้อน เเละฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งราคาดอกมะลิมีตั้งแต่ราคาลิตรละ 300 – 500 บาท หากขายเป็นกิโลกรัม ตกกิโลกรัมละ 500 – 1,000 กว่าบาทเลยทีเดียว คุณสามารถ นาคทั่ง เกษตรกรมะลิเงินล้าน ปัจจุบันอายุ 49 ปี เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร รุ่นที่ 1 ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมมาตลอด 20 กว่าปี ทั้งคุมเครื่องจักร อยู่แผนกไฟฟ้า ตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้จัดการโรงงาน รับเงินเดือนแสนกว่าบาท แต่ด้วยแรงกดดันและปัญหาสุขภาพรุมเร้า คือ หมอนรองกระดูกเสื่อม วิธีการรักษาที่ให้ผลดี คือ ต้องเดิน ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้มีความคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ อยากหาสิ่งใหม่ให้กับชีวิต หนที่สุดลาออกมาเป็นเกษตรกร ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แถมรายได้ไม่น้อยหน้าเงินเดือนเลยทีเดียว “ผมมีสายเลือดเกษตรกรเต็มตัว เพราะพ่อแม่เป็นชาวนา แต่เนื่องจากทำงานโรงงานมาตลอด ขาดประสบการณ์และความรู้ด้านการทำเกษตร เลยศึกษาอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไรดี ซึ่งหลังจากที่ได้เก็บข้อมูลก็พบว่า พืชใบ และไม้ดอก ดูแลไ
