ข่าววันนี้
นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า “ปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมในภาคค้าปลีก-ค้าส่ง จะเต็มไปด้วยความท้าทาย และแรงกดดันรอบด้านทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว แต่เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถรับมือความผันผวนในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Multi-category และ Multi-format ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ฟู้ด ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ ผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนล รวมถึงยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการควบคุมต้นทุน การบริหารโครงสร้างเงินทุนและกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องที่มั่นคงและอัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น โดยเซ็นทรัล รีเทล รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) โดยสามารถสร้างรายได้รวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 253,165 ล้านบาท (+4% YoY) และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 71,162 ล้านบาท (+12% YoY) พร้อมทั้งสามารถสร้างกำไร
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์แบบวันต่อวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย ทั้งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และประเทศคู่ค้าในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ เส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามการเปลี่ยนแ
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข่าวดีว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน บรรลุข้อตกลงซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ปริมาณ 40,000 ตัน โดยมีกำหนดเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และความร่วมมือทางการค้าข้าวระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมสั่งกรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าเจรจาขายข้าวไทยต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะออกสู่ตลาด และช่วยกระตุ้นการส่งออกข้าวไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและระดับราคาข้าวภายในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาซื้อขายข้าวในรูปแบบ G to G มีความซับซ้อนและต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นชนิดที่จีนให้ความสนใจและมีปัจจัยด้านราคาเป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่างไรก็ดี ตนและท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้มีโอกาสเข้าพบหารือตามคำเชิญของนายจาง เจี้ยน เว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ เพื่อพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมให้ดีขึ้น ตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาแล้ว นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการร่วมกันและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยมีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้ ด้านตลาดในประเทศ กรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 1. ช่วงราคาตกต่ำรอบแรกใช้มาตรการดูดซับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง รวม 830,000 ลูก (กรกฎาคม – กันยายน 2568) ทั้งการเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด ใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี และเปิดจุดจำหน่าย รวมทั้งกิจกรรม Pre-Order และกิจกรรม CSR ร่วมกับภาคเ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ TasteAtlas แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลอาหารชื่อดังระดับโลก ได้จัดอันดับ Top 25 Thai Desserts เมนูของหวานที่ดีที่สุดของประเทศไทยประจำปี 2026 (ข้อมูลวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026) ดังนี้ ขนมครก สตรีตฟู้ดสุดคลาสสิกของไทย ผสมผสานรสหวานและเค็มได้อย่างลงตัว ทำจากแป้งข้าวเจ้าและกะทิ นำไปหยอดในกระทะเหล็กขนาดใหญ่ที่มีหลุมกลมเล็กๆ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย เผือก ข้าวโพด หรือฟักทอง ที่ปรับไปตามยุคสมัย ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูยอดฮิตตลอดกาล ทำจากข้าวเหนียวที่นำไปนึ่งจนสุกนุ่ม ราดด้วยกะทิหวานมัน เสิร์ฟคู่กับมะม่วงสุกหั่นชิ้นพอดีคำ รสชาติเข้ากันอย่างดี ปาท่องโก๋ เมนูที่คนไทยนิยมกินเป็นอาหารเช้า มักกินคู่กับน้ำเต้าหู้ นมข้นหวาน สังขยา หรือโจ๊ก พร้อมจิบกาแฟร้อนๆ สักแก้ว ขนมชั้น ขนมไทยโบราณที่มีเอกลักษณ์ ทำจากแป้งหลายชนิด ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งเท้ายายม่อม ผสมกับกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย แม้ขนมชั้นแบบดั้งเดิมจะมีเพียงสีขาวและสีเขียว แต่ปัจจุบันสามารถเติมสีผสมอาหารเพื่อเพิ่มความสดใสได้ตามต้องการ รวมมิตร ขนมที่นิยมกินเพื่อเพิ่มความสดชื่นในว
