SMEs
ในช่วง Weekend Farm อาทิตย์นี้มากันที่จังหวัดนนทบุรี จะพามาดูวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมกับชิมอาหารอร่อยๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นการเสริ์ฟผักสดๆ จากฟาร์ม สู่จานคุณเลยก็ว่าได้ ไฮโดรโปนิกส์ เป็นวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้วิธีการใส่สารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชไว้ในแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น โดยการปลูกพืชไร้ดินนี้สามารถทำได้ง่าย สะดวก ประหยัดพื้นที่ และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้พืชผักที่สะอาด สำหรับฟาร์มรักดี เกิดจากความสงสัยและไม่เข้าใจของคุณเจส คาลโว เจ้าของฟาร์ม ว่าผักที่ขายตามท้องตลาดไม่มีความปลอดภัย อีกทั้งที่หาซื้อมารับประทานรู้สึกว่าผักไม่มีความสดและไม่อร่อย จึงหันมาเริ่มปลูกเองง่ายๆภายในครอบครัวเพื่อรับประทานเอง และจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ได้ขยายเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่คนในชุมชนที่มีความต้องการมาขอซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นอาชีพหลักปลูกขายถึงวันนี้ คุณเจส บอกครับว่า การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ โดยปกติแล้ว จะมี 2 ทางเลือก ทางเลือกแรก คือ ปลูกด้วยหินเพอร์ไลท์ ส่วนอีกทางเลือก คือ ปลูกด้วยฟองน้ำ แต่สำหรับทางฟาร
สองผัวเมียเกษตรกรสงขลา ยึดเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ 1 ไร่รายได้เดือนละ 5-6 หมื่นบาท ใช้เวลาถึง 14 ปี คุ้มค่ากับการรอคอย ผลผลิตมีราคาสูงกว่าที่จำหน่ายตามท้องตลาดกว่า 1 เท่าตัว รายงานข่าวว่า นายคำนึง สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี และนางยุพิน สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี สามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านดีหลวง ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา หันมาประกอบอาชีพทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดย “ใช้เนื้อที่เพียงแค่ 1 ไร่แต่สามารถมีรายได้ถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท” โดยภายในแปลงเกษตรอินทรีย์ซึ่งมีเนื้อที่ 1 ไร่ ได้ถูกเนรมิตให้เป็นสวนผักที่มีพืชผักเกือบครบทุกชนิดที่นิยมบริโภคและตลาดต้องการ ทั้งผักกินใบและผักสวนครัว พืชสมุนไพร เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักขมแดง ผักขมเขียว โหระพา แมงลัก กระเพา ขิงข่า พริก มะนาว ดอกชมจันทร์ เรียกว่ามีครบจบภายในสวนเดียวและทุกอย่างเป็นผักปลอดสารพิษ ผ่านการรับรองจากกระทรวงเกษตรฯที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบทั้งดิน น้ำ และผล
หลายคนคงจะรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่า “มูลไส้เดือน” แต่รู้หรือไม่ครับว่ากว่าจะมาเป็นไส้เดือนตัวเล็กและมูลไส้เดือนที่ว่างจำหน่ายนั้น เกษตรกรมีวิธีการเพาะเลี้ยงอย่างไร วันนี้จะพาไปหาคำตอบกันที่จังหวัดเพชรบุรีครับ ไส้เดือนดิน เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 1 ตัวจะมี 2 เพศครับ มีลักษณะลำตัวเป็นข้อปล้อง พบได้ทั่วไปในดิน โดยจะหากินอยู่ตามผิวดิน ทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดิน และช่วยในการอุ้มน้ำของดินอีกด้วยล่ะครับ คุณเดชาวัจน์ พันจันทร์โชติ เจ้าของฟาร์มไส้เดือน “ดีฟาร์ม”เผยว่า เมื่อก่อนทำงานที่กรุงเทพฯ แต่ชีวิตในเมืองไม่ลงตัว ตัดสินใจกลับบ้านและมาศึกษาการเกษตร ทำให้มาสดุดกับคำว่ามูลไส้เดือน ซึ่งรู้สึกว่า ถ้าธรรมชาติสมดุล ชีวิตก็จะสมดุลมาก เป็นจุดเริ่มต้นให้หันมาเลี้ยงไส้เดือน ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน มีวัตถุประสงค์หลายแบบครับ แต่สำหรับที่ ดีฟาร์มแห่งนี้จะเน้นเพาะเลี้ยงเพื่อผลิตมูลไส้เดือนจำหน่ายเป็นหลักครับ สำหรับอุปกรณ์จะใช้กะละมังสีดำ เพราะราคาถูกและใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย โดยวัตถุดิบในการเลี้ยง คือ มูลวัวแห้ง แช่น้ำ 1-2 คืน
ในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แพร่ และน่าน เป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญของประเทศ มีเกษตรกรผู้ปลูก 156,596 ราย พื้นที่ปลูก 854,371 ไร่ ลำไยที่ให้ผล 831,866 ไร่ ปริมาณผลผลิต 673,850 ตัน และตลาดมีความต้องการ 367,337 ตัน ดังนั้น จึงเกิดปัญหาราคาตกต่ำ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน และภาครัฐต้องให้การช่วยเหลือทุกปี ตั้งแต่ ปี 2547-2557 ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการส่งออก โดยลำไยในฤดู มีปัญหาด้านการตลาด เพราะผลผลิตออกพร้อมกัน ล้นตลาด ราคาตกต่ำ และในส่วนของลำไยนอกฤดูนั้น มีปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากการบังคับให้ลำไยออกดอก ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตเข้ามาดำเนินการ เพื่อทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไยได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไย ว่าที่ร้อยตรี ดร. สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า การทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไย ได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ย
กิจการตัดขนสุนัขที่ลอสแองเจลิสกำลังไปได้สวย แต่เพราะคุณแม่อยากให้ “บ้านเป็นบ้านเสียที” บุ๋ม-ตรีรัก รักการดี เซ็กซี่สตาร์วัย 50 กะรัต จึงยอมลาจากงานที่รัก แล้วพา 2 ลูกสาว น้องหมาเบลแอร์ และน้องแมวเบฟเวอรี่ กลับมาเมืองไทยหลังจากไป 20 ปี แต่จะมาอยู่เฉยๆ ก็ใช่ที่เลยควักเงิน 7 หลัก ลงทุนกับ 2 หุ้นส่วน เปิดธุรกิจความสวยความงาม นำร่องด้วยเจลกันแดด Threerak วางขายในร้าน Collage Bangkok ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร และทางโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือจะโทรศัพท์สั่งที่ (086) 095-7000, (02) 044-0977 ก็ได้ไม่ว่ากัน ส่วนความฝันจะเปิดร้านตัดขนน้องหมาที่เมืองไทยจนถึงขั้นหอบอุปกรณ์ทำมาหากินมาด้วยนั้น เธอว่าอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง เอ้า! เอาใจช่วยจ้า
