SMEs
ปลาทองหัวสิงห์ ได้ถูกนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในสนนราคา ตัวละ 2,000-3,000 บาท ในขณะที่ข้าวราดแกง จานละ 5 บาท ถือได้ว่าในสมัยนั้นใครที่เลี้ยงปลาทองหัวสิงห์จะต้องเป็นผู้มีฐานะมีอันจะกิน ปลาที่นำเข้าจะนำมาจากประเทศจีน หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ได้ทรงนำเข้าปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นมาเลี้ยงเล่นในวังละโว้ ต่อมาได้ทรงแจกจ่ายให้กับผู้สนใจเลี้ยงไปจำนวนมาก ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นจึงแพร่หลายในประเทศไทย ภายหลังจึงมีเอกชนผู้นำเข้าสั่งปลาชนิดนี้เข้ามาโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอีกทีหนึ่ง ปลาทองหัวสิงห์จีน (Chinese lionhead) มีลักษณะเด่นที่ตัวค่อนข้างกลมสั้น หัววุ้นฟูก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ส่วนด้อยคือ ตัวมีขนาดเล็ก สันหลังเล็ก ส่วนครีบหางบางและห้อย ส่วนปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น (Ranchu) มีลักษณะเด่นคือ หัววุ้นจะยื่นออกมา นักเลี้ยงเรียกว่า เขี้ยว สันหลังหนาใหญ่ ครีบหางค่อนข้างหนาและกางออก มีจุดด้อยคือ ตัวมีขนาดยาวเกินไป ความจริงแล้วที่มาของปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นนี้นำมาจากประเทศจีนและปรับปรุงพันธุ์จนมีความแตกต่างกัน แล้วเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น
แหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่ดีที่สุดในประเทศ อยู่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และนครปฐม สำหรับคราวนี้ จะพาชมสวนมะพร้าวที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่สามารถสร้างผลผลิตได้มากกว่า 20,000ลูก/รอบ บนพื้นที่ 7 ไร่ ในช่วงหน้าฝน ว่าที่ร้อยตรี พิทักษ์ พึ่งพเดช หรือคุณเดี่ยว เจ้าของสวน ที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ในเชิงการค้าที่บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ไม่เพียงแต่ ปลูกขายผลสด คุณเดี่ยวยังขายมะพร้าวพร้อมรับประทาน ขูดน้ำเนื้อใส่แก้วซีลฝาอย่างดี ออกงานอีเว้นต์แต่ละครั้ง ลูกค้าเข้าคิวยาวเหยียด รวมทั้งขายผ่านออนไลน์ ในเฟซบุ๊ค ใช้ชื่อว่า เดี่ยว บ้านแพ้ว ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างมาก สำหรับการปลูกมะพร้าวนั้น คุณเดี่ยว แนะนำว่า ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 45 ต้น โดยขุดหลุมกว้าง ลึก เท่าลูกมะพร้าว โดยเลือกต้นพันธุ์ที่มีใบเลี้ยงงามๆแล้ว สัก 3 ใบ ส่วนการให้น้ำ ปลูกเสร็จก็รดน้ำเลย จากนั้น เว้นระยะเป็น 3 วันครั้งในสัปดาห์แรก และเมื่อตั้งตัวได้แล้วก็ สัปดาห์ละครั้ง ปุ๋ยที่ใช้ เป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้ไก่ ขี้หมู เมื่อมะพร้าวมีอายุ 3 ปี ตัดผลได้ คุณเดี่ยว บอกอีกว่า ภาพรวมการตลาด คิดว่าน่าจ
ได้ไอเดียจากห้าง นำมาสร้างหนทางต่อ ด้วยเพราะความเชื่อที่ว่ายังมีผู้คนจำนวนมากสนใจลงมือปรุงอาหารด้วยตนเอง กอปรกับเทรนด์ทำอาหารทานเองค่อนข้างมาแรง แต่ทว่าหลายคนขาดประสบการณ์ ไหนจะพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดเตรียมอุปกรณ์และลงมือปรุงมากนัก อีกทั้งการเดินทางไปเลือกซื้อวัตถุดิบ ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่ การคาดคะเนส่วนผสมดูจะเป็นเรื่องยาก “Cookit Delivery” สบช่องมองเห็นโอกาส ลุยตลาดเปิดตัว อาหารพร้อมปรุง ตอบรับสังคมคนรุ่นใหม่ คุณเมฆ-นิธิ สัจจทิพวรรณ คือหนึ่งในผู้สนใจปรุงอาหารทานเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่การปรุงอาหารแต่ละเมนู ค่อนข้างเสียเวลา และมีความยุ่งยากในหลายๆ ด้าน กระทั่งวันหนึ่ง เข้าไปเดินในซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้เห็นสินค้าอาหารจัดแบ่งส่วนผสมและเครื่องปรุงรสไว้พร้อมในแพ็ก จึงซื้อติดมือกลับมา และนั่นทำให้เขาได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการทำอาหารที่มีทั้งง่ายและเร็ว ต่อเมื่อกลับมาประเทศไทย คุณเมฆ ยังคงสนใจปรุงอาหารในรูปแบบนั้น แต่ทว่าหาผู้ประกอบการที่ลงมาทำธุรกิจนี้ยังไม่มีเลย และนี่คือ “ช่องว่าง” ที่มาพร้อม “โอกาส” ให้เขาก้าวเดิน โดยจับมือร่วมกับ คุณธนั
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ “เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ปลูกมาเรื่อยๆ ซื้อตาม
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล มีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 1.10 ล้านไร่ แหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 81 อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน ที่เหลือกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จันทบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น ปัจจุบัน ผลผลิตลำไยส่วนใหญ่ถูกส่งออกในลักษณะลำไยสด ลำไยอบแห้ง ลำไยแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ลำไย ฯลฯ ไปยังตลาดคู่ค้าหลักคือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท ทำให้เกษตรกรรายเก่าและรายใหม่สนใจที่จะลงทุนทำสวนลำไยเพื่อป้อนตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม ลำไย เป็นไม้ผลที่ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนานพอสมควร ดังนั้น ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป เกษตรกรสามารถหารายได้เสริมในสวนลำไยได้หลายช่องทาง เช่น ปลูกผักหวานออกจำหน่าย โดยเริ่มจากขุดหลุมและรองก้นหลุมด้วยขี้วัว ปลูกผักหวานในระยะห่าง ประมาณ 1.5×2 เมตร จะปลูกผักหวานได้ 500 ต้น ต่อไร่ หากปลูกในระยะห่าง 2×2 เมตร จะได้ 400 ต้น ต่อไร่ ดูแลให้น้ำต้นผักหวานอย่างสม่ำเสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายพิภพ ปานแย้ม อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยถึงการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเป็นรายได้เสริมครอบครัว ว่าปกติงานบริหารขององค์กรนั้น ผู้บริหารก็จะให้นโยบายไปยังผู้ปฏิบัติ เพียงติดตามงานและความคืบหน้ามีปัญหาอย่างไรบ้างในการปฏิบัตินั้นๆ ซึ่งบางครั้งก็ลงไปรับฟังความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่ก็มีเวลาว่างบ้างในการที่จะหารายได้เสริมเข้ามาในครอบครัว ก็ใช้เวลาบางช่วงมาทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดง (Redclaw Crayfish) หรือล็อบสเตอร์น้ำจืด เริ่มซื้อกุ้งก้ามแดงมา 30 ตัว ราคา 1,600 บาท มาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม โดยมีถังซีเมนต์ที่เคยใช้เลี้ยงปลาทั่วไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยปกติแล้วชอบการเกษตรแบบปรัชญาเศรษฐกิจตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คืออยู่อย่างพอเพียง ซึ่งก็ได้ชักชวนพนักงานของเทศบาลรวมกลุ่มกัน โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างบ่อซีเมนต์เล็กๆ เลี้ยงกุ้งก้ามแดง ใครไม่มีก็มาขอแบ่งปันกันไปศึกษาวิธีการเลี้ยงและดูแลให้กุ้งมีสุขภาพที่แข็งแรงและเจริญเติมโตเร็ว ซึ่งก็เริ่มกระจายกลุ่มในเทศบาลของเราเอง ตอนนี้ก็ม
การปลูกไผ่เพื่อขายหน่อ จัดเป็นรูปแบบเกษตรกรรมอินทรีย์และปลอดสารพิษ เนื่องจากไม่ได้มีการใช้สารเคมีเลย นอกจากนั้น การปลูกไผ่ยังช่วยลดโลกร้อนได้ดีกว่าต้นไม้หลายชนิด อย่างกรณีของ คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ต่อมาได้ต่อยอดมาเปิดร้านอาหาร นำหน่อไผ่บงหวานมาประกอบเป็นอาหารในร้านทั้งหมด ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก คุณภัทรา เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองทำงานบนเส้นทางของข้าราชการครูมานานถึง 14 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ก็ได้รับการแนะนำจากน้องสาวให้ลองปลูกไผ่บงหวาน ก็ได้ศึกษาเรื่องไผ่บงหวานและก็ได้ตัดสินใจไปซื้อพันธุ์ไผ่บงหวานที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 500 กล้า เป็นเงิน 25,000 บาท และก็ได้นำมาปลูกและขยายมาเรื่อยๆ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขาย
ฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตกระจับงอกงาม ลูกค้าไทย-ลาวแห่ซื้อ ราคาดี ไม่เพียงพอกับความต้องการตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่จังหวัดหนองคายมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สภาพอากาศดี ฝนที่ตกยังสร้างความชุ่มชื่นให้กับพืชผลทางการเกษตร ส่งผลให้ออกผลผลิตดี เกษตรกรปลูกกระจับที่บ้านนาพิพาน ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ได้รับผลดีกับฝนที่ตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน คือกระจับที่ปลูกเจริญงอกงามและให้ผลผลิตสูง นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 58 ปี เกษตรกรที่ปลูกกระจับในสระน้ำพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ บอกว่า กระจับเป็นพืชที่ปลูกกันมานาน หลังจากที่ตนสูบน้ำออกจากสระแล้ว จึงได้คิดจะปลูก เนื่องจากเห็นว่าที่ตลาดสดที่ตนไปขายผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น ไม่มีกระจับขายในตลาด จึงได้ไปหาพันธุ์กระจับมาปลูก กระจับพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นกระจับเขาควายแบบเขาสั้นซึ่งเป็นกระจับที่นิยมปลูกกันในสมัยโบราณ และเป็นที่นิยมมากกว่าแบบเขายาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อย ทานสดได้ และนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด นายสุวพิษกล่าวต่อไปอีกว่า ในเรื่องของการตลาดนั้นในจังหวัดหนองคาย ไม่มีปัญหา เนื่องจากยังมีคนปลูกน้อย ผลผลิตออกมาเท่าไ
จบไปแล้วสำหรับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นงานหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในอันดับต้นๆ ครั้งนี้ ภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่า “สมุนไพรไทย เศรษฐกิจไทย อนาคตไทย” ซึ่งนพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่าปีนี้มีการจัดรูปแบบกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โซนของต้นแบบ Thai Herbs Metropolis หรือมหานครแห่งสมุนไพร หรือเมืองแห่งสมุนไพรร่วมสมัย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เคลือบด้วยน้ำมันดาวอินคา ไฮไลต์อย่างหนึ่งของงานนี้คือ มีการเปิดตัวนวัตกรรมข้าวเคลือบ สมุนไพร 4 วัย ช่วยฟื้นฟูสมอง ชะลอวัย ต้านมะเร็ง ถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกของประเทศไทย และยังไม่มีที่ไหนในโลก เริ่มกันที่ข้าวของผู้สูงวัย เป็นข้าวกล้องเพาะงอก ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ดูดซึมน้ำตาลน้อย มีสารกาบา เคลือบด้วยสมุนไพรอย่างบัวบก ขมิ้นชัน พริก ฟักข้าวมะเขือเทศ และน้ำมันดาวอินคา เมื่อทานข้าวนี้เป็นประจำผสมกับอาหารที่มีโปรตีนจากปลา และผัก ผลไม้ จะทำให้ผู้สูงวัยลดสภาวะของโรคบางอย่างที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยทำงาน มีสมุนไพรที่ช่วยชะลอความเสื่อม ช
พืชผลทางการเกษตร หากปลูกในระบบอินทรีย์ ย่อมดีต่อสุขภาพทั้งผู้ปลูก ผู้อุปโภค และรวมไปถึงสิ่งแวดล้อม แต่ทว่า คำถามคือ “ปลูกแล้วจะขายใคร” การเปลี่ยนใจของเกษตรกรให้หันมาสู่ระบบเพาะปลูกอินทรีย์ จึงเป็นเรื่องยาก แต่ทว่ากับชาวนาบนพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ตำบลหนองแค จังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดการรวมตัวกันขึ้นแล้ว และในวันนี้ สิ่งที่น่ายินดี และชื่นชม คือ เขามีตลาดโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่รองรับสินค้า ในชื่อ “เทสโก้ โลตัส” รับซื้อข้าว “ไรซ์ บัดดี้” คาดปีนี้ยอดทะลุ 20 ตัน คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการแผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงโครงการความช่วยเหลือว่าเป็น 1 ใน 22 โครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ โดยได้ผนึกกำลังกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ และช่อง 3 ปั้นข้าวหอมมะลิอินทรีย์ “ไรซ์บัดดี้” ตอบรับกระแสนิยมบริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารเคมี คืนรอยยิ้มให้ชาวนาก้าวสู่เกษตรยุคออร์แกนิก “ไรซ์ บัดดี้ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เป็นหนึ่งในโครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ ซึ่งเ