ETDA สรุปยอดการขอใบรับรองฯ ของผู้ขับรถผ่านแอปฯ ผ่านระบบ Driver Verify ล่าสุด 30,548 ราย แนะนำ ‘ผู้ขับ’ ให้ดำเนินการจดทะเบียน รย.17/18 กับ กรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จ ก่อน 28 ก.พ. 2569 นี้ หลัง ETDA เปิดระบบ Driver Verify เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ‘ผู้ขับรถ’ สามารถดำเนินการขอใบรับรองในการเป็นผู้ขับรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารหลักฐานในการขึ้นทะเบียน รย. 17/18 กับ กรมการขนส่งทางบก ได้เร็วขึ้น ตั้งแต่วันเปิดระบบถึง วันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา มีผู้ขับมาลงทะเบียนขอใบรับรองฯ ในระบบแล้ว ทั้งหมด 30,548 ราย แบ่งเป็นผู้ขับรถประเภท จักรยานยนต์ 16,090 ราย รถยนต์ 14,458 ราย ผู้ขับรถ ที่ได้รับใบรับรองฯ เรียบร้อยแล้ว และมีความประสงค์จะให้บริการโดยสารรถบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ แอปพลิเคชัน เร่งจดทะเบียน รย.17/ 18 กับ กรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569 (ซึ่งเป็นวันที่ใบรับรองที่ท่านได้จากระบบจะหมดอายุ และระบบ Driver Verify ยุติการให้บริการ) เพื่อให้ผู้ขับสามารถให้บริการได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับของ กรมการขนส่งทางบก และ สำน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดสัตว์เลี้ยงและธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีน พบมีแนวโน้มขยายตัวสูงตามความต้องการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้น เผยแม้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนจะขยายตัว ทั้งการมีแบรนด์ของตัวเอง มุ่งสู่อัจฉริยะ รวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ และเริ่มส่งออก แต่สินค้าไทยมีโอกาสเจาะเข้าสู่ตลาด เหตุได้รับการยอมรับในคุณภาพ และมาตรฐานที่จะทำให้ยังคงเจาะเข้าตลาดจีนได้ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายนิติ ปทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการสำรวจตลาดสัตว์เลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในจีน รวมถึงโอกาสในการส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 สองนักเศรษฐศาสตร์ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเริ่มฟื้นตัวครึ่งหลัง หวังรัฐบาลใหม่เร่งเบิกจ่าย ออกมาตรการช่วยครัวเรือน SME ปรับโครงสร้างฟื้นเชื่อมั่นลงทุน ดึง FDI เชื่อ GDP จะโต 3% ได้ถ้าลดทุจริต เร่งเจรจาการค้า ผ่อนคลายกฎระเบียบ ส่งเสริมการจ้างงาน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า คาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เมื่อรัฐบาลใหม่สามารถฟอร์มทีมบริหารและเดินหน้านโยบายได้เต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ แม้งบประมาณปี 2570 อาจมีความล่าช้าเล็กน้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ตาม “อยากเห็นมาตรการลดค่าครองชีพ สนับสนุนการจ้างงาน ผ่อนคลายกฎระเบียบช่วยผู้ประกอบการ SMEs สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเจาะจง จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อภาคครัวเรือน รวมถึงการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ จะช่วยเสริมบรรยากาศการลงทุน สร้างตัวคูณทางการคลัง (Fiscal Multiplier) ที่สูงขึ้น และกระตุ้นการลงทุนภ
โค ลิมิเต็ด – CO LIMITED ร้านอาหารไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ด ร่วมมือกับ “แอนก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” ร้านคั่วไก่ระดับตำนานที่ได้รับรางวัล Michelin Guide ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ปี เปิดตัวโปรเจ็กต์ Collaboration “Must-Try Viral Dish – คั่วไก่จานเด็ดระดับตำนาน” ถ่ายทอดรสชาติแห่งความคลาสสิกสู่ประสบการณ์การกินที่ตื่นตาตื่นใจและร่วมสมัยยิ่งกว่าเคย การผนึกกำลังของสองแบรนด์คุณภาพ ภายใต้เครือ นารา กรุ๊ป เรียกว่าดึงความโดดเด่นจานเด่นซิกเนเจอร์ที่เปี่ยมด้วยรสชาติความอร่อยและคุณภาพวัตถุดิบพรีเมียมมาเสิร์ฟคู่ในจานเดียวกัน โดยเฉพาะสูตรคั่วไก่ต้นตำรับที่สั่งสมชื่อเสียงยาวนานกว่า 70 ปี มาสู่การรังสรรค์เมนูใหม่ในแบบฉบับของ CO LIMITED โดยยังคงหัวใจสำคัญไว้อย่างครบถ้วน ทั้งกลิ่นหอมกระทะที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม และมาตรฐานระดับ Michelin Guide ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา ครั้งนี้ CO LIMITED ได้ยกระดับคั่วไก่ระดับตำนานให้กลายเป็นคอลเล็กชันเมนูสุดพิเศษรวมทั้งหมด 8 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่สูตรดั้งเดิมไปจนถึงจานครีเอทีฟพรีเมียม ได้แก่ คั่วไก่ต้นตำรับ จานหลักที่ไม่ควรพลาด ใครชอบกุ้งต้องสั่งเมนู คั่วไก่กุ้งแม่น้
วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมจิตใจและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ที่คึกคัก โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดที่รายล้อมวัด ซึ่งดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย ด้วยทำเลที่โดดเด่น มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน ทำให้การได้จับจองพื้นที่ค้าขายบริเวณนี้เป็นความฝันของพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก โดยในทุกๆ ปี จะมีการจัดงานวัดไร่ขิง เทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหรือผู้มีจิตศรัทธาสามารถมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อวัดไร่ขิงจำนวนมาก หรือใครที่เป็นสายกิน ก็สามารถมาซื้อสินค้าและอาหารทั้งคาวและหวานได้ตลอด โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 ทั้งหมด 9 วัน 9 คืน แต่สามารถขายได้ตั้งแต่ก่อนงานและหลังงาน วันที่ 20 มีนาคม – 20 เมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความคึกคักและโอกาสในการทำกำไรที่ดึงดูดใจ ก็คือ “ต้นทุน” ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ หนึ่งในนั้นคือ “ค่าเช่าพื้นที่” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการอยู่รอดและผลกำไรของธุรกิจร้านค้าเล็กๆ การที่ค่าเช่าพื้นที่ขายของในบริเ