ข้าวของเครื่องใช้ “มือสอง มือสาม” นับว่ามีเสน่ห์และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากการเกิดขึ้นของตลาดนัดย้อนยุคจำนวนมาก แต่ก็มีทั้งขายดี และไม่น้อยที่เปิดแล้วเหงาหงอยผู้คนบางตา “ตลาดประตูสมบัติ” นับเป็นหนึ่งในแหล่งขายสารพัดของเก่าแห่งยุค เปิดทำการครั้งแรก เมื่อปี 2551 ปัจจุบัน พื้นที่ตลาดแบ่งออกเป็น 3 ซอยใหญ่ แต่ละร้านมีสินค้าหลากหลายไม่ซ้ำ ชนิดเดินดูเล่นๆหลายชั่วโมงยังไม่หมด ไล่สำรวจไปตั้งแต่ซอยแรก เห็นของจิปาถะ หากช่วงนี้ใครกำลังมองหาอุปกรณ์ “ปาร์ตี้”ปีใหม่ รับรองไม่ผิดหวัง มีตั้งแต่กระดาห่อของขวัญ สายรุ้งตกแต่ง หรือแม้แต่หน้ากากแฟนซี ยังมีให้เลือกเป็นกระบะ แถมราคาถูกแบบไม่น่าเชื่อ 10 บาท ก็ซื้อได้ เดินไล่ไปเรื่อยๆ มองข้าวของจนละลานตา เลี้ยวซ้ายเข้าไปชมในร้านไม่มีชื่อ ถึงกับตะลึงกับภาพของกล่องขนมโบราณจำนวนมากกองพูนบนพื้นเป็นแถวยาว ข้ามมาร้านฝั่งตรงข้าม เห็นชั้นวางกล้องถ่ายรูปยุคฟิล์มของสะสมชิ้นโปรดของใครหลายคน อยากถามไถ่ราคา แต่มองหาเจ้าของร้านไม่เจอ เลยทำได้แค่ชะเง้อมองอยู่พักใหญ่ ถัดเข้าไปอีกซอย เห็นสินค้าจิปาถะจำนวนมาก มีทั้งแบบพบได้ในตลาดทั่วไป อย่าง พัดลม เครื่องพ
กระแสเห่อปั่นจักรยานในบ้านเรายังแรงดีไม่มีตก เพราะได้แรงหนุนจากความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทรนด์ใส่ใจสุขภาพ แถมบวกปัญหาจราจรที่ติดขัดแบบสาหัส ความนิยมปั่นพาหนะ 2 ล้อไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในหลายประเทศก็เกิดกระแสนี้คล้ายๆ กัน บางประเทศจัดเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับจักรยานก็พลอยเติบโตตามไปด้วย ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า กระแสปั่นจักรยานที่เกิดขึ้นในหลายมุมโลก นอกจากจะส่งผลดีในแง่สิ่งแวดล้อม เพราะเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ยังช่วยสร้างโอกาสด้านธุรกิจให้กับคนเล็กคนน้อยในประเทศกานาที่ผลิตจักรยานไม้ไผ่จำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งๆ ที่ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ทนทาน กันแรงกระแทก และพร้อมสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ แต่กลับไม่มีใครนำไม้ไผ่มาเป็นวัสดุในการผลิตจักรยานขายในเชิงพาณิชย์ ครั้งแรกๆ ที่มีคนคิดค้นนำไม้ไผ่มาขึ้นโครงจักรยานเริ่มตั้งแต่ปี 2437 แต่ไอเดียดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกสานต่อมานานร่วม 120 ปี จนเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากฝีมือของช่างในกานาและหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามอย่างหนักให้จักรยานไม้ไผ่แจ้งเกิด เบอร์นีซ ดาปาห์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการริเริ่มจักร
เป็นปกติของทุกปีที่ร้านเจ้เล้ง ดอนเมือง จะจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลดแลกแจกแถมในช่วงต้นเดือนกันยายน ปีนี้ก็เช่นกัน คุณอารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล หรือ เจ้เล้ง เจ้าของบริษัท เอ แอนด์ เจ บิวตี้ โปรดักส์ จำกัด ก็ถือโอกาสในช่วงวันเกิด (1 กันยายน) จัดกิจกรรมพิเศษทางการตลาด ใช้โปรโมชั่นซื้อ 3 แถม 1 ทุกหมวดหมู่สินค้า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน-8 กันยายน รวม 8 วัน ขณะที่ปีที่แล้วจัดถึง 16 วัน เจ้เล้ง ให้เหตุผลว่า ทำแค่ 8 วัน ลดวันลง เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจบ้านเราไม่ดี ซึ่งเป็นความจริงที่คนไทยต้องยอมรับกัน เหมือนในช่วงบ้านเมืองยุคไอเอ็มเอฟ ร้านเจ้เล้งเองก็โดนผลกระทบ แต่ถือว่ายังขายดีกว่าที่อื่นๆ ยอดขายไม่ได้ลดลง อยู่ในสภาพทรงๆ เห็นได้ชัดว่าความถี่ในการมาซื้อสินค้าลดลง ทั้งนี้ รายได้ 70 เปอร์เซ็นต์ มาจากคนเข้าร้าน ส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ มาจากการซื้อออนไลน์ ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาซื้อภายในร้าน จะซื้อปริมาณมากเมื่อเทียบกับการซื้อผ่านออนไลน์ ส่วนใหญ่ซื้อพวกเครื่องสำอาง ยาโกรกผมขายดี “จากภาวะเศรษฐกิจแย่ ทางร้านปรับกลยุทธ์ด้วยการนำสินค้าราคาไม่แพงมากมาขาย เริ่มต้นที่ 350 บาท รวมทั้งนำเข้าสินค้าคอลเล็กชั่นใหม่ตลอด
พ.ศ.นี้หลายคนบอก เป็นยุคเบเกอรี่ “เบ่งบาน” ผ่านไปทางไหน มักเห็นแต่ ร้านกาแฟ-เค้ก แทรกตัวอยู่ในแทบทุกทำเล ส่วนพฤติกรรมการรับประทาน “ขนมไทย” นั้น นับวันยิ่งห่างหายไปจากชีวิตตามปกติ ถ้าจะมีคงเป็นช่วงงานบุญ อย่าง ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ฯลฯ ซึ่งยังพอมี “พื้นที่”ให้กับของหวานคู่บ้านคู่เมืองได้อวดโฉมกันอยู่บ้าง หลายวันก่อนมีโอกาสไปเห็นอีเว้นต์น่าสนใจเลยเข้าไปสังเกตการณ์ ก่อนปรี่เข้าไปร้านขายขนมหวานเจ้าหนึ่ง ซึ่งเรียกตัวเองว่า”ดี’เสริฐ” กับสโลแกนแปลเป็นไทย “ขนมไทยรูปทรงใหม่ – New Look of Thai Desert” มี คุณคิ้ม-ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี แคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดเลี้ยงในนาม “ดี แคเทอริ่ง” และเจ้าของกิจการขนมไทยสไตล์ใหม่ “ดี’เสริฐ” มาเป็นตัวแทนให้ข้อมูล เริ่มจากการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท ด้านการบริหารกิจการ ที่ผ่านมาทำงานด้านการตลาดมาตลอด ก่อนออกมาช่วยกิจการของทางบ้านสามี – คุณวิทวัส จันทจรูญพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ชื่อ “ดีพร้อม” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอยู่ที่บางแสน จังหว
เรื่องและรูปโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ชาวไทยยทุกภาคล้วนรู้จักกินแกงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อย แกงขี้เหล็กของชาวล้านนาคล้ายกับภาคกลางคือเป็นแกงกะทิ ใส่เนื้อวัว เนื้อหมู หรือปลาย่าง แกงของชาวใต้จะใส่พริกแกงใต้ที่ใส่ขมิ้นและเครื่องเทศที่เผ็ดร้อนกว่า ชาวกวย (เขมร) เรียกแกงขี้เหล็กว่า “ซัมลอร์อ็องกัญ” จะใส่น้ำใบย่านางที่ตำกับข้าวเบือ พริกแกงมีพริกสดหรือพริกแห้ง กระเทียม และกระชาย ส่วนหัวหอมจะฝานเป็นแผ่นๆ ใส่ลงไปในหม้อทีหลัง ใส่กากหมู หมูสามชั้นหรือปลาทูเค็มและใส่น้ำปลาร้า ซึ่งคล้ายกับแกงขี้เหล็กแบบอีสานและลาว ที่ไม่ใส่กะทิ องค์ บรรจุน เล่าไว้ใน “ข้างสำรับมอญ” ว่า แกงขี้เหล็ก ภาษามอญเรียกว่า “ฟะแป่คัด” เป็นอาหารที่ใช้ในพิธีฟ้อนผีเม็งของชาวเหนือ หรือพิธีรำผีมอญของภาคกลาง เพื่อแก้บนผีของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นประเพณีเดียวกัน เพราะเมื่อทวารวดีเสื่อมลง ชาวมอญจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อพยพสู่เมืองหริภุญชัยแถบลุ่มน้ำปิง หรือที่เรียกว่า “ระมิง” ที่มาจาก “ระเมญ” (เม็ง) ในภาษามอญ แกงที่ใช้ในพิธีนี้จะเป็นแกงกะทิใส่มะเขือพวง ไม่ใส่เนื้อสัตว์ เชื่อกันว่าการกินแกงขี้เหล็กนี้ทำให้มีสุขภาพดี ชาวนครช
